تسجيل الدخول“ผมมาเตือนความจำ คุณคงลืมไปว่าคุณเป็นของผมแล้ว” “แต่ใจฉันไม่ได้เป็นของคุณจำเอาไว้ ไอ้คนทุเรศ!” “ทำไม ใจคุณมันมอบให้โลเลนหมดแล้วเหรอ” “อย่ายุ่งกับโลเลนนะ” เธอพูดลอดไรฟัน เมสันกัดกรามแน่นแค่พูดชื่อของโลเลน เธอถึงกับเป็นเดือดเป็นร้อนแทนกันคงจะเป็นอย่างที่เขาคิดจริง ๆ สองคนนี้อาจมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่าที่เขาคิด “คุณอย่ามาสั่งผม ผมจะทำมากกว่านั้นอีกสิ่งที่คุณกลัวมันน้อยนักกับสิ่งที่คุณกำลังจะเจอ” เมสันก้าวขึ้นไปบนบ้าน “อย่าทำอะไรริชชี่นะ” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา “ผมรู้ว่าอะไรทำให้คุณเจ็บปวดที่สุด ฮึ ๆ” “ฉันจะฆ่าคุณคอยดู” เธอแผดเสียงและวิ่งตรงไปที่เมสันพร้อมกับกรรไกรแหลม แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นเพื่อนรักโดนปืนจ่ออยู่บนบันได เธฮรีบวางกรรไกรลงในทันที “ครั้งหน้าไม่ใช่แค่จ่อ ลูกตะกั่วได้ฝังร่างเพื่อนคนสวยคุณแน่นอน แล้วก็อย่าลืมนะ ว่าคุณเป็นของผมคนเดียวเที่ยงคืนเจอกัน ผมจะรอที่คอนโด ถ้าไม่ไปตามนัด ผมจะเอาตัวเพื่อนคุณไปแทน”
عرض المزيدม่านโปร่งสีเข้มพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามค่ำคืน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้นอกระเบียงลอยเข้ามาพร้อมสายลมเย็น แต่สำหรับเมสันกลิ่นนั้นกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างน่าประหลาด
ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่กลางห้องนอนอันกว้างใหญ่ท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ มีเพียงผ้าขนหนูสีเข้มที่พันรอบเอวสอบเพื่อปกปิดส่วนล่างอันกำยำ มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งเสียงเฉียบขาด
“พาผู้หญิงคนนี้ออกไป”
สาวสวยที่นั่งอยู่บนเตียงนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอรู้ดีว่าตัวเองทำให้มาเฟียหนุ่มไม่พอใจ เพราะแอบใช้น้ำหอมอ่อน ๆ ที่ตั้งใจจะใช้สะกดใจเขาโดยเฉพาะทั้งที่รู้ว่าเป็นกฎเหล็กข้อแรกของการนอนร่วมเตียงกับเมสันคือห้ามใช้น้ำหอม
ความหงุดหงิดทำให้เขานอนไม่หลับจนรุ่งสางและทำให้เขาหงุดหงิดไปตลอดทั้งวัน
ณ ห้องทำงานของเมสัน
ห้องทำงานสุดหรูถูกออกแบบอย่างเรียบหรู แต่กลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและทรงพลังสมกับเป็นห้องของเขา โทนสีขาวดำตัดกันยิ่งเพิ่มบารมีให้เจ้าของห้อง
“นายครับ” เสียงทุ้มของมอนเตลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ
“ลูกน้องรายงานว่ามีนายหน้าแอบขายอะไหล่ปลอมโดยใช้ชื่อของเราครับ” มอนเตรายงานเสียงทุ้มต่ำ เพราะคาดการณ์ได้ถึงภูเขาไฟลูกใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่ช้า เมสันยังคงนิ่งเงียบจนคนรอฟังเริ่มมีสีหน้าแปลกใจ
“จัดการหรือยัง” เมสันเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เรียบร้อยแล้วครับ เราส่งจดหมายเรียกร้องค่าเสียหายไปถึงเจ้าของโรงงานแล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการครับ”
“ฉันเหนื่อยอยากจะนอนหลับสักตื่น” จู่ ๆ เมสันก็เอ่ยออกมา
“คืนนี้นายช่วยหาใครสักคนมานอนข้างฉันได้ไหม”
มอนเตโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย เขาคิดว่าเจ้านายจะหัวเสียจากเรื่องเมื่อคืนเสียอีก แต่สิ่งที่เขาต้องระวังคือน้ำหอม เมสันไม่สามารถข่มตาหลับได้เพราะกลิ่นน้ำหอมคือตัวปัญหาใหญ่ที่ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ
สายตาที่พร่ามัวและร่างกายที่เหนื่อยล้าบ่งบอกว่าเขาต้องการพักผ่อนมากแค่ไหน เมสันพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของมอนเตได้เลย
“นายครับ นายขับรถกลับบ้านไหวไหมครับ” เขาขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“วันนี้ฉันจะนอนคอนโด”
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียงสิบคันในโลกดังกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่รถและชายหนุ่มที่อยู่ในนั้น แสงแดดที่ส่องกระทบกระจกรถทำให้เขามองเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นสีขาวโพลน เพราะการอดนอนเป็นระยะเวลานานส่งผลกระทบต่อสายตาของเขาเป็นอย่างมาก เมื่อม่านตาของเมสันปรับแสงได้ไม่กี่วินาทีถัดไปก็เกิดเสียงดังขึ้น
“เอี๊ยด!” เสียงเบรกรถดังสนั่น มอนเตที่กำลังจะกลับเข้าไปเคลียร์งานถึงกับต้องหมุนตัวแล้ววิ่งสุดชีวิต เพราะรู้ทันทีว่าเจ้านายของเขาคงต้องการความช่วยเหลือจากเขา ร่างสูงของเมสันก้าวลงจากรถแล้วหรี่ตามองผู้หญิงสองคนที่ล้มลงกองอยู่กับพื้น
รษาหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งลงจากรถ สายตาของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังตำหนิเขา
"ทำผิดแล้วยังไม่ขอโทษอีก” แม้จะเป็นแค่ความคิดในใจก็ตามถึงจะไม่โดนชนเต็มๆ แต่สองสาวก็ตกใจไม่น้อย ทั้งหมดเป็นเพราะ ริชชี่ ที่จู่ๆ ก็วิ่งออกมาตัดหน้ารถเอาดื้อๆ ถ้าเธอไม่ดึงไว้ก่อนหน้านี้ ริชชี่คงโดนชนไปแล้ว
ริชชี่ที่นั่งทำท่าทางเจ็บปวดอยู่กับพื้นทั้งที่ความจริงมีแค่แผลถลอกที่เท้าและหัวเข่าเล็กน้อย
"ริชชี่ เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เราจะพาไปหาหมอนะ" รษาถามอย่างร้อนใจ
"มอนเต" เมสันเรียกชื่อลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแน่ใจแล้วว่ามอนเตจะเป็นคนจัดการปัญหานี้ให้แน่ เขาถอยรถแล้วขับออกไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้ริชชี่ที่กำลังนั่งเล่นละครอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
"นี่เขาไม่สนใจฉันเลยสักนิด" เธอคิดแล้วก็หัวเสีย พลางหัวเราะอย่างสิ้นหวัง อุตส่าห์วางแผนมาตั้งนานเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาแท้ๆ
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" มอนเตเอ่ยถามหลังจากสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง
จู่ ๆ มอนเตยื่นเช็คเงินสดให้ริชชี่สาวลูกครึ่งอังกฤษ เขาเห็นแววตาไม่พอใจของเธอในทันที แต่สาวเจ้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"ไม่เป็นไรค่ะ" สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เงินในกระดาษแผ่นนั้น แต่เป็นเจ้าของลายเซ็นบนเช็คใบนั้นต่างหาก
มอนเตจ้องมองใบหน้าสวยรูปร่างเซ็กซี่ของริชชี่ที่ลุกขึ้นยืนคุยกับเขา เธอมีผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าได้รูป และหุ่นที่กลมกลึง ริชชี่เชิดหน้าสวยขึ้นพร้อมรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ริชชี่เจ็บนิดหน่อย แค่ตกใจเท่านั้นเอง แล้วคนเมื่อกี้เป็นใครหรือคะ"
"เจ้านายผมเองครับ" มอนเตยิ้มตอบ เขารู้ว่าริชชี่ชอบเจ้านายของเขาเข้าแล้ว แต่เมื่อครู่ที่เขาแอบสังเกต เมสันไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิดเดียว
"ริชชี่" เสียงหวานของรษาเรียกสติเพื่อนสาวกลับมา
"มีอะไรรษา เรียกซะเสียงดังเลย"
"เธอจะไปอยากรู้อะไรกับผู้ชายแบบนั้น เกือบโดนรถชนยังจะยืนยิ้มอีก" รษาหันไปจ้องหน้ามอนเตอย่างเอาเรื่อง มอนเตถึงกับสะดุ้งกับสายตาคู่นั้นที่ดูหวานแต่กลับแฝงด้วยความไม่พอใจ
"เจ้านายคุณคิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อทุกอย่างได้งั้นหรือ" รษาหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ
"หน้าตาดี มีรถหรูขับ แต่แล้งน้ำใจ อันธพาลในคราบคนรวยชัด ๆ" เธอพูดอย่างหัวเสีย ถึงแม้รษาจะมาเรียนที่อังกฤษและพยายามสงบเสงี่ยมระวังคำพูดของตัวเองตลอด แต่ครั้งนี้เธอฟิวส์ขาดจริง ๆ จนใบหน้าแดงก่ำ
"ให้ตายเถอะริชชี่ ทำไมวิ่งตัดหน้ารถแบบนั้น"
"ฉันก็แค่อยากไปดูรถคันสวยใกล้ ๆ ก็แค่นั้น ช่างมันเถอะ เธออย่าถามมากเลย" ริชชี่ตัดบทอย่างรำคาญ
บทที่ 11โลเลนเขาชอบผู้หญิงเซ็กซี่“ก็ได้ค่ะ” รษาเดินตามออกไปข้างบริษัท มีร้านกาแฟดังราคาแพงพอสมควร“ผมเลี้ยงนะครับ ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ผมชนคุณ”“ก็ได้ค่ะ” รษายิ้มรับเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นทันที“สวยหวานมาก ๆ ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าทะนุถนอมจริง” แต่สมองดันผุดภาพสาวเมื่อคืนขึ้นมา“บัดซบ! ยังไม่ลืมสาวสวยสุดเซ็กซี่ขยี้ใจเมื่อคืน ปากก็จัด มือก็หนัก หรือเราจะเสพติดความรุนแรงไปแล้ว”“ผมโลเลน” โลเลนยื่นมือทักทาย“ฉันรษาค่ะ” เธอพูดเบา ๆ เพราะเริ่มรู้สึกว่าคนในร้านมองมาที่เธอแปลก ๆ เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง“มีอะไรเหรอครับ” เขาถามขึ้น“เปล่าค่ะ”“รษา ชื่อของคุณจำยากจัง มีชื่อภาษาอังกฤษบ้างไหมครับ” โลเลนหัวเราะเบา ๆ เชิงหยอกเย้า ยามที่เขายิ้ม สายตาเปล่งประกายแววเจ้าชู้จนคนมองแทบถอนตัวไม่ขึ้น“ไม่มีค่ะ” เธอตอบออกไปอย่างเขิน ๆ“รษาขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”“ทางซ้ายมือนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” รษารู้สึกอึดอัดเวลาที่ผู้หญิงในร้านจ้
บทที่ 10 ชายหนุ่มแปลกหน้า“ป้าแก้วคะ” เสียงหวานเรียกหาเจ้าของบ้านริชชี่ที่กำลังกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในข่าวบอกว่าตำรวจจับพ่อค้าอาวุธเถื่อน “จอห์น มิสเลอร์คาร์ล”“ต้องใช่แน่ ๆ ต้องเป็นชื่อที่ชายคนนั้นสารภาพแน่นอน เมสันจัดการเป็นแน่แท้”“ถ้าหากเขารู้ว่าฉันเห็นทุกอย่าง เขาต้องฆ่าปิดปากฉันแน่นอน” ต้องรีบหาเงินให้เร็วที่สุด แค่ค่าเครื่องบินก็พอแล้วบินกลับไทยให้เร็วที่สุด ความกลัวกัดกินใจของริชชี่จนหมดสิ้น“ริชชี่ ริชชี่” รษาเดินมาเขย่าตัวเพื่อนสาว“ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ เราต้องรีบไปสมัครงานนะ เร็วสิ”“อ๋อ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”“เดี๋ยว” รษาเป็นฝ่ายดึงแขนริชชี่ไว้ เมื่อเห็นว่าที่คอของเพื่อนสาวนั้นมีรอยแดงเป็นจ้ำ“คอเธอไปโดนอะไรมา ถึงช้ำขนาดนั้น” สายตาคู่หวานจ้องหลี่ตรงซอกคอขาวที่มีรอยแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัดรษามองอย่างจับผิด เธอไม่ได้
บทที่ 9 ผ้าเช็ดหน้า“เดี๋ยวครับ” ผมไปด้วยครับเมสันก้าวเข้ามาในลิฟต์ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับยืนตัวตรงยิ้มหวานให้เจ้าของคอนโด สวนกับมอนเตและรษาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง รษาก็ก้าวออกมา กล่าวลามอนเตเพื่อกลับบ้าน“คุณมอนเตคะ คุณเมสันกลับมาแล้วค่ะ” พนักงานแจ้งแก่มอนเต“อ๋อ! ครับ ขอบคุณมากครับ” มอนเตรีบขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดทันที“ติ้ง!” ประตูลิฟต์เปิดออก เมสันก้าวเข้าห้อง ลมเย็นปะทะร่าง จมูกของเขาพลันทำงานอย่างรวดเร็ว“กลิ่นนี้…ฉันจำได้” เขารีบเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาเจ้าของกลิ่นที่ยังคงตรึงตราในใจไม่จางหายไป หรือว่าเขาจะคิดไปเอง“กลิ่นหอมนี้” แต่กลิ่นมันชัดเจนเหมือนจริง เขาเดินเข้าห้องน้ำ แต่ต้องสะดุดกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีหวาน ยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ มอนเตเดินเข้ามาพอดี“ใคร! นายพาใครเข้ามาในห้อง” เขาถามเสียงกร้าว“เอ่อ! คือว่าแก้วจำปาลื่นล้ม มาทำความสะอาดห้องไม่ได้
บทที่ 8 เจอนางแมวยั่วสวาท“อื้อ! หยุดนะ ไอ้บ้า! มันเป็นของสงวนไม่ใช่หน้าอกสาธารณะ” ริชชี่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ มือซุกซนดันบีบคลึงดอกบัวอย่างสนุกก่อนจะจูบประทับตราเป็นรอยแดงบนเนินอกหญิงสาว ก่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วถอนปากร้อนออกจากอกอันอวบอิ่ม“คืนนี้ผมคงต้องฝันดีแน่นอน หวังว่าคุณก็เช่นกันนะ” เขายิ้มร่าแล้วเดินจากไป ริชชี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ“ไอ้คนบ้า! ไอ้โรคจิต!” ริชชี่ขับรถมาจอดหน้าบ้านได้ยังw’ไม่รู้ในหัวมีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเต็มไปหมด“ไอ้โรคจิตนั่นเป็นใครกัน เกลียดที่สุดผู้ชายแบบนี้ อย่าให้เจออีกนะจะตบให้ตายคามือแน่” รอยนิ้วมือประทับบนใบหน้าของโลเลน“สี่” เมสันจ้องหน้าโลเลน“สี่อะไรวะ”“สี่นิ้วบนแก้มของนาย” โลเลนหัวเราะร่า“อ๋อ! ฉันเดินสะดุดล้มไม่มีอะไรหรอก”“รอยตบชัด สะดุดที่ไหนจะเป็นแบบนี้”“ช่างมันเถอะ ว่าแต่แกเถอะจะจัดการยังไงกับไอ้จอห์น”“ฮึ แกคอยดูฝีมือฉันก็แล้วกัน” เมสันยกแก้วขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์พร้อมรอยยิ้มร้ายปรากฏ