Mag-log inตอนที่ 5 เริ่มต้นใหม่
เขาถามเธอกลับแทบจะทันที แต่เพลงรักกลับส่ายหน้า เป็นการปฏิเสธ
“หนูแค่ต้องการเงินไปจ่ายค่าเทอม คุณแค่ช่วยจ่ายค่าเทอมให้หนูทุกเทอมก็พอ.. ส่วนที่เหลือจากค่าเทอมนั้น ขอหนูไว้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็พอค่ะ” การันต์มองผู้หญิงเตรงหน้าอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบบัตรแข็งสีดำทองใบหนึ่งมายื่นให้
“พรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปที่นี่ นี่คือที่อยู่เพนต์เฮาส์ที่เธอจะอยู่ ส่วนเรื่องเงิน.. ไปถึงเพนต์เฮาส์แล้วฉันจะจัดการให้” เพลงรักรับนามบัตรนั้นมาไว้ในมือพร้อมทั้งพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เมื่อเขาเห็นว่าเธอไม่น่าจะมีอะไรแล้วจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีกแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
คืนนั้นเพลงรักนอนกระสับกระส่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ยังติดตรึงในหัวซ้ำไปซ้ำมา เธอแทบไม่เชื่อเลยว่าตัวเองกล้าทำสิ่งแบบนั้นกับคนที่เพิ่งรู้จักและไม่ใช่คนรักได้ ทั้งความอับอายและความหวาดกลัวกดทับเธอจนแทบหายใจไม่ออก
“นี่แกคิดดีแล้วใช่ไหมเพลงรัก” เธอที่นอนเหม่อมองเพดานในห้องพัก มีความรู้สึกมากมายตีวนกันในใจจนเธอแทบไม่มีสมาธิ ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะท่องเอาไว้แค่ว่า
“หากยังอยากมีชีวิต.. ต่อให้เป็นเด็กเสี่ยก็ไม่เห็นจะเป็นไร”
หลังจากนั้นเธอพยายามนอนหลับตาพลิกซ้ายขวาเพื่อที่จะข่มตาให้หลับ และอาจเพราะร่างกายเพลียมากทำให้เธอนั้นหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีแสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ้าม่านห้องพักฟื้นเข้ามา ทำให้ตื่นขึ้นพร้อมเสียงเคาะประตูเบา ๆ จากหน้าห้อง ก่อนจะมีคุณหมอผู้หญิงท่าทางใจดีเดินเข้ามาตรวจ
"วันนี้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะคะ นอกจากร่างกายที่อ่อนเพลียช่วงนี้ให้บำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ บาดแผลตามร่างกายคุณหมอจะจัดยาให้ นอกจากสองเรื่องนี้แล้วทุกอย่างปกติดีค่ะ" หลังจากนั้นไม่นาน พวกเธอก็เดินออกไปนอกห้องก่อนจะมีพยาบาลเดินกลับเข้ามาพร้อมยื่นเอกสารค่าใช้จ่ายให้เธอไปยื่นที่การเงิน
เพลงรักกวาดตามองตัวเลขบนกระดาษแล้วใจแทบหล่น ไปอยู่ที่ตาตุ่ม ค่ารักษาระบุไว้ชัดเจนว่า เธออยู่ที่นี่เพียงแค่หนึ่งคืนกลับมีค่ารักษาพยาบาลมากถึง 120,000 บาท!
“นี่!! นี่.. ทั้งหมดนี่มันคืออะไรคะทำไมแพงขนาดนี้”
“คุณผู้ชายให้หมอฉีดยาบำรุงที่จำเป็นต่อร่างกายทั้งหมดค่ะ เพราะร่างกายของคนไข้นั้นค่อนข้างอ่อนเพลียและขาดสารอาหารมาก” เพลงรักพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดิม และเดินไปยื่นเอกสารที่ช่องการเงินก็พบว่าทุกอย่างถูกจ่ายเรียบร้อยแล้วจริง ๆ
หญิงสาวรับซองยาแล้วเดินออกมาจากโรงพยาบาลเงียบ ๆ เธอรู้สึกสับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก สองเท้าเดินมาถึงด้านหน้าโรงพยาบาลจึงรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงนักศึกษา หยิบแบงก์สีแดงสองสามใบออกมาเพื่อเรียกแท็กซี่ หากเธอต้องการที่จะออกไปใช้ชีวิต สิ่งแรกที่จำเป็นเลยก็คือการกลับไปเก็บเอกสารและหนังสือเรียน
เพลงรักนั่งอยู่บนแท็กซี่นานกว่าสองชั่วโมงเพราะวันนี้วันอาทิตย์และรถติด
เมื่อแท็กซี่จอดที่ทางเข้าหน้าสลัมก็รีบลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว เพลงรักยืนลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อเดินมาถึงบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด กลับรู้สึกได้เลยว่าด้านในไม่มีคนอยู่ จึงรีบเข้าไปเก็บของจำเป็นอย่างรวดเร็ว เธอรีบยกที่นอนเก่า ๆ นั้นขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าใต้ที่นอนนั้นมีซองใส่เงินอีกนิดหน่อยที่เธอซ่อนเอาไว้
"ยังดีที่ไม่มีใครเห็นซองนี้" เธอพูดออกมาด้วยความสบายใจก่อนจะรีบยัดเอกสารที่จำเป็นเข้ากระเป๋า แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวขาออกจากประตู ที่ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น และนั่นทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าพ่อเลี้ยงก็ผู้เป็นแม่ได้กลับมาแล้ว
“มึงจะไปไหน!” เสียงพ่อเลี้ยงตะคอกลั่นก่อนจะกระชากกระเป๋าเธอออก ยื้อยุดฉุดกระชากพักใหญ่จนสายกระเป๋าข้างหนึ่งขาดทำให้ของในกระเป๋านั้นหล่นกระจาย
ซองเงินฉุกเฉินซองสุดท้ายที่เธอตกลงพื้น พ่อเลี้ยงรีบคว้าซองเงินไปเปิดดูอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวนี้มึงหัดซุกเงินไว้เองแล้วเหรอ!” เขาตวาดลั่นก่อนจะยกมือฟาดใบหน้าของเธอเต็มแรง ในจังหวะนั้นคนเป็นแม่ก็วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตื่น
“มีอะไรกัน!!” แต่ทันทีที่เธอหันไปเห็นซองเงินในมือของพ่อเลี้ยง ดวงตาตกใจเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไป แม่ของเพลงรักไม่ได้คิดจะห้ามเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำกลับยืนเท้าสะเอวแล้วกระชากผมเธอเล่น
“มึงเป็นลูกเนรคุณ! เงินทุกบาทที่มึงหามาเป็นของกู! กูเลี้ยงมึงมาจนโตขนาดนี้!” นอกจากแม่จะกระชากซองเงินกับพ่อเลี้ยงแล้วเธอยังสะบัดมือข้างหนึ่งมาตบใบหน้าของเพลงรักจนริมฝีปากของเธอนั้นเลือดซิบ
แม้จะรู้ว่าคนเป็นแม่นั้นไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะก่อนหน้านี้ริมฝีปากของเธอนั้นถูก การันต์กัดจนเป็นแผลมาก่อนแล้ว นั่นทำให้เพลงรักรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมากขึ้น
“แม่!! แม่ไม่ถามหนูสักหน่อยเหรอว่าเป็นยังไงบ้าง ทำไมทุกครั้งที่เห็นหน้าหนูแม่ก็ถามหาแต่เงิน! เงิน! เงิน! แม่เคยเห็นหนูเป็นลูกในสายตาบ้างไหม”
“แล้วเฮีย.. อยากให้เพลงไปไหมคะ” ทันทีที่เธอถามออกไปแบบนั้น การันต์ส่ายหน้ารัวราวกับเด็กน้อย “เฮียไม่อยากให้เธอไป เพลงรัก.. เธออยู่กับเฮียตลอดไปได้ไหม ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะเป็นอันตราย ตราบใดที่การันต์ยังมีลมหายใจ เขาจะต้องปกป้องเพลงรักไปตลอดกาล” เพลงรักยังคงมองหน้าเขานิ่งก่อนที่ใบหน้าของเธอจะฉีกยิ้มหวานส่งไปให้แล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ “เพลงเชื่อใจเฮียนะ” คำพูดนั้นเหมือนปลดล็อกบางอย่างในใจของเขา การันต์โน้มตัวลงมากอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขน “ขอบใจนะเพลงรัก.. ขอบใจที่หนูยังยืนอยู่ข้าง ๆ เฮีย” เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้รู้จักความรักครั้งแรกในวัยสามสิบสองปี ครืด~ ครืด~ เขาผละออกจากเธอเล็กน้อยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นสายของลูกน้องคนสนิท “ว่าไงราเชนทร์” ชายหนุ่มนิ่งฟังอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนที่สีหน้าของการันต์จะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “เจอเบาะแสพวกมันแล้วเหรอ” อีกด้านของฟากฟ้า คลับใต้ดินเขตมงก๊ก – ฮ่องกง 01.49 น. เสียงเพลงบีตต่ำดังคลอไปกับจังหวะหรี่แสงของไฟแดงสลัว กลิ่นเหล้าราคาแพงผสมกับกลิ่นกายจนตีปนแทบแยกไม่อ
ตอนที่ 46 ฉันเชื่อใจคุณ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เพลงรักถึงถามขึ้นมาแบบนั้น แต่คำถามนี้ของเธอมันสามารถทำให้มาเฟียทาคนต่างเกรงกลัว และเขาที่ไม่เคยกลัวใครที่ชื่อการันต์ถึงได้รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ “ว่ายังไงคะคุณการันต์.. คุณมีอะไรอยากจะบอกฉันหรือเปล่า?” เขาเบือนหน้าไปอีกทางนิดหน่อย แต่กลับเป็นเพลงรักที่เอื้อมมือไปบีบคางเขาให้หันกลับมา และทันทีที่ชายหนุ่มสบสายตากับหญิงสาว ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองไหม แต่สายตาของเพลงรักนั้นไม่เหมือนเพลงรักที่เขารู้จัก โดยเฉพาะเขาไม่รู้เลยว่าคำถามที่เธอถามนั้นหมายถึงเรื่องไหน “คือฉันไม่รู้ว่าเพลงอยากรู้เรื่องอะไร.. แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าปิดบังอะไรเธอ ถึงทำให้เพลงรักของฉันถามคำถามนี้ได้” การันต์พยายามพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง เขายกมือขึ้นหยิกแก้มของเธอเล็กน้อย แต่กลับเป็นเพลงรักที่ยังคงนั่งหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับอยู่บนเตียง “แล้วเฮียมีอะไรที่ปิดบังฉันอยู่บ้างเหรอ” ยิ่งเมื่อเธอถามคำถามนี้ ชายหนุ่มกลับยิ่งรู้สึกลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก “ฉันจะไปโกหกอะไรเธอได้..” เขายังคงยืนกรานด้วยคำพูดกำกวม แต่สายตากลับเบือนไปอีกทางอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็นเพลงขอถา
เขากระซิบเบา ๆ ด้วยความเป็นห่วงขณะอุ้มเธอขึ้นบันได “ที่แบบนี้มันไม่เหมาะกับเธอเลยนะรู้ไหม?” ในตอนที่การันต์อุ้มเพลงรักขึ้นไปบนชั้นสามนั้น ทางด้านล่างต่างมีสายตาของหญิงสาวที่ต่างใฝ่ฝันที่จะขึ้นไปกับเขาด้านบน ทุกสายตาจดจ้องไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม ก่อนจะเริ่มเกิดเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้น ถึงแม้ในกลุ่มของหญิงสาวนั้นจะมีความอิจฉาริษยากันอยู่มาก และทุกคนต่างมีความคิดที่เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น ถึงแม้พวกเธอจะมาทำงานเป็นหญิงขายบริการที่นี่ แต่ความใฝ่ฝันสูงสุดของพวกเธอก็คงจะหนีไม่พ้นการได้ปรนเปรอชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าทั้งดิบและเถื่อนอย่างเขา และความคิดเหล่านี้ก็รวมไปถึงเชอร์รี่ที่แอบรักผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ต้น เธอมองเห็นตั้งแต่เพลงรักเดินเข้ามากับบอดี้การ์ดของคุณท่านเดวิด เธอไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมคุณเดวิดถึงได้ให้ความสำคัญกับเธอถึงขั้นมาร์ติน ซึ่งต่างรู้จักกันดีว่าเขาคือหนึ่งในสี่ของบริการที่แข็งแกร่งที่สุด “อะไรเหรอเชอร์รี่ ทำไมยืนหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้น?” ในตอนที่เธอกำลังมองการันต์อุ้มเพลงรักขึ้นไปด้านบนนั้น เสียงของราเชนทร์ได้ดังขึ้นจนทำให้หญิงสาวหันขวับไปมองก่
ตอนที่ 45 สถานที่ที่เคยเห็น หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พูดคุยกันอีกไม่กี่คำ และเป็นเดวิดที่ขอตัวกลับก่อน เพราะอย่างไรเพลงรักก็เป็นผู้หญิง คงจะไม่ดีหากมีใครมาเห็นว่ามีผู้ชายอยู่กับเธอในห้องนาน “วันนี้เจ้าลูกชายตัวดีก็คงไม่ได้กลับมาหรอกนะ” เขาหันมาพูดกับเธอในตอนที่หญิงสาวกำลังมองเขาราวกับกำลังชั่งใจว่าจะถามออกไปไหมอยู่เช่นกัน “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเหรอคะ” ชายสูงวัยหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองเธอเล็กน้อย “เธอเคยไปที่คฤหาสน์มืดหรือเปล่า” เพลงรักชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนสักแห่งแต่กลับนึกไม่ออก เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงเลือกที่จะส่ายหน้าเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ลองไปที่นั่นดู บางทีเธออาจจะเปิดโลกอีกด้านของเขาก็ได้” คนเป็นพ่อพูดแค่นั้นก่อนจะเตรียมตัวเดินจากไปแต่เป็นหญิงสาวที่เอ่ยเรียกเขาเอาไว้อีกครั้ง “แล้ว.. มันอยู่ที่ไหนเหรอคะ” เพลงรักถามอย่างจริงจัง ก่อนจะเป็นเดวิดที่หันหลังมามองเธอนิ่ง ๆ เขามองอย่างชั่งใจก่อนจะหันไปสั่งกับมาร์ตินเสียงเข้ม “ไปส่งเธอที่คฤหาสน์มืดของการันต์” ไม่รู้ว่าเพลงรักเชื่อใจคนอื่นง่ายไปหรือเปล่า แต่ทันทีที่เดวิดสั่งให้เพลงรักลองมาหาเขา
ชายหนุ่มเอนตัวพิงโซฟาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะกอดอกแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง ๆเขากวาดตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา ผู้หญิงคนนี้แววตาของเธอดูมีความพิเศษกว่าผู้หญิงทั่วไป แม้ว่าร่างกายจะดูสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว แต่ดวงตาคู่นั้นในยามที่ตัดสินใจอะไรไปแล้วกลับดูแน่วแน่จนเขารู้สึกได้ว่าเธอเองก็ผ่านอะไรมาเยอะเช่นกัน“ฉันจะถามเขาเอง.. ถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องการฉัน ฉันจะไปโดยไม่เอาอะไรเลยสักบาท แต่ถ้าเขายืนยันว่าต้องการฉัน ต่อให้เป็นเมียน้อย หรืออีตัวอะไรก็ได้ที่เขาอยากให้เป็น หรือแม้เขาจะส่งฉันไปตาย ฉันก็จะอยู่ข้างเขาไม่ปล่อยมือเขาเด็ดขาด!” สิ้นสุดคำพูดที่หนักแน่นของเพลงรัก เดวิดได้เด้งตัวขึ้นมานั่งตรงก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังปัง! ทำให้บอดี้การ์ดสองคนนั้นก้าวเข้ามาทันทีแต่ชายคนนั้นกลับยกมือห้ามเอาไว้ก่อนจะจ้องหน้าเพลงรักด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว และเหมือนว่าครั้งนี้เพลงรักเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้ เธอเองก็จ้องหน้าเขาเอาไว้ในชนิดที่ไม่ละสายตาเช่นกัน ทั้งสองคนจ้องกันอยู่แบบนั้นหลายนาทีโดยไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเป็นเดวิดที่จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนเธอต้องขมวดคิ้ว
ตอนที่ 44 ฝึกหงส์ให้กางปีกหลังจากที่ราเชนทร์กลับไปจัดการงานที่โกดังอะไรสักอย่างที่เขาว่า ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับมาเงียบเหงาอีกครั้งเหมือนที่ผ่านมาตลอดเกือบหนึ่งปีเพลงรักยังคงนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาหรูตัวยาวที่อยู่กลางห้องโถง ร่างบางขยับบิดตัวไปมาอย่างคนเบื่อหน่าย เธอกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีแทบจะทุกห้าวินาทีแต่กลับไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิดมือขยับเหมือนอัตโนมัติแต่ใจล่องลอยไปไหนต่อไหน พอภาพข่าวเศรษฐกิจขึ้น เธอก็เปลี่ยน พอเจอละครน้ำเน่าเธอก็ถอนใจ“นี่มันไม่มีอะไรที่ทำให้ใจมันดีขึ้นบ้างเลยหรือยังไงนะ!” สุดท้ายเธอก็ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะมองออกไปที่ประตู เพลงรักจ้องที่หน้าประตูเพนต์เฮาส์อยู่นานก่อนจะพึมพำออกมากับตัวเองเบา ๆ“ออกไปแค่ตรงนั้น.. คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าจุดหมายปลายทางของเธอคือร้านดอกไม้ที่ไม่ไกลจากเพนต์เฮาส์ ที่ตรงนั้นเป็นร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน เธอจำได้เป็นอย่างดีว่าร้านนี้มีดอกไม้สวยๆ เข้าใหม่อยู่เสมอ แต่เพียงแวบเดียวเธอก็หยุดชะง







