เขื่อนออกจากห้องน้ำด้วยหน้าตาคร่ำเครียด ขมับหนามีเหงื่อไหลโชก ขณะที่ผิวสากแดงก่ำ ถมึงทึงไม่สบอารมณ์
"เฮียเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ต่อให้หน้าตาเฮียเขื่อนจะน่ากลัวไปมากกว่านี้ แต่เอวาก็ไม่เกรง เดินเข้าไปหา หยุดยืนตรงหน้าคนตัวโตเอียงคอมองความผิดปกติ ยื่นมือขึ้นหวังจะเช็ดเหงื่อให้
"เลิกวุ่นวายได้ปะ ไม่ได้เรียกสะเออะมาทำไม กลับบ้านไปได้แล้ว" แต่ทว่า แทนที่ร่างสูงจะสำนึกขอบคุณ กลับสะบัดหน้าหันมาตวาดเสียงใส่หน้าลั่นห้อง มองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาไม่ชอบใจ
เขื่อนเดินกระแทกไหล่คนสูงเพียงอกตรงมายังเตียงผู้ป่วย หัวเสียร้อนเดือดปุดๆ ตีหน้ายุ่งไม่สบอารมณ์แต่ได้แค่กระฟัดกระเฟียดกับตัวเอง
ไอ้เวรตัวไหนมันช่างเสือกเรียกเด็กนี่มากัน ไม่รู้ไปฟ้องพ่อกับแม่เขาด้วยหรือเปล่า ยิ่งชอบสอดวุ่นวายไปทั่วอยู่ด้วย
พอขึ้นเตียงได้ ร่างสูงก็ทิ้งตัวนอนพลิกตัวหันหลังให้เอวาทันที
ความเงียบภายในห้องทำให้ใจดวงน้อยที่มันห่อเหี่ยวค่อยๆ หดตัวน้อยลงไปทุกที กัดปากนุ่มล่างแรงๆ จ้องมองแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาละห้อย หน้าเศร้าสร้อย ขยับสองเท้าพาร่างอวบอิ่มไปหย่อนตัวนั่งบนโซฟา เฝ้าเงียบๆ
เฮียเขื่อนได้ออกจากโรงพยาบาลตอนบ่าย โดยมีเพื่อนสนิทของเขามารับ วันนี้เป็นวันหยุดจึงไม่มีเรียน แต่พรุ่งนี้เอวามีสอบเข้ามหาลัยนี่สิ เอาแต่ห่วงเขาจนหนังสือหนังหาที่เพียรพยายามอ่านมาตั้งนานลอยออกจากสมองหมด
ริกเตอร์มาส่งเธอกับเฮียเขื่อนที่คอนโดของเขาแล้วรีบขับกลับไปทันที ทิ้งให้คนสองคนที่ยังไม่ยอมพูดคุยกันเลยตั้งแต่หลังเกิดเรื่องอยู่กันตามลำพัง
...จะเรียกว่าไม่คุยกันเลยก็คงไม่ได้หรอก เพราะมีแต่เฮียเขื่อนที่ไม่ยอมคุยกับเธอ ส่วนเธออยากคุยกับเขามากๆ พยายามยัดเยียดตัวเองไปใกล้ๆ ทำตัวเกะกะลูกตาเผื่อจะโดนด่าสักคำก็ยังดี ดีกว่าการถูกมองเป็นเพียงธาตุอากาศอย่างตอนนี้
"คอนโดเฮียใหญ่มากเลย วิวหน้าระเบียงก็ส๊วยสวย อากาศดีเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลย"
เดินสำรวจห้องหับกว้างๆ ของเฮียเขื่อนทุกซอกทุกมุมแล้วก็กลับมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ ทำหน้าทำตาตื่นเต้นเสียเต็มประดา เยินยอเสียยกใหญ่ทำตาวาววับเกินจริงจนเขื่อนถึงกับถอนหายใจกลอกตาครั้งแล้วครั้งเล่า
"วิวข้างวัดที่ได้ยินเสียงสวดศพแทบทุกคืนกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5 เนี่ยนะดี? สมองเธอมีปัญหาปะเนี่ยถามจริง คนที่ควรจะสมองเสื่อมสมรรถภาพควรเป็นคนที่โดนฟาดหัวแบบฉันนี่ โว๊!"
"แหะๆๆ ถ้าตัดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นออกไป ก็ถือว่าดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ"
เขื่อนกลอกตาใส่เป็นรอบที่ล้านแปด ทิ้งตัวเอนนอนแล้วหลับตาหนีการชวนคุยของเอวา ปวดหัว ลำพังแค่หัวร้างข้างแตกก็ปวดกบาลพอแล้ว ยังมีเด็กแสบมาค่อยเจื้อยแจ้วพูดไม่หยุดข้างหูอีก
"เฮีย หิวยัง ให้หนูทำอะไรให้กินปะ" นานกว่าหลายนาทีเสียงเล็กๆ ที่คล้ายจะกระซิบมากกว่าก็ดังแทรกเสียงเครื่องปรับอากาศขึ้นมาถาม แต่เขื่อนไม่ได้ตอบ ยังเอาแต่หลับตาหนีเจ้าหล่อนอยู่แบบนั้น จนได้ยินเสียงย่ำเท้าเบาๆ จึงเปิดตาขึ้นมอง
ร่างอวบอิ่มกำลังย่องเข้าไปในครัว ซึ่งจะถูกจัดแบ่งโซนโดยมีเพียงกำแพงกั้นไว้ระหว่างห้องนั่งเล่นรวมกับโต๊ะทานอาหาร
เปลือกตาหนาปิดลงอีกครั้งอย่างไม่ให้ค่าความสนใจเด็กสาว ยกมือก่ายหน้าผากซี๊ดปากเบาๆ เพราะเผลอวางทับปากแผล จึงขยับมือลงมาเล็กน้อย นอนฟังเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานไป กระทั่งเคลิ้มผล็อยหลับโดยไม่รู้ตัว
เพล้ง!!!
เขื่อนดีดตัวขึ้นอัตโนมัติเดินดุ่มๆ ตรงไปยังครัวทั้งที่ยังอยู่ในอาการสมองมึนเบลอ คล้ายว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกลไกของร่างกาย กว่าจะรู้สึกตัว ก็มายืนจ้องร่างอวบอิ่มนั่งยองก้มเก็บเศษชามกระเบื้องแตกบนพื้นแล้ว
"ทำบ้าอะไรของเธอวะ!"
"ฮ.. เฮีย หนูจะต้มมาม่าให้เฮีย แต่ตอนหันหลังจะไปเอากาต้มน้ำมือมันเผลอไปปัดชามตกแตก"
เสียงตวาดของเฮียเขื่อนทำให้เอวาสะดุ้ง เอี้ยวตัวกลับมาเอ่ยเสียงเบาหวิวรู้สึกผิด ใบหน้าเศร้าสร้อย ท้ายประโยคยิ่งเบาจนแทบไม่ได้ยิน
เอวาเก็บเศษชามชิ้นใหญ่ทิ้งลงถังขยะ จากนั้นใช้ไม้กวาด กวาดเศษเล็กเศษน้อยที่กระเด็นไปไกลจนคิดว่าไม่เหลือแล้วจึงกลับมายืนเต็มความสูง โดยทั้งหมดทั้งมวลตลอดเวลามานี้มีสายตาคู่คมกับเสียงถอนหายใจคอยจ้องมองตลอด
เขื่อนกอดอกยืนหน้าตึงพิงหลังกับผนังจ้องการกระทำของผู้หญิงตัวเล็กตลอดเวลา ยิ่งมองก็ยิ่งรำคาญลูกตา การเคลื่อนไหวของเธอรังแต่จะทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าเดิม
"ใครใช้ให้วุ่นวายในห้องห๊ะ แล้วเมื่อไหร่จะกลับ น่ารำคาญว่ะ!"
"เฮียมีเสื้อให้หนูเปลี่ยนไหม ผงเครื่องปรุงมันกระเด็นโดนเสื้อตอนนี้เริ่มแสบแล้วอะ"
แทนที่เอวาจะสำนึกผิดมากกว่านี้รีบกลับบ้านไป ทว่าเจ้าหล่อนกลับตีหน้าอ้อนนิดๆ ขอความช่วยเหลือทำท่าสะบัดเสื้อครอปทรงโอเวอร์ไซซ์สีขาวประกอบคำพูด เม้มปากยิ้มกะพริบตาถี่จนคิดว่าผงพริกกระเด็นเข้าตา
เขื่อนกลอกตาอีกครั้งพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่มันหนักกว่าทุกที หมุนตัวกระแทกเท้าเดินออกไป ตรงดิ่งเข้าห้องนอนไปด้วยความหัวเสีย ยกมือทึ้งผมข้างที่ไม่มีแผลแรงๆ แต่ถึงอย่างนั้น แรงสะเทือนก็ทำให้เจ็บมาถึงอีกข้างอยู่ดี
เอาให้มันเจ็บให้ปวดถึงที่สุด ให้มันช่วยบรรเทาความหงุดหงิดจากเด็กเจ้าปัญหาสักที ยอมเจ็บตัว แต่ถ้าต้องมาโมโหรำคาญเอวา คิดว่าเขาคงทนไม่ได้
เผลอบีบคอเล็กๆ นั่นหักคามือคงโดนแม่จับสับเละหว่านเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ที่บ้านแน่
"เอาไป อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็กลับไปได้แระ คนจะพักมาวุ่นวายอยู่ได้ น่ารำคาญฉิบหาย!"
เขื่อนโยนเสื้อยืดสีน้ำเงินตัวใหญ่ใส่หน้าเอวาที่เดินตามเข้ามาในห้องนอนส่วนตัว แต่แม่ง อะไรที่มันเป็นส่วนตัวเขา เด็กนี่มันยิ่งจุ้นจ้านเข้าไปใหญ่ ไม่สนหรอก ยิ่งมีคนให้ท้ายเป็นพ่อกับแม่เขา มันยิ่งได้ใจ
เดินกลับออกไปจากห้องนอน เปิดประตูทิ้งไว้ไม่ปิดคืน ไม่ได้กลัวของในห้องจะเสียหายเพราะก็ไม่มีอะไรที่จะหายได้ ต่อให้หายก็ตามคืนได้ง่ายๆ เพราะมันก็มีแค่เอวาที่ได้เข้าห้องนอนเขา ส่วนเพื่อน อยู่มาตั้งนานถ้าจะหายมันก็หายไปนานแล้ว
ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ นั่งถอนหายใจหัวเสียกับตัวเอง ไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงย่ำเท้าแผ่วเบาเดินมาจากทางด้านหลัง เขื่อนไม่ได้สนใจหันไปมอง เอื้อมมือคว้าแก้วน้ำเปล่าเย็นๆ บนโต๊ะขึ้นดื่มอึกใหญ่ ดับอกที่มันร้อนรุ่ม ตาจ้องทีวีจอใหญ่ที่กำลังเปิดหนังจากเน็ตฟลิกซ์
เอวาเดินแทรกกายเข้ามานั่งตรงข้ามกับเฮียเขื่อน มือจับผ้าขนหนูคอยเช็ดผมเปียก เอียงศีรษะเล็กน้อยให้เส้นผมนุ่มทิ้งตัวลงมารวมกัน
ขยับเรียวขาขึ้นไขว่ห้างท่าทางเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ชายเสื้อยืดถลกขึ้นมาบนต้นขาอย่างไม่ตั้งใจ และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ เจ้าหล่อนไม่ได้ใส่กางเกง!
เขื่อนสูดหายใจเข้าลึกๆ กัดฟันข่มความเงี่ย... โมโหจนหน้าแดงก่ำ ยืดตัวนั่งหลังตรงลากสายตาขึ้นจ้องดวงหน้าจิ้มลิ้มไม่รู้เรื่องราว ใสซื่อแบบมีจริตเพราะดูไม่ออกจริงๆ ว่าจงใจกำลังอ่อย หรือไม่ตั้งใจจริงๆ กันแน่
ต่อให้ไม่ตั้งใจมองโดยตรง ไม่ได้อยากมองเลยสักนิด! แต่มันนั่งตรงข้ามกูไง ตามันเลยเห็น แล้วไอ้กูก็ของขึ้นเร็วซะด้วย ตอนนี้เลยแข็งโป๊กเลย สัสเอ๊ย!
รู้ว่าตัวเองเลือดร้อน อารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งมีสาวสวยมีนั่งแหกข้างอ้าขาให้ดูของลับตรงหน้า มีหรือจะกดความเสี้ยนเอาไว้อยู่
...แล้วยัยเด็กข้างบ้านนี่มันสวย? บอกเลยว่าไม่ หน้าตาก็งั้นๆ แถมยังอ้วนอวบไม่ใช่ผอมบางอย่างที่ชอบอีก
"ทำไมไม่ใส่กางเกง อยู่กับผู้ชายรู้จักระวังตัวบ้างดิวะเอวา" เอ็ดเสียงดุ จ้องหน้าคู่สนทนาที่ไม่อยากเสวนาเขม็ง ก็ถ้ามองต่ำกว่านี้คงได้ตบะแตกแน่
"หนูใส่~ กางเกงขาสั้นมันเปียกแต่หนูใส่กางเกงในนะ นี่ๆ เห็นปะ" ไม่พูดเปล่าแต่ยังดึงชายเสื้อยืดขึ้นให้มองเห็นกางเกงในสีขาวที่มองยังไงก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย เพราะแม่งบางจนมองเห็นเนื้อขาวๆ ด้านในเลย
แล้วเสียงเป็นอะไร!? มันจะอ่อยอะไรขนาดนั้น เอาซะกูกระตุกเลยเหี้ย!
"เฮียเป็นอะไร หน้าแดงมากๆ เลย ไข้ขึ้นไม่สบายหรือเปล่า"
เอวาถามน้ำเสียงเป็นห่วง และไม่ใช่แค่ถามเปล่า แต่เธอยังดันตัวขึ้นจากโซฟาวางมือข้างหนึ่งยันโต๊ะที่คั่นกลางระหว่างเรายื่นมือออกไปอังหน้าผากกว้างวัดไข้ให้เฮียเขื่อนด้วย
ไอ้วัดไข้มันไม่เท่าไหร่ แต่ท่าที่ใช้มันผิดวิธีไปหรือเปล่า แล้วคอเสื้อยืดเขาทำไมแม่งย้วยยานขนาดนั้นวะ! อะไรที่เคยเห็นก็เห็นอีก ต่างกันแค่ขนาดและจุกที่ไม่เหมือนเดิม
แล้วแม่งไม่ใส่ยกทรงอีก! ปวดหัวฉิบหาย!
เขื่อนพรูลมหายใจออกจมูกโด่งพยายามข่มความเงี่ยนที่มันกำลังทะยานจะทะลุฟ้าอยากขึ้นสวรรค์ ข่มตาปิด สูดหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ ไม่สนใจเสียงใสกังวานเจื้อยแจ้วเรื่อยเปื่อย นั่งเกร็งจนแก้มก้นสองข้างเบียดแน่นชิดแทบไม่เหลือรูช่องว่าง
หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ พุท-โธ พุท-โธ พุท-โธ... ท่องปรับลมหายใจ แต่ทว่า มันกลับไม่ได้ผล ยิ่งหลับตา ภาพนมสองก้อนห้อยเบียดกันอยู่ใต้เสื้อยืดก็ยิ่งตอกย้ำตัณหา
กลิ่นลมหายใจหอมๆ ที่มันพ่นกระทบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ขนาดเสียงที่เคยคิดว่าโคตรน่ารำคาญยังฟังเป็นเสียงครางได้!
ไม่ได้อยากมีอารมณ์ ไม่ได้อยากเงี่ยนตอนนี้ แต่.. ให้ตาย พับผ่าเถอะมึง! ใครมันจะไปทนได้วะ มีนมใหญ่ๆ มาประเคนให้ดูถึงที่ แถมยังขาอ่อนที่หากยกอีกนิดก็จะเห็นไปถึงกลีบอูมใจกลางดอกไม้ผู้หญิงนั่นอีก
...แต่ประเด็นคือ มีอารมณ์แต่ไม่ได้อยากเอากับเด็กข้างบ้านนี่สิ เมื่อเช้าก็ที ตกเย็นมาจะเอาอีกละ ฆ่ากูให้ตายเลยเถอะ!
"เฮีย.. ปวดแผลมากเหรอ ให้หนูช่วยอะไรได้บ้าง เฮียอย่าเป็นแบบนี้หนูกลัวนะ"
เอวาเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวและเป็นห่วง เห็นเฮียเขื่อนเงียบไป ทั้งยังหลับตาไม่ยอมพูดหรือตอบอะไรเธอเลยมันยิ่งใจไม่ดี ดันตัวขึ้นยืนรีบเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดข้างคนตัวโต กะพริบตาปริบขับน้ำตาในเบ้าให้ค่อยๆ ปริ่มล้นออกมา
ปากอิ่มเบะคว่ำลง รูจมูกบานเข้าออก ลมหายใจเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ
"อยากช่วยเหรอ?" อยู่ๆ เฮียเขื่อนก็ลืมตาขึ้นมาช้อนมองกัน ในขณะที่เอวาโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเสมอกับเขาที่นั่งอยู่ แล้วเขาก็เงียบ ขบสันกรามขึ้นนูน
"อื้อๆ" เสียงสะอื้นผะแผ่วเล็ดลอดออกมาพร้อมกับศีรษะทุยที่พยักพเยิดหน้ารับ น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาแหมะบนพื้น รอบตากลมโตแดงระเรื่อ จ้องหน้าคนตัวโต
"สัญญามาก่อนว่าจะไม่บอกใคร"
เอวากะพริบตาสงสัยว่าทำไมต้องห้ามไม่ให้บอกใครด้วย ก็แค่ช่วยให้เขาบรรเทาความเจ็บปวด.. ก็แค่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางแผล มีอะไรต้องปิด?
สงสัยมากๆ แต่เพราะน้ำเสียงที่จริงจังเอามากๆ ของเฮียเขื่อน ศีรษะเล็กจึงพยักขึ้นลงรัวๆ อีกครั้งเป็นอันตกลง
ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจออกจมูกยาวเหยียด ก่อนเฮียเขื่อนจะผลักหน้าผากมนให้ออกห่าง แล้วดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"มันตื่นเพราะเธอ มาทำให้มันสงบสิ"