Masukเมื่ออยู่กันสองคนเพียงลำพังใบชาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า
“นะ หนูชงเหล้าให้นะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่ได้สำรวจภายในโต๊ะดีข
“ฉันดื่มไวน์” ชยุตม์ เอ่ยพูดขึ้นมาทันที พร้อมกับจ้องมองดุ
“อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ” ทั้งที่ตรงหน้าเป็นขวดไวน์ แท้ ๆ แต่ไม่รู้จักสังเกตุก่อน
ใบชาก้มหน้าเอ่ยขอโทษสองมือประสานกันเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษอะไรหนักหนา…” คิ้วหนาขมวดยุ่งเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็ก
”…รินไวน์ให้ฉันสิ แล้วเขยิบมาใกล้ ๆ สักที” ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม
“ค่ะ อ๊ะ!” ใบชาพยักหน้าและกำลังเขยิบเข้าใกล้ตามที่เขาบอก แต่ทว่าเธอชักช้าเกินไปไม่ทันใจเขา
“ชักช้า” แขนแกร่งช้อนเอวคอดรวบรั้งให้เข้ามาใกล้เสียเอง
ใบชาได้แต่เม้มปากแน่น เพราะทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง ได้แต่นั่งรินไวน์ให้อย่างตั้งใจ
รินไวน์เสร็จเธอก็ยื่นให้เขา เป็นจังหวะให้ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก
ใบชาหัวใจเต้นแรงเพราะใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงคืบ และยิ่งได้เห็นว่าเขาหล่อมากแค่ไหนก็ยิ่งใจเต้นแรงทำตัวไม่ถูก
“ทำให้ตัวเองด้วย” ชยุตม์ รับแก้วไวน์มาถือในมือ ยกขึ้นจิบพร้อมกับเอ่ยบอก
“ค่ะ” ใบชาหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่ที่เผลอมองใบหน้าหล่อนานเกินไป
เมื่อจัดการรินให้ตัวเองเสร็จ เธอก็ถือยื่นชนกับเขาที่รอเธออยู่
แกร้ง เสียงแก้วกระทบกันก่อนที่ทั้งสองจะยกขึ้นจิบ
โดยที่สายตาของทั้งคู่กำลังสบสอดประสานกันไปมา
ใบชาใจเต้นแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมเมื่อมือแกร่งที่วางอยู่ตรงเอวคอดรั้งเธอให้เข้าใกล้อกแกร่ง
ชยุตม์ สำรวจใบหน้าสวยน่ารักของใบชาไม่วางตา
ยอมรับเลยว่าเธอคือคนแรกที่เขามองยังไงก็ไม่รู้สึกเบื่อ ทั้งสวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน เสียงหวานไพเราะหูฟังได้ไม่รู้สึกขัด
และยิ่งท่าทางน่าแกล้งอย่างที่ออกมายิ่งทำให้ชยุตม์ รู้สึกว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น ๆ
“โคลอี้เทรนอะไรเธอบ้าง” เสียงเข้มเอ่ยถาม พร้อมกับวางแก้วไวน์ลงเพื่อใช้สองแขนรวบเอวคอดรั้งเธอมาแนบชิดได้ถนัด
“ทำให้คุณชยุตม์ พอใจค่ะ” ใบชาวางแก้วลงเช่นกัน เมื่อเขาโอบรัดเธอแน่นเกินไป แขนเรียวจึงยกขึ้นป้องวางแตะที่อกแกร่ง
“ฉันชอบคนเอาใจเธอทำได้ไหม” สายตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาหวาน พร้อมกับใบหน้าหล่อยื่นเข้าใกล้จนปลายจมูกของทั้งสองชิดกัน
“ได้ค่ะใบชาทำได้” เธอเอ่ยตอบทันทีอย่างไม่ลังเล เพราะกลัวว่าเขาจะไม่รับเลี้ยง
“ขึ้นมานั่งนี่สิ” สิ้นเสียงเอ่ยสั่งใบชาก็ลุกขึ้นนั่งลงบนตักแกร่งอย่างว่าง่าย
กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากเธอทำเอาหัวใจแกร่งเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน
ปกติแล้วเขามักแต่จะได้กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจนแสบจมูก แต่สำหรับใบชาคนนี้กลิ่นกายของเธอหอมละมุนเสียจนอยากจะก้มสูดดมให้หมดกลิ่น
“จูบเป็นไหม” เขาเอ่ยถามจ้องมองคนที่กำลังทำหน้าเขินอายแต่ใจสู้
“จะ จูบ ใบชาไม่เคยจูบกับใครค่ะ แต่ถ้าคุณชยุตม์ สอน อะ อื้อ” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้พูดจบประโยคริมฝีปากหนาก็ประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มในทันที
ใบชาตาโตตกใจเพราะทันตั้งตัว แต่ก็ยิ่งเบิกกว้างใจสั่นกว่าเดิมเมื่อลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในโพรงปาก พร้อมกับตวัดหยอกดูดลิ้นหวานของเธอจนเกิดเสียง
คนตัวเล็กนั่งตัวเกร็งแข็งทื่อ เธอไม่อาจจะปฏิเสธหรือปัดป้องเขาไม่ได้นอกจากยอมเผยออ้าปากรอรับลิ้นร้อนที่เข้ามาตวัดดูดดึงอย่างตามใจที่ต้องการ
จากสัมผัสนุ่มนวลค่อยเป็นค่อยไปจนคนตัวเล็กคล้อยตามและบางครั้งก็ตวัดลิ้นสู้ ได้แปลเปลี่ยนเป็นร้อนแรงยิ่งขึ้น
มือแกร่งเลื่อนมาประคองท้ายทอยก่อนจะออกแรงกดเพื่อส่งใบหน้าสวยให้ล็อกองศาที่ถูกต้องเพื่อรองรับจูบที่ร้อนแรงขึ้นจนคนตัวเล็กแทบหายใจไม่ทัน
“อื้อ!” เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตแน่นจนยับคามือพร้อมกับออกแรงส่งสัญญานบอกว่าเธอกำลังขาดอากาศหายใจจากจูบที่ดุเดือดของเขา
ชยุตม์ ยอมผละริมฝีปากออก
“เธอต้องเรียนรู้อีกเยอะ” สายตาคมมองเธอนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ
แต่แท้ที่จริงแล้วเขากำลังเสียอาการ
“คุณชยุตม์ สอนใบชานะคะ” ยิ่งเธอส่งสายตาใสซื่อให้กับเขา
เขายิ่งรู้สึกอยากจะรังแกเธอมากกว่านี้
"แต่ฉันไม่มีเวลามานั่งสอนใคร ไปหาคนใหม่เถอะ” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นเพราะกำลังวางฟอร์ม
เพราะรู้ยังไงเธอก็จะอ้อนวอนขอ
“คืนนี้คุณชยุตม์ สอนใบชานะคะ ใบชาอยากให้คุณชยุตม์ สอนใบชา” เสียงหวานอ้อนเอ่ยขอ
เป็นไปตามแผนของคนเจ้าเล่ห์
“ไปอาบน้ำได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแต่ใบหน้าของเขายังไม่ละจากอกอวบคู่หน้ามือแกร่งก็พลางลูบไล้ที่ขาอ่อนจนกระโปรงพลีสเลิกขึ้นสูงแทบจะไม่ปกปิดขาเรียว“คุณก็ปล่อยหนูสิคะ” ใบชาเอ่ยบอกอย่าตะกุกตะกัก“สั่งฉันเหรอ” ใบหน้าหล่อละจากอกอวบเงยหน้าขึ้นมองสบตาหวาน“ก็คุณไม่ปล่อยหนู อีกอย่างคุณดูเหนื่อย ๆ นอนพักไปก่อนนะคะใบชาขอไปอาบน้ำก่อน” ใบชาอธิบายอย่างไร้เดียงสา และคิดว่าเขาคงเดินทางมาเหนื่อยมาก ๆ หลังจากที่สังเกตุมาเพราะเอาแต่ซุกหน้ากอดเธอนิ่ง“อือ ฉันเหนื่อยมาก ๆ แต่เธอช่วยฉันให้หายเหนื่อยได้นะใบชา” ชยุตม์ ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก“เดี๋ยวคืนนี้ใบชานวดให้นะคะ” นวดที่เธอหมายถึงคือนวดจริง ๆ“แต่ฉันต้องการเดี๋ยวนี้” แต่สิ่งที่เขาต้องการนั้นกลับเป็นอีกอย่างที่ลึกซึ้งกว่าไม่รอช้าแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาวเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันที“คะ คุณทำอะไรคะ” ใบชาตาโตตกใจ แขนเรียวรีบคล้องคอแกร่งเพราะกลัวตก“ก็พาเธอไปอาบน้ำไง แล้วก็…นวดให้ฉันด้วย” รอบยิ้มร้ายเผยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางก้มกระซิบบอกที่ข้างแก้มนวลเมื่อมาถึงเขาก็วางเธอนั่งบนฝาชักโครก โดยที่ระดับใบหน้าสวยพอดีกับเป้านูนท
“หรือเธอไม่อยากได้” ชยุตม์ เลิกคิ้วถาม พร้อมกับใช้นิ้วแกร่งเขี่ยปรอยผมที่ปรกแก้มนวลเล่น“ใบชาว่ามันมากเกินไปค่ะ ใบชาเกรงใจ”“เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ฝ่ามือหนาลูบแก้มนวลอย่างหลงใหล ก่อนจะช้อนคางมนขึ้นเพื่อสบตา“แค่คุณเลี้ยงดูใบชาต่อเดือนแค่นั้นก็มากพอแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล“โคลอี้ไม่สอนเธอเลยหรือไง ว่าช่วงที่ฉันกำลังหลงเธอให้เธอรีบกอบโกย”ใบชาแก้มแดง เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่เมื่อกี้ เขาพูดว่ากำลังหลงเธออยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะกลับมาเจอกันได้อยู่ใกล้กันแบบนี้เป็นครั้งที่สองเอง“สอนค่ะ แต่ใบชาไม่อยากทำอย่างนั้น ใบชาแค่…””ต้องการเงิน” เขารู้ดีถึงเรื่องนี้“ค่ะ””แล้วที่ฉันให้ไม่พอหรือไงเธอถึงต้องทำงานเสริม” ได้โอกาสเขาจึงเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้“ใบชาต้องเก็บเงินไว้เยอะ ๆ ค่ะ เพราะว่าพ่อใบชากำลังป่วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาการจะทรุดอีก ต้องใช้เงินรักษาพ่ออีกเยอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกอย่างไม่ลังเล และไม่คิดจะปิดบัง“จะใช้อีกเมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็บอกฉันมา” ได้ฟังเหตุผลเขาก็สงสารขึ้นมาทันทีเพราะใบชาเป็นเด็กคนแรกของเขาที่เลือกทำแบบนี้ ไม่ใช่เหตุผลเพื่อตัวเอง เด็กตัวแค่นี้แต่แบกความรับผิดชอบใหญ
“รู้ดีนักนะเรื่องคนอื่นเนี้ย” ชยุตม์ หรี่เสียงจ้องสบสายตาคืนอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูพี่มึง เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” เนมจ้องมองลึกในสายตาน้องชายปกติเขาไม่เคยสนใจไปรับไปส่งเด็กคนไหนแบบใบชาเพราะเขารู้นิสัยน้องชายดี อย่างมากก็แค่ไปหาพวกเด็ก ๆ ที่คอนโดในเฉพาะเวลาที่ต้องการแต่สำหรับใบชา ถึงขนาดไปรับที่มหาลัยและพามาที่นี่ มันเป็นเรื่องแปลกเพราะชยุตม์ ไม่เคยเอาเวลาที่เขาคิดว่ามีค่าให้หมดไปกับเด็กคนไหน“มีอะไรอีกไหม กูจะรีบทำงาน” ชยุตม์ ละจากสายตาคมที่กำลังรู้ทันเขามากกว่าที่เขารู้ทันตัวเองเสียอีก กลับมาจ้องอ่านยังเอกสารตรงหน้าดังเดิม“รีบไปไหนว่ะเสี่ย เด็กไม่หนีมึงไปไหนหรอก” รอยยิ้มร้ายยกยิ้ม ก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟากลาง“ใบชามีทำงานพาร์ทไทม์ต่อ เวลากูมีน้อยพอใจมึงยัง” เขาเอ่ยบอกหมดเปลือก ส่งสายตาดุหงุดหงิดออย่างจริงจังให้กับพี่ชายไปหนึ่งทีห่างกันแค่ปีเดียวแค่มองตาก็รู้ไปถึงไส้ถึงพุงกันไปหมด ชยุตม์ จึงไม่คิดจะกั๊กหรือปิดบังอะไร“มึงเลี้ยงเด็กเดือนเท่าไหร่ เด็กยังต้องไปหาทำงานอีกเนี้ย ไอ้เสี่ยขี้งก” เนมขมวดคิ้วสงสัยเอ่ยถามพร้อมตำหนิ“สามหมื่นก็ไม่น้อย” ชยุตม์ เอ่ยบอกเสียงแผ่วแม้ปากจะบอกออกไป
ใบหน้าสวยตั้งใจหันมามองเขา ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกมือแกร่งโน้มรั้งท้ายทอยเข้าหน้าใบหน้าที่ยื่นมาพร้อมกับริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวใบชาตาโตตกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเผยอปากปล่อยให้ร้อนเข้ามาดูดดึงช่วงชิมเรียวลิ้นหวานของเธออย่างตามใจจากเนิบช้า ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นเขารู้ตัวว่าโหยหาริมฝีปากนุ่มและรสจูบอันแสนหวานจากคนตัวเล็กมาตลอดสามเดือนจากวันนั้นวันแรกและวันสุดท้ายที่ผับ เขาก็เอาแต่นึกถึงรสสัมผัสและกลิ่นกายหอมของใบชาอยู่ตลอด“ไฟเขียวแล้วค่ะ” ใบชาผละริมฝีปากออกมือเล็กดันอกแกร่งให้ถอยห่างชยุตม์ ที่ได้สติก็หันมาขับรถต่อ หัวใจของเขาเต้นแรง ทั้งรู้ว่าคิดถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันอีกครั้งยิ่งโหยหาและต้องการแทบจะหยุดไม่อยู่“ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับก่อน เย็น ๆ ค่อยออกไปหาอะไรทานกัน”“หนูแล้วแต่คุณชยุตม์ ค่ะ ตะ แต่ว่าสองทุ่มหนูมีทำงานพาร์ทไทม์ต่อนะคะ” ใบชาเอ่ยบอกเสียงอ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“ค่อยว่ากัน” ชยุตม์ หันมาตอบก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังผับ@Moonlight Club“หนูขอแวะไปหาพี่โคลอี้ได้ไหมคะ” เมื่อเข้ามาด้านในผับใบชาก็เกิดอยากเข้าไปหาโคลอี้จึงเอ่ยปากขอ“แล้วอย่าเ
“เธอแน่ใจนะใบชา” เสียงเข้มถามอย่างจริงจัง เพราะถ้าเธอคิดจะเปลี่ยนใจหลังจากนี้ไม่ได้“ค่ะ ใบชาพร้อมเป็นเด็กของคุณชยุตม์ ค่ะ” แขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง พร้อมกับส่งสายตาอ้อนไร้เดียงสาออกมาหัวใจแกร่งเต้นรัวเมื่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น เป็นความรู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กคนไหนมาก่อนแต่กับใบชาตรงหน้า ถ้าให้พูดตามความจริงเธอไม่สเปกที่เขาต้องการ แต่กลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกถูกใจกับทางท่า เสียงหวาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอมากกว่าใคร ๆ“อื้อ” เสียงหวานร้องครางออกจากลำคอ เมื่อริมฝีปากของเธอถูกประกบด้วยริมฝีปากหนาจากเขาลิ้นร้อนเริ่มแทรกเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากเล็ก ใบชาก็เผยอปากต้อนรับลิ้นร้อนอย่างเต็มใจสามเดือนต่อมา...ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนเรียกความสนใจให้คนที่นั่งเรียนอยู่ละจากอาจารย์ที่สอนตรงหน้าเอื้อมมือหยิบเพื่อเปิดอ่าน“ข้อความจากที่บ้านอีกแล้วเหรอ?” เพื่อนสาวเอ่ยถามอย่างอยากรู้“ข้อความจากคุณชยุตม์ คุณชยุตม์ กลับมาแล้ว” ใบชายิ้มร่าเมื่อเห็นว่าข้อความที่ส่งมานั้นมาจากคนที่หายไปสามเดือนเต็ม ๆตั้งแต่วันนั้นเธอและเขาไม่แม้จะได้พูดคุยกันอีกเลยเพราะอีกฝ่ายไปทำงานที่ต่างประเท
เมื่ออยู่กันสองคนเพียงลำพังใบชาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า“นะ หนูชงเหล้าให้นะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกทั้งที่ยังไม่ได้สำรวจภายในโต๊ะดีข“ฉันดื่มไวน์” ชยุตม์ เอ่ยพูดขึ้นมาทันที พร้อมกับจ้องมองดุ“อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ” ทั้งที่ตรงหน้าเป็นขวดไวน์ แท้ ๆ แต่ไม่รู้จักสังเกตุก่อนใบชาก้มหน้าเอ่ยขอโทษสองมือประสานกันเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด“ขอโทษอะไรหนักหนา…” คิ้วหนาขมวดยุ่งเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็ก”…รินไวน์ให้ฉันสิ แล้วเขยิบมาใกล้ ๆ สักที” ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเข้ม“ค่ะ อ๊ะ!” ใบชาพยักหน้าและกำลังเขยิบเข้าใกล้ตามที่เขาบอก แต่ทว่าเธอชักช้าเกินไปไม่ทันใจเขา“ชักช้า” แขนแกร่งช้อนเอวคอดรวบรั้งให้เข้ามาใกล้เสียเองใบชาได้แต่เม้มปากแน่น เพราะทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง ได้แต่นั่งรินไวน์ให้อย่างตั้งใจรินไวน์เสร็จเธอก็ยื่นให้เขา เป็นจังหวะให้ทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรกใบชาหัวใจเต้นแรงเพราะใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงคืบ และยิ่งได้เห็นว่าเขาหล่อมากแค่ไหนก็ยิ่งใจเต้นแรงทำตัวไม่ถูก“ทำให้ตัวเองด้วย” ชยุตม์ รับแก้วไวน์มาถือในมือ ยกขึ้นจิบพร้อมกับเอ่ยบอก“ค่ะ” ใบชาหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่ที่เผลอมองใบหน้าหล่อน







