LOGINอินทร์ค่อนข้างจะหงุดหงิดกับห้องข้าง...
เขาคาดโทษไว้ว่าถ้าพวกหล่อนไลฟ์ตึงตังเสียงดังอีกทีเมื่อไหร่ล่ะก็ พ่อจะอาละวาดให้ย้ายแทบไม่ทันเชียว
เขาลงไปแจ้งนิติของคอนโด ทางนั้นบอกว่าจะช่วยปรามให้ ทางนั้นให้รายละเอียดเขามาว่า เจ้าของห้องเป็นเน็ตไอดอลคนหนึ่ง เพิ่งมาเช่าอยู่ ต้องขออภัยแทนหล่อนด้วย ดูเหมือนว่าผู้จัดการคอนโดดูจะอวยๆ ทางนั้นอยู่มาก พูดเสียงอ่อนขอโทษขอโพยแทนหล่อนเสียมากมาย
เน็ตไอดอลแล้วยังไงวะ?
หรือว่าสวย...
ก็...
อินทร์จำได้อยู่แหละว่า เจ้าหล่อนสภาพมาเปิดห้องเป็นยังไง ขาวเนียนเลยล่ะ หน้าเรียวนิดเดียว ตาโต จมูกโด่งเชิด ปากรูปกระจับ ผมของหล่อนดกหนายาวมากน่าจะเกือบถึงสะโพก หน้าตาหล่อนพบได้ทั่วไป...ต้นแบบศัลยกรรมเลยก็ว่าได้ สำหรับเขา ก็สวยแบบเกลื่อนๆ นั่นแหละ อินทร์ยักไหล่ ไม่ได้ประทับใจอะไรกับหล่อน เคืองมากกว่าอีกต่างหาก
ตักเตือนกันไปแล้ว หล่อนก็เงียบไปสองวันเมื่อคืนนี้...เอาอีกล่ะ แต่เขายังไม่ได้ไปเคาะ เพราะหล่อนเงียบไปก่อนเที่ยงคืน เฮ้อ...
มีเพื่อนข้างห้องดี ทำให้สุขภาพจิตดีไปด้วย แต่นี่เขาเจอกับอะไรอยู่วะ?
เขาไปซื้อของที่เซเว่นแถวใกล้คอนโด ตุนของแช่แข็งไว้ เพราะไม่อยากลงมาบ่อย เขากำลังหมกตัวทำธีสิสอยู่ ใกล้จะเสร็จแล้วเต็มที เหลือแค่รอเมลจากองค์กรที่เขาขออนุญาตขอเอกสารไป งานหนนี้เขาตั้งใจมาก ปริญญาโทใบที่สอง...เอาน่ะ เขาจะต้องทำให้ได้ จบจากนี้แล้วอินทร์ตั้งใจจะไปทำวิจัยที่ต่างประเทศ แพลนไว้หมดแล้ว ว่าจะทำอะไรบ้าง...ชีวิตของเขาเป็นระเบียบแบบแผน และค่อนข้างจะคร่ำเคร่ง มาก...
แต่เขาก็ชินกับมัน เรียกว่าความสุขได้ไหม? ก็ได้แหละในแบบของเขา
เขาอายุ 29 ปีเต็ม ยังคงสนุกกับการเรียน มีรายได้จากการเป็นติวเตอร์พิเศษให้กับโรงเรียนสอนกวดวิชาของครอบครัว และทำวิจัยให้กับบริษัทของเพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกัน อินทร์ใช้น้องสาวลงทุนให้ ยัยน้องเป็นสาวเก่ง ที่คล่องเรื่องการเงิน เธอมีพอร์ตส่วนตัว สร้างรายได้หลักล้านต่อปีให้ตัวเอง และทำช่องยูทูปเกี่ยวกับการเงิน เขาให้น้องสาวบริหารเงินให้ มันก็ตอบแทนเขาได้พอสมควรเลยล่ะ
ชีวิตเขาวนเวียนอยู่แต่กับอะไรแบบนี้ไม่เคยนอกกรอบ
คำว่าแฟน...ครั้งสุดท้ายใช้กับใคร เมื่อไหร่ จำไม่ได้เลย จำได้แต่หน้าอาจารย์แม่นกว่าไปอีก
อินทร์เป็นคนตัวสูง ผิวของเขาขาวจัด จนดูว่าซีด เพราะพักนี้ไม่ได้ไปตากแดดตากลมที่ไหน ผมของเขาเริ่มยาวแต่ก็ไม่มีเวลาไปตัด เขาไม่อยากเสียเวลาแม้กระทั่งดูแลตัวเอง ยามหมกมุ่นทำงานแล้ว อินทร์ไปให้สุดจริงๆ เขาสวมแว่นกรอบทองที่ขามันหักไปข้างหนึ่งตอนนี้เพราะเมื่อคืนดันไปนั่งทับเข้า...แต่ก็ยังหยวนๆ ใช้ไปก่อนแหละ ก็ไม่มีเวลา อยากจะเคี่ยวงานให้จบ เขาอยากส่งเล่มก่อน เผื่อต้องแก้ไขอะไร แพลนต่อไปนั้นเขาต้องไปเดือนหน้า ฉะนั้นทุกอย่างต้องเร่งทำให้เสร็จ
แม้จะดูติสท์ๆ แปลกๆ ในสายตาคนมอง ผู้ชายตัวสูง ผมยาวมัดจุกไว้ สวมแว่นที่ขาหักไปข้างหนึ่ง สวมเสื้อยืดคอย้วย กางเกงนอน แต่ทว่า...หน้าตาของเขาไม่ได้ด้อยเลย เขามีคิ้วที่เข้ม ตาคมกริบชั้นเดียวแบบหนุ่มตี๋ ยาวรีเหมือนเม็ดอัลมอลด์ จมูกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย ปากของเขาเป็นรูปกระจับสีชมพูจัด
ความที่ผิวขาว และตัวสูง หน้าตาดี บุคลิกของเขาด้วย นั่นแหละดึงดูดสายตาอย่างแปลกๆ แม้เขาจะหน้านิ่ง สายตาเย็นชา ไม่เป็นมิตรก็ตามที
ซื้อของเสร็จแล้ว เขาก็เดินถือถุงพะรุงพะรังตรงไปยังลิฟต์ เพื่อกดขึ้นชั้นห้องของตัวเอง
“รอก่อนค่า รอก่อน”
เสียงแหลมๆ คุ้นๆ ดังขึ้น พร้อมกับมือที่มาขวางประตูลิฟต์ไว้ให้เปิดออก เขาถึงกับคิ้วขมวด เมื่อเห็นว่าเป็นใคร
แม่สาวจอมโหวกเหวกข้างห้อง
เธอมองเขาพลางทำตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มแหยส่งให้ แล้วก็หันหน้าเข้ามุมลิฟต์ เขาเหลือบมองเธอ เธอตัวสูงเท่าบ่าเขา ตัวเล็ก แต่ทรวดทรวงนี่ไม่ได้เล็กเลยแหะ...ขนาดว่าสวมเสื้อโอเวอร์ไซซ์ ยังมองเห็นว่าหล่อนหุ่นดีมาก
กลิ่นของเธอหอมเหมือนกลิ่นผลไม้...น้ำหอมกลิ่นนี้คุ้นจมูกอย่างบอกไม่ถูก เขากระแอมตามองเลขชั้นไปด้วย เมื่อก่อนประตูลิฟต์จะเปิด เสียงทุ้มจึงดังขึ้น
“คืนนี้อย่าเสียงดังอีกนะ ผมจะทำงาน”
เอลล่าเงยหน้าขึ้นมาทันที สบเข้ากับตายาวรีแฝงประกายอำมหิตคาดโทษนั้นก็อ้าปากค้าง
เสียงตึ๊ง ดังขึ้น
แล้วเขาก็เดินเหมือนลอยออกไปจากตรงนั้น เอลล่ากลืนน้ำลาย แล้วค่อยๆ เดินออกมาจากลิฟต์ เขาหายแวบเข้าห้องไปแล้วอย่างรวดเร็วเหมือนไม่ใช่การเดินของคน
หูย
เอลล่ารีบวิ่งหน้าตั้งกลับห้องของตนเอง ขนลุกเกรียวไปหมด กับการเจอะเจอแบบจังๆ กับผู้ชายข้างห้องเธอ
น่ากลัว
โอ๊ย!
อีตานี่ต้องเป็นผีดิบแน่ๆ
อินทร์พาเธอเข้ามาในห้องนอนของเขา วางเธอลงบนเตียงที่เอลล่าคุ้นเคย และร่วมใช้ในระยะหลังนี้ ที่นี่เอาไปเอามา เธอชักจะมานอนบ่อยเสียยิ่งกว่าห้องตัวเองเสียอีกมานอนทำไมอะก็เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขาน้อยอกน้อยใจ จนน้ำตาไหลพลั่กๆ กลั้นไม่อยู่ด้วยสิ เขาให้เธอนั่งซ้อนตักแล้วโอ๋ปลอบเธอเสียงอ่อนละมุน“เอล เอล เงียบก่อน ชูว์ ชูว์”ยิ่งเขาปลอบเธอก็ยิ่งร้อง อินทร์เลยเปลี่ยนจากปลอบเป็นจูบ ได้ผล...สาวน้อยตัวอ่อนในอ้อมแขนเขา พอเห็นว่าเธอสงบลงแล้ว เขาก็ละริมฝีปากจากปากเธอ แล้วจูบซับน้ำตาให้จนหมาด“ร้องทำไมครับ”“อยากร้อง” ตอบแบบพาลๆ อินทร์ถึงกับทำหน้างง เขาไม่เคยเจอเธอโหมดนี้มาก่อน เอลล่าพยายามจะดิ้นลงจากตักเขา แต่เขาไม่ปล่อย“อื้อ อย่างอแงสิ บอกพี่มาก่อนร้องไห้ทำไม”“โกรธพี่อินทร์”ตอบเขาออกไป แล้วเมินหน้าใส่เขา อินทร์อ้าปากค้าง“เอ้า พี่ทำอะไรให้โกรธ หืม?”“ก็...” เธอเม้มปาก ทำหน้างอไม่ยอมมองหน้าเขาจนแล้วจนรอด แล้วก็ไม่ได้ดิ้นรนลงไปจากตักอุ่นของเขา ทำไมอะ ก็อยู่ตรงนี้มันดีนี่นา กลิ่นเนื้อของเขา เนื้อตัวเขา มันคือที่ของเธอ...ซุกหน้าเงียบกับอกไม่ยอมพูดยอมจา อินทร์เพิ่งเคยเจอแบบนี้ก็ถอนใจแล้
“นังเอล เราจะทำการไลฟ์สดเมื่อไหร่ยะเอฟซีหล่อนถามมารัวๆ แล้วนะ”“ก็...” เอลล่าเม้มปาก คิดอยู่ว่าเธอจะเริ่มงานของเธอได้เมื่อไหร่ดี ติ่งตี๋มองค้อนเพื่อนรัก ที่พักหลังมานี่ ตั้งแต่ไปมีเหตุกับหนุ่มข้างห้อง เพื่อนของเขาก็เปลี่ยนไป...งานการไม่ทำ มัวแต่ไปทำงานห้องโน้น พ่อหนุ่มหล่อขาวเกาหลีนั่น บางทีก็หอบโน้ตบุ๊คมาทำงานห้องนี้ มานั่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ที่เพื่อนของเขาจะต้องหาข้าวหาขนมให้กินเป็นเวลาเหมือนจะไม่ได้แค่หาข้าวหาขนมดูแลปัดกวาดเช็ดถูบ้านแลกกับการที่เขาไม่ไปแจ้งความเพื่อนสาวของติ่งตี๋แหงๆ ตามีก็เห็นนะ ว่าบางทีฝ่ายชายก็ดึงเพื่อนของเธอให้ถลาลงไปบนตัก แล้วก็จุ๊บแก้มนังเอลบ้าง บางทีก็จูบปาก แว๊ก...บุคคลที่สามอย่างติ่งตี๋ได้แต่ร้องกรี๊ดอย่างตกใจเมื่อเห็นเข้า อินทร์มองตรงมายังเขาเมื่อได้ยินเขากรี๊ด แล้วก็ทำหน้านิ่ง ก่อนจะเปรยขอให้เขาลงไปซื้อขนมหรือกาแฟมาให้หน่อย ติ่งตี๋โดนใช้แบบนั้นจะนั่งหัวโด่ก็กระไร จำต้องลงไปน่ะสิ แถมนังเพื่อนตัวดีก็จะส่งข้อความตามลงมาอีกว่า ไปนานๆ สักสองชั่วโมงนะติ่งตี๋ ทิปมาด้วยทีละพันงี้คนอยากดื่มกาแฟอะไร ให้ลงมาซื้อ แต่ไม่ให้รีบขึ้นไป แหม...ติ่งตี๋ไม่ใช่เด็ก
เงินที่เขาเปย์มาเป็นค่าข้าว เอลล่าใช้เป็น เหลือไปทอนเขาด้วยบาทหนึ่ง เขารับเงินทอนไว้ แม้จะหน้านิ่งแต่นัยน์ตาเป็นประกายแปลกๆ เอลล่าถือโอกาสไม่ถอดเสื้อคืนเขา เพราะเขาเองก็สวมเสื้อตัวใหม่แล้วเรียบร้อยกินข้าวเช้าด้วยกันแล้ว เธอก็ไปทำงานต่อ เมื่อวานนี้ห้องนอนของเขาและการซักผ้าให้เขา กินเวลามากทั้งวัน วันนี้เธอตกลงใจจะทำความสะอาดส่วนของห้องครัวและห้องรับแขก ห้องทำงานนั้นเขายังใช้งานอยู่ เธอขีดเส้นไว้ว่าจะไม่เข้าไปใกล้เขาเด็ดขาดหรือควรไปใกล้ดีนะแอร๊...ติดใจหรือยังไงกันยะยัยเอลเธอสั่นหน้านิดๆ เธอกำลังจัดการซักผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องของเขาขนาดเท่ากับห้องเธอ ของน้อยกว่า เลยเก็บง่ายกว่า สวมวิญญาณแม่บ้านโรงแรมเก่า อดีตงานที่เคยไปรับจ๊อบ ทำเสียสะอาดเกลี้ยงเกลาก็ตกบ่าย เธอจัดสำหรับอาหารเที่ยงให้เขาแล้ว ก็เงินที่เขาให้ไปนั่นแหละ พอใกล้เที่ยงเธอก็อุ่นอาหารให้เขาแล้ววางทิ้งให้บนโต๊ะ ตัวเองกะจะทำให้เสร็จแบบรวบตึง แล้วก็ฟิ้วกลับห้องตัวเอง ไม่อยากจะอยู่โอ้เอ้นานนัก มันใจคอไม่ดีเอาผ้าม่านลงมาได้หมด ก็หอบแฮ่ก จัดการเอามันลงไปชั้นล่างไปจ้างซัก เสร็จแล้วก็ขึ้นกลับมายังห้องของเขา เจ้าของห้องยังคง
เอลล่าแทบจะตื่นไม่ไหว...เมื่อคืนนี้แอร๊...ร่างกายเบาโหวงสบายหวิว อารมณ์ปลอดโปร่งโล่งอย่างไม่เคยเป็น แต่ก็ปวดหนึบนิดๆ หน่อยๆ ตรงบางที่...แถมตรงบ่า ซอกคอยังมีร่องรอยบางอย่างทิ้งไว้ด้วยตอนแรกเธอไม่เห็นหรอก เพราะมัวแต่เหม่อ อาบน้ำแต่งตัวแบบอัตโนมัติ คว้าเอาเสื้อมาสวมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใส่ผิดด้าน แถมทันแค่ปิดสติ๊กเกอร์ปิดจุกไร้บราใส่เสื้อทับไปเลย กางเกงก็กลับหน้ากลับหลัง ต้นเหตุเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากใครบางคน ทำให้ลนลาน รีบและตื่นเต้นจนใส่ผิดใส่ถูกอะ“เดี๋ยวจะไปรับมาทำงาน ตื่นหรือยังครับ”“ตะ ตื่น หืม ใครอะคะ”งัวเงียมารับสาย เสียงคุ้นๆ บอกไม่ถูก ทางนั้นเงียบไปนิด ก่อนจะตอบมาเสียงนิ่งปนดุ “ผมไง อินทร์ เจ้านายคุณครับ”“ว้าย...”“ให้เวลาสิบนาทีเดี๋ยวไปรับที่ห้อง”แล้วเขาก็วางสายลง ทิ้งให้เอลล่าลนลานเลิ่กลั่ก จนอยู่ในสภาพที่เปิดประตูห้องนอนออกมาแล้วติ่งตี๋ที่กำลังนอนกลิ้งดูซีรีส์ตรงโซฟา ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองเพื่อนอย่างแปลกใจ“นังเอล...”ยังไม่ทันจะพูดอะไรกัน เสียงเคาะประตูห้องก็ดังรัว พอประตูเปิดออกแง้มๆ เพื่อนเธอก็หายไปเลยแวบ เหมือนกับว่าใครมาจกตัวไปอย่างนั้นติ
เมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนเขา และรับรู้ลิ้มรสจูบเขา แบบมีสติเต็มร้อยพบว่ามันทำให้เธอเมา ยิ่งกว่าเหล้าที่กำลังดื่มเสียอีก เขาบดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน แทรกปลายลิ้นเข้ามาลิ้มลองรสชาติในปากเธอ โอ...จูบของเขาราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไป เล่นเอาเอลล่าถึงกับหอบหายใจ แค่จูบเดียวจูบเขาแค่จูบเดียว ก็ได้ความรู้สึกเร่าร้อนเสียยิ่งกว่าจูบใดๆ ที่เธอเคยได้รับมาเสียอีกเขาทำเหมือนจะกินเธอด้วยจูบเดียว ร่างของเธออ่อนระทวยเข้าหากายของเขา มองภายนอกด้วยตาดูเหมือนเขาจะตัวบางไม่หนามาก และผอม แต่พอเขากอดเธอไว้แบบนี้ ก็พบว่าความเพรียวผอมนั้นคือแค่หลอกตา จริงๆ แล้วเขาแน่นและแกร่งไปทั้งตัวเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จูบนั้นเผาไหม้ หลอมละลายเธอให้ลืมหลงตน อ้าปากรับจูบจากเขาและพลิกพลิ้วจูบตอบเขา พบว่าการที่เธอและเขาดูดดื่มกันและกัน มันยิ่งเพิ่มความรู้สึก ให้มันยิ่งซ่านเสียวมากยิ่งขึ้นราวกับผีเสื้อนับพันกำลังบินกระพือในท้องเธอ ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมดเพราะไฟปรารถนา มือของเขาเลื่อนลูบมาตามสัดส่วนสะพรึงใจชายของเธอ น้องเต็มไม้เต็มมือ น่าจูบน่ากินไปหมดทั้งตัวเขาช้อนอุ้มเธอขึ้นทั้งที่ยังไม่ถอนจูบ ริมฝีปากของทั้งสองคนไม่
“หูย...โปเตโต้คอนเนอร์”เธอร้องอุทานเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องกลับมาพร้อมกับอะไร ก่อนจะระงับอาการตื่นเต้นกับของกินตรงหน้า เขาหายไปเกือบชั่วโมงแล้วก็กลับมาพร้อมกับของสารพัดนานา ทั้งเครื่องดื่มและของกินเล่น“ชอบไอ้นี่ด้วยหรือ” เขาชูกล่องให้เธอดู เอลล่าย่นจมูกน้อยๆ แล้วพยักหน้า ตอนนี้เขาและเธอนั่งกับบนพรมนุ่มนิ่มสีเทา มีผ้ายางบุโฟมนุ่มนิ่มปูทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อกันเปื้อนพรม ก่อนจะวางจานอาหารและแก้วเครื่องดื่มไว้บนนั้น“ก็มันอร่อยดี เป็นของแพงไม่กี่อย่าง ที่ฉัน เอ๊ย หนูซื้อกินอะ”“หืม?”เขานั่งตรงข้ามกับเธอ แล้วเปิดขวดโชจูรสองุ่นส่งให้เธอ เอลล่ารับมันแล้วมองอย่างลังเล จะดื่มหรือไม่ดื่มดีหว่าเรา“เธอก็ดูไม่ได้จนอะไรนี่นา ยอดไลค์ ยอดติดตามมหาศาล แล้วเธอก็ขายของดีมากไม่ใช่หรือ ของนี่ก็ไม่ได้แพงมากขนาดนั้น”“เสียดายตังค์ จะกินแต่ล่ะที จ่ายแบงค์พันงี้ มันก็เสียดายอะ ไม่รู้สิ คุณไม่เข้าใจหรอก ก็คุณมีเงินนี่นา”เธอว่า เขาหัวเราะ แล้วก็เปิดขวดของตัวเองบ้าง เลือกโชจูเหมือนเธอ เหล้าเกาหลีผสมน้ำผลไม้หวานกินง่าย แล้วก็เมาแบบไม่รู้ตัวเสียด้วย“ฉันไม่ได้เลือกที่จะรวยนี่นา แต่มันเกิดมางี้เอง ทำไ







