LOGINบทที่49 งานนั้นชื่อควีนด้วยหรือเปล่า ความเงียบบนโต๊ะอาหารยืดเยื้ออยู่พักใหญ่ ธามกระแอมเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคิดจะพูดอะไร เคทดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมานั่ง ก่อนหันไปบอกควีนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ในเมื่อมาแล้วก็กินให้เสร็จ เดี๋ยวกลับพร้อมพี่”เคทพูดโดยไม่มองใคร “แต่ควีน...” ควีนเพิ่งอ้าปากจะพูดก็ต้องชะงัก เมื่อพี่สาวหันมามอง “มีปัญหาเหรอ” ควีนหุบปากทันที รีบส่ายหน้าแล้วหยิบช้อนขึ้นมา แต่กลับนั่งถือไว้เฉย ๆ ไม่ยอมตักอาหารเข้าปากสักคำ “เดี๋ยวกูไปส่งเอง ทางเดียวกัน” ไคเลอร์เสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เคทหันขวับไปมองเพื่อน “บ้านกูกับคอนโดมึงอยู่คนละทิศ ทางเดียวกันตรงไหน” ธามก้มหน้าลงทันที พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่สั่นน้อย ๆ แต่ก็หนีลูกเตะใต้โต๊ะจากเคทไม่พ้น ไคเลอร์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงพยักหน้ารับเหมือนยอมถอย ทว่าสายตาที่เหลือบไปยังคนข้างตัวกลับไม่ได้บอกอย่างนั้นสักนิด ควีนแสร้งทำเป็นไม่เห็น ก่อนตักข้าวเข้าปากได้เพียงคำเดียวก็วางช้อนลง ไคเลอร์มองจานตรงหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอื้อมมือ
บทที่48 คนที่ไม่คิดจะถอย ธามหันไปมองไคเลอร์ ก่อนสลับสายตาไปทางเคท แล้วขยับมายืนข้างแฟนสาวอย่างรู้หน้าที่ ดูจากสีหน้าของเคทแล้ว เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรพูดแทรก เพราะคนที่กำลังจะโดนเล่นงานไม่ได้มีแค่ไคเลอร์ แต่ยังมีน้องสาวสุดที่รักของแฟนตัวเองนั่งอยู่ด้วย “ควีน” เคทเรียกอีกครั้ง “พี่บอกอะไรเราไว้” คนถูกถามก้มมองปลายนิ้วตัวเอง ก่อนตอบเสียงเบา “ให้ควีนอยู่ห่างจากพี่ไคค่ะ” “แล้วทำตามไหม” ความเงียบทอดตัวอยู่ครู่หนึ่ง ควีนค่อย ๆ ส่ายหน้า ก่อนตอบเสียงเบาจนแทบเป็นพึมพำ “ก็...ไม่ค่อยค่ะ” “ควีน!” น้ำเสียงของพี่สาวหนักขึ้น ทำให้คนตัวเล็กรีบเงยหน้า ก่อนยื่นมือไปแตะปลายแขนเคทเบา ๆ พร้อมส่งสายตาอ้อนอย่างที่เคยใช้ได้ผลมาตลอด “พี่เคทกลับมาแล้วนี่คะ ไปเที่ยวสนุกไหม กลับมาตั้งแต่วันไหน ทำไมไม่บอกควีนเลย” เคทมองท่าทางนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจ นี่มันไม้ตายเดิมของน้องสาวชัด ๆ และที่ผ่านมาเธอก็แพ้ทางมันแทบทุกครั้ง ยิ่งเห็นสีหน้าดีใจของควีนที่พยายามซ่อนไว้แต่ซ่อนไม่มิด ความขุ่นเคืองก็ลดลงไปส่วนหนึ่งอย่าง
บทที่47 ควีนมากับพี่ไคค่ะ เสียงทุ้มเย็นของไคเลอร์ทำเอาหญิงสาวทั้งโต๊ะหน้าซีดไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครกล้าสบตาเขานานนัก บรรยากาศที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพลันเงียบลง จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงช้อนกระทบขอบจานจากโต๊ะถัดไป หญิงสาวคนหนึ่งฝืนยิ้ม ขณะที่มือรีบคว้ากระเป๋าบนเก้าอี้มากอดไว้แนบตัว “พวกเราแค่พูดเล่นกันเองนะคะ” “ผมดูเหมือนกำลังหัวเราะอยู่หรือไง” ไคเลอร์เลิกคิ้วขึ้นเพียงนิด ดวงตาคมกวาดผ่านคนพูดช้า ๆ จนรอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายแข็งค้าง ก่อนเจ้าตัวจะรีบส่ายหน้า “ไม่ค่ะ...ขอโทษค่ะ” “เก็บคำขอโทษไว้ใช้กับคนที่พวกคุณพูดถึงเถอะ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่ความนิ่งเย็นในทุกถ้อยคำกลับทำให้ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำ หญิงสาวกลุ่มนั้นหันมามองควีนอย่างลังเล คนหนึ่งพึมพำขอโทษจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนทุกคนจะรีบเก็บข้าวของแล้วพากันเดินออกจากร้านไป เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังถี่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครกล้าหันกลับมาอีก ไคเลอร์มองตามจนแน่ใจว่าพวกนั้นพ้นประตูร้านไปแล้ว จึงเลื่อนแก้วน้ำผลไม้ไปวางต
บทที่46 มันไม่ได้นิ่งอย่างที่เห็น ไคเลอร์จิ๊ปากเบา ๆ ก่อนขยับตัวเพียงก้าวเดียวเข้ามาบังควีนจากสายตาพี่ชายแทบมิด แววตาคมตวัดมองคาเตอร์อย่างไม่ปิดบังว่าเริ่มหมดความอดทน คาเตอร์มองท่าทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมา “โอ้โห...ขยับมาบังเลยเหรอวะ” “เลิกมองได้แล้วเฮีย” น้ำเสียงของไคเลอร์เย็นเยียบ บ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบอารมณ์ คาเตอร์หลุดหัวเราะร่วน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเป็นเชิงยอมแพ้ “หวงซะด้วย มองนิดมองหน่อยก็ไม่ได้เลย” คาเตอร์แกล้งเย้า ก่อนจะชะโงกหน้าผ่านไหล่น้องชายมาส่งยิ้มให้ควีน “เพิ่งเคยเห็นมันพาผู้หญิงมาเหยียบสนามก็วันนี้แหละ ปกติหวงพื้นที่ส่วนตัวจะตาย...” คาเตอร์ยังพูดต่อด้วยสีหน้าสบาย ๆ แต่สายตากลับเหลือบมองน้องชายเป็นระยะ รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ กว้างขึ้นเหมือนกำลังจับอะไรบางอย่างได้ “จะคุยไหมงานน่ะ ถ้าไม่คุยผมจะกลับ” ไคเลอร์เอ่ยขัดขึ้นมาดื้อ ๆ เขาไม่ชอบให้ใครมาจับผิด โดยเฉพาะพี่ชายที่รู้ทันเขาทุกเรื่อง “เออ ๆ คุยดิ หงุดหงิดง่ายจริง” คาเตอร์ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปทางโซฟารับรองด้านหล
บทที่45 พี่ไม่รับประกันว่าจะอารมณ์ดี ควีนสุดท้ายเลือกชุดนั้นอยู่ดี ไคเลอร์ไม่พอใจแต่ไม่ห้ามต่อ เพราะรู้ว่าถ้ายิ่งห้าม เธอยิ่งแกล้ง ควีนเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ไคเลอร์ก็หันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก สีหน้าที่เคยอ่อนลงเมื่ออยู่กับเธอกลับนิ่งขรึมในทันที “ชุดของควีนใครเป็นคนเลือก” เขาถามทันทีที่ปลายสายรับ “พนักงานเลือกให้ครับ” ลูกน้องตอบอย่างระวัง “เห็นพนักงานบอกว่าอายุเท่ากับคุณควีนแต่งแบบนี้แล้วสวยครับ ชุดก็เป็นคอลเลคชั่นใหม่เพิ่งออกมา ผมก็เลยให้พนักงานจัดมาไว้หลายแบบ” “หลายแบบที่มึงว่า มีแต่ชุดรัดรูป เว้าหน้าเปิดหลัง มึงจะให้คนทั้งสนามเห็นหมดเลยหรือไง” น้ำเสียงของไคเลอร์ไม่ได้ดัง แต่มันราบเรียบและเย็นจัดจนปลายสายเงียบกริบ “ครั้งหน้าถ้ามึงเอาชุดแบบนี้มาให้เธออีก มึงเตรียมหางานใหม่ได้เลย” “เอ่อ... ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับคุณควีนครับ” “เหมาะตรงไหน” “มันเป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงนิยมกันครับนาย แล้วก็...” “ครั้งหน้าอย่าเอาชุดแบบนั้นมาให้เธออีก” น้ำเสียงของไคเลอร์ไม่ได
บทที่44 คนนั้นของมึง ไคเลอร์กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มที่ยังมีกลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ของเขาติดอยู่ เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความวุ่นวายตลอดทั้งวันค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเดียวที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็อยู่ตรงนี้แล้ว “ยังคิดมากอยู่หรือเปล่า” เขาเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก ควีนเม้มริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร ความสับสนกับความน้อยใจยังไม่หายไปไหน แม้อ้อมแขนของเขาจะทำให้กำแพงที่เธอพยายามสร้างไว้เริ่มอ่อนลงทีละน้อย “ควีน...แค่ยังไม่แน่ใจ” เธอตอบตามตรง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ “ทุกอย่างมันเร็วเกินไป ควีนตามความรู้สึกพี่ไคไม่ทัน” อ้อมแขนที่รัดเอวเธออยู่คลายออกเล็กน้อย ก่อนที่ไคเลอร์จะพลิกตัวเธอให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ควีนเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าของเขาอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ แสงไฟสลัวจากหัวเตียงตกกระทบเสี้ยวหน้าคมคาย ยิ่งขับให้แววตาของเขาดูดุดันขึ้น แต่ภายใต้ความดุดันนั้นกลับซ่อนความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอ่านออก เขาไม่ได้







