로그인“ไม่ต้องไปเข้าข้างมัน เพราะแกมัวแต่ให้ท้ายมัน มันถึงได้กล้าทำเรื่องแบบนี้ไง” “ยังไงผมก็ไม่หมั้นกับแพร อีกอย่างผมก็มีคนรักอยู่แล้ว อาทิตย์หน้าพ่อกับแม่ไปทาบทามสู่ขอเมียให้ผมด้วย” อธิปลุกพรวดขึ้นยืน “นี่แกพูดว่าอะไรนะ” จากนั้นก็ทำท่าคล้ายจะเป็นลม พาคินรีบวิ่งเข้าไปประคองบิดา ส่วนพลอยไพลินรีบไปหยิบมาดมมาให้ ไม่วายยังหันมาสบตากับรักนรินทร์แล้วยกนิ้วโป้งให้ด้วย ส่วนมุมปากของภาคินก็โค้งขึ้นเล็กน้อย ไม่เสียแรงที่เขาช่วยพูด ในที่สุดน้องชายก็ตัดสินใจได้สักที ศศิธรก็รีบเข้าไปพัดวีให้สามีเช่นเดียวกัน “ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณ” “คุณท่านคะ คุณดิเรกโทรมาค่ะ” สาวใช้พูดพลางยื่นโทรศัพท์ให้เจ้านาย “เอามานี่ ฉันจะคุยเอง” ศศิธรรับโทรศัพท์แล้วเอ่ย “สวัสดีค่ะ” เอ่ยเพียงเท่านั้น ศศิธรก็เป็นฝ่ายนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ดวงตาเธอค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้น หลายนาทีจึงพูดเพียง “ค่ะ ได้ค่ะ ฉันจะบอกคุณอธิปให้นะคะ” วางสายไปแล้วศศิธรจึงหันมาพูดกับสามี “คุณดิเรกบอกว่าหนูแพรไม่อยากหมั้นกับรักแล้วค่ะ และเธอก็กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนเรื่องที่รักคุยกับคุณดิเ
พะแพงจึงเริ่มเล่าเรื่องอาการของรักนรินทร์เมื่อหลายปีก่อนให้แพรไหมฟัง แพรไหมได้ฟังจนจบแล้วยังทำท่าเอ่ออ่าตาค้างพูดสิ่งใดไม่ออก หลายนาทีกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ “คุณไม่ได้หลอกฉันใช่ไหมคะ” “หากเขาไม่เป็นโรคนี้ ผู้ชายที่ทั้งหล่อและรวยขนาดนั้นฉันคงไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ หรอกค่ะ” ดวงตาของแพรไหมฉายแววเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งวาบผ่านดวงตา พะแพงจึงย้ำอีกครั้ง “หากคุณแพรไม่เชื่อลองถามเขาไปตรง ๆ ก็ได้ค่ะ หรือไม่คุณแพรจะพาเขาไปตรวจร่างกายก่อนก็ได้นะคะ เพราะหมอยืนยันมาแล้วว่าโรคที่เขาเป็นไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้” ของที่เธอไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ ถึงแม้เธอจะไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเช่นกัน “แต่ถ้าหากคุณแพรไม่ต้องการเรื่องพวกนั้นจากเขาแล้ว การป่วยของเขาก็คงไม่สำคัญอะไร” “สำคัญสิคะ” ที่แพรไหมอยากแต่งงานกับเขาส่วนหนึ่งก็เพราะเขาสูงยาวเข่าดี และเธอก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รักนรินทร์จะมอบความสุขให้เธอเหมือนผู้ชายฝั่งตะวันตกที่เธอเคยผ่านมา แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นโรคนี
“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะแก้ม มิน่า แม่โทรมาทำไมไม่รับ” อลิษาว่าเสียงดุ “คือแก้ม…” กัลยากรหมดคำจะเถียง จึงได้แต่ตอบแม่ว่า “ค่ะ” เท่านั้น รักนรินทร์ยื่นแก้วน้ำผึ้งมะนาวให้เธอแล้วจึงปลีกตัวไปอาบน้ำ หลังจากนั้นเขาจึงขอตัวกลับไปจัดการธุระที่บ้านก่อน แต่ก่อนไปเขายังพูดกับอลิษาไว้ว่า “ผมยินดีรับผิดชอบแก้มทุกอย่างครับ” “พี่รัก!” กัลยากรตกใจกับสิ่งที่เขาพูด แต่รักนรินทร์ยังยืนยันหนักแน่น “พี่ขอเคลียร์เรื่องที่บ้านก่อน แล้วจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอแก้ม” เขาจากไปแล้วแต่กัลยากรยังยืนงงอยู่กับที่ กระทั่งได้ยินเสียงของมารดา “อธิบายมาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ทั้งอลิษาและนาวินจ้องหน้าเธอเขม็ง “ก็อย่างที่แม่กับพี่วินเห็นนั่นแหละค่ะ” เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว จะปฏิเสธก็คงฟังไม่ขึ้นแล้ว “ตั้งแต่เมื่อไร” นาวินถาม “ตั้งแต่ตอนที่เขามาบ้านเราครั้งแรกใช่ไหม” อลิษาว่าเสริมขึ้นอีก กัลยากรพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ” ความจริงมันก็ก่อนหน้านั้นแหละ แต่เธอไม่อยากให้มารดากับพี่ชายมองว่าเธอง่ายเกินไปจึงตอบไปตามนั้น
สิบโมงเช้าวันถัดมาทั้งสองก็ยังไม่ตื่น กระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์รักนรินทร์จึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับ “มีอะไรแต่เช้าครับพ่อ” ‘เช้าอะไรของแก นี่มันสิบโมงกว่าแล้วนะ’ “สิบโมงแล้วเหรอครับ” รักนรินทร์เอ่ยเสียงยานคาง นี่เขานอนไปได้อย่างไร ปกติไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อน “ก็เออน่ะสิ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ แกรู้ตัวไหมว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้” พอได้ยินบิดาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเช่นนั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าฝ่ายนั้นต้องโทร. ไปฟ้องบิดาของเขาอย่างแน่นอน มุมปากคนตัวใหญ่ยกขึ้นเล็กน้อย “เดี๋ยวผมเข้าไปครับพ่อ” รักนรินทร์วางสายไปแล้วจึงหันมามองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำท่าคล้ายกับปวดศีรษะอย่างหนัก “ปวดหัวเหรอ” “ค่ะ มันรู้สึกมึน ๆ อึน ๆ แล้วก็พะอืดพะอมด้วย” เหมือนอยากอาเจียนแต่ไม่อาเจียน ทรมานสุด ๆ รักนรินทร์ยิ้มให้เธอ “เขาเรียกว่าเมาค้าง” “ทรมานเป็นบ้าเลย ต่อไปแก้มจะไม่กินให้ตัวเองเมาอีกเป็นอันขาด” เขาหัวเราะหึ ๆ กัลยากรจ้องหน้าเขา “
“อืม” กัลยากรอยู่ในสภาพสะลืมสะลือ แต่ก็พอจะรู้ว่าเขาคุยอะไรกับเธอบ้าง เธอรู้ว่าตัวเองเมา แต่เธอก็จำได้ทุกอย่างเช่นกัน เพียงแต่ร่างกายตอบสนองช้าเท่านั้นพอมาถึงบ้านรักนรินทร์ก็บอกให้คนขับรถไปรออยู่ที่คอนโด คนตัวใหญ่พยุงร่างเธอเข้าไปในบ้าน“พี่รักไม่กลัวคุณแพรรู้เหรอคะ” กัลยากรถามเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้ว“ไม่กลัว” แขนสองข้างสวมกอดคนตัวเล็กไว้“พี่รักไม่รักแก้ม”“ไม่ได้เขียนบันทึกประจำวันมากี่วันแล้วฮึ”“หลายวันแล้วค่ะ” เพราะความเมาเธอจึงไม่นึกเอะใจกับสิ่งที่เขาถาม“ทำไมไม่เขียนหืม” มือข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้นมาแล้วประทับจูบลงไปอย่างอ่อนโยน“ไม่อยากเขียนค่ะ” เพราะเขากำลังจะหมั้นกับคนอื่น เธอจึงทำใจเขียนต่อไม่ค่อยได้“พรุ่งนี้กลับไปเขียนต่อนะ”“ทำไมคะ”“เพราะพี่อยากให้แก้มอ้วนเขียนถึงพี่ไง”“ได้ แก้มจะเขียนถึงพี่รัก”สิ้นคำร่างทั้งสองก็ไม่มีเสื้อผ้าเหลือสักชิ้นแล้ว เขาอุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำด้วยกันแต่อาบยังไม่สะอาดดี ไฟราคะก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกแล้ว คนตัวใหญ่ตอกอัดสะโพกเข้าหาเธอจนนับครั้งไม่ถ้วน ออกจากห้องน้ำแล้วยังมาต่อที่เตียงนอนอีกหลายยก“อา แก้มอ้วนเสียวไหม”“เสียวจนตัวชาไ
จากนั้นก้มลงใช้ปากและลิ้นกับส่วนอ่อนไหวของเธอ “อื้อ พี่รักขาแก้มเสียว” เพราะรักนรินทร์เองก็รู้สึกเมาเช่นเดียวกันจึงลงลิ้นหนักกว่าทุกครั้ง และมันยิ่งทำให้เธอครางเสียงดังขึ้นอีก“อา พี่รัก อย่าหยุดนะคะ อื้อ อ้า ซี้ดดดด อูยเสียวเหลือเกิน” ดวงตาของเธอหวานเยิ้มยิ่งกว่าเก่ารักนรินทร์รับรู้ได้ว่าขาของเธอกำลังสั่นระริก เขาตรึงสะโพกคนใต้ร่างไว้แน่น แล้วรัวลิ้นเร็วแรง กัลยากรครางเสียวแทบขาดใจ กระทั่งร่างของเธอเกร็งกระตุกเขายังไม่หยุด“อื๊อพี่รักคะ หยุดก่อนค่ะ แก้มจะขาดใจตายแล้ว”รักนรินทร์จึงถอนลิ้นออก แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับร่างของเธอไว้ “ขอข้างหลังนะ”“ค่ะ”เขาจับให้เธออยู่ในท่าคลานเข่าแล้วแทรกแก่นกายเข้าไปในตัวเธอในคราเดียว “อา คับแน่นเป็นบ้าเลยแก้มอ้วน” เขาโน้มตัวลงไปขบดูดบนแผ่นหลังขาวเนียน มือสองข้างพลางขยำสองเต้าอย่างเมามัน “เสียวไหมแก้มจ๋า” ว่าจบบั้นท้ายก็ขยับเข้าออกไปด้วย ปากยังไม่ละจากผิวกาย ส่วนมือยังนวดคลึงอยู่กับเต้างาม“สะ เสียวค่ะ อา พี่รักมันลึกมากเลยค่ะ”“วันนี้ครางเสียงดัง ๆ เลยนะ”“ทำไมคะ”“พี่ชอบฟังเสียงแก้มอ้วน มันเร้าอารมณ์ดี”“ค่ะ” เธอเองก็ชอบครางเหมือนกัน เพราะมันทำให







