Mag-log in*คำเตือน: เนื้อหาในตอนนี้การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย
“ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” เอิงเอยเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด สายตาของเธอยังคงทอดมองไปยังประตูกระจกบานใหญ่ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพ่อของเธอจะออกมาจากห้องผ่าตัดเลย
“...” หญิงสาวมองไปยังนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดอย่างหมดแรงโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อยว่ามีใครอีกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ
“...”
“พ่อของเธอเส้นเลือดในสมองแตกครับ”
“เพราะแบบนี้เธอถึงได้ต้องการเงิน” เซนต์พึมพำออกมาในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร
“เฮียไม่เข้าไปเหรอ...” เพชรเอ่ยถามลูกพี่ของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ปกติแล้วนายเหนือหัวของเขาไม่เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนไหน แต่อยู่ดีๆ กลับบอกให้เขาตามเธอมา และพอรู้ว่าเธอมาที่โรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเขาก็ตามมาถึงที่นี่
“ทำไมกูต้องเข้าไป” พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินกลับไปยังรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล
“เอ้า!! ก็เฮียตามมาถึงนี่...”
หลายชั่วโมงต่อมา
แอ๊ดดดด!!
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกร่างบางเดินเข้าไปภายในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ หญิงสาวมองไปทางซ้ายทีขวาทีก่อนที่เธอจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งรอเธออยู่ก่อนแล้วบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกของเขา
“เธอมาสายไปห้านาที” ตาคมค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมามองหน้าสวยของคนตัวเล็กที่หยุดยืนอยู่ห่างจากเขาไปพอสมควร ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาเสียงเรียบ
“คะ คือฉันขอโทษค่ะ”
“ของของเธออยู่ที่ไหน”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปเอามาค่ะ” หญิงสาวตอบคำถามของชายหนุ่มกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“มานี่”
“ค่ะ” เอิงเอยทำตามที่ชายหนุ่มบอกทุกอย่าง ตั้งแต่วินาทีที่เธอรับเงินของเขามา เธอก็รู้ดีว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้ไปมันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
“ว๊ายยย! คุณจะทำอะไรค่ะ” เอิงเอยร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีที่แขนเรียวของเธอถูกชายหนุ่มกระชายเข้าหาตัวเขาอย่างแรง จนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขา
“หึหึ ฉันจ่ายเงินให้เธอเป็นล้าน เธอจะให้ฉันนั่งมองหน้าสวยๆ ของเธออย่างเดียวรึไง” เซนต์เอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงเรียบ ในขณะที่มือหนายังคงลูบไล้เอวบางอย่างแผ่วเบาอย่างจงใจจะยั่วยวนคนตัวเล็กในอ้อมกอด
“อะ เอ่อถ้าอย่างนั้นฉันขอไปอาบน้ำก่อนได้ไหมคะ”
“เชิญ...ห้องนอนของเธออยู่นั่น”
“แล้วเสื้อผ้าของฉันล่ะคะ”
“เธอไม่จำเป็นต้องใส่”
“...”
“รีบไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
“ไปแล้วค่ะ”
“...” เซนต์มองตามแผ่นหลังบางวิ่งหายเข้าไปในห้อง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเดินตามเธอเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกก่อนที่เขาจะพาดมันลงบนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกล
ติ้ง!! ติ้ง!! ติ้ง!!
‘เอิงนอนรึยังครับ’
‘เจอคุณพ่อแล้วใช่ไหม’
‘ฝันดีนะครับ’
เซนต์อ่านข้อความตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่ริมฝีปากของเขากลับแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่มือหนาจะคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะตรงหน้า ในขณะที่มืออีกข้างของเขาเอื้อมไปหยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก
“คุณ!!”
“เข้ามาได้ยังไงค่ะ” เอิงเอยร้องเรียกร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ มือหน้ากำผ้าเช็ดตัวที่พันอยู่รอบอกอวบอิ่มของตัวเองเอาไว้แน่น หญิงสาวมองไปยังชายหนุ่มที่ในตอนนี้มีเพียงกางเกงยีนส์สีเข้มเท่านั้นที่เขายังคงสวมใส่อยู่ หน้าท้องเป็นล่อนสวยได้รูปของเขาทำให้หัวใจด้วยน้อยๆ ของคนตัวเล็กสั่นระรัว
“ที่นี่บ้านของฉัน ฉันจะเข้าหรือออกห้องไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน”
“...”
“ตอนนี้เธอเองก็เป็นของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับเธอก็ได้”
“...” เอิงเอยเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอีกครั้ง พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ อย่างยอมจำนน สิ่งที่เขาพูดออกมามันคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่เธอเป็นฝ่ายเสนอตัวให้กับเขาเอง
“เอิงเอย...เธอรู้ไหมฉันเกลียดอะไรมากที่สุด” ชายหนุ่มเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงเรียบ พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเธอ
“ฉันไม่รู้ค่ะ”
“ฉันเกลียดการถูกหักหลังที่สุด ถ้าเธอยังอยากมีชีวิตที่สงบสุขอยู่ก็อย่าได้คิดที่จะแทงข้างหลังฉัน”
“...”
“ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงของฉันไปยุ่งกับใคร และยิ่งไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับคนของฉัน”
“ฉันเข้าใจค่ะ” หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนที่เธอจะตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเคยมีผัวมาแล้วกี่คน แต่ต่อจากนี้ไปเธอขะเป็นของของฉันแค่คนเดียว”
“ฉันยะ...อื้อออออ” เอิงเอยยังไม่ทันพูดจบร่างบางของเธอก็ถูกชายหนุ่มดึงเข้าหาตัวของเขาโดยที่เธอเองไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบางกระแทกเข้ากับกายแกร่งอย่างจัง ทำให้มือบางเผลอผลักอกของเขาออกอย่างลืมตัว แต่เพราะเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
“อะ อื้ออออ” รสจูบดุดันและดิบเถื่อนของเขาทำให้คนตัวเล็กแทบลืมหายใจ เขาทำราวกับว่าต้องการจะสูบชีวิตของเธออย่างไงอย่างงั้น มือบางทุบลงกับอกแกร่งของชายหนุ่มแรงขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย
“อื้อออ เจ็บ”
มือหนาออกแรงบีบเค้นอกอวบอิ่มแรงขึ้นจนเต้าขาวเนียนแดงตามรอยสัมผัสของนิ้วของเขา ในขณะที่แขนแกร่งอีกข้างยังคงกอดรัดเธอเอาไว้แน่น ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมาก่อนที่เขาจะจับร่างบางหันหลังพร้อมกับกดเธอลงกับกระจกกั้นโซนภายในห้องตรงหน้า
“คุณจะทำอะไรคะ” เอิงเอยพยายามหันกลับมาถามเขาในขณะที่ใบหน้าสวยยังคนแนบอยู่กับกระจกบานใหญ่
“เงียบน่า” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาจากลำคอแกร่ง เขารวบมือบางทั้งสองข้างของหญิงสาวก่อนที่เขาจะหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่า มุมปากหน้ายกยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนที่เข้าจะใส่กุญแจมือที่ข้อมือบางทั้งสองข้าง
“คุณ!!” เอิงเอยรับรู้ได้ในทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่มันกำลังพันธนาการมือทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้
“เธอไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม เธอมีหน้าที่ทำให้ฉันพอใจ...”
“จำใส่หัวของเธอเอาไว้” ริมฝีปากหนาของเซนต์กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาที่ข้างหูของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะกัดเบาๆ ที่ติ่งหูของเธอ ริมฝีปากหนาดูดเม้นลำคอขาวเนียน ลิ้นร้อนของเขาโลมเลียลงมาที่ไหล่มน ทุกสัมผัสที่หนักหน่วงจากเขาทิ้งรอยแดงเอาไว้บนผิวกายเนียนนุ่มของเธอ
“อะ อื้อ คุณเซนต์!!” เอิงเอยร้องเรียกร่างสูงออกมาด้วยความตกใจทันทีที่ผมหนานุ่มของเธอถูกมือหนาของเขากระชากอย่างแรง เขาฉุดกระชากเธอออกมายังห้องนอนด้านนอก
“ฉะ ฉันเจ็บ อะ อ๊ายยย” ร่างบางของเธอถูกชายหนุ่มผลักลงกับเตียงอย่างแรงก่อนที่เขาจะตามเข้าไปกดแผ่นหลังบางลงจนใบหน้าสวยแนบชิดกับที่นอนหนานุ่มตรงหน้า
“อย่าทำเป็นไม่เคย ฉันไม่หลงกลคนอย่างเธอหรอกนะ”
“อะ เบาๆ ค่ะ” เอิงเอยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดบริเวณข้อมือบางที่ถูกับกุญแจมืออย่างแรง ทำให้ผิวขาวเนียนของเธอถลอกเป็นวงกว้างพร้อมกับมีเลือดซึมออกมา แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเขาได้เห็นร่างกายอันเปลือยเปล่าของเธอก็ยิ่งทำให้เลือดภายในกายของเขาสูบฉีดอย่างน่าประหลาด
“หึหึ” เสียงหัวเราดังออกมาจากลำคอแกร่งของเขา มือหนาปลดกางเกงยีนส์ตัวเก่าของตัวเองออก เขารู้สึกปวดหนึบบริเวณความเป็นชายที่ขยายใหญ่เกินมาตฐานชายไทยทั่วไป ในตอนนี้เขาต้องการเธอมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาบีบเค้นสะโพกงามของเธออย่างหลงใหล ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาภายในอาณาเขตของเขา สายตาคมก็ไม่เคยละไปจากเธอได้อีกเลย
แชะ!!
ชายหนุ่มส่งภาพลงไปในกลุ่มไลน์ของเขากับผองเพื่อน ก่อนที่เขาจะโยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ราคาแพงในมือทิ้งไปอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“คุณเซนต์คะ” เอิงเอยร้องเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเสียงเรียกของเธอเลยแม้แต่น้อย
สวบบบบ!!
“กรี๊ดดดดดดด / อะ โอ้วววว อย่าเกร็ง” เอิงเอยกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่ชายหนุ่มเหนือร่างของเธอก็รู้สึกปวดร้าวไม่ต่างกัน
“นี่เธอยัง...” เซนต์เอ่ยถามออกมาอย่างหัวเสีย มือหนากำเอวบางของหญิงสาวเอาไว้แน่นเพื่อระบายความเจ็บปวดของตัวเอง
“ไม่เคยเหรอวะ”
*คำเตือน: เนื้อหาในตอนนี้การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย“ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะ” เอิงเอยเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด สายตาของเธอยังคงทอดมองไปยังประตูกระจกบานใหญ่ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพ่อของเธอจะออกมาจากห้องผ่าตัดเลย“...” หญิงสาวมองไปยังนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดอย่างหมดแรงโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อยว่ามีใครอีกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ“...”“พ่อของเธอเส้นเลือดในสมองแตกครับ”“เพราะแบบนี้เธอถึงได้ต้องการเงิน” เซนต์พึมพำออกมาในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร“เฮียไม่เข้าไปเหรอ...” เพชรเอ่ยถามลูกพี่ของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ปกติแล้วนายเหนือหัวของเขาไม่เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนไหน แต่อยู่ดีๆ กลับบอกให้เขาตามเธอมา และพอรู้ว่าเธอมาที่โรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเขาก็ตามมาถึงที่นี่“ทำไมกูต้องเข้าไป” พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินกลับไปยังรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“เอ้า!! ก็เฮียตามมาถึงนี่...”หลายชั่วโมงต่อมาแอ๊ดดดด!! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกร่างบางเดินเ
ณ เดม่อนผับ“...” เอิงเอยยืนมองผับที่ตั้งตระหง่าอยู่นานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้ข้อเสนอของเขาคือทางรอดเดียวของเธอไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม“เดี๋ยว!!” เสียงของการ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูร้องเรียกเธอเอาไว้ พร้อมกับขยับเข้ามาขวางคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้เดินเข้าไปด้านในที่ในเวลานี้เหล่าบรรดานักท่องราตรีกำลังดื่มดำกับบรรยากาศที่ทั้งสนุกสนานและตื่นเต้นเร้าอารมณ์ไปตามจังหวะของเสียงเพลง“แต่งตัวแบบนี้มาเที่ยวผับ อายุถึงยี่สิบรึเปล่า...”“ถึงค่ะนี่บัตรประชาชนของฉัน ฉันขอเข้าพบคุณเซนต์เจ้านายของพวกคุณได้ไหมคะ”“...ตามมา” ชายร่างสูงมองร่างบางของเอิงเอยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเขาจะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดของผับ“...” หญิงสาวเลือกที่จะเดินตามเขาออกไปเงียบๆ ถึงเธอจะแปลกใจอยู่มากก็ตามที่เขาไม่ถามอะไรเธออีกเลย แต่กลับพาเธอไปหาเจ้านายของพวกเขาง่ายๆ แบบนี้“นายครับ”“ให้เข้ามา&rdq
“คะ”“คิดว่าชนฉันแล้วเธอจะหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ” เซนต์เอ่ยถามออกมาเสียงเรียบในขณะที่ตาคมยังคงจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าอยู่อย่างนั้น จริงๆ เขาไม่ได้สนใจเงินเดิมพันธุ์พวกนั้นเลยสักนิด แต่ที่ทำให้เขาสนใจก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาต่างห่าง ใครๆ ก็บอกว่าเธอไม่ง่าย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะยากสักเท่าไหร่กันเชียว“ฉันไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษคุณไปแล้วไงค่ะ” เอิงเอยเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้งด้วยความสงสัย เธอมั่นใจมากว่าตัวเองไม่ได้มีท่าทีที่ไม่ดี เธอขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ที่เดินไม่ดูทางเอง“ก็จริงของเธอ เธอขอโทษฉันแล้วนี่...”“ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณช่วยหลีกทางให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากจะเดินไปทางนั้นค่ะ”“นอนกับค่ะ”“คะ!!” เอิงเอยชะงักนิ่งงั้นไปทันทีกับประโยคที่เขาเอ่ยออกมา ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว แต่เขาเป็นคนแรกเลยที่เข้ามาบอกกับเธอตรงๆ แบบนี้“คืนนี้”“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย เธอเป็นเด็กอายุสามขวบรึไง”“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้” เอิงเอยพยายามคุมอารมณ์ของตัวเอง เธอบอกกับเขากลับไปอย่
ณ มหาวิทยาลัยซียู“พวกไอ้เชี้ยไม้สร้างเรื่องอีกแล้วว่ะ”“ครั้งนี้กับคณะไหนอีกวะ”“ศิลปะ”“แล้วไง” เซนต์ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนตัวใหญ่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้ว ขอแค่พวกมันไม่มาทำให้เขาเดือดร้อนก็เป็นพอ“คณบดีก็เรียกสาขาเรากับฝั่งโน้นไปพบน่ะสิวะ” ซีม่อนเอยขึ้นก่อนที่ใบหน้าคนเข้มจะแสยะยิ้มร้ายออกมาทันทีที่เขานึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้“หน้าตาหื่นแบบนี้ไม่ต้องบอกกูก็รู้ว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่” ขุนพลมองไปยังใบหน้าของเพื่อนรักพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน พวกเขาเป็นเพื่อนกับมานานรู้ไส้รู้พุงกันหมด“แล้วพวกมึงสนใจไปกับกูปะล่ะ”“สาวๆ คณะศิลปะน่ารักจะตาย วันนี้กูไม่พลาดแน่นอน” ขุนพลตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักกลับไปแทบจะทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมองมาที่ใบหน้าหล่อเหลาของเซนต์ที่ยังคงนั่งเงียบอย่างรอคำตอบ“กูไม่...”“วันนี้ไอ้เซบบ์ก็พลาดไปแล้วหนึ่ง มึงยังจะไม่ไปกับพวกกูอีกเหรอวะ แต่ก็อย่างว่าแหละรูปหล่อพ่อรวยอย่างมึงคงไม่ขาดสาวๆ ไว้นอนกอดข้างกายหรอก” ซีม่อนตัดพ้อออกมาเสียงอ่อนถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นถึงลูกชายเพียง







