เข้าสู่ระบบเมื่อเขารู้ว่าผู้หญิงที่เป็นรักแรกสามีตาย จึงขอหย่ากับภรรยาที่อยู่กันมาสี่ปี เพื่อจะกลับไปหารักแรกที่ยังรัก ทว่า… “ถ้าพี่ยอมบริจาคสเปิร์มให้เพียงดาว เพียงดาวก็จะเซ็นใบหย่าให้พี่ทันทีค่ะ"
ดูเพิ่มเติมแพทริก อายุ28ปี สูง 186 CM
เป็นหมอ และเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เรียนจบหมอได้ไม่นาน พ่อก็ล้มป่วยและเสียชีวิต เขาจึงต้องทำหน้าที่บริหารโรงพยาบาลตั้งแต่นั้นมา จดทะเบียนสมรส หลังจากเรียนจบ เพียงดาว อายุ24ปี สูง 162 CM สวย เรียบร้อย เข้มแข็งและอดทน มองโลกในแง่ดี มีรอยยิ้มที่สดใสและเป็นมิตรกับคนรอบข้าง จดทะเบียนสมรสตอนเรียนอยู่ปี2 อชิ ลูกชายของเพียงดาว ซึ่งเกิดจากสเปิร์มของอดีตสามีที่เขายอมบริจาคมาให้เธอ เพื่อแลกกับการหย่าให้เขาได้กลับไปหารักแรก . . . . . ตัวอย่าง “ท้องเธอก็โตขึ้นทุกวัน ต่อไปใครๆก็รู้ว่าเธอท้อง ถ้าใครถาม หรือข้าวหอมถาม เธอก็อย่าบอกเด็ดขาดว่าท้องเพราะสเปิร์มที่รับบริจาคจากฉัน” “เพียงดาวคิดเอาไว้แล้วค่ะ ว่าถ้าต่อไปมีคนถามเรื่องท้อง เพียงดาวก็จะบอกว่าท้องเพราะสเปิร์มของคนที่บริจาคมา แต่จะไม่บอกว่าท้องเพราะสเปิร์มของพี่เด็ดขาด” . . . . “ทำไมฉันถึงเป็นพ่อไม่ได้” “เพราะพี่คือผู้บริจาคสเปิร์ม จะมาเป็นพ่อของลูกไม่ได้ คนอื่นๆ ที่อยากมีลูก แล้วใช้วิธีเดียวกับเพียงดาว พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่มีใครนับว่าผู้บริจาคสเปิร์มเป็นพ่อของลูกหรอกค่ะ” “ท้องด้วยน้ำเชื้อที่ได้จากการบริจาค ไม่นับว่าเป็นพ่อของลูก งั้นก็แสดงว่า ถ้าเธอได้รับน้ำเชื้อจากฉันโดยตรงด้วยการ สอดใส่เข้าไป เธอก็จะนับว่าฉันเป็นพ่อของลูกใช่ไหม” . . . . . . . . . . . . . . . . . โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ห้องทำงานของแพทริก ในขณะที่ร่างสูงนั่งหลับตาพิงเก้าอี้เบาะหนังราคาแพงอยู่นั้น โทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีเสียงดังขึ้น Rrrr! เขาลืมตาขึ้นมามองพลางเลื่อนมือไปหยิบขึ้นมาดู หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพร้อมกับเพ่งมองไปยังหน้าจอให้ชัดๆ เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของข้าวหอมที่เป็นรักแรกของเขา พลันหัวใจแกร่งก็เต้นระส่ำก่อนจะกดรับสาย “ว่าไงข้าวหอม” (แพทริกอยู่ที่โรงพยาบาลไหม) “ใช่ ข้าวหอมมีอะไรหรือเปล่า” (ตอนนี้ข้าวอยู่กรุงเทพนะ) “มาตั้งแต่เมื่อไหร่” (สองสามวันแล้ว แล้วถ้าข้าวจะเข้าไปหาแพทริกได้ไหม) “ได้สิ ฉันรออยู่ที่ห้องทำงานนะ” (โอเค เดี๋ยวข้าวเข้าไปหานะ) นิ้วหนากดวางสายแล้วคลี่ยิ้มอ่อนๆพลางคิดว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี แต่ความรักที่เขามีให้ข้าวหอมก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขากับข้าวหอมอายุเท่ากัน เรียนปีเดียวกัน ข้าวหอมเรียนคณะบัญชี เขากับข้าวหอมเป็นแฟนกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง เขากับข้าวหอมรักกันมาก วางแผนเอาไว้ว่าถ้าเขาเรียนจบก็จะแต่งงานกัน แต่แล้วในวันที่เขาเรียนจบ ซึ่งตอนนั้นข้าวหอมเรียนจบมาสองปีแล้ว และทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ๆพ่อก็มาบอกว่าเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขาไม่เคยเห็นหน้า ‘พ่ออยากให้ลูกแต่งงานกับหนูเพียงดาว’ วสันต์ พ่อของแพทริกเอ่ยกับลูกชาย ร่างสูงเหมือนกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินประโยคนั้นของพ่อ ก่อนจะตั้งสติแล้วเอ่ยถามย้ำออกไป ‘พ่อว่าอะไรนะครับ’ ‘หนูเพียงดาวเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อสมัยเรียนมหาลัย’ ‘ลูกของเพื่อนพ่อ? เพื่อนพ่อคนไหนเหรอ’ ‘คือ…เพื่อนพ่อเป็นผู้หญิงน่ะ เขาชื่ออ้อม’ อันที่จริงอ้อมก็คือคือแฟนเก่าของวสันต์ตอนอยู่มหาวิทยาลัย วสันต์กับอ้อมเรียนสาขาเดียวกัน พอเรียนจบทั้งสองก็ต้องเลิกกัน เพราะพ่อของวสันต์บอกว่าเขาต้องแต่งงานกับมินตราแม่ของแพทริก ‘ลูกของเพื่อนพ่อ หรือลูกของแฟนเก่าพ่อกันแน่’ แพทริกเอ่ยถามอย่างรู้ทันเพราะเห็นสีหน้าของพ่อเหมือนกับกำลังโกหกอยู่ ‘เอาละ พ่อจะบอกความจริงก็ได้…’ ‘อ้อมเป็นแฟนเก่าของพ่อเองแหละ’ ‘แล้วทำไมพ่อถึงต้องให้ผมไปแต่งงานกับลูกของแฟนเก่าพ่อด้วยล่ะ’ ‘อ้อมเสียไปห้าปีแล้วด้วยโรคร้าย ก่อนตายอ้อมโทรมาฝากฝังหนูเพียงดาวไว้กับพ่อ หลังจากนั้นเดือนนึงอ้อมก็เสีย แล้วพ่อก็รับหนูเพียงดาวมาอุปการะ’ ‘สามีเขาไปไหน’ ‘อ้อมเลิกกับสามีตั้งแต่หนูเพียงดาวยังแบเบาะอยู่เลย ตอนพ่อรับอุปการะหนูเพียงดาว ตอนนั้นหนูเพียงดาวอายุสิบห้าปี พ่อเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้หนูเพียงดาวอยู่และส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือและได้มีชีวิตที่ดี ตอนนี้หนูเพียงดาวเรียนอยู่ปีสองแล้ว’ ‘แล้วทำไมพ่อต้องให้ผมแต่งงานกับเขาด้วย’ ‘เพราะพ่ออยากให้หนูเพียงดาวอยู่ในความดูแลของลูก’ ‘เขาอายุยี่สิบแล้วนะพ่อ ไม่จำเป็นต้องให้ใครไปดูแลหรอก พ่อก็แค่ส่งเสียเขาอย่างที่ผ่านมา’ ‘ถ้าพ่อไม่ป่วย พ่อก็คงไม่มาขอร้องให้ลูกต้องแต่งงานกับหนูเพียงดาวหรอก’ ‘พ่อป่วย? พ่อป่วยเป็นอะไรครับ’ เขาเอ่ยถามด้วยความรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ‘เมื่อเดือนก่อน พ่อไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย’ ‘…’ แพทริกแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคร้าย และอยู่ในระยะสุดท้าย ‘หมอบอกว่าพ่อยังเหลือเวลาอยู่ได้อีกหกเดือน’ ‘…’ ‘พ่อจึงอยากจะขอลูกเป็นครั้งสุดท้าย ช่วยแต่งงานกับหนูเพียงดาวให้พ่อชื่นใจหน่อยนะ’ ‘…’ เขารู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมากที่จะต้องตัดสินใจ ถ้าตอนนี้เขาไม่มีแฟน เขาก็รับปากพ่ออย่างไม่ต้องลังเลเพราะเห็นแก่พ่อที่กำลังป่วยหนัก ‘ก่อนตาย พ่ออยากเห็นหนูเพียงดาวอยู่ในความดูแลของลูก’ ‘ผมจะไม่แต่งงานกับเขา แต่ผมจะดูแลเขาแทนพ่อเอง ผมจะส่งเสียเขาจนเรียนจบ’ ‘ถ้าแบบนั้น พ่อก็คงนอนตายตาไม่หลับหรอก แต่ถ้าลูกได้แต่งงานกับหนูเพียงดาว พ่อก็หมดห่วง และไม่ต้องมีอะไรให้ต้องกังวลอีก ช่วยทำตามคำขอของพ่อเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมลูก’ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ก่อนจะกัดฟันและจำใจรับปากออกไป ‘ได้ครับ ผมจะทำตามที่พ่อต้องการ แต่ไม่จัดงานแต่งได้ไหมครับ แค่จดทะเบียนสมรสได้ไหม’ ‘ตกลง งั้นพรุ่งนี้พ่อจะให้ลูกไปรับหนูเพียงดาวที่อพาร์ทเม้นท์ พาหนูเพียงดาวไปจดทะเบียนสมรสเสร็จ หลังจากนั้นลูกกับหนูเพียงดาวก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านหลังเดียวกัน พ่อซื้อเรือนหอไว้ให้เรียบร้อยแล้ว’ ‘ครับ’ ในวันเดียวกันนั้น แพทริกก็ไปหาคนรักที่อยู่คอนโดของเขาแล้วบอกว่าต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่พ่ออุปการะมา เขาบอกแฟนสาวว่าพ่อกำลังป่วยหนัก อยู่ได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงต้องทำตามความต้องการของพ่อ เพื่อให้พ่อสบายใจในช่วงบั้นปลายของชีวิต แพทริกกับข้าวหอมเสียใจมากที่ต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกัน แต่ทั้งคู่ก็พยายามทำใจและตัดใจ วันถัดมาแพทริกก็ไปรับเพียงดาวที่อพาร์ทเม้นท์ แล้วพาไปจดทะเบียนสมรส จดทะเบียนสมรสเสร็จก็พากันไปยังบ้านหลังใหญ่ที่พ่อเตรียมไว้ให้ หลังจากที่แพทริกกับเพียงดาวจดทะเบียนสมรสและอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจนครบหนึ่งปี พ่อของแพทริกก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ เมื่อเพียงดาวเรียนจบก็ได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลของแพทริกตามที่พ่อของเขาได้สั่งไว้ก่อนตาย เพียงดาวได้เข้ามาอยู่ฝ่ายการเงินสองชั่วโมงผ่านไปเมื่อร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟารู้สึกตัวตื่นและขยับตัว ร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ละจากหน้าจอแมคบุ๊กแล้วหันไปมองเธอคนตัวเล็กขยับตัวลุกจากโซฟาพลางยกมือจับที่คอและมีสีหน้าพะอืดพะอม เพราะเธอคลื่นไส้อีกแล้ว แพทริกที่เห็นจึงเอ่ยถาม“คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ”“ค่ะ”“เข้าห้องน้ำไปสิ ถ้าจะอ๊วก” สิ้นเสียงทุ้มบอก คนตัวเล็กก็เดินไปอาเจียนในห้องน้ำ อาเจียนจนน้ำตาไหลแล้วออกมา เธอหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่แล้วก้าวออกไป ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถาม“จะไปไหน”“อยากกลับไปนอนที่บ้านค่ะ ขอตัวนะคะ” บอกจบหญิงสาวก็ก้าวไปยังประตู ก่อนจะมีอาการหน้ามืดจนร่างเซเล็กน้อย เธอจับขอบประตูไว้แพทริกที่เห็นจึงลุกพรวดออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปประคองร่างของเธอ พร้อมกับเอ่ยขึ้น“ฉันประเมินอาการของเธอแล้ว ฉันว่าเธอควรนอนให้น้ำเกลือที่นี่สักสองคืน”“อย่าเลยค่ะ เพียงดาวอยากกลับบ้าน เพียงดาวไม่อยากนอนที่นี่”“ทำไมถึงไม่อยากนอนที่นี่”“เพียงดาวต้องนอนคนเดียวตั้งสองคืน เพียงดาวกลัวค่ะ ถ้าต้องนอนในห้องพักฟื้นคนเดียว”“เธอกลัวอะไร กลัวผีหรือไง”“ค่ะ กลัวผี”“ถ้าเธอกลัวผี เดี๋ยวฉันจะบอกให้พยาบาลอยู่เป็นเพื่อนตลอด24ชั
ตอนเที่ยงเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เพียงดาวก็สั่งอาหารจากแอปพลิเคชันมาทานในที่ทำงาน บางวันเธอก็ไปทานในศูนย์อาหารของโรงพยาบาลเมื่อพนักงานมาส่งอาหาร หญิงสาวก็ออกไปเอาของกินหน้าโรงพยาบาล ตอนเดินกลับเข้ามาในห้องการเงินก็เห็นร่างสูงกับคนรักของเขาพากันเดินออกมาพอดีแพทริกเหลือบมองคนตัวเล็กเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจแล้วพาคนรักเดินออกไปขึ้นรถหรูและมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารบนรถ“เท่าที่ข้าวสังเกตดูเพียงดาวตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเที่ยง ข้าวว่าเพียงดาวยังไม่หายป่วยเลยนะ”“…”“ตอนเช้าที่แพทริกลงไปดูเพียงดาว ได้ถามเขาหรือเปล่าว่าป่วยเป็นอะไร”“ก็…ไข้หวัดธรรมดาน่ะ” ถ้าเขาบอกว่าเพียงดาวท้อง ข้าวหอมคงต้องถามยืดยาวแน่ๆ เขาไม่อยากอธิบายจึงเลี่ยงไม่ตอบความจริงดีกว่าตอนเย็นเมื่อเลิกงานแพทริกกับข้าวหอมก็พากันออกไปขึ้นรถ ก็เห็นเพียงดาวเดินไปขึ้นรถและขับออกไป ร่างสูงขับรถออกไปจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปยังคอนโดของข้าวหอมบนรถ“เดี๋ยวแพทริกจอดหน้าเซเว่นด้วยนะ”“ข้าวหอมจะซื้ออะไรเหรอ”“ซื้อถุงยางอนามัยน่ะ”“ไม่ต้องแวะหรอก ฉันเตรียมมาแล้ว อยู่ในเก๊ะหน้ารถน่ะ”“แหม แพทริกเนี่ย เตรียมพร้อมจังเลยนะ กลัวข้าวจะท้องเหรอ” เธอยิ้ม
สามวันต่อมาเป็นเวลาสามวันแล้วที่เพียงดาวไม่ได้ไปทำงาน เพราะเธอมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ได้กลิ่นอาหารทีไรก็คลื่นไส้และอาเจียนออกมาทุกทีด้านแพทริกเป็นเวลาสามวันแล้วที่แพทริกไม่เห็นเพียงดาวที่ห้องการเงิน เขารู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อยากจะถามใคร เพราะคิดว่าเธออาจจะไม่สบายจึงลางานก็ได้บนรถแพทริกกับข้าวหอมกลับมาจากทานข้าวเที่ยง“แปลกจังเลยนะ สามวันแล้วที่เพียงดาวไม่มาทำงาน” ข้าวหอมพูดขึ้น“เขาคงจะป่วยมั้ง” เขาพูดตามที่คิด“น่าจะอย่างนั้นนะ หยุดงานตั้งสามวันรวดคงป่วยหนักเอาการ”บ้านแพทริก ตอนเย็นเมื่อเข้ามาในบ้าน ร่างแกร่งก็หย่อนตัวนั่งบนโซฟาในห้องโถงพลางคิดว่าที่เพียงดาวไม่ไปทำงานสามวัน สาเหตุเพราะเธอป่วยหรือเป็นอะไรกันแน่เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วทำท่าจะกดโทรออกหาเธอ แต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะคิดว่าจะไปสนใจเธอทำไม ก็ในเมื่อเขากับเธอไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เธอจะป่วยหรือจะเป็นอะไรก็เรื่องของเธอสิเมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็ปิดหน้าจอมือถือ ก่อนข้าวหอมจะโทรเข้ามา“ข้าวหอมว่าไง”(คืนนี้แพทริกมานอนกับข้าวนะ เอาชุดทำงานมาด้วย พรุ่งนี้เราจะได้ออกไปทำงานพร้อมกัน)“ได้” เขารับคำอย่างว่
บ้านแพทริก ตอนเย็นเพียงดาวขับรถเก๋งแบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ร่างบางลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้ามาในบ้านจึงเห็นร่างสูงนั่งอยู่ในห้องโถง เห็นอย่างนั้นเท้าเรียวจึงเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่อาทิตย์เธอก็จะได้รู้แล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง“ขอบคุณมากนะคะที่ยอมบริจาคสเปิร์มให้เพียงดาว”“ถ้าฉันไม่ยอมบริจาคน้ำเชื้อให้เธอ เธอก็ไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้ฉันน่ะสิ”“…” เธอเม้มปากพลางคิดว่ามันก็จริงอย่างที่เขาว่า และเขาก็ยอมบริจาคให้เธอเพราะเขาอยากกลับไปอยู่กับผู้หญิงที่เขารัก“จะไปหย่าให้ฉันวันไหน”“พรุ่งนี้ตอนเช้าค่ะ แล้วหลังจากหย่า พี่แพทริกจะให้เพียงดาวทำงานที่โรงพยาบาลของพี่อีกหรือเปล่า”“ก็ทำเหมือนเดิม” ว่าแล้วร่างแกร่งก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นบนไป โดยมีร่างเล็กเดินตามหลัง ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเองวันต่อมาแพทริกกับเพียงดาวตื่นตั้งแต่เช้าแล้วอาบน้ำแต่งตัว ทั้งคู่ออกมาจากห้องนอนพร้อมกัน โดยในมือของเพียงดาวมีกระเป๋าเสื้อผ้าเพราะเธอจะย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่เธอได้ติดต่อเช่าไว้แล้วเมื่อหนึ่งเดือนก่อน บ้านที่เธอเช่าเป็นบ้านชั





