Accueil / รักโบราณ / เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ / บทที่ 6 ถูกกลั่นแกล้ง

Partager

บทที่ 6 ถูกกลั่นแกล้ง

last update Date de publication: 2025-04-19 10:27:00

บทที่ 6 ถูกกลั่นแกล้ง

ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินเมื่อความทรงจำปะทุราวกับสายน้ำ ซ้ำเติมหัวใจที่ว่างเปล่าของอวิ๋นหลิงนางร่ำไห้หลับไปทั้งน้ำตา

เช้าวันต่อมาเปลือกตาของอวิ๋นหลิงหนักอึ้งแต่เหมือนว่านางเคยชินเพราะไม่มีวันไหนที่นางไม่หลับไปทั้งน้ำตา มีสิ่งที่เปลี่ยนไปคือคำสั่งของไท่หยางที่สั่งการลงมาต่อจากนี้เขาไม่ให้นางไปปรนนิบัติเช่นเคยแต่ให้นางไปทำงานที่หลังจวนแทนนั่นคือการซักผ้า เหมือนจะเป็นงานสบายแต่ก็หนักหนาสำหรับนางอยู่มากจางอวิ๋นหลิงมิได้เอ่ยปากบ่นแต่อย่างไร อย่างน้อยก็ดีกว่าการให้นางไปพบเจอไท่หยาง

นางเดินตามแม่บ้านซูเป็นผู้ดูแลหลังจวนและคอยสั่งงานให้สาวใช้แต่ละคนได้ทำ ทว่าไป๋หนิงซินมิได้มาทำงานเช่นเดียวกันนางเพราะงานของนางคืออยู่ในโรงครัว แม้จะห่วงอวิ๋นหลิงแต่ก็ขัดคำสั่งของท่านแม่ทัพมิได้ แม่บ้านซูพาอวิ๋นหลิงเดินมาถึงธารน้ำหลังจวนเป็นสถานที่ไว้สำหรับซักผ้า น้ำใสจนเห็นแผ่นหินเสียงน้ำไหลผ่านเมื่อได้ยินทำให้จิตใจของนางเริ่มสงบไม่ขุ่นมัวหัวใจ

“งานของเจ้าคือการซักผ้าพวกนี้ รีบทำเสียก่อนที่แสงแดดของวันจะหมดลง ข้าขอกำชับเจ้าอีกอย่างอย่าคิดแม้แต่จะกระโดดน้ำหนีเพื่อปลิดชีพตนเองเพราะสิ่งนั้นจะทำให้ข้าถูกลงโทษไปด้วย หากเจ้าอยากทำงานนี่อย่างสงบสุขอย่าแม้แต่คิดเชียวล่ะ ”

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นหลิงจ้องมองกองผ้าที่อยู่ตรงหน้าค่อย ๆ เริ่มจัดการทันที แต่ว่าเมื่อเริ่มลงมือซักผ้าที่ลำธาร นางก็รู้สึกถึงความยากลำบากที่ต้องเผชิญ ดินโคลนเปียกที่ติดมาบนผ้าไหนจะไม้ที่นางใช้ฟาดไม่ถนัดมือจนเจ็บบวมแดงขึ้นมา มือที่นุ่มและเรียวงามบัดนี้เริ่มพองแดงจากการทำงาน จนกองผ้าที่กองท่วมหัวเริ่มลดน้อยลงเรื่อย แม้จะเหนื่อยล้าร่างกายเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากแรงที่ต้องใช้ แต่จางอวิ๋นหลิงก็ยังคงตั้งใจซักผ้าไปเงียบๆ

ทว่าไม่นานก็มีเสียงซุบซิบจากสาวใช้ในจวนดังขึ้น สาวใช้กลุ่มหนึ่งยืนมองจางอวิ๋นหลิงจากที่ไกลๆ พวกนางมองดูอย่างหัวเราะเยาะกับสถานการณ์ของนางที่เคยเป็นคุณหนูผู้สูงส่ง แต่กลับกลายเป็นเชลยที่ต้องทำงานหนักยิ่งกว่าทาสในตอนนี้

“เห็นไหมล่ะ นั่นคุณหนูจาง อดีตคุณหนูที่เคยมีฐานะ ตอนนี้เป็นแค่สาวใช้ซักผ้าเท่านั้น” เสียงหนึ่งกระซิบขึ้นในกลุ่ม

“ก็สมควรแล้วนะนางเป็นเชลยจะอยู่สุขสบายได้อย่างไรเล่า พวกเราได้ทำงานหนักอยู่แล้วทำไมนางจะไม่ต้องทำบ้าง? ” อีกเสียงหนึ่งเสริม

จางอวิ๋นหลิงได้ยินเสียงเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้หันไปสนใจ ความรู้สึกขมขื่นในใจของนางไม่ได้เพิ่มขึ้นจากคำพูดเหล่านั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางในตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากการที่ชีวิตถูกทำลายไปแล้วทุกอย่าง จางอวิ๋นหลิงแค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ โดยไม่ให้เสียงพวกนั้นมารบกวนจิตใจ

แต่แล้ว ขณะที่จางอวิ๋นหลิงกำลังซักผ้าอยู่ที่ลำธาร กลับมีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ในมือของสาวใช้คนนั้นถือผ้าที่ซักเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับท่าทางที่ดูเจ้าเล่ห์

“คุณหนูจางเจ้าค่ะ ทำไมไม่ซักผ้าให้สะอาดล่ะคะ?” สาวใช้คนนี้ถามด้วยเสียงอ่อนหวาน แต่กลับแฝงไปด้วยความหมิ่นประมาท

จางอวิ๋นหลิงไม่ตอบอะไร เพียงแค่เอามือหยิบผ้าออกมาซักอีกครั้ง โดยไม่ยอมพูดอะไรเลย

สาวใช้คนนั้นเห็นเช่นนั้นก็แสดงท่าทีไม่พอใจ เดินไปข้างหลังแล้วใช้เท้ากระทืบผ้าที่จางอวิ๋นหลิงเพิ่งซักเสร็จจนมันยับเยิน จากนั้นจึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และพูดว่า “ซักใหม่เสียที ผ้าไม่สะอาดเลย”

คำพูดและการกระทำของสาวใช้ทำให้จางอวิ๋นหลิงรู้สึกเจ็บปวดใจ ทว่าไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของนาง นางเพียงแค่เงียบและทำตามคำสั่งของสาวใช้อย่างไม่มีคำค้าน นางรู้ดีว่าไม่ว่าจะตอบโต้ไปอย่างไร ก็ไม่มีอะไรที่จะช่วยให้ชีวิตของนางดีขึ้นได้

จางอวิ๋นหลิงยอมรับชะตากรรมนี้อย่างไม่โต้แย้ง แม้จะถูกทำร้ายและดูถูกเพียงใด แต่สิ่งที่นางต้องการคือความสงบในใจ แม้จะไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่นางยังคงเลือกที่จะอดทนต่อไป แม้จะเป็นแค่การอยู่รอดในโลกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการถูกกระทำอย่างไร้ความเมตตา ยิ่งนางตอบโต้สาวใช้พวกนี้คงไม่หยุดกระทำไว้เพียงเท่านี้แน่ และการใช้ชีวิตของนางต่อจากนี้คงพบเจอแต่เรื่องยุ่งยากในทุกวัน

ครั้นนั้นไป๋หนิงซินทำงานเสร็จเดินตามมาดูอวิ๋นหลิงด้วยความเป็นห่วงและเห็นทุกอย่างที่นางถูกกระทำ ทำให้นางไม่พอใจรีบเข้าไปต่อว่าและห้ามปรามในสิ่งที่พวกนางกำลังกลั่นแกล้งอวิ๋นหลิงอยู่

“พวกเจ้าทำอะไรนาง รังแกแม้กระทั่งสตรีที่ไม่มีทางสู้อย่างนั้นหรือ ? ความเป็นคนของพวกเจ้าไปไหนกันหมดความเมตตาไม่มีเหลืออยู่เลยหรือไงกัน”

“แล้วเจ้าเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับนางเชลยผู้นี้กัน นางเป็นนายหญิงของเจ้าอย่างนั้นรึ ? ทำไมข้าจะกลั่นแกล้งนางไม่ได้”

“เจ้ามันใจทรามต่ำช้าเสียจริง มิน่าสามีของเจ้าถึงหนีไปมีสตรีอื่นเพราะปากของเจ้านี่เอง”

“นังไป๋หนิงซินเจ้ากล้าดียังไงมาพูดถึงเรื่องนี้วันนี้ข้าจะต้องเอาเลือดปากของเจ้าออกมาให้ได้เพื่อสั่งสอนเจ้า” พูดจบนางกระโจนเข้ากระชากหัวของไป๋หนิงซินแต่มีหรือที่ไป๋หนิงซินจะยอมนางต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองทันที ครานั้นอวิ๋นหลิงเริ่มเห็นท่าไม่ดีเป็นเพราะนางไป๋หนิงซินจึงได้โต้เถียงจนถึงขั้นลงไม้ลงมือนางไม่ได้ให้เรื่องนี้ทำให้ไป๋หนิงซินได้รับโทษจึงเข้าไปห้ามปราม

“ทั้งสองหยุดเถอะ ไป๋หนิงซินข้าเองที่ยอมทำโดยไม่ปริปากไม่ว่าพวกนางจะทำอันใดข้ายอมได้ทั้งนั้น หยุดตบตีกันเถอะนะ”

“เฮอะ ! ดูสินางทำราวกับว่าเป็นคุณหนูผู้แสนอ่อนหวาน ฮ่า ฮ่า พวกเจ้ามาจับตัวนางเพื่อสั่งสอนเร็วเข้า” สาวใช้ที่ดึงผมของไป๋หนิงซินอยู่เริ่มเรียกหาสหายสองคนที่ยืนพูดคุยกันอยู่เมื่อครู่

“เจ้ามันเสียสติแล้วหรือไง พวกนี้ไม่ปล่อยเจ้าไปต่อให้เจ้าอยู่อย่างเงียบ ๆ หรอกนะ พวกเจ้าอย่าคิดจะแตะต้องตัวนางมิเช่นนั้นอาจจะถูกท่านแม่ทัพลงโทษเอาได้นี่ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วนะ”

“แหม ๆ นังไป๋หนิงซินแกนะเอาอะไรมาพูดนางเป็นเพียงเชลย ข้าสั่งสอนมีแต่ท่านแม่ทัพจะชอบใจ” พูดจบสาวใช้เริ่มมารุมตบตีอวิ๋นหลิง นางไม่ทันตั้งตัวถูกตบเข้าที่ใบหน้าจนเกิดเป็นรอยนิ้วเป็นริ้ว ๆ

เพี้ยะ !! อวิ๋นหลิงหน้าชาใบหน้าร้อนผ่าวไปหมดแต่กระนั้นนางกลับไม่ตอบโต้ หากถูกตบตีจนตายเช่นนี้นางจะไม่ต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายและสมปรารถนาของนาง แต่เมื่อจ้องมองไปยังไป๋หนิงซินที่พยายามต่อสู้เพื่อนาง นางเริ่มสมเพชตนเองมากกว่าเดิมที่ให้คนอื่นมาเป็นห่วง ทั้งมือทั้งเท้าของสาวใช้ที่รุมตีนางยามนี้นางเริ่มระบมไปทั้งร่างกาย ครานั้นเองที่นางและไป๋หนิงซินกำลังหมดแรงกำลังเสียงดังกึกก้องตะโกนออกมาสนั่นหวั่นไหวทำให้สาวใช้ทั้งสามคนรีบผละมือแลเดินออกห่างกายของอวิ๋นหลิงใบหน้าพลันเปลี่ยนสี

พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!!!” อวิ๋นหลิงเงยหน้าไปมองเจ้าของเสียงเข้มขรึมดุดันราวกับจะฆ่าคนได้ยิ่งเห็นแววตาของเขาที่จ้องเขม็งไปยังสาวใช้ที่ยืนอยู่ต่อหน้า นางค่อย ๆ พยุงตัวยืนขึ้นแม้จะเจ็บไปทั้งตัว

“ทะ...ท่านแม่ทัพมาที่หลังจวนเช่นนี้มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”สาวใช้ที่เป็นหัวโจก เอ่ยถามเสียงสั่นไม่ต่างจากร่างกายของนางยามนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 28 ปล่อยวาง(ตอนจบ)

    บทที่ 28 ปล่อยวางอวิ๋นหลิงเงยหน้าขึ้นมองไปด้านอื่นน้ำตาไหลรินไม่ต่างกัน ความเจ็บปวดที่นางพบเจอล้วนแต่เป็นเขาที่เป็นคนทำมัน ความปวดร้าวเรื่องราวที่ผ่านมาจะให้นางให้อภัยได้อย่างไร เขายังคงกอดขานางแน่น อวิ๋นหลิงไตร่ตรองเป็นอย่างดีก่อนจะเอ่ยมาทำลายความเงียบภายในห้อง“แต่มีทางหนึ่งที่ท่านสามารถทำให้ข้าให้อภัยท่านได้ ” ไท่หยางเงยหน้าขึ้นจ้องมองนาง รีบลุกขึ้นไม่ว่านางจะให้เขาทำอะไรข้ายอมทั้งนั้นหากมันจะทำให้นางให้อภัยเขาได้ และเขาจะได้ไถ่โทษกับตระกูลของนาง“ไม่ว่าเจ้าจะให้ข้าทำอะไร ข้าทำให้เจ้าได้ทั้งนั้นหากเจ้ายอมให้อภัยข้าในสิ่งที่ผ่านมา”“ปล่อย.. ปล่อยข้าไปอย่าได้รั้งกันไว้อีกเลย เพียงเท่านี้เราทั้งสองก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว ข้าไม่อาจทนเห็นใบหน้าของท่านได้อีกความเกลียดความแค้นมันมากมายเหลือเกิน เพียงเห็นใบหน้าของท่าน ข้าก็อดที่จะคิดถึงเรื่องราวที่ท่านเคยทำไว้ไม่ได้ ได้โปรดปล่อยข้าไปเสีย ข้าจะอภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเราหมดวาสนาต่อกันเพียงเท่านี้เถิด ข้าเหน็ดเหนื่อยไม่อยากจะพบเจอเรื่องเช่นนี้อีกต่อไป ...” ไท่หยางหมดเรี่ยวแรงปล่อยมือออกจากกายของนาง ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ตนเองก่อขึ้นมา“ข้ารู้ว

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่27 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    บทที่27 ความจริงที่แสนเจ็บปวดครั้นสองเท้าย่างกรายออกมาด้านนอกบัดนี้กองกำลังของเขาถูกล้อมไปด้วยทหารของแคว้นหยางอันจนหมดสิ้น โดยมีแม่ทัพหลิวไท่หยางยืนรอเขาอยู่ด้านหน้าจวน“เจ้าช้ากว่าข้าไปหนึ่งก้าว ยอมแพ้แต่โดยดีเพราะตอนนี้แคว้นของเจ้าถูกคนของข้าล้อมรอบไว้หมดแล้ว” ไท่หยางป่าวประกาศน้ำเสียงเข้มขรึมน่าเกรงขาม อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน นี่เขาพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้ข้าจะยอมแพ้หรือ แคว้นฉู่ของข้า ยอมตายแต่ไม่ยอมลดศักดิ์ศรีเด็ดขาด พวกเราลุกขึ้นสู้เพื่อแคว้นของเรา” ชางถิงพูดปลุกใจของเหล่าทหารชั่วพริบตาเดียวกองทัพทหารของแคว้นฉู่ได้วิ่งกรู่ออกมาอีกจำนวนมาก เริ่มปะทะสู้กันอย่างดุเดือด ยามนี้แคว้นฉู่นองเลือดจนกลิ่นคละคลุ้งผู้คนเริ่มล้มตายจากการต่อสู้ และแล้วเขาก็ตกอยู่ใต้ดาบของหลิวไท่หยาง กายเต็มไปด้วยเลือดของศัตรูอาบใบหน้า ถือดาบจ่อที่คอของชางถิง“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าก็ชนะข้า เอาสิบั่นคอข้าไปเลยเจ้าจะได้นำชัยชนะกลับไป เอ๊ะเดี๋ยวสิ! ข้าจะบอกแก่เจ้าก่อนแล้วกัน ข้าได้ยินมาว่าจับตัวบุตรสาวของจางชิงหลงแคว้นหนานไฮ้ไปเพื่อแก้แค้นนางใช่หรือไม่ อีกอย่างเจ้าเองก็ลงมื

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 26 รับไว้เพียงไมตรีมิอาจจะรับความรักของท่านได้

    บทที่ 26 รับไว้เพียงไมตรีมิอาจจะรับความรักของท่านได้ฝั่งด้านอวิ๋นหลิงตั้งแต่หลังจากกลับมาจากวันนั้น นางไม่ได้พบเจอหน้าไท่หยางอีกเลย ได้ยินผ่านจากไป๋หนิงซินว่าเขาปลอดภัยดีนางเองก็สบายใจทำงานเหมือนอย่างเคย แม้จะอยู่ห้องใกล้ ๆ กันกับเขาแต่ทว่านางไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไปหาเขาเลยด้วยซ้ำ“เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ ? ” ไป๋หนิงซินยื่นหมั่นโถวให้นางพลางย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ ช่วงนี้เหมือนหิมะจะหยุดตกแล้วทว่ายังมีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่ในอากาศ หมั่นโถวร้อน ๆ พอทำให้คลายหนาวได้บ้าง“ขอบใจนะ ข้าเพียงแค่คิดว่าหากข้าไม่กลับมาเจ้าจะเป็นอย่างไร คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?”“ถามมาได้ขนาดเจ้าหายไปเพียงหนึ่งคืนข้าแทบนอนไม่หลับ กระวนกระวายไปหมดไม่เห็นหรือไงว่าข้าดีใจแค่ไหนที่เจ้ากลับมา ” ไป๋หนิงซินเอ่ยพลางกินหมั่นโถวเข้าปากคำใหญ่“นั่นสินะ ... ถ้าตอนนั้นข้าเลือกที่จะทิ้งไท่หยางและหนีไปตอนนี้ชีวิตของข้าจะเป็นอย่างไรนะ”“อย่าบอกนะว่าเจ้ามีโอกาสหนียามที่ท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บนะ”“อื้ม ...แม่ทัพของเจ้าบอกให้ข้าหนีไปยามมีโอกาสแต่ไม่รู้ทำไมข้าถึงไม่หนีกันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าข้าเกรงว่าเจ้าจะร่ำไห้เพราะเป็นห่วงข้านะสิ ฮึ ฮึ”

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 25 แม่ทัพถูกโจมตี

    บทที่ 25 แม่ทัพถูกโจมตีจวนแม่ทัพหลิวไท่หยางไป๋หนิงซินเฝ้ามองไปที่ประตูจิตใจกระวนกระวายเป็นห่วงอวิ๋นหลิง นี่ก็ยามซวี (19.00) แล้วทั้งสองคนยังไม่กลับเข้าจวนอีกทั้งหิมะก็ตกแรงมากกว่าเดิม นางมิอาจจะเก็บความเป็นห่วงเอาไว้ได้รีบย่างกรายไปหาหลวนฮวานที่ยืนอยู่หน้าห้องของแม่ทัพไท่หยาง“หลวนฮวานทำไมท่านถึงใจเย็นได้ ไม่ร้อนใจเลยหรือ?เมื่อไหร่ท่านแม่ทัพจะพาอวิ๋นหลิงกลับจวน ข้าชักเป็นห่วงจริง ๆ หวังว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับท่านแม่ทัพหรอกใช่มั้ย”“เจ้าอย่าเป็นกังวลไปเลย ท่านแม่ทัพมีฝีมืออีกไม่นานก็คงกลับมา” แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ใจของหลวนฮวานก็เป็นห่วงท่านแม่ทัพเช่นเดียวกัน ทว่ายามนั้นมีทหารใบหน้าแตกตื่นวิ่งเข้ามาแจ้งให้หลวนฮวานได้รับรู้“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”“เรื่องอะไรกันทำไมเจ้าถึงได้รีบร้อนวิ่งมาถึงเพียงนี้”“ข้าออกไปดื่มสุราที่โรงเตี๊ยมมาเมื่อครู่ได้ยินเรื่องของท่านแม่ทัพ มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ หุบเขามาพูดคุยกันเรื่องของแม่ทัพไท่หยางเขาขึ้นไปเก็บสมุนไพรและเห็นว่าท่านแม่ทัพกำลังถูกคนของแคว้นฉู่ไล่ล่า คนของพวกนั้นมากันมาเหลือเกินไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านแม่ทัพจะเป็น

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 24 หนีไปสิตอนที่เจ้ามีโอกาส

    บทที่ 24 หนีไปสิตอนที่เจ้ามีโอกาสสีหน้าของเขาเริ่มซีดเซียวขาวเผือกไร้เลือดฝาด นางพยุงเขาเข้ามาด้านในพร้อมจับเขานั่งลงพิงผนังหิน กลิ่นเลือดคละคลุ้งเต็มอากาศยังคงไหลไม่หยุด อวิ๋นหลิงจ้องมองฝ่ายตรงข้ามพร้อมครุ่นคิดหากนางจะใช้โอกาสนี้ในการหลบหนีคงไม่ยากเพราะเขาคงไม่มีเรี่ยวแรงจะตามนางได้ทันแน่ ๆ นางต้องการหลุดพ้นจากเขาจึงช่างใจคิดครู่ใหญ่ และเหมือนว่าไท่หยางจะรู้ถึงความคิดของนาง“เจ้าคงคิดอยากจะทิ้งข้าไว้และหนีข้าไปสินะ เอาสิยามนี้เป็นเวลาที่เจ้าจะได้หลุดพ้นจากเนื้อมือของข้าแล้ว โอกาสที่เจ้าจะหนีจากข้ามาถึงแล้วปล่อยให้ข้ารอความตายอยู่ที่นี่โดยมิต้องใส่ใจข้า แต่ถ้าหากว่าข้ารอดไปได้ข้าจะตามหาเจ้าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินทั่วใต้หล้าข้าก็จะตามหาเจ้าให้เจอ เมื่อนั้นอย่าหวังว่าจะหนีข้าไปได้เพราะข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปอีก” น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายคนกำลังหมดแรงเอ่ยออกมาโดยใช้กำลังทั้งหมด อวิ๋นหลิงเริ่มลังเล หากนางจะหนีเขาไปนางจะไม่มีทางให้เขาหานางได้พบเลย นางหันไปมองหน้าถ้ำก่อนจะหันกลับมามองไท่หยางอีกครา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกไปจากถ้ำทันที ปล่อยให้เขาอยู่ในถ้ำรอความตายและทนความเจ็บปวดที่กำ

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 23 จำไม่ได้

    บทที่ 23 จำไม่ได้‘คำพูดของนางทำให้จิตใจของข้าสั่นคลอนได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ ?’ “เฮ้อ ! เจ้าคิดว่าเจ้าพบเจอเพียงเท่านี้แล้วข้าจะหายโกรธแค้นหรืออย่างไรกัน เพียงเท่านี้ยังน้อยไปกับที่ท่านแม่ข้าพบเจอ เลิกทำสายตาสีหน้าเบื่อโลกเสียข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าไม่มีทางให้เจ้าตายจากข้าไปง่าย ๆ ที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่เพราะอยากตอกย้ำความเจ็บปวดเจ้าเท่านั้น เจ้าจำที่นี่ไม่ได้เลยหรือ” อวิ๋นหลิงหมดสิ้นความหวังที่เขาจะผลักนางลงเหว เขาก็ยังคงเป็นเช่นนี้เสมอเป็นชายที่ไร้ใจอำมหิตไม่ยอมปล่อยให้นางได้ทำตามความปรารถนานางกวาดสายตามองไปด้านหน้า เทือกเขาสูงชันแม้ท้องฟ้าจะไร้แสงอาทิตย์แต่นางยังคงมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่างได้อย่างชัดเจน แต่ทว่าความทรงจำของอวิ๋นหลิงกลับจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าที่นี่มีความหมายต่อนางอย่างไร แล้วทำไมนางต้องเจ็บปวดด้วยเล่า“ข้าไม่เห็นอันใดแม้แต่น้อยเห็นแต่หุบเขา ท่านต้องการสิ่งใดกับข้ากันแน่ หากไม่ต้องการผลักข้าตกเหวแล้วสิ่งใดกันในที่นี่จะทำให้ข้าเจ็บปวด ” น้ำเสียงนิ่งเรียบตอบกลับอย่างไร้ความรู้สึก ทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นทันตา เพราะสถานที่นี้คือที่ที่เขาเคยพานางเมื่อยามที่รักกันปานจะกลืนกินก่อนที

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 22 ปล่อยข้าไปเถอะ

    บทที่ 22 ปล่อยข้าไปเถอะ“ปล่อยข้าเถอะนะ ข้าไม่ต้องการไม่ว่าท่านต้องการให้ข้าทำอย่างไรข้าจะยอมทำตามทุกอย่าง ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้กับข้าเลย”ไฟราคะปะทุในกายจนรุ่มร้อนไปหมดเขาไม่อาจจะหยุดและทำตามคำพูดของนางได้ เงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าหยุดไม่ได้ หากทุกอย่างไม่เป็นแบบ

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 20 หิมะแรก

    บทที่ 20 หิมะแรกท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีลมหนาวเริ่มพัดผ่านร่างบางหนาวสั่น หลังจากที่กินอาหารร่วมโต๊ะกับไท่หยางเขายังคงไม่ปล่อยให้นางกลับไปที่ห้องที่เคยพักแต่ทว่ากลับพานางมาอีกห้องที่อยู่ใกล้ห้องเขามากกว่าเดิม สองเท้าก้าวเข้าไปในห้องตามหลังเขาไปติด ๆ ภายในห้องเสมือนถูกจัดแต่งไว้สำหรับสตรี ในห้องอบอุ่น

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 17 อับอาย

    บทที่ 17 อับอายก่อนจะออกไปส่งใต้เท้าจื่อเหมาไท่หยางหันหน้าไปมองพร้อมกระพริบตาให้แก่หลวนฮวานพาอวิ๋นหลิงกลับไปที่ห้องพักของนาง หลวนฮวานพยักหน้าน้อมรับคำสั่งของนายท่านอุ้มร่างอวิ๋นหลิงไปที่ห้องของนางฝั่งด้านไป๋หนิงซินนางเป็นห่วงอวิ๋นหลิงจนนั่งไม่ติดพื้นเดินไปเดินมาทั่วห้องครานั้นนางได้ยินเสียงฝีเท้า

  • เชลยแค้นแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 16 แหลกสลาย

    บทที่ 16 แหลกสลายยามซวี (19.00)ที่ห้องโถงยังคงมีเสียงดังเอะอะเสียงหัวเราะของเสนาบดีที่พูดถูกคอกับท่านแม่ทัพไท่หยาง จนท้องฟ้ามืดสลัวสาวใช้ในห้องครัวเริ่มยกสำรับอาหารมาจัดแจงเพื่อต้อนรับแขกของท่านแม่ทัพ อาหารมากมายอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมดทว่ายามนี้ฟางหลานซือกลับเรือนไปก่อนหน้าแล้วเพราะสิ่งที่นางต้องการค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status