LOGINเจียวมี่เคยอ่านเจอแต่ตายและได้ไปอยู่มิติอื่น แต่เธอนั้นไม่ใช่…เธอทะลุมิติมาทั้งตัว!! ดีที่เคยมาแล้วหลายครั้งจากกำไลพิเศษ จึงได้เตรียมตัวบ้าง แต่ใครจะรู้ว่าครั้งสุด เธอดันทะลุมาได้สามีเป็นคนจร!! ”ไหนๆก็ทะลุมิติมาทั้งที ทำไมยังต้องมาเป็นเมียคนบ้าอีก“ เสียงเล็กๆนอนคร่ำครวญอยู่บนกองฟาง ”ข้าไม่ได้บ้า ข้าแค่จน ไม่มีบ้านอยู่!!“ เสียงแหบแห้งที่เอ่ยอย่างช้าๆทำนางถอนหายใจ ”จนก็ไปทำงานสิเว้ย นอนอยู่ตรงนี้มันมีกินหรือไง!!“
View Moreเจียวมี่ใช้ชีวิตมาอย่างลำบากลำบนในโลกนี้ที่ระบาดไปด้วยโควิด19 เธออาศัยอยู่กับผู้เป็นย่าและลุงกับป้าสะใภ้ที่แสนจะเห็นแก่ตัว ทันทีที่พ่อตายแม่ของเธอที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของบ้านสามีนัก มอบกำไลทองไว้ให้เธอลับๆ ก่อนหนีหายสาบสูญไปเลย
”ถ้าพรุ่งนี้แกไปรับจ้างร้านเฒ่าแก่ซั่วซงช้าแล้วโดนหักเงิน ฉันจะเอาไม้นี่ตีแกตั้งแต่บ้านยันหน้าปากทางเข้าเชียวคอยดูเถอะ“ บ้านที่อยู่ในถิ่นไม่ได้เจริญมากนักมีทั้งบ้านคนรวยและคนจนปะปนกัน เจียวมี่ถูกจ้างให้ไปทำงานจัดเรียงของที่ร้านค้าในตัวอำเภอ เธอมักอ้างกับผู้เป็นย่าว่าถูกหักเงินครั้งละ10หยวน(50บาท)เนื่องจากทำของในร้านเสียหายบ้าง ไปทำงานช้าบ้าง โดยมีเฒ่าแก่ และภรรยาช่วยปกปิด เพราะทุกครั้งที่กลับมา เธอต้องมีข้าวสารติดมือมาวันละ2กิโล ไข่ไก่สิบฟอง โดนแบบนี้มาเป็นเวลาเกือบ10ปีแล้ว แต่ใครเลยจะรู้ว่าเธอกำลังเตรียมการบางอย่าง บางอย่างที่ว่าคือเธอค้นพบมิติคู่ขนาน จากกำไลทองที่แม่เธอมอบไว้ให้ “ครั้งนี้ซ่อนเงินไว้ได้ถึง100หยวน(500บาท) ซื้ออะไรไปไว้ดีหล่ะ“ ไม่ใช่แค่พาไปยังอีกมิตินึงได้ แต่ในนั้นยังสามารถเก็บของกินของใช้ได้อีกด้วย เธอมักซื้อของกินของใช้ไปไว้ในนั้น เพราะเธอเชื่อว่า สักวันเธอจะได้ไปที่นั่นแน่นอน หลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวมันบอกเธอแบบนั้น รวมถึงจดหมายของแม่ด้วย ”อามี่วันนี้ป้ากับเฒ่าแก่ไม่อยู่ เธอนอนเฝ้าร้านกับฉิวชงได้หรือไม่“ ฉิวชงคือพี่สาวใจดีลูกสาวของป้าหลินกับเฒ่าแก่ซั่วซง เธอเรียนแพทย์อยู่ในปักกิ่งแต่ช่วงนี้เป็นวันชาติมหาลัยหยุดจึงได้กลับมาที่บ้าน ”ฉันบอกกับที่บ้านไว้แล้ว เฒ่าแก่เนี้ยะวางใจ เจียวมี่อยู่กับพี่ฉิวชงเอง“ คนแก่ฉีกย้ำกว้างก่อนยื่นซองสีแดงให้เธอมา1ซอง เธอพบว่าซองมันหนาพอดู ”อย่าบอกที่บ้านหล่ะว่าป้าให้ ค่าแรงที่เธอช่วยป้าดูแลร้านมาตลอดหลายปี รับไว้เถอะ“ ทันทีที่เธอแง้มดูน้ำตาก็ปริ่มจะไหล ไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน นี่มันเงินเกือบ20000หยวนเชียวนะ “มันเยอะเกินไปป้าหลิน ฉันไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร” น้ำตาแห่งความตื่นเต้นไหลอาบแก้มนวน “เจียวมี่ ตั้งแต่วันที่แม่เธอเดินทางออกจากหมู่บ้านนี้ แม่เธอบอกว่าช่วยเลี้ยงดูแลเธอจนกว่าจะอายุ18ปี และตอนนี้เธอก็อายุ18ไม่ใช่เหรอ“ ใช่วันนี้คือวันเกิดเธอ วันเกิดที่เธอเองก็ลืมไปแล้ว “ตลอดหลายปีที่มีเธอมาช่วย กิจการป้าเฟื่องฟูจนส่งอาฉิวเรียนหมอได้ เพราะดวงเธอกับดวงป้าสมพงกัน ไว้ป้ากลับมาจากทำธุระ ใช้เงินนี้ไว้ตั้งตัวนะ ออกห่างจากคนใจดำพวกนั้นสะ เธอควรมีชีวิตที่ดี” เธอพยักหน้าอย่างตื่นตัน “บุญคุณนี้เจียวมี่จะไม่ลืม””หากเปิด พวกท่านคงหนาวตายเจ้าค่ะ แถมลูกค้าก็คงไม่มี เอาเวลาไปรักษาสุขภาพเสียดีกว่า“ นางบอกแม่ครัวประจำร้าน”เจียวมี่พวกข้าต้องขอบน้ำใจที่เจ้ามีจริงๆ เพราะตอนนี้บ้านพวกข้าแข็งแรงคุ้มกันภัยหนาวได้ และยังมีเสบียงไว้กักตุนไม่อดอยาก“ ”ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าได้วิธีการวางแผนให้รอบครองมาจากท่าน ขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะ“ นางยกยิ้มให้ คนพวกนี้เอาแต่ขอบคุณนางไม่หยุด จนนางเหนื่อยจะห้าม”ข้ารู้แล้วๆ พวกเจ้าไปเตรียมปิดร้านเถอะ พี่ซุยถัง กับข้าวที่เป็นพวกของสด อันไหนที่เหลือก็ทำแจกจ่ายกันไปเจ้าค่ะ นำไปแบ่งปันคนอื่นๆด้วย เอาให้ทั่วถึงกัน“ วันนี้นางต้องเก็บของสดออกจากในร้านทั้งหมด ส่วนหลิวหยางนั้น ไปช่วยกันเตรียมผ้ามาคลุมไว้รอบๆกันหิมะทลักเข้ามา ยังมีบุรุษในหมู่บ้านอยู่หลายคนที่จ้างมาช่วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจัดการส่งลูกค้าโต๊ะสุดท้ายเสร็จ นางจึงนำป้ายมาติดว่า ปิดร้านจนกว่าพายุหิมะจะผ่านพ้น“เจียวมี่ค่อยๆเดินหน่อย เจ้ารีบร้อนไปไหนกัน” หลิวหยางที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยรีบพานางกลับมาที่บ้านแต่ขอให้นางเดินช้าลงสักนิด“อย่าเป็นห่วงไปเจ้าค่ะ ข้าก็แค่อยากจัดการข้าวของในบ้านให้เรียบร้อย วันนี้จะทำสาลี่ตุ๋นรังนกด้ว
“ เจียวมี่เนื้อหมูและเนื้อวัวที่เจ้าสั่งให้ข้าหั่นแบบบาง เจ้าต้องการวันละเท่าใดก็ส่งคนมาแจ้งได้ ไม่ต้องรับไปจนหมดเอาที่เจ้าพอไหว ค่าบวกกำไรเพียงจินละห้าอีแป๊ะเท่านั้น” นี่อย่างไรที่นางบอกว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีน้ำใจ แม้แต่การซื้อของก็บวกกำไรกับนางเพียงน้อยนิด“ ท่านป้าท่านสามารถบวกกำไรได้ตามที่ท่านเคยขายเลยเจ้าค่ะ อย่าลดให้ข้าเลยเจ้าค่ะ หากทำเช่นนั้นข้าจะรู้สึกเกรงใจ” นางไม่ต้องการเอาเปรียบแต่การเปิดร้านของนางเพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านเท่านั้น“ เจ้าเปิดโรงน้ำชาก็เพื่อช่วยเหลืออุดหนุนสินค้าของคนในหมู่บ้าน และยังสามารถเชิญชวนหมู่บ้านข้างเคียงเข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน มีพื้นที่ให้คนขายของด้านหน้าอีก เช่นนั้นข้าจะเอาเปรียบเจ้าได้อย่างไร” ด้านข้างโรงน้ำชานางปล่อยพื้นที่ให้เป็นตลาดเล็กๆ เผื่อชาวบ้านนำขนมมาขาย ซึ่งต้องเป็นของที่ทางโรงน้ำชาไม่มีขาย เช่นเครื่องประดับ เสื้อผ้าที่ทอมือ ผักสด ขนม เพื่อให้มีบรรยากาศที่ครึกครื้นและน่าสนใจต่อหมู่บ้านข้างเคียง“ เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ ส่วนนมวัวนั้น ค่ารับวันละหนึ่งถัง ส่งที่ร้านได้เลยเจ้าค่ะ” วัตถุดิบที่เป็นนมต้องได้ใช้ทุกวันอยู่แล้
กว่าพายุรักจะสงบลง ทั้งนางและเขาได้ตื่นเกือบเย็นตามที่นางตั้งใจไว้จริงๆ“ วันนี้ข้าจะไปคุยกับซีอันเรื่องหาคนมาทำโรงน้ำชา เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่” นั่งกินอาหารเย็นที่รวบรวมมื้อเช้าและมื้อกลางวันเข้าด้วยกันแล้ว เขาจึงตัดสินใจรีบจัดการเรื่องโรงน้ำชาทันที“ ท่านไปเถิดเจ้าค่ะ ข้ากำลังคิดว่าจะทำเมนูอะไรดี” ตอนนี้นางมีความสุขเหลือเกิน ได้แต่คิดว่าโรงน้ำชาของนางควรมีสิ่งใดบ้างที่ขายแล้วไม่เหมือนที่อื่นจึงอยากนั่งคิดไตร่ตรองดูสักนิด“ แล้วข้าจะรีบกลับมา” หลังหลิวหยางออกไปแล้วนางจึงเข้าไปสำรวจในมิติกำไล ว่าตอนนี้วัตถุดิบที่นางเอามาจากยุคเดิมมีอะไรบ้าง“ หากทำหม้อไฟขายได้ก็คงดี” นางจัดการจดลงไปในกระดาษถึงหม้อไฟร้อนที่นางชอบทำกินตอนพายุหิมะ“ ชาดอกหอมหมื่นลี้ข้ามีพอสมควร ดูท่าว่าอากาศเช่นนี้จะปลูกค่อนข้างยาก” นางเข้าไปค้นหาวัตถุดิบว่าตอนนี้ในมิติของนางนั้นมีชาชนิดใดอยู่บ้าง ก็พบว่าเป็นความโชคดี เมื่อนางเก็บชาที่ได้จากบ้านของป้าหลินที่นางเคยเข้าไปช่วยขายของไว้มากมายจนเต็มลังเกือบสิบลัง“ ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกเจี้ยวฮวา ดอกบัวพันปี ชายอดน้ำค้าง ชาดอกมะลิ ถือว่าเยอะพอควร“ เมื่อนางตรวจดูแล้วพบว่ามันมีมากม
” สีนี้คงเป็นสีที่หายากพรุ่งนี้เราเข้าไปที่ตัวอำเภอกันเถอะ ข้าคิดว่าข้ากำลังจะได้เป็นเศรษฐีนี“ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังชื่นชมความสวยงามของเม็ดไข่มุก ทั้งเขาและนางเงยหน้าขึ้นไปข้างบนก่อนจะเห็นบางสิ่ง ที่อยู่ติดกับหน้าผา” ตรงนั้นก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของเจ้าใช่หรือไม่“รังนกนางแอ่นที่อยู่ติดบนหน้าผากว่า 500 ลังทำนางอ้าปากกว้างนั่นไม่ใช่ของหายากยิ่งกว่าทองคำหรอกหรือ “หลิวหยางท่านคิดว่าเรามีวิธีใดที่จะขึ้นไปเก็บได้บ้าง” ร่างหนาหัวเราะในลำคอแค่เห็นสายตานางแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งของตรงหน้านั้นคืออะไร แต่เมื่อเห็นความแวววาวในดวงตากลมโตก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงมีมูลค่ามหาศาล“เช่นนั้นคงต้องทำบันไดลิง ตัดไม้ไปทำเลยก็แล้วกัน” นางใช้เวลาคุณคิดอยู่เพียงครู่ ก่อนจะหันมาบอกเขา“ข้าคิดว่าควรเก็บในภายหลังเจ้าค่ะ เอาไว้ตอนที่เราจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ข้าจะค่อยๆทยอยมาเก็บทุกวัน แต่วันนี้ข้าจะเก็บไข่มุกไปขายก่อนท่านคิดเห็นว่าอย่างไร” เขาพยักหน้าและพร้อมตามใจนางทุกอย่าง“เอาที่เจ้าเห็นว่าสมควรเถิด” เมื่อพูดเช่นนั้นแล้วทั้งคู่จึงช่วยกันเก็บหอยขึ้นมาผ่าดูหาไข่มุก นางไม่ได้เก็บมาจนหมดแต่เก็บมาแค่เพียง 10 ตัวเท่านั้น และไ











