LOGINวันนี้เป็นวันหยุด พลอยไพลินกับกัลยากรจึงมาอยู่เป็นเพื่อนอัยลดาได้ “อัย เจ้าหนี้เถื่อนโทรมา” เสียงกัลยากรตะโกนบอกเพื่อนที่กำลังอาบน้ำ “ใครอะ” “ไม่ต้องรับนะ” เสียงอัยลดาตะโกนกลับมา กัลยากรหันมากระซิบถามพลอยไพลิน “ใครเหรอพลอย” มือยังคงสับมะละกอเพื่อทำส้มตำถาด “น่าจะเป็นคนนั้นแหละ” “อ้อ เข้าใจละ ตั้งชื่อซะน่ากลัวเลย เธอเคยเห็นหน้าเขาไหม” กัลยากรถาม “ไม่เคย” “ได้ยินว่าเป็นเพื่อนกับพี่รักไม่ใช่เหรอ” “อืม แต่พี่รักไม่เคยพามาที่บ้านเลย มีแต่พี่รักนั่นแหละที่ไปหาเขาที่ผับ” “ชื่ออะไรนะ” “หิน” “อ้อ ก้อนหินสิ้นใจ” พลอยไพลินขำน้อย ๆ กับชื่อใหม่ที่กัลยากรตั้งให้เจ้านายเพื่อน หลังจากนั้นเจ้าหนี้โคตรเถื่อนก็โทร. มาอีก อัยลดาเดินออกมาจากห้องน้ำยังทำเป็นไม่สนใจ “ไม่รับสักหน่อยเหรออัย” กัลยากรถาม “ไม่อะ เรายังไม่พร้อมที่จะคุยกับเขา” อัยลดาไม่รู้ว่าเขาจะโทร. มาทำไม แต่เธอยังไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้ “แล้วเรื่องที่มีคนทุจริตในผับขอ
ศิลาหยิบภาพถ่ายในซองเอกสารขึ้นมาดูทีละแผ่น กรามของเขาขบกันแน่น พศินจึงเปิดคลิปเสียงพร้อมวิดีโอคลิปที่นักสืบถ่ายเอาไว้ตอนที่อัยลดาไปพบณเรศให้พี่ชายฟัง “นี่คือคลิปของจริงที่ผมจ้างนักสืบตามไอ้ณเรศไป ส่วนที่ไอ้ไอซ์ส่งให้พี่มันคือคลิปที่สร้างมาจากเอไอ” ลำคอของศิลาคล้ายตีบตันจนแทบกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ เมื่อดูคลิปทั้งสองจนจบ พร้อมกับพึมพำออกมา “นี่กูทำอะไรลงไป” เพราะอัยลดาเคยบอกเขาว่ามีคนทุจริตและกำลังรวบรวมหลักฐาน และยังพูดเป็นนัยว่าอาจเป็นคนสนิทของเขาอีกด้วย เป็นเพราะความโกรธและหึงหวงเขาจึงลืมนึกถึงเรื่องนี้ “ส่วนเรื่องที่คุณอัยโอนเงินให้ไอ้หมอนั่น ผมคิดว่าคงเป็นฝีมือไอ้ไอซ์ เพราะมันคิดจะจัดการคุณอัยอยู่แล้ว” ศิลาคิดย้อนไปวันที่ไอศูรย์มาขอให้อัยลดาปลดล็อกรหัสพนักงานให้ “ต้องเป็นวันนั้นแน่” ที่ไอศูรย์ลอบจดจำรหัสผ่านของอัยลดา “ส่วนหลักฐานการทุจริตพี่ต้องไปถามคุณอัยแล้วละ” “อัยจะยอมคุยกับกูเหรอ” “ก็ต้องลองดู”ทางด้านของอัยลดา เพราะชินกับการนอนกลางวัน พอตกกลางคืนจึงทำให้นอนไม่หลับ เที่ยงคืนแล้วเธอยังไม่รู้สึกง่
อัยลดาเดินเข้ามาในบ้านด้วยอาการเบื่อหน่าย เหตุผลที่เธอไม่กลับไปที่บ้านเพราะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป อีกอย่างเธอไม่อยากให้พ่อต้องเป็นห่วงเรื่องที่เธอถูกศิลาเข้าใจผิด อีกทั้งยังถูกไอศูรย์ใส่ร้าย อัยลดานั่งคิดอยู่นานว่าจะหาหลักฐานที่เธอไม่ได้พูดประโยคพวกนั้นกับณเรศได้อย่างไร แต่ก็คิดไม่ออก เพราะเธอไปพบเขาเพียงลำพัง อีกทั้งยังโมโหที่เธอหลงกลคนอย่างณเรศ เมื่อคิดอะไรไม่ออกอัยลดาจึงมองไปยังกระเป๋าเดินทางของตนโดยไม่ได้ตั้งใจ และเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกระเป๋าโน้ตบุ๊กของตนวางอยู่ด้วย เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ “เอาของของเขามาทำไมวะเนี่ย” หลังจากนั้นจึงเดินออกไปซื้อของกินในตลาด ซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองซอยแต่ก็ไม่ถือว่าไกลมาก ส่วนศิลาพอตื่นขึ้นมาตอนสิบโมงก็ปวดทั้งศีรษะทั้งท้อง เพราะเมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนเลย อีกทั้งเขาคงเครียดมากเกินไปจึงทำให้ปวดท้องด้วย คนตัวใหญ่นั่งหย่อนขาลงข้างเตียงด้วยท่าทางอ่อนแรง วันนี้เป็นวันแรกที่เขาไม่อยากทำงานเอาเสียเลย เช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าวันนี้เขาจะไม่เข้าไปที่ผับ คืนนั้นพอ
ไอศูรย์เดินเข้ามาหาฉายระวี ซึ่งตอนนี้เธอมาทำตำแหน่งแคชเชียร์ชั่วคราว เนื่องจากมินตราลาออกกะทันหันทางร้านจึงหาแคชเชียร์ไม่ทัน “จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอคะ” ฉายระวีถามด้วยท่าทางกระตือรือร้น “อืม” “แล้วอย่างนี้…” “เริ่มทำงานได้” ช่วงนี้ศิลายังคงเสียใจกับสิ่งที่อัยลดาทำลงไป คงไม่มีเวลามานั่งตรวจสอบพนักงานในร้าน เพียงเท่านั้นฉายระวีก็ยิ้มกว้างออกมา เธออดอยากมาหลายเดือนแล้ว คราวนี้เห็นทีเธอต้องรีบกอบโกยเสียแล้วผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งยศสพลกลับขึ้นมาบนห้องทำงานของเจ้านาย พลางเอ่ย “เสี่ยครับ” “ถึงบ้านหรือยัง” “ถึงแล้วครับ” ศิลายังคงนั่งเงียบ ยศสพลจึงพูดขึ้นอีก “ถ้าเสี่ยเป็นห่วงคุณอัย ทำไมต้องไล่เธอไปด้วยล่ะครับ ผมว่าเสี่ยควรฟังเธอ…” “หุบปากซะ กูไม่อยากฟัง” “ครับ” เพียงเท่านั้นยศสพลก็ไม่ได้พูดอะไรอีกฝ่ายอัยลดาที่พยายามอดทนอดกลั้นมาตลอด กระทั่งกลับมาถึงบ้านจึงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาดั่งสายธาร เธอไม่คิดว่าศิลาจะเป็นคนไร้เหตุผลเช่นนี้ ทำไมเขาไม่ยอมรับฟังคำอธิบายของเธอบ้างคืนนั้นอั
คืนนั้นศิลากับอัยดาเข้างานเกือบห้าทุ่ม พอมาถึงที่ทำงานอัยลดาก็ปลีกตัวไปที่แผนกคลังสินค้าเพื่อถ่ายรูปสินค้าพวกนั้นไว้เป็นหลักฐานทันที และก็พบว่าสินค้าบางส่วนที่มีสัญลักษณ์ห้ามจำหน่ายพวกนั้นหายไปจริง ๆ เกือบสามสิบนาทีอัยลดาจึงเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน แต่เธอกลับพบว่าไอศูรย์ก็อยู่ในห้องนั้นด้วย สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ค่อยดีนัก “กูขอตัวไปทำงานก่อนนะ ค่อย ๆ คุยกันล่ะ” ไอศูรย์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินออกไปจากห้อง แถมยังมองศิลาด้วยสายตาห่วงใย แต่อัยลดารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันจอมปลอมยิ่งนัก “มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ” อัยลดาทำหน้างุนงง “ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่านี่มันคืออะไร เธอแอบนัดเจอกับแฟนเก่าไม่พอ ยังแอบโอนเงินบริษัทให้มันอีกเหรอ” “เสี่ยพูดเรื่องอะไรคะ โอนเงินอะไร” คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันแน่น “ยังจะทำหน้าไร้เดียงสาอีกเหรอ รหัสของเธอเป็นผู้โอนเงินบริษัทไปที่นายณเรศเนี่ย ยังจะเป็นฝีมือใครได้อีก เพราะแบบนี้ใช่ไหมเมื่อตอนกลางวันเธอถึงรีบปิดโน้ตบุ๊ก” อัยลดารีบดูเวลาที่เงินบริษัทถูกโอนออกไป และคงเป็นความซวยของเธอจริง ๆ ที่
อัยลดากลับมาถึงคอนโดตอนบ่ายโมงครึ่งก็ยังทำตัวตามปกติ เธอซื้อผัดไทยกุ้งสดเข้ามาด้วยสองห่อเพื่อกินกับเขาศิลาก็ไม่ได้ทำตัวมีพิรุธแต่อย่างใด “นัดกับเพื่อนไม่ได้กินข้าวด้วยกันเหรอ”“กลัวเสี่ยไม่มีเพื่อนกินข้าวก็เลยกินไปแค่นิดเดียวค่ะ”ศิลารู้ว่าเธอไม่ได้กินข้าวกับณเรศแม้แต่คำเดียว เรื่องนี้เขาควรดีใจใช่ไหม เพราะเกรงว่าจะได้ยินคำโกหกมากกว่าเดิมศิลาจึงไม่ถามเธอเรื่องนี้อีก “อัยเกลียดคนแบบไหนมากที่สุดเหรอ”“เสี่ยถามทำไมคะ”“ฉันจะได้ไม่ทำ”“อืม… อัยเกลียดคนที่ชอบพูดโกหกค่ะ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม”“งั้นอัยก็คงไม่ทำกับฉันด้วยใช่ไหม”อัยลดาชะงักไปครู่หนึ่งจึงตอบ “ค่ะ” อัยจะโกหกเสี่ยแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ต่อไปอัยจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วศิลาถือว่าคำนี้คือคำสัญญา แต่เธอจะทำได้ไหมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วอัยลดาก็นั่งดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังของแผนกคลังสินค้า อัยลดาจึงพบว่าแผนกคลังสินค้ามีการลำเลียงสินค้าขึ้นรถอีกครั้ง หรือนี่จะเป็นแค่สินค้าที่ยืมมาจากที่อื่น เพื่อทำให้สต็อกสินค้าตรงตามระบบเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดก็แสดงว่าสต็อกสินค้ามีปัญหาจริง ๆ และคนที่อยู







