FAZER LOGINอีกคนตวัดสายตามองค้อนกลับ ผมถึงกลับหลุดระบายรอยยิ้มออกมาทันทียัยนี่ บางทีก็ทำตัวน่ารักดีเหมือนกัน บทโหดของเธอมันน่ารัก ส่วนบทลงโทษ ผมก็ชอบมันมากๆ เลย"ไหวหรือเปล่า" ผมถามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่า คนตัวเล็กพยายามที่จะถอยห่าง เพราะความห่วงใยล้วนๆ เลยนะที่ทำให้ผมเอ่ยถามแบบนั้น แต่ทว่า คำตอบที่ผมได้เป็นการตอบรับ คือการทำตาเขียวปั๊ดกลับมา"หมายถึงลุกไปเข้าห้องน้ำไหวหรือเปล่า" เป็นอีกครั้งที่ผมเผลออมยิ้ม ยัยนี่น่ารักจังวะ หน้าซื่อๆ แววตาที่ไร้เดียงสา การกระทำของเธอก่อนหน้านี้ บ่งบอกว่าเธอไม่เด็กแล้วนะ แต่ทว่า ลึกๆ แล้ว ผมก็มองเห็นความเด็กในตัวของเธออยู่ดี เด็กที่ว่า ไม่ใช่รูปร่าง หรือวัดจากสัดส่วนบทเรือนร่าง แต่ผมกำลังวัดจากการแสดงออกในแบบเผลอๆ ของเธอ"สี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวสั่งข้าวมาให้กินที่ห้องละกัน" ผมบอก พลางหยัดกายลุกไปก่อน คว้าผ้าขนหนูสะอาดมาพันรอบเอวพอหมิ่นเหม่เอาไว้ จากนั้น ก็เลือกที่จะใช้ผ้าอีกผืน แล้วนำมายื่นให้อีกคน เธอยอมรับไปอย่างว่าง่าย แล้วรีบนำไปห่อหุ้มร่างกาย ปกป้องเรือนร่างของเธอจากสายตาของผมในทันที "ส่วนเรื่องผ้าปูที่นอน ไว้เดี๋ยวขอผืนใหม่ ระหว่างเธอเข้าไปอาบน้ำ เดี๋ยวให้เขาม
"พี่ อ๊าา..." ปลายลิ้นแข็งแรง ปาดเลียทักทายใจกลางความเป็นสาว กลีบกุหลาบงามที่บอบช้ำสีแดงเข้มเพราะโดนกระแทกในเวลาที่เธอยังไม่พร้อม แต่ทว่า มันยังคงงดงามแก่สายตา ผมกวาดสายตามองไปทั่วทุกสัดส่วน หน้าท้องแบนราบ ขาวจั๊วทั้งตัว ขนอ่อนที่ประดับอยู่บนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านตา มันโอเคไปหมดจนทำให้ไม่อยากปล่อยผ่าน ผมดึงสายตากลับมายังเนินสามเหลี่ยมอีกครั้ง พลางเลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มหยอกเย้าในจุดที่คิดว่า เมื่อโดนสัมผัสเธอจะเสียวแน่ๆ แล้วมันก็เป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ"มะ ไม่เอาแบบนั้น อ๊าา..." ขาสวยเกร็งไปหมด เธอพยายามที่จะหุบเรียวขาเข้าหากัน แต่ผมใช้มือดันมันไว้ และใช้ปากและลิ้นปรนเปรอเธอต่อไปแผล็บๆ~ "อื้อออ..."จ๊วบๆ~"อ๊าา..."ผมตวัดสายตามองคนที่เปล่งเสียงครวญครางจนดังลั่น มือบางสอดเข้ามากอบกำที่เส้นผมของผมเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ผมกำลังมอบให้ ยิ่งผมรัวลิ้นกับน้องสาวของเธอเร็วเท่าไหร่ นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว ผมดึงสายตากลับมาจับจ้องความงดงามตรงหน้าใหม่ สอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเย้าช่องทางรับคับแคบ เกร็งปลายลิ้น เย้าแหย่ถี่ๆ จนอีกคนปลดปล่อยธารน้ำหวานให้ไหลออกมาแล้วใครจ
ไม่มีคำตอบที่อีกคนมอบให้ ผมจึงดึงข้อเท้าของอีกคน ส่งผลให้ร่างของเธอ ถูกดึึงให้มานอนอยู่ใต้ร่างของผมแบบเดิม เช่นเดียวกับหัวใจแกร่งที่กำลังเต้นแรง"ถ้าเธอไม่ตอบ อย่างนั้นก็ช่วยกันถอด ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะเป็นฝ่ายเสียสละ ฉันยอมเป็นฝ่ายถอดกางเกงก่อนก็ได้นะ จากนั้นค่อยถอดเสื้อของเธอ" ใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ของอีกคน ส่งผลให้ผมขยับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ความเขินอาย ความไร้เดียงสา ความที่รู้ว่า เธอไม่เคยผ่านมือใครมานอกจากผม มันยิ่งทำให้ผมอยากมองเธอให้นานกว่าเดิม"เธอ ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ เลิกหลับตา เลิกหลบหน้า แล้วหันมามองหน้ากันดีๆ สักที""พี่เมาแล้ว พี่ไม่มีสติ พี่เป็นเหมือนวันนั้นแน่ๆ ลุกออกไปก่อน ไปอาบน้ำก็ได้ เผื่อว่าสติของพี่มันจะกลับคืนมา""ฉันไปอาบน้ำก็ได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องอาบด้วยกัน""ไม่ใช่แบบนั้น" เธอค้านทันที เป็นเวลาที่ผมใช้ต้นขาแทรกกลางระหว่างขาของอีกคน จนกระทั่ง ผมสัมผัสกับความอ่อนโยนนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจยัยนี่กระพริบตาถี่ เพราะความที่เราแนบชิดกัน ผมรับรู้ว่าเธอใจเต้นแรงมาก น้ำหวานยกมือมาดันอกผมเอาไว้ ผมจึงดันกายลงต่ำ แล้วรูดกางเกงชั้นในของเธอออกแทน"อื้อออ มะ ไม
"อื้ออออ มะ ไม่" ผมกดริมฝีปาก บดขยี้ซ้ำๆ ลงไปที่ปากของอีกคน ลมหายใจที่เป่ารดกัน เป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าในตอนนี้ เราแนบชิดกันมากแค่ไหน มือเรียวพยายามที่จะดันหน้าของผมออกห่าง ยิ่งยามที่ผมพยายามบังคับให้เธอเผยอปาก เพื่อที่จะสอดปลายลิ้นเข้าไป อีกคนจึงเปลี่ยนเป้าหมาย โดยการรัวกำปั้นเล็กๆ ฟาดลงมาที่อกของผมรัวๆ"หายใจไม่ออก" เธอรีบโวยวาย เมื่อสิ่งที่พันธนาการโดยการสร้างจากผมหลุดออกจากกัน "หายใจไม่ออกก็รีบๆ เปิดปาก ไม่ใช่ต่อต้านแบบที่เธอทำ" "ไม่ได้บอกว่าจะให้จูบไง" "ไม่ได้จะจูบไง แค่ลบรอยคนอื่นที่มันทิ้งไว้เท่านั้นเอง"อีกคนจ้องหน้าผมเขม็ง แล้วพยายามที่จะเม้มปาก "แต่เท่าที่เห็น คือเธอไม่ได้เต็มใจที่จะให้ฉันลบสักเท่าไหร่""แล้วใครบอกว่าของแบบนี้มันลบได้ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ควรที่จะปล่อยผ่านไม่ใช่หรือไง ใครบ้างล่ะ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้" "ฉันรู้ ว่าไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอดีตได้ ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ฉันจึงต้องลบทุกอย่าง แล้วทิ้งสัมผัสของฉันเอาไว้แทนไง""พะ พี่ จะทำอะไร" ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะจับมือบางเอาไว้แน่น แล้วดึงออกมาจากมุมนั้น เป้าหมายคือการก้าวขาเข
เราเดินออกมาจากห้องพักพร้อมกัน ในสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนแบบนี้ คนเยอะเป็นธรรมดา ผมเลือกที่จะกุมมือบางไม่ยอมปล่อย ซึ่งอีกคน ก็ไม่ได้ดึงมือผมออกห่าง หรือว่าขัดขืนแต่อย่างใดอีกคนชะงักฝีเท้า เมื่อเราเดินออกมาได้สักพัก ผมมองไปในทิศทางสายตาที่อีกคนมอง พบว่า ตรงหน้าเป็นกลุ่มเพื่อนของเธอ โดยที่หนึ่งในนั้น มีแฟนเก่าของเธอนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย"มาร" ผมหลุดคำนั้นเบาๆ แต่ทว่า อีกคนหันมามองหน้าผมทันที"ว่าไงนะ" "ฉันบอกว่ามาร เจอมาร!" ผมย้ำชัด ซึ่งเธอปรายตากลับไปมองที่ด้านหลังเพียงนิด คงรู้นั่นแหละ ว่าผมหมายถึงใคร"เถียงไหม?" ผมดึงความสนใจจากเธอด้วยคำถาม ซึ่งแน่นอนว่า เธอมองมาที่ผมทันที"ไม่เถียง ไม่ชอบทะเลาะ""ดี แล้วจำที่บอกได้ใช่ไหม?""...""หวงได้หวง แฟนคือของส่วนตัว ที่ไม่ควรแบ่งปันกับใคร" "...""ฉันอยากให้เธอคิดแบบนั้นนะ เพราะฉันเองก็จะคิดแบบนั้นเหมือนกัน!"ผมยิ้มกลับ แล้ววางปลายนิ้วคลอเคลียแก้มของอีกคนอย่างจงใจ ก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าแฟนเก่าของเธอมองมา ผมจำเป็นต้องแสดงความหวานแบบออกนอกหน้า ซ้ำยังประกาศเป็นนัยๆ ว่าผู้หญิงคนนี้ ของฉลาม!แขนแข็งแรง โอบเอวบางเข้ามาหา เธอเงยหน้ามองผม ผมจึ
ผมเลือกที่จะละเลยสีหน้างุนงง ที่ทำเหมือนยังไม่เข้าใจของอีกคน "ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉันจะพาเธอออกไปกินข้าว""ดะ เดี๋ยว แล้วเรื่องที่ฉันทำให้พี่ไม่โอเคล่ะ พี่ให้อภัยฉันหรือเปล่า พี่รับคำขอโทษของฉันไหม""สัญญาก่อนสิ ว่าเธอจะไม่เลิกกับฉัน แล้วฉันจะยกโทษให้เธอ"เรามองสบตากันอีกครั้ง ซึ่งแววตาคู่นั้น ถ่ายทอดความรู้สึกหลายๆ อย่างออกมาอย่างชัดเจน งุนงง ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่แน่ใจ ว่าเรื่องที่เธอกำลังเผชิญมันคือเรื่องจริงไหม แต่ผมไม่อยากรอให้เธอใช้เวลาเพื่อปรับจูนกับอะไรให้มันมากมาย อยากได้คำยืนยันว่าเราจะไม่เลิกกันเท่านั้นก็พอ "ไหนบอกว่าเข้าใจไง ว่าอารมณ์ของคนที่โดนทำอะไรลับหลังมันรู้สึกแย่แบบไหน""โอเค ฉันเข้าใจ""แล้วทำไมถึงไม่พูดออกมา ว่าเราจะไม่เลิกกัน""ฉันแค่ยังไม่แน่ใจ พี่เมาหรือเปล่า ดื่มมาไหม มีสติไหม ฉันแค่กลัวว่าเรื่องที่พี่พูด มันจะไม่...""มันคือเรื่องจริง สิ่งที่ฉันพูดกับเธอ มันคือเรื่องจริง!""...""แปลกเหรอ ในเมื่อฉันกับเธอ เข้ามาเกี่ยวข้องกันเพราะความผิดพลาด แม้จะพูดได้เต็มปาก ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เต็มใจ แต่สุดท้าย เราก็เป็นของกันและกันไปแล้ว ความจริงข้อนั้น ไม่ว่
ผมยอมห่าง ให้รับรู้อย่างลึกซึ้ง ว่าเวลาจากกันมันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ ผมจะได้จำใส่ใจ จะได้ไม่กล้าทำเรื่องเลวๆแบบนั้นใหม่ ให้เรื่องราวในตอนนี้เป็นบทเรียนที่ผมจะจดจำให้ขึ้นใจ ชีวิตในก้าวต่อไป จะได้ไม่พลาดพลั้งแบบทีี่ผมกำลังเผชิญหนึ่งสัปดาห์ต่อมา..Chartchanok Partหลายวันแล้วที่ฉันออกจากโรงพยาบาล ตั้
Chartchanok Part หลายวันแล้ว ที่พระท่านติดกิจนิมนต์ทางอื่น ไม่ได้มาบิณฑบาต ถึงวันพระ ศุภกรก็เป็นฝ่ายไปที่วัด วันสองวันมานี้ฉันเองก็มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ จะหลับลงจริงๆก็คือดึกมาก แล้วยังมาติดนิสัยตื่นเช้าประจำ วันนี้จึงเป็นอีกวัน ที่การพักผ่อนน้อยไป ทำให้ฉันเวียนหัว มีความรู้สึกไม่สบายตัว"ไหวไหม
Chartchanok Part ฉันก้าวขาเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนมือไปกดสวิตช์ไฟให้สว่างจ้า อุณหภูมิห้องร้อนกว่าปกติ เพราะเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำงาน หลายวันแล้วที่ห้องนี้ว่างเปล่า เช่นเดียวกับพื้นที่ว่างข้างเตียงของฉันที่ไร้คนเคียงข้าง ทั้งที่ภาพความทรงจำที่อยู่ในบ้านหลังนี้ มีคนนอนข้างฉันตลอดเวลาด
Chartchanok Part "คุณคะ ..ป้าว่าคุณทานข้าวก่อนดีไหมคะ เผื่อคุณภาคย์เธออาจจะติดงานแล้วกลับดึก" ฉันละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเล็กน้อย ก่อนจะมองสบตากับป้าแม่บ้าน"เฮียภาคย์บอกหนูว่าไม่ได้ไปทำงาน เขาบอกว่าตั้งแต่หนูหายไป เขาไม่เคยไปทำงานด้วยซ้ำ อีกอย่างวันนี้ศุภกรก็พึ่งจะคุยกับเขาเรื่องงาน แล้







