เข้าสู่ระบบ“คะ”
“คิดว่าชนฉันแล้วเธอจะหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ” เซนต์เอ่ยถามออกมาเสียงเรียบในขณะที่ตาคมยังคงจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าอยู่อย่างนั้น จริงๆ เขาไม่ได้สนใจเงินเดิมพันธุ์พวกนั้นเลยสักนิด แต่ที่ทำให้เขาสนใจก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาต่างห่าง ใครๆ ก็บอกว่าเธอไม่ง่าย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะยากสักเท่าไหร่กันเชียว
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษคุณไปแล้วไงค่ะ” เอิงเอยเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้งด้วยความสงสัย เธอมั่นใจมากว่าตัวเองไม่ได้มีท่าทีที่ไม่ดี เธอขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ที่เดินไม่ดูทางเอง
“ก็จริงของเธอ เธอขอโทษฉันแล้วนี่...”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณช่วยหลีกทางให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากจะเดินไปทางนั้นค่ะ”
“นอนกับค่ะ”
“คะ!!” เอิงเอยชะงักนิ่งงั้นไปทันทีกับประโยคที่เขาเอ่ยออกมา ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว แต่เขาเป็นคนแรกเลยที่เข้ามาบอกกับเธอตรงๆ แบบนี้
“คืนนี้”
“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”
“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย เธอเป็นเด็กอายุสามขวบรึไง”
“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้” เอิงเอยพยายามคุมอารมณ์ของตัวเอง เธอบอกกับเขากลับไปอย่างใจเย็น ยิ่งสายตาที่เขามองมาที่เธอราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รอให้เขากระดิกนิ้วเรียกก็พร้อมจะมาปรนเปรอเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกรังเกลียดเขา
“...”
“หนึ่งแสนสำหรับคืนนี้”
“คุณชื่อเซนต์ใช่ไหมคะ”
“...”
“คุณคงจะมีผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะเข้าหา แต่คุณควรต้องรู้ไว้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะเป็นแบบนั้นโดยเฉพาะผู้หญิงอย่างฉัน” เอิงเอยเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงเรียบ เธอยังคงจ้องมองเข้าไปในตาของเขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“หึหึ ห้าแสน”
“คุณ!!”
“แค่นอนอ้าขาให้ฉันเอาครั้งเดียวได้ตั้งห้าแสน...”
เพียะ!!
เซนต์ยังไม่ทันพูดจบใบหน้าของเขาก็หันไปตามแรงตบจากมือเล็กของคนตัวเล็กตรงหน้า เสียงมือบางกระทบกับแก้มเนียนของชายหนุ่มดังสนั่น การกระทำของทั้งคู่ทำให้นักศึกษาที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว
“ฉันมีศักดิ์ศรี และเงินของคุณซื้อฉันไม่ได้” พูดจบร่างบางก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาสนใจใครอีกเลย
“หึหึ น่าสนใจจริงๆ” มือหนาลูบลงที่แก้นเนียนของตัวเองเบาๆ ในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปจากเขา มุมปากหนาค่อยๆ ยกยิ้มร้ายออกมา ‘ฉันไม่เชื่อหรอกว่าบนโลกใบนี้จะมีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้’
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้ม่อนมึงเห็นอย่างที่กูเห็นปะวะ”
“กูเห็นเต็มสองตาเลยว่ะ...บนโลกนี้จะมีสักกี่คนกันวะที่กล้าตบไอ้เซนต์”
“มึงจะยกธงขาวยอมแพ้เลยปะวะ” ขุนพลเดินเข้ามาขวางเซนต์เอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามคนตรงหน้าออกมาอย่างไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนรักของเขามีนิสัยอย่างไร คนที่ชอบการเอาชนะอย่างเซนต์ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ อย่างแน่นอน เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
“เริ่มนับหนึ่ง” พูดจบเซนต์ก็เดินตรงไปยังรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถข้างคณะวิศวกรรมด้วยสายตาที่เรียบเฉย
2 วันต่อมา...
“ขอบคุณมากนะวิน ไว้เจอกันนะหญ้า” เอิงเอยเดินลงมาจากรถของมาวินเพื่อนอีกคนของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะร่ำลาเพื่อนๆ และเดินกลับเข้าไปในบ้านของตัวเองพร้อมด้วยความแปลกใจ ตอนนี้เกือบจะ 2 ทุ่มแล้วแต่ไฟภายในบ้านของเธอยังปิดสนิทอยู่เลย ซึ่งปกติแล้วเวลานี้คุณพ่อของเธอจะต้องเลิกงานและกลับมารอเธอที่บ้านแล้ว แต่ทำไมวันนี้ถึงยังไม่กลับ...
“...” เอิงเอยรีบเดินเข้าไปหยิบสายชาร์จออกมาชาร์จโทรศัพท์ของตัวเองที่ดับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่รู้ ระหว่างรอโทรศัพท์เธอก็เดินไปหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม ก่อนที่เธอจะเดินกลับมายังโทรศัพท์ของตัวเองที่ตอนนี้มีเสียงข้อความดังรั่วขึ้นมาจนน่าแปลกใจว่าใครกันส่งข้อความมาหาเธอเยอะขนาดนี้
“สวัสดีค่ะ มีเรื่องอะไรรึเปล่าค่ะ...” เอิงเอยรีบโทรกลับไปหาเจ้าของเบอร์ที่พยายามติดต่อเธอมาเกือบ 50 สาย หากไม่มีเรื่องด่วนไม่มีทางที่คนเราจะโทรหาใครสักคนถึง 50 สายอย่างแน่นอน
“ใช่คุณเอิงเอยลูกสาวของคุณประทีปรึเปล่าคะ”
“ชะ ใช่ค่ะ” เอิงเอยตอบคำถามของปลายสายกลับไปเสียงสั่น ถึงเธอจะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีและอาจจะเกี่ยวกับคุณพ่อของเธออย่างแน่นอน
“คุณประทีปเส้นเลือดในสมองแตก คุณเอิงเอยต้องรีบมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”
“จะ ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” มือบางสั่นระรัวด้วยความตกในปนหวาดกลัว เธอรีบวิ่งไปยังถนนหน้าปากซอย ก่อนจะเรียกรถแท็กซี่คันแรกที่ขับผ่านเข้ามา
“พี่คะขับให้ไวกว่านี้ได้ไหมคะ”
“นี่ก็ไวแล้วนะหนู”
“พะ พ่อของหนูเส้นเลือดแตกอยู่ที่โรงพยาบาล ฮึกกก ขอร้องล่ะค่ะ” เอิงเอยร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างไม่อาย เธอพยายามขอร้องอ้อนวอนให้คนขับรถขับให้ไวกว่านี้อีกหน่อย อย่างนี้เธอก็อยากไปให้ทันเห็นหน้าพ่อของเธออีกสักครั้ง
“เอ่อได้ เอาวะเป็นไงเป็นกัน” คนขับแท็กซี่เหยียบคันเร่งมิไมล์ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที รถก็ถูกขับเข้ามาจอดหน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไซส์งานก่อสร้างที่คุณพ่อของเธอทำงานเท่าไหร่นัก พ่อของเธอเป็นวิศวกรคุมงานก่อสร้างทุกๆ ท่านทำงานหนักแทบจะไม่พักเลยซักวันทุกอย่างที่ท่านทำก็เพื่อให้เอิงเอยลูกสาวเพียงคนเดียวได้อยู่อย่างสุขสบาย
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบวิ่งไปติดต่อพยาบาลที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉินในทันทีด้วยความร้อนใจ
“ฉันลูกสาวคุณประทีปค่ะ ตอนนี้พ่อของฉันอยู่ที่ไหนคะ”
“คุณหมอค่ะลูกสาวของคุณประทีปมาแล้วค่ะ”
“ฉะ ฉันเองค่ะ”
“คุณพ่อของคุณต้องผ่าตัดด่วนครับ มีภาวะสมองบวมอย่างรุนแรง เมื่อสมองขาดเลือดเนื้อสมองจะบวมและขยายตัว ทำให้สมองถูกกดทับเพื่อลดแรงดันในสมองเราจำเป็นต้องผ่าตัดด่วนครับ”
“งั้นก็ทำเลยค่ะ ช่วยพ่อของฉันด้วยนะคะ” เอิงเอยยกมือหน้าชายวัยกลางคนตรงหน้าพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างหนัก
“ไม่ต้องห่วงครับ”
“เชิญญาติคนไข้มาเซ็นเอกสารทางด้านนี้ค่ะ”
“...” เอิงเอยเดินตามพยาบาลไปยังจุดชำระเงินพร้อมกับยื่นเอกสารยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา และเอกสารค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมด
“หนึ่งล้านเลยเหรอคะ แต่คุณพ่อมีประกันใช้ไม่ได้เหรอคะ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เธอรู้มาว่าพ่อของเธอทำประกันไว้อยู่บ้าง แต่ทำไมในนี้ค่าใช้จ่ายยังคงเต็มจำนวนไม่ถูกหักออกเลย
“เราเช็คเรียบร้อยแล้วค่ะ ทางประกันแจ้งว่าประกันของคุณประทีปขาดไปตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วค่ะ”
“ฉันขอวางเงินไว้ก่อนห้องแสนได้ไหมคะ แล้วที่เหลือฉันจะรีบหามาให้ค่ะ”
“ได้ค่ะ ชำระเงินทางด้านนี้ค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
“...” มือบางกำมือของตัวเองเอาไว้แน่นเงินเก็บที่เธอมีรวมแล้วไม่ถึง 600,000 บาท ด้วยซ้ำแล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี เธอจะหาเงินเยอะขนาดได้จากที่ไหน เงินมากขนาดนี้ไม่ว่าใครก็คงไม่กล้าให้เธอยืมอย่างแน่นอน แต่ถึงเธอจะรู้อย่างนั้นเธอก็ยังเลือกที่จะรองโทรหาลุงกับป้าของเธอ
“ป้านาค่ะ คือว่าคุณพ่อป่วยเอิงของยืม...”
ตู้ด!! ตู้ด!! ตู้ด!!
“หรือว่าจะยืมวินกับกอหญ้าดีนะ” มือบางกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น เพื่อนทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เธอรักมากๆ ในชีวิตนี้นอกจากคุณพ่อแล้วก็ไม่มีใครที่ดีกับเธอจากใจจริงเท่ากับมาวินและกอหญ้าอีกแล้ว เพราะแบบนี้เธอจะเสียพวกเขาไปเพราะเรื่องเงินไม่ได้เด็ดขาด ‘ลองพยายามด้วยวิธีของตัวก่อนแล้วกัน’
“เหลือทางเลือกเดียวแล้วสินะ” เอิงเอยยืนนิ่งมองไปยังหน้าห้องผ่าตัดที่ยังคงปิดสนิทด้วยสายตาที่วูบไหว มือบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวปนกังวล เธอคิดไม่ออกแล้วว่าถ้าไม่ใช่วิธีนี้จะมีวิธีไหนที่ทำให้เธอได้เงินครึ่งล้านมาในชั่วข้ามคืน
‘แค่นอนอ้าขาให้ฉันเอาครั้งเดียวได้ตั้งห้าแสน...’
*คำเตือน: เนื้อหาในตอนนี้การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย“ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะ” เอิงเอยเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด สายตาของเธอยังคงทอดมองไปยังประตูกระจกบานใหญ่ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพ่อของเธอจะออกมาจากห้องผ่าตัดเลย“...” หญิงสาวมองไปยังนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดอย่างหมดแรงโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อยว่ามีใครอีกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ“...”“พ่อของเธอเส้นเลือดในสมองแตกครับ”“เพราะแบบนี้เธอถึงได้ต้องการเงิน” เซนต์พึมพำออกมาในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร“เฮียไม่เข้าไปเหรอ...” เพชรเอ่ยถามลูกพี่ของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ปกติแล้วนายเหนือหัวของเขาไม่เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนไหน แต่อยู่ดีๆ กลับบอกให้เขาตามเธอมา และพอรู้ว่าเธอมาที่โรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเขาก็ตามมาถึงที่นี่“ทำไมกูต้องเข้าไป” พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินกลับไปยังรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“เอ้า!! ก็เฮียตามมาถึงนี่...”หลายชั่วโมงต่อมาแอ๊ดดดด!! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกร่างบางเดินเ
ณ เดม่อนผับ“...” เอิงเอยยืนมองผับที่ตั้งตระหง่าอยู่นานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้ข้อเสนอของเขาคือทางรอดเดียวของเธอไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม“เดี๋ยว!!” เสียงของการ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูร้องเรียกเธอเอาไว้ พร้อมกับขยับเข้ามาขวางคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้เดินเข้าไปด้านในที่ในเวลานี้เหล่าบรรดานักท่องราตรีกำลังดื่มดำกับบรรยากาศที่ทั้งสนุกสนานและตื่นเต้นเร้าอารมณ์ไปตามจังหวะของเสียงเพลง“แต่งตัวแบบนี้มาเที่ยวผับ อายุถึงยี่สิบรึเปล่า...”“ถึงค่ะนี่บัตรประชาชนของฉัน ฉันขอเข้าพบคุณเซนต์เจ้านายของพวกคุณได้ไหมคะ”“...ตามมา” ชายร่างสูงมองร่างบางของเอิงเอยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเขาจะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดของผับ“...” หญิงสาวเลือกที่จะเดินตามเขาออกไปเงียบๆ ถึงเธอจะแปลกใจอยู่มากก็ตามที่เขาไม่ถามอะไรเธออีกเลย แต่กลับพาเธอไปหาเจ้านายของพวกเขาง่ายๆ แบบนี้“นายครับ”“ให้เข้ามา&rdq
“คะ”“คิดว่าชนฉันแล้วเธอจะหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ” เซนต์เอ่ยถามออกมาเสียงเรียบในขณะที่ตาคมยังคงจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าอยู่อย่างนั้น จริงๆ เขาไม่ได้สนใจเงินเดิมพันธุ์พวกนั้นเลยสักนิด แต่ที่ทำให้เขาสนใจก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาต่างห่าง ใครๆ ก็บอกว่าเธอไม่ง่าย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะยากสักเท่าไหร่กันเชียว“ฉันไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษคุณไปแล้วไงค่ะ” เอิงเอยเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้งด้วยความสงสัย เธอมั่นใจมากว่าตัวเองไม่ได้มีท่าทีที่ไม่ดี เธอขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ที่เดินไม่ดูทางเอง“ก็จริงของเธอ เธอขอโทษฉันแล้วนี่...”“ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณช่วยหลีกทางให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากจะเดินไปทางนั้นค่ะ”“นอนกับค่ะ”“คะ!!” เอิงเอยชะงักนิ่งงั้นไปทันทีกับประโยคที่เขาเอ่ยออกมา ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว แต่เขาเป็นคนแรกเลยที่เข้ามาบอกกับเธอตรงๆ แบบนี้“คืนนี้”“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย เธอเป็นเด็กอายุสามขวบรึไง”“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้” เอิงเอยพยายามคุมอารมณ์ของตัวเอง เธอบอกกับเขากลับไปอย่
ณ มหาวิทยาลัยซียู“พวกไอ้เชี้ยไม้สร้างเรื่องอีกแล้วว่ะ”“ครั้งนี้กับคณะไหนอีกวะ”“ศิลปะ”“แล้วไง” เซนต์ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนตัวใหญ่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้ว ขอแค่พวกมันไม่มาทำให้เขาเดือดร้อนก็เป็นพอ“คณบดีก็เรียกสาขาเรากับฝั่งโน้นไปพบน่ะสิวะ” ซีม่อนเอยขึ้นก่อนที่ใบหน้าคนเข้มจะแสยะยิ้มร้ายออกมาทันทีที่เขานึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้“หน้าตาหื่นแบบนี้ไม่ต้องบอกกูก็รู้ว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่” ขุนพลมองไปยังใบหน้าของเพื่อนรักพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน พวกเขาเป็นเพื่อนกับมานานรู้ไส้รู้พุงกันหมด“แล้วพวกมึงสนใจไปกับกูปะล่ะ”“สาวๆ คณะศิลปะน่ารักจะตาย วันนี้กูไม่พลาดแน่นอน” ขุนพลตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักกลับไปแทบจะทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมองมาที่ใบหน้าหล่อเหลาของเซนต์ที่ยังคงนั่งเงียบอย่างรอคำตอบ“กูไม่...”“วันนี้ไอ้เซบบ์ก็พลาดไปแล้วหนึ่ง มึงยังจะไม่ไปกับพวกกูอีกเหรอวะ แต่ก็อย่างว่าแหละรูปหล่อพ่อรวยอย่างมึงคงไม่ขาดสาวๆ ไว้นอนกอดข้างกายหรอก” ซีม่อนตัดพ้อออกมาเสียงอ่อนถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นถึงลูกชายเพียง







