Masukใบหน้าสวยตั้งใจหันมามองเขา ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกมือแกร่งโน้มรั้งท้ายทอยเข้าหน้าใบหน้าที่ยื่นมาพร้อมกับริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
ใบชาตาโตตกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเผยอปากปล่อยให้ร้อนเข้ามาดูดดึงช่วงชิมเรียวลิ้นหวานของเธออย่างตามใจ
จากเนิบช้า ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นเขารู้ตัวว่าโหยหาริมฝีปากนุ่มและรสจูบอันแสนหวานจากคนตัวเล็กมาตลอดสามเดือน
จากวันนั้นวันแรกและวันสุดท้ายที่ผับ เขาก็เอาแต่นึกถึงรสสัมผัสและกลิ่นกายหอมของใบชาอยู่ตลอด
“ไฟเขียวแล้วค่ะ” ใบชาผละริมฝีปากออกมือเล็กดันอกแกร่งให้ถอยห่าง
ชยุตม์ ที่ได้สติก็หันมาขับรถต่อ หัวใจของเขาเต้นแรง ทั้งรู้ว่าคิดถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันอีกครั้งยิ่งโหยหาและต้องการแทบจะหยุดไม่อยู่
“ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับก่อน เย็น ๆ ค่อยออกไปหาอะไรทานกัน”
“หนูแล้วแต่คุณชยุตม์ ค่ะ ตะ แต่ว่าสองทุ่มหนูมีทำงานพาร์ทไทม์ต่อนะคะ” ใบชาเอ่ยบอกเสียงอ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ค่อยว่ากัน” ชยุตม์ หันมาตอบก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังผับ
@Moonlight Club
“หนูขอแวะไปหาพี่โคลอี้ได้ไหมคะ” เมื่อเข้ามาด้านในผับใบชาก็เกิดอยากเข้าไปหาโคลอี้จึงเอ่ยปากขอ
“แล้วอย่าเดินไปทั่วล่ะ คุยกับโคลอี้เสร็จรีบขึ้นไปหาฉันที่ห้องทำงาน” ใบหน้าหล่อพยักหน้าขึ้นลงอนุญาต
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เมื่อเขาอนุญาตใบชาก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะเดินไปอีกทางโดยมีสายตาคมลอบมองตามแผ่นหลังบางจนสุดสายตา
อีกแล้ว หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ที่เคยได้เห็นจากใครก็ไม่สดใจทำใจเขาเต้นรัวได้ขนาดนี้
“มึงบ้าไปแล้วไอ้ชยุตม์ ” ชยุตม์ สะบัดหัวไปมาอย่างแรงเมื่อได้สติก็ก่นด่าตัวเองออกมาก่อนจะเดินไปอีกทาง
“พี่โคลอี้สวัสดีค่ะ” ใบชาเอ่ยคำทักทายเมื่อเปิดประตูเข้ามายังห้องพักของโคลอี้
“ใบชาไม่เจอกันนาน แล้วนี่มาได้ยังไง” เมื่อเห็นอีกคนโคลอี้ก็ยิ้มรับดีใจที่ได้เจอเธอเช่นกัน
“หนูมากับคุณชยุตม์ ค่ะ” ใบชาเอ่ยบอก
“เสี่ยชยุตม์ กลับมาแล้วเหรอ?” โคลอี้เอ่ยถามเพราะรู้ว่าอีกคนไปทำงานที่ต่างประเทศตั้งหลายเดือน
“ใช่ค่ะ ลงจากเครื่องก็ไปรับใบชาเลย” คนพูดไม่คิดอะไร แต่คนที่ได้ฟังกลับยิ้มกว้างสายตาหรี่พร้อมเอ่ยปากแซว
“ลงจากเครื่องปุ๊บก็ไปรับเราต่อเลยเนี้ยนะ กลายเป็นเด็กคนโปรดคุณชยุตม์ ไปแล้วล่ะสิ ช่วงนี้อยากได้อะไรต้องรีบขอนะรู้ไหม?” โคลอี้บอกทริคที่ไม่ลับ
เพราะถึงขนาดที่ว่าเขากลับมาปุบก็ต้องการเจอใบชาของเธอปับ แบบนี้แล้วคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
“ใบชาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กโปรดคุณชยุตม์ หรือยัง เพราะว่าใบชายังไม่ได้ทำหน้าที่นั้นเลยสักครั้ง” ทั้งนาเดียร์และโคลอี้ ต่างก็พูดว่าเธอเป็นเด็กคนโปรดของเขาแล้ว
แต่สำหรับใบชาแล้ว เธอจะเป็นเด็กคนโปรดของเขาได้ยังไงในเมื่อเธอยังไม่ได้ทำอะไรให้เขา เพื่อสร้างความประทับใจเลยสักอย่าง
“หืม” โคลอี้คิ้วขมวดสงสัยในสิ่งที่ใบชากำลังสื่อบอก
“วันแรกที่ได้เจอกันคืนนั้นเสี่ยก็ต้องบินด่วนเลย” ใบชาขยายความเพียงนิดแก้มของเธอก็แดงระเรื่อออกมาพร้อมกับท่าทีเขินอาย
“แล้วอยากเป็นเด็กโปรดของคุณชยุตม์ ไหม พี่จะสอนให้ว่าต้องทำยังไง” โคลอี้ยิ้มร้ายเมื่อคิดว่าเธอจะต้องสอนทริคห้กับใบชาเสียแล้ว
ทางด้านเสี่ยชยุตม์
“ได้ข่าวว่าลงเครื่องปุ๊บก็ไปรับเด็กเลยเหรอว่ะ ไหนว่าไม่ชอบ” เนมผลักประตูเข้ามาก่อนจะเอ่ยทักทายน้องชายด้วยประโยคที่ดูไม่เป็นคำทักทายอย่างทั่วไป
เพราะเขาต้องการจะแซวพ่อคนปากอย่างใจอย่าง
“ข่าวมึงไวดีนะ สงสัยจะว่าง ว่างนักทำไมไม่ช่วยเคลียร์เอกสารแทนกู” ชยุตม์ เอ่ยบอกพี่ชาย สายตาก็พลางมองไปยังเอกสารกองโตตรงหน้า
“อยากให้กูเคลียร์ให้เพราะมึงจะได้เอาเวลาไปให้เด็กหน่ะเหรอ กูพูดถูกไหม? ไหนว่าไม่ใช่เทส?” เนมไม่สนใจในสิ่งที่น้องชายพูด ถึงแม้ผับนี้จะเปิดร่วมกันแต่งานด้านเอกสารไม่ใช่หน้าที่ของเขา
คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมกับคำถามทที่ถูกส่งออกไปอย่างที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“กูเสียเงินเลี้ยงฟรี ๆ มาสามเดือน ให้กูได้กินบ้างเถอะ กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้เปิดสถานสงเคราะห์” ชยุตม์ เอ่ยตอบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“ไม่ใช่ว่าหลงกลิ่นใบชาเข้าแล้วล่ะ” มุมปากร้ายยกยิ้มพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้มือทั้งสองเท้าไว้กับขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าจ้องมองน้องชายตัวเองด้วยแววตาจับผิด
“ไปอาบน้ำได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแต่ใบหน้าของเขายังไม่ละจากอกอวบคู่หน้ามือแกร่งก็พลางลูบไล้ที่ขาอ่อนจนกระโปรงพลีสเลิกขึ้นสูงแทบจะไม่ปกปิดขาเรียว“คุณก็ปล่อยหนูสิคะ” ใบชาเอ่ยบอกอย่าตะกุกตะกัก“สั่งฉันเหรอ” ใบหน้าหล่อละจากอกอวบเงยหน้าขึ้นมองสบตาหวาน“ก็คุณไม่ปล่อยหนู อีกอย่างคุณดูเหนื่อย ๆ นอนพักไปก่อนนะคะใบชาขอไปอาบน้ำก่อน” ใบชาอธิบายอย่างไร้เดียงสา และคิดว่าเขาคงเดินทางมาเหนื่อยมาก ๆ หลังจากที่สังเกตุมาเพราะเอาแต่ซุกหน้ากอดเธอนิ่ง“อือ ฉันเหนื่อยมาก ๆ แต่เธอช่วยฉันให้หายเหนื่อยได้นะใบชา” ชยุตม์ ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก“เดี๋ยวคืนนี้ใบชานวดให้นะคะ” นวดที่เธอหมายถึงคือนวดจริง ๆ“แต่ฉันต้องการเดี๋ยวนี้” แต่สิ่งที่เขาต้องการนั้นกลับเป็นอีกอย่างที่ลึกซึ้งกว่าไม่รอช้าแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาวเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันที“คะ คุณทำอะไรคะ” ใบชาตาโตตกใจ แขนเรียวรีบคล้องคอแกร่งเพราะกลัวตก“ก็พาเธอไปอาบน้ำไง แล้วก็…นวดให้ฉันด้วย” รอบยิ้มร้ายเผยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางก้มกระซิบบอกที่ข้างแก้มนวลเมื่อมาถึงเขาก็วางเธอนั่งบนฝาชักโครก โดยที่ระดับใบหน้าสวยพอดีกับเป้านูนท
“หรือเธอไม่อยากได้” ชยุตม์ เลิกคิ้วถาม พร้อมกับใช้นิ้วแกร่งเขี่ยปรอยผมที่ปรกแก้มนวลเล่น“ใบชาว่ามันมากเกินไปค่ะ ใบชาเกรงใจ”“เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ฝ่ามือหนาลูบแก้มนวลอย่างหลงใหล ก่อนจะช้อนคางมนขึ้นเพื่อสบตา“แค่คุณเลี้ยงดูใบชาต่อเดือนแค่นั้นก็มากพอแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล“โคลอี้ไม่สอนเธอเลยหรือไง ว่าช่วงที่ฉันกำลังหลงเธอให้เธอรีบกอบโกย”ใบชาแก้มแดง เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่เมื่อกี้ เขาพูดว่ากำลังหลงเธออยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะกลับมาเจอกันได้อยู่ใกล้กันแบบนี้เป็นครั้งที่สองเอง“สอนค่ะ แต่ใบชาไม่อยากทำอย่างนั้น ใบชาแค่…””ต้องการเงิน” เขารู้ดีถึงเรื่องนี้“ค่ะ””แล้วที่ฉันให้ไม่พอหรือไงเธอถึงต้องทำงานเสริม” ได้โอกาสเขาจึงเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้“ใบชาต้องเก็บเงินไว้เยอะ ๆ ค่ะ เพราะว่าพ่อใบชากำลังป่วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาการจะทรุดอีก ต้องใช้เงินรักษาพ่ออีกเยอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกอย่างไม่ลังเล และไม่คิดจะปิดบัง“จะใช้อีกเมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็บอกฉันมา” ได้ฟังเหตุผลเขาก็สงสารขึ้นมาทันทีเพราะใบชาเป็นเด็กคนแรกของเขาที่เลือกทำแบบนี้ ไม่ใช่เหตุผลเพื่อตัวเอง เด็กตัวแค่นี้แต่แบกความรับผิดชอบใหญ
“รู้ดีนักนะเรื่องคนอื่นเนี้ย” ชยุตม์ หรี่เสียงจ้องสบสายตาคืนอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูพี่มึง เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” เนมจ้องมองลึกในสายตาน้องชายปกติเขาไม่เคยสนใจไปรับไปส่งเด็กคนไหนแบบใบชาเพราะเขารู้นิสัยน้องชายดี อย่างมากก็แค่ไปหาพวกเด็ก ๆ ที่คอนโดในเฉพาะเวลาที่ต้องการแต่สำหรับใบชา ถึงขนาดไปรับที่มหาลัยและพามาที่นี่ มันเป็นเรื่องแปลกเพราะชยุตม์ ไม่เคยเอาเวลาที่เขาคิดว่ามีค่าให้หมดไปกับเด็กคนไหน“มีอะไรอีกไหม กูจะรีบทำงาน” ชยุตม์ ละจากสายตาคมที่กำลังรู้ทันเขามากกว่าที่เขารู้ทันตัวเองเสียอีก กลับมาจ้องอ่านยังเอกสารตรงหน้าดังเดิม“รีบไปไหนว่ะเสี่ย เด็กไม่หนีมึงไปไหนหรอก” รอยยิ้มร้ายยกยิ้ม ก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟากลาง“ใบชามีทำงานพาร์ทไทม์ต่อ เวลากูมีน้อยพอใจมึงยัง” เขาเอ่ยบอกหมดเปลือก ส่งสายตาดุหงุดหงิดออย่างจริงจังให้กับพี่ชายไปหนึ่งทีห่างกันแค่ปีเดียวแค่มองตาก็รู้ไปถึงไส้ถึงพุงกันไปหมด ชยุตม์ จึงไม่คิดจะกั๊กหรือปิดบังอะไร“มึงเลี้ยงเด็กเดือนเท่าไหร่ เด็กยังต้องไปหาทำงานอีกเนี้ย ไอ้เสี่ยขี้งก” เนมขมวดคิ้วสงสัยเอ่ยถามพร้อมตำหนิ“สามหมื่นก็ไม่น้อย” ชยุตม์ เอ่ยบอกเสียงแผ่วแม้ปากจะบอกออกไป
ใบหน้าสวยตั้งใจหันมามองเขา ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกมือแกร่งโน้มรั้งท้ายทอยเข้าหน้าใบหน้าที่ยื่นมาพร้อมกับริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวใบชาตาโตตกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเผยอปากปล่อยให้ร้อนเข้ามาดูดดึงช่วงชิมเรียวลิ้นหวานของเธออย่างตามใจจากเนิบช้า ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นเขารู้ตัวว่าโหยหาริมฝีปากนุ่มและรสจูบอันแสนหวานจากคนตัวเล็กมาตลอดสามเดือนจากวันนั้นวันแรกและวันสุดท้ายที่ผับ เขาก็เอาแต่นึกถึงรสสัมผัสและกลิ่นกายหอมของใบชาอยู่ตลอด“ไฟเขียวแล้วค่ะ” ใบชาผละริมฝีปากออกมือเล็กดันอกแกร่งให้ถอยห่างชยุตม์ ที่ได้สติก็หันมาขับรถต่อ หัวใจของเขาเต้นแรง ทั้งรู้ว่าคิดถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันอีกครั้งยิ่งโหยหาและต้องการแทบจะหยุดไม่อยู่“ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับก่อน เย็น ๆ ค่อยออกไปหาอะไรทานกัน”“หนูแล้วแต่คุณชยุตม์ ค่ะ ตะ แต่ว่าสองทุ่มหนูมีทำงานพาร์ทไทม์ต่อนะคะ” ใบชาเอ่ยบอกเสียงอ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“ค่อยว่ากัน” ชยุตม์ หันมาตอบก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังผับ@Moonlight Club“หนูขอแวะไปหาพี่โคลอี้ได้ไหมคะ” เมื่อเข้ามาด้านในผับใบชาก็เกิดอยากเข้าไปหาโคลอี้จึงเอ่ยปากขอ“แล้วอย่าเ
“เธอแน่ใจนะใบชา” เสียงเข้มถามอย่างจริงจัง เพราะถ้าเธอคิดจะเปลี่ยนใจหลังจากนี้ไม่ได้“ค่ะ ใบชาพร้อมเป็นเด็กของคุณชยุตม์ ค่ะ” แขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง พร้อมกับส่งสายตาอ้อนไร้เดียงสาออกมาหัวใจแกร่งเต้นรัวเมื่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น เป็นความรู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กคนไหนมาก่อนแต่กับใบชาตรงหน้า ถ้าให้พูดตามความจริงเธอไม่สเปกที่เขาต้องการ แต่กลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกถูกใจกับทางท่า เสียงหวาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอมากกว่าใคร ๆ“อื้อ” เสียงหวานร้องครางออกจากลำคอ เมื่อริมฝีปากของเธอถูกประกบด้วยริมฝีปากหนาจากเขาลิ้นร้อนเริ่มแทรกเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากเล็ก ใบชาก็เผยอปากต้อนรับลิ้นร้อนอย่างเต็มใจสามเดือนต่อมา...ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนเรียกความสนใจให้คนที่นั่งเรียนอยู่ละจากอาจารย์ที่สอนตรงหน้าเอื้อมมือหยิบเพื่อเปิดอ่าน“ข้อความจากที่บ้านอีกแล้วเหรอ?” เพื่อนสาวเอ่ยถามอย่างอยากรู้“ข้อความจากคุณชยุตม์ คุณชยุตม์ กลับมาแล้ว” ใบชายิ้มร่าเมื่อเห็นว่าข้อความที่ส่งมานั้นมาจากคนที่หายไปสามเดือนเต็ม ๆตั้งแต่วันนั้นเธอและเขาไม่แม้จะได้พูดคุยกันอีกเลยเพราะอีกฝ่ายไปทำงานที่ต่างประเท
เมื่ออยู่กันสองคนเพียงลำพังใบชาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า“นะ หนูชงเหล้าให้นะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่ได้สำรวจภายในโต๊ะดีข“ฉันดื่มไวน์” ชยุตม์ เอ่ยพูดขึ้นมาทันที พร้อมกับจ้องมองดุ“อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ” ทั้งที่ตรงหน้าเป็นขวดไวน์ แท้ ๆ แต่ไม่รู้จักสังเกตุก่อนใบชาก้มหน้าเอ่ยขอโทษสองมือประสานกันเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด“ขอโทษอะไรหนักหนา…” คิ้วหนาขมวดยุ่งเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็ก”…รินไวน์ให้ฉันสิ แล้วเขยิบมาใกล้ ๆ สักที” ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม“ค่ะ อ๊ะ!” ใบชาพยักหน้าและกำลังเขยิบเข้าใกล้ตามที่เขาบอก แต่ทว่าเธอชักช้าเกินไปไม่ทันใจเขา“ชักช้า” แขนแกร่งช้อนเอวคอดรวบรั้งให้เข้ามาใกล้เสียเองใบชาได้แต่เม้มปากแน่น เพราะทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง ได้แต่นั่งรินไวน์ให้อย่างตั้งใจรินไวน์เสร็จเธอก็ยื่นให้เขา เป็นจังหวะให้ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกใบชาหัวใจเต้นแรงเพราะใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงคืบ และยิ่งได้เห็นว่าเขาหล่อมากแค่ไหนก็ยิ่งใจเต้นแรงทำตัวไม่ถูก“ทำให้ตัวเองด้วย” ชยุตม์ รับแก้วไวน์มาถือในมือ ยกขึ้นจิบพร้อมกับเอ่ยบอก“ค่ะ” ใบชาหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่ที่เผลอมองใบหน้าหล่อน







