LOGINเรื่องย่อ เซียวหนานเป็นนกกระจอกสืบข่าวจากองค์กรลับ นางต้องเข้าไปเป็นอนุในจวนอ๋องเพื่อสืบข่าว ทว่าเมื่อได้พบกับมู่หลงเคออวี่อ๋องหนุ่มผู้ร้อนแรงทำให้นางกระสันอยาก ก็เกิดอาการหัวใจหวั่นไหวโดยไม่ทันตั้งตัว ตัวอย่างบางตอน "นมของเจ้าทั้งขาว ทั้งใหญ่ หัวนมสวยป้านหัวนมก็น่ารัก ท่าทางว่าหากได้กินคงจะหวานไม่น้อย" นางแอ่นหน้าอกให้เขา "แล้วไยไม่ลองทดสอบเล่าเพคะ จะได้รู้ว่าหวานหรือไม่" "หึ หึ เจ้าช่างกล้านัก ดูสิ เพียงแค่ข้าเป่าลมใส่หัวนมก็แข็งตั้งแล้ว" แผล่บ แผล่บ! เขาแลบลิ้นออกมาเลียจริง ๆ ในคราแรกคล้ายจะชิมแต่ดูเหมือนชิมแล้วจะติดใจ บัดนี้จึงก้มลงไปดูดหัวนมของนางแรง ๆ ตวัดลิ้นเลียหนัก ๆ แล้วดูดสลับกันทั้งสองข้าง "ซี้ด ทรงดูดนมเก่งเหลือเกินเพคะ" เขาถอนริมฝีปากออกมาเอ่ยกระเส่า "เจ้าเองก็ยั่วเก่งเหลือเกิน" หมายเหตุ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายจีนโบราณ หมวดนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ เนื้อหาจะเน้นหนักเกี่ยวกับเรื่องบนเตียง ขอให้ใช้วิจารณญาณในการดาวโหลดนะคะ ขอบพระคุณค่ะ ซีไซต์นักเขียน
View Moreเซียวหนานอยู่ในระดับต่ำสุดขององค์กรลับที่แผ่ขยายสายข่าวไปทุกแว่นแคว้น นางเป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดาที่ถูกเก็บมาให้เป็น ‘นกกระจอกสืบข่าว’ เรียกได้ว่าเป็นชนชั้นที่วรยุทธ์ต่ำต้อย และต้องทำงานเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาข่าวให้กับเบื้องบน
ดังนั้นนกกระจอกเช่นนางจึงมีมากมาย แทรกซึมเข้าไปในจวนขุนนางต่าง ๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
สิ่งที่นางฝึกฝนมาตลอดหลายปีมานี้ก็คือการเอาใจบุรุษ บำรุงร่างกาย ฝึกฝนศาสตร์ทั้งห้าให้เชี่ยวชาญ และฝึกวิชาเสพสังวาสให้บุรุษติดใจ แม้ว่าจะไม่เคยทำกับบุรุษจริง ๆ แต่ขนาดของแท่งหยกบุรุษนางล้วนได้สัมผัสมาแล้ว ทั้งจากแท่งหยกของเทียม และแท่งหยกของบุรุษจริง ๆ ที่นางไม่เคยเห็นหน้าว่าคนพวกนั้นคือผู้ใด
เพราะพวกนางต้องมอบกายให้กับเหยื่อคนแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นสูง ดังนั้นจึงไม่อาจร่วมประเวณีกับบุรุษอื่นก่อนที่จะได้รับมอบเหยื่อจากนายใหญ่
เดือนก่อนนางยังอยู่ที่ดินแดนทางใต้ ทว่าจากนั้นนางก็ได้รับคำสั่งและมอบหมายเหยื่อให้ในวัยสิบเจ็ดปี นับว่าเป็นเหยื่อที่สูงส่งไม่น้อย เพราะเขาเป็นถึงท่านอ๋องสี่ของแคว้นลั่วหยาง มีนามว่า ‘มู่หรงเคออวี่’ บุรุษเสเพลบุตรชายของฮ่องเต้มู่หรงเกาผู้ปกครองแคว้น
ตอนนี้นางอยู่ในหมู่หญิงงามที่ต้องถูกส่งตัวมาเป็นเครื่องบรรณาการของเผ่าหุย ก่อนหน้านี้นางฝึกฝนมาหลายภาษา จึงไม่นับว่าลำบากเท่าใดที่ต้องแฝงกายมาเป็นชาวหุยเช่นนี้
อันที่จริงเซียวหนานไม่รู้ว่าไยนางจึงต้องมาสืบข่าวจากบุรุษผู้นี้ ด้วยชื่อเสียงและประวัติของเขาที่นางได้รับรู้มานั้น นับว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์ยิ่งนัก บุตรชายเสเพลของฮ่องเต้มู่หรงเกาผู้นี้ นอกจากหลงใหลหญิงงามและเอาแต่ดื่มสุราแล้วก็นับว่าไม่เคยสร้างความดีความชอบอันใด ตรงกันข้ามเขากลับเป็นบุตรที่กวนประสาทฝ่าบาทจนไม่ได้รับความโปรดปรานแม้แต่น้อย
ตอนนี้ที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ได้ด้วยดี เพราะว่าเขาคือบุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตหวงกุ้ยเฟยที่ฝ่าบาททรงรักมากที่สุดซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน และฝ่าบาทก็รับปากอดีตหวงกุ้ยเฟยว่าจะดูแลโอรสผู้นี้อย่างดี มิเช่นนั้นแล้ว ด้วยความเสเพลไร้ประโยชน์ของเขา คงจะถูกฝ่าบาทขับออกจากวังหลวงไปนานแล้ว
มู่หรงเคออวี่ยังนับว่าเป็นบุรุษโชคดีนัก เพราะนอกจากฮ่องเต้จะไม่ลงมือทำโทษเขาแล้ว อดีตหวงกุ้ยเฟยยังทิ้งกิจการเหมืองทองคำอันเกิดจากต้นตระกูลของนางเอาไว้ให้ ทำให้มู่หรงเคออวี่ไม่จำเป็นต้องสนใจเบี้ยหวัดทางการ เพราะเขาร่ำรวยมหาศาล ว่ากันว่าแม้แต่เงินในคลังหลวงยังไม่อาจเทียบเท่าเหมืองทองที่ต้นตระกูลฝ่ายมารดาสามารถขุดได้ และมิหนำซ้ำหลายครั้งที่มู่หรงเคออวี่ช่วยเหลือราชสำนักด้วยการมอบเงินทองจำนวนมากเพื่อดูแลชาวบ้าน
ดังนั้นถึงฝ่าบาทจะไม่ชอบ ทว่าชาวบ้านกลับนับถือเขาอยู่ไม่น้อย
เซียวหนานคิดว่าบุคคลผู้นี้ดูไปจะมีนิสัยขัดแย้งอยู่มาก เขาคงเป็นประเภทที่เติบโตมาด้วยความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจตนเอง และไม่สนผู้ใดกระทั่งฝ่าบาทผู้เป็นพระบิดา
วันนี้เป็นวันที่นางต้องเข้าวังหลวง นางอยู่ในส่วนของสาวงามที่ต้องมอบให้แก่มู่หรงเคออวี่คัดเลือกก่อน เพราะหากไม่เช่นนั้นเขาจะก่อกวนโวยวาย ฝ่าบาททรงเห็นว่าแค่การคัดเลือกสาวงามเป็นเพียงเรื่องเล็ก จึงได้อนุญาตให้เขาคัดสตรีก่อนที่พระองค์จะทรงได้เลือกเสียอีก
แต่มู่หรงเคออวี่มิใช่คนแล้งน้ำใจ หลังจากคัดเลือกสาวงามถูกใจ เขาจะเติมเงินเข้าคลังหลวงเป็นจำนวนมหาศาล เรียกได้ว่าเขาใจกว้างกับคลังหลวงอยู่มาก ดังนั้นฝ่าบาทจึงทรงอนุญาตอย่างเต็มที่ เพราะทรงมองว่านี่คือสิ่งเดียวที่มู่หรงเคออวี่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้
เซียวหนานและสาวงามอีกราวสิบคนถูกพาไปที่ตำหนักของมู่หรงเคออวี่ หญิงงามหลายคนถึงกับเหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง เพราะรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงในตัวของอ๋องสี่ผู้มีชื่อเสียงไม่ดีนัก
ผู้ดูแลจวนเป็นหมัวมัวสูงวัยออกมาต้อนรับสาวงามพร้อมกับเอ่ยว่า
“วันนี้ขอให้ทุกท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้ท่านอ๋องจึงจะมาคัดเลือกด้วยตัวเอง ยามซื่อ [1] พรุ่งนี้ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อพบท่านอ๋องในห้องโถงคัดสาวงาม”
หญิงงามสิบเอ็ดคนถูกพาไปพักรวมกันในเรือนนอนหลังใหญ่ ที่นี่ตกแต่งโอ่อ่าไม่น้อย มีเตียงเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เพราะสาวงามจะพักที่นี่เพียงแค่คืนเดียว หลังจากที่มู่หรงเคออวี่เลือกคนแล้วพวกที่เหลือจะถูกส่งตัวกลับ
สาวงามต่างพูดคุยกันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เห็นได้ชัดว่าใบหน้างามของทุกคนล้วนเคร่งเครียดหน้านิ่วคิ้วขมวด แสดงความกังวลอย่างชัดเจน เพราะพวกนางได้ยินมาว่า นิสัยของมู่หรงเคออวี่นั้นพิสดารนัก เขามักใช้วิธีการทารุณเพื่อร่วมรักกับสาวงาม ทั้งยังมีหลายคนที่ถูกหามออกไปจากจวนในสภาพที่กลายเป็นศพ
แม้ว่าเซียวหนานจะรู้เรื่องนี้ แต่นางก็ไม่ได้กังวลอันใด เพราะนางรู้เบื้องหลังมาว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งที่กลายเป็นศพก็คือมือสังหารที่ถูกส่งมาจากที่ต่าง ๆ และถูกมู่หรงเคออวี่จับได้ คนที่ต้องการเอาชีวิตของเขามีมากมาย กระทั่งฝ่าบาทเองก็อาจจะต้องการชีวิตบุตรชายผู้นี้เพื่อฮุบเหมืองทองก็เป็นได้
ดังนั้นนางจึงไม่แปลกใจที่มีคนต้องการให้เขาตายมากเพียงนี้
[1] ยามซื่อ คือช่วงเวลาประมาณ 09.00 - 10.59 น. (หรือประมาณสิบนาฬิกา)
บูรพาด้วยสีหน้าดุดันโชคดีที่องครัชทายาทไม่อยู่ตำหนัก เขาจึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น“เคออวี่ท่านมาหาข้าเพราะอนุชั้นต่ำนางนั้นหรือ”มู่หรงเคออวี่ยิ้มหยัน เขามองนางด้วยสีหน้าห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด“พระชายารัชทายาท จะตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของแต่ท่านกลับเล็งธนูใส่สตรีของข้า ไม่คิดหรือว่าข้าจะไม่พอใจ”นางเย่อหยิ่งจองหอง เอ่ยปากท้าทาย“นางก็แค่สตรีชั้นต่ำ ข้าอยากจะทำสิ่งใดกับนางก็ได้”“หึ ข้าบอกแล้วว่าว่านางคืออนุคนโปรดของข้าหากท่านกล่าวหานางว่าเป็นสตรีชั้นต่ำเช่นนั้นก็เท่ากับกล่าวหาข้าแล้ว”“เพื่อนางท่านถึงกับลืมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพวกเราหรือ”เขาหัวเราะเสียงดังลั่น“ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอันใดเล่า ก็เพียงแค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เท่านั้น”“เคออวี่ท่านหมายความว่าอย่างไร ลูกหนี้เจ้าหนี้อันใดกัน”มู่หรงเคออวี่วางหนังสือสัญญาที่มีตราประทับของจวนรัชทายาทเอาไว้ตรงหน้านาง"นี่คือบางส่วนที่ท่านใช้จวนรัชทายาทหยิบยืมข้ามา หากว่าไม่ไปคุกเข่าขอโทษอาหนานของข้าที่จวนก็ชดใช้เงินมาเสีย”“แต่นี่คือเงินที่เจ้ามอบให้ข้ามาแล้วมิใช่หรือ”“ข้าเพียงแต่ให้ท่านยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยตามที่ท่านต้องการ หึ เงินนี่ข้าไม่ต
“ข้า...”“นะ หนานเอ๋อร์... คนดีของข้า”ในที่สุดนางก็ยินยอมถอดกระโปรงออก เผยเต้าถันอวบอิ่มเปลือยเปล่าให้เขาได้เค้นคลึง อ๋องหนุ่มลูบไล้เฟ้นคลึงเรือนร่างของนางอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งอารมณ์เสน่หาพุ่งสูงถึงขีดสุด“ก้มลงมา... ดูดกลืนกินให้ข้า แล้วข้าจะปรนเปรอเจ้าด้วยนิ้วมือเอง”ครานี้นางว่าง่ายยิ่งนัก ขยับบั้นท้ายงอนงามเข้ามาชิดเขา พลางยกสะโพกขึ้นสูง เพื่อให้มู่หรงเคออวี่กระแทกสอดนิ้วเข้าร่องรักของนางได้อย่างสะดวกและรัวเร็ว“อา... อา... อือ...”นางส่งเสียงครางพร่าสั่น สองมือน้อยกอบกุมท่อนเนื้อแข็งขึงของเขาไว้แล้วเริ่มรูดคลึง สะโพกยิ่งยกสูงขึ้นยามเขาก้มลงมา จนเนินเพศแนบชิดติดริมฝีปากของชายหนุ่มมู่หรงเคออวี่ดูดดึงตุ่มไตสีหวานเข้าสู่ช่องปาก ละเลียดชิมอย่างแผ่วเบา สะโพกของนางยกโค้งขึ้นอย่างท้าทาย เปิดโอกาสให้เขาใช้ลิ้นโลมเลียไปทั่วเนินเนื้อนุ่ม พร้อมกับสอดแทรกนิ้วมือเข้าร่องรักอย่างรัวเร็วเรือนร่างของนางฉ่ำเยิ้ม ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาจนชุ่มชื้น ชายหนุ่มยังคงขบเม้มเม็ดสวาท ซุกไซร้ใบหน้าดื่มกินน้ำหวานอย่างหิวกระหายพร้อมกันนั้น เขายังสอดแทรกนิ้วมือเพิ่มเข้าไปอีกนิ้ว ช่องทางรักของนางจึงขยายกว้างจนค
“เหตุใดฝ่าบาทต้องทำถึงเพียงนั้น ท่านคือบุตรชายของพระองค์มิใช่หรือเจ้าคะ”“เพื่ออำนาจ พ่อฆ่าลูกได้ เขาต้องการขอให้ข้ายกเหมืองทองให้เขาดูแล แต่ข้าปฏิเสธ และเขาก็ไม่อาจใช้อำนาจยึดครองได้เพราะในเหมืองทองของข้ามีกลไกที่มีเพียงข้าที่ล่วงรู้ หากส่งคนเข้าไปก็มีเพียงตายสถานเดียว เขาจึงต้องใช้วิธีนี้ ทำให้ข้าไม่อาจขยับตัวได้ จากนั้นก็จะหาทางใช้ยากับข้าเพื่อให้ข้าเปิดปาก แต่เพราะหลายปีมานี้นอกจากข้าจะไม่เป็นอันใดแล้ว ยังใช้ชีวิตเสเพลให้เขาเห็น ฝ่าบาทจึงเกลียดชังข้ายิ่งนัก ทว่าพระองค์ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้”หญิงสาวตื่นตะลึง คาดไม่ถึงว่าพิษในกายของเขา บิดาผู้ให้กำเนิดจะเป็นคนที่มอบให้เขาด้วยตนเองเดิมทีนางคิดว่าตนเองมีชีวิตที่ยากแค้น ไร้บิดามารดาและไม่มีความทรงจำใดเกี่ยวกับพวกเขาทั้งสิ้น ทว่าหากมีบิดาแล้วต้องทนทรมานด้วยการล่วงรู้ว่าบิดาทำร้ายตนเอง นางจะมีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดเพียงใดกันและครานี้นางก็หลั่งน้ำตาเพื่อเขา“ร้องไห้หรือ ทำไมกัน สงสารข้าหรือ เพราะเช่นนี้ข้าจึงชอบเจ้า เพราะมีเพียงเจ้าที่เลือกความตายมากกว่าทำร้ายข้า หนานเอ๋อร์ เจ้าคือคนแรกที่ไม่เอาแต่ฉีกทึ้งข้า เดิมทีข้าเคยคิดว่าคนที่ข้
“อย่าขยับ ข้าเจ็บ”“ท่านเจ็บหรือเจ้าคะ”นางเป็นห่วงเขายิ่งกว่าตนเอง ยามเมื่อได้ยินเขาบอกว่าเจ็บ นางจึงรีบตรวจดูบาดแผลบนเรือนร่างเขาด้วยความตื่นตระหนก ทว่าชายหนุ่มกลับดึงนางเข้ามาโอบกอดไว้แน่น แล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ“เพียงแค่เจ้าอยู่เคียงข้าง ข้าก็มิเจ็บแล้ว”“ท่านอ๋อง”“ทำไมหรือ หวาดกลัวหรือไร ไม่กล้าอยู่กับข้าเพราะเกรงว่าข้าจะลงมือฆ่าเจ้าหรือ”นางนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา“แล้วท่าน คิดจะฆ่าหม่อมฉันหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ยามเมื่อพิษไข้ทุเลาลง ใบหน้าคมคายจึงดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาก“เหตุใดข้าต้องฆ่าเจ้าเล่า”“หม่อมฉันคือนกกระจอกสืบข่าว หม่อมฉันเขียนสารภาพไว้ในจดหมายก่อนจะหลบหนีมา”“เจ้าคิดว่าข้าล่วงรู้หรือไม่ ยามที่เจ้าลงมือสังหารชายสองคนนั้น แล้วตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว คิดว่าข้าไม่เห็นหรือไร”หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตาสบมองเขาด้วยความตระหนก“ท่านอ๋อง ท่านเห็นหรือเจ้าคะ ท่านแกล้งหลับใช่หรือไม่”ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “เจ้าคิดว่าข้าจะตกหลุมพรางตื้นๆ ขององค์กรลับเช่นนั้นหรือ ทั้งเรื่ององครักษ์ ทั้งการแกล้งหลับใหล ทั้งหมดล้วนเป็นกลอุบายที่ข้าวางไว้ทั้งสิ้น ข้าจ





