تسجيل الدخول"มาแล้วนังเพื่อนแก้ว ไสกลับมาแล้วจ้าเพื่อนเลิฟ"
ติ่งตี๋เปิดประตูออก แล้วโชว์ของในมือให้กับเอลล่าดู เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มจะโหวกเหวกก็รีบวิ่งไปปิดปากติ่งตี๋ แล้วรีบจุ๊ปากใส่เพื่อนสาวสอง
"อื้อ อื้อ"
"จุ๊ๆๆๆ นังติ่งตี๋ อย่าเสียงดัง"
"อื้อ อื้อ"
โดนปิดปากเอาแบบนั้น พูดไม่ได้เลยงับมือเพื่อนให้เพื่อนปล่อย เอลล่าร้องกรี๊ดอย่างตกใจ ก่อนจะรีบปิดปากตัวเองแล้วทำตาเหลือก
"เป็นบ้าเหรอนังเอลล่า อะไรอะ?"
"ห้องข้างๆ โคตรน่ากลัว นังติ่งตี๋ ตะกี้เค้ามาเคาะห้อง แล้วขู่จะเชือดฉันด้วยอะ"
"ว้าย อกกระเทยแหก"
"ชูว์ๆๆ เงียบ เดี๋ยวก็มาอีกหรอก"
"เหวย แล้วเค้าทำไมถึงมาขู่จะฟันแกล่ะ นังเอลล่า"
คำพูดชวนคิดหลายแง่ของเพื่อน ทำให้เอลล่าขมวดคิ้ว ก่อนจะช่วยเพื่อนหิ้วของเข้าไปในส่วนของห้องครัว หายเมาสนิทไปเลย ตั้งแต่โดนบุกมาเคาะห้อง เอลล่าเม้มปาก ใจยังเต้นตึกๆ ไม่หายกับการบุกรุกของหนุ่มแว่นหน้าดุคนนั้น
หน้าดุ
แต่หล่อแหะ
ขนาดขู่ยังดูหล่อ แต่ๆๆ หล่อแบบน่ากลัวอะ...ตาของเขาตอนมองเธอลอดแว่น ยังกะคนโรคจิต เหมือนกับจะจ้องจับเธอมาหั่นๆ สับๆ สายตาที่เธอไม่เคยเจอ ปรกติเจอแต่ผู้ชายมองมาแบบหิว แต่ตานี่มองเธอเหมือนจะจับไปเชือด บรื๋อ สยอง
"เราไลฟ์กันคึก เสียงดังไปหน่อย เค้าเลยมาเคาะห้อง บอกให้เบาๆ"
"อ้อ...บอกแบบไหนทำไมแกกลัว"
"บอกแบบโหดอะ ทำยังกะว่าเราสองคนไปขี้บนหัวเค้าอะแก"
"นังเอลล่า อีบ้า เปรียบซะ"
ติ่งตี๋หัวเราะก๊ากออกมาอย่างชอบใจ เอลล่าเองก็พลอยหลุดขำไปด้วย ก่อนจะจุ๊ปากให้เพื่อนเงียบ
"ชูว์ เดี๋ยวมาอีกหรอก"
"โอ๊ย ประสาทไปหมดล่ะเพื่อนฉัน เราคุยกันเฉยๆ มันไม่ได้ดังทะลุไปขนาดนั้นหรอก แหม เราก็หยุดไลฟ์กันแล้ว วันหลังก็...เราอาจจะต้องเปลี่ยนเวลาไลฟ์กันนะนังเอลล่า เกรงใจหนุ่มข้างห้อง"
"เอ่อ ก็คงจะต้องแบบนั้นแหละ เก็บเงินกันเยอะๆ หาเงินซื้อบ้านกันด้วยเลยดีปะ"
"หูย...ใฝ่สูง แต่ก็ดีนะ แกอะเก่ง ฉันก็เริด เราทำได้แหละ"
"ใช่ ทำได้แบบไม่ต้องง้อผู้ชาย"
เอลล่าว่า เหมือนกระทบปมตัวเอง เอาจริงขายของออนไลน์มาพักหนึ่ง เธอควรจะมีเงินงอกเงยมากกว่านี้ เพราะเธอก็ดังขายของก็ดี การที่ต้องมาเลือกหาที่เช่าใหม่ กอบโกยหาเงินแบบนี้ก็เพราะผู้ชายใจหมา ที่มาหลอกเงินเธอนั่นแหละ
ฮึ่ย...
มิน่า เธอแซ่บขนาดนี้ ถึงได้ไม่ค่อย...
เจ็บใจว้อยยย
"ย่ะ หนต่อไปจะเลือกผัวก็เอาดีๆ"
"เอ่อ เอาดีๆ มองดีๆ ด้วยว่าไม่หนีฉันไปมีผัว"
แล้วจู่ๆ แผลก็กลัดหนอง จนต้องร้องไห้โฮ ลำบากติ่งตี๋ต้องปลอบเพื่อนรักอีก
พอทุกข์สองสาวก็พากันดื่ม
แล้วก็พากันลืมตัวไปเปิดเพลงเต้นแล้วดันเปิดระเบียงห้องในเวลาตีห้า...
แล้วก็หลับกันตรงนั้นในเวลาเจ็ดโมงเช้า หลับเหมือนซ้อมตายกันไปทั้งวัน จนไม่ได้ยินว่ามีเสียงเคาะห้องของเธออีกแล้วในตอนเช้า
อินทร์พาเธอเข้ามาในห้องนอนของเขา วางเธอลงบนเตียงที่เอลล่าคุ้นเคย และร่วมใช้ในระยะหลังนี้ ที่นี่เอาไปเอามา เธอชักจะมานอนบ่อยเสียยิ่งกว่าห้องตัวเองเสียอีกมานอนทำไมอะก็เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขาน้อยอกน้อยใจ จนน้ำตาไหลพลั่กๆ กลั้นไม่อยู่ด้วยสิ เขาให้เธอนั่งซ้อนตักแล้วโอ๋ปลอบเธอเสียงอ่อนละมุน“เอล เอล เงียบก่อน ชูว์ ชูว์”ยิ่งเขาปลอบเธอก็ยิ่งร้อง อินทร์เลยเปลี่ยนจากปลอบเป็นจูบ ได้ผล...สาวน้อยตัวอ่อนในอ้อมแขนเขา พอเห็นว่าเธอสงบลงแล้ว เขาก็ละริมฝีปากจากปากเธอ แล้วจูบซับน้ำตาให้จนหมาด“ร้องทำไมครับ”“อยากร้อง” ตอบแบบพาลๆ อินทร์ถึงกับทำหน้างง เขาไม่เคยเจอเธอโหมดนี้มาก่อน เอลล่าพยายามจะดิ้นลงจากตักเขา แต่เขาไม่ปล่อย“อื้อ อย่างอแงสิ บอกพี่มาก่อนร้องไห้ทำไม”“โกรธพี่อินทร์”ตอบเขาออกไป แล้วเมินหน้าใส่เขา อินทร์อ้าปากค้าง“เอ้า พี่ทำอะไรให้โกรธ หืม?”“ก็...” เธอเม้มปาก ทำหน้างอไม่ยอมมองหน้าเขาจนแล้วจนรอด แล้วก็ไม่ได้ดิ้นรนลงไปจากตักอุ่นของเขา ทำไมอะ ก็อยู่ตรงนี้มันดีนี่นา กลิ่นเนื้อของเขา เนื้อตัวเขา มันคือที่ของเธอ...ซุกหน้าเงียบกับอกไม่ยอมพูดยอมจา อินทร์เพิ่งเคยเจอแบบนี้ก็ถอนใจแล้
“นังเอล เราจะทำการไลฟ์สดเมื่อไหร่ยะเอฟซีหล่อนถามมารัวๆ แล้วนะ”“ก็...” เอลล่าเม้มปาก คิดอยู่ว่าเธอจะเริ่มงานของเธอได้เมื่อไหร่ดี ติ่งตี๋มองค้อนเพื่อนรัก ที่พักหลังมานี่ ตั้งแต่ไปมีเหตุกับหนุ่มข้างห้อง เพื่อนของเขาก็เปลี่ยนไป...งานการไม่ทำ มัวแต่ไปทำงานห้องโน้น พ่อหนุ่มหล่อขาวเกาหลีนั่น บางทีก็หอบโน้ตบุ๊คมาทำงานห้องนี้ มานั่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ที่เพื่อนของเขาจะต้องหาข้าวหาขนมให้กินเป็นเวลาเหมือนจะไม่ได้แค่หาข้าวหาขนมดูแลปัดกวาดเช็ดถูบ้านแลกกับการที่เขาไม่ไปแจ้งความเพื่อนสาวของติ่งตี๋แหงๆ ตามีก็เห็นนะ ว่าบางทีฝ่ายชายก็ดึงเพื่อนของเธอให้ถลาลงไปบนตัก แล้วก็จุ๊บแก้มนังเอลบ้าง บางทีก็จูบปาก แว๊ก...บุคคลที่สามอย่างติ่งตี๋ได้แต่ร้องกรี๊ดอย่างตกใจเมื่อเห็นเข้า อินทร์มองตรงมายังเขาเมื่อได้ยินเขากรี๊ด แล้วก็ทำหน้านิ่ง ก่อนจะเปรยขอให้เขาลงไปซื้อขนมหรือกาแฟมาให้หน่อย ติ่งตี๋โดนใช้แบบนั้นจะนั่งหัวโด่ก็กระไร จำต้องลงไปน่ะสิ แถมนังเพื่อนตัวดีก็จะส่งข้อความตามลงมาอีกว่า ไปนานๆ สักสองชั่วโมงนะติ่งตี๋ ทิปมาด้วยทีละพันงี้คนอยากดื่มกาแฟอะไร ให้ลงมาซื้อ แต่ไม่ให้รีบขึ้นไป แหม...ติ่งตี๋ไม่ใช่เด็ก
เงินที่เขาเปย์มาเป็นค่าข้าว เอลล่าใช้เป็น เหลือไปทอนเขาด้วยบาทหนึ่ง เขารับเงินทอนไว้ แม้จะหน้านิ่งแต่นัยน์ตาเป็นประกายแปลกๆ เอลล่าถือโอกาสไม่ถอดเสื้อคืนเขา เพราะเขาเองก็สวมเสื้อตัวใหม่แล้วเรียบร้อยกินข้าวเช้าด้วยกันแล้ว เธอก็ไปทำงานต่อ เมื่อวานนี้ห้องนอนของเขาและการซักผ้าให้เขา กินเวลามากทั้งวัน วันนี้เธอตกลงใจจะทำความสะอาดส่วนของห้องครัวและห้องรับแขก ห้องทำงานนั้นเขายังใช้งานอยู่ เธอขีดเส้นไว้ว่าจะไม่เข้าไปใกล้เขาเด็ดขาดหรือควรไปใกล้ดีนะแอร๊...ติดใจหรือยังไงกันยะยัยเอลเธอสั่นหน้านิดๆ เธอกำลังจัดการซักผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องของเขาขนาดเท่ากับห้องเธอ ของน้อยกว่า เลยเก็บง่ายกว่า สวมวิญญาณแม่บ้านโรงแรมเก่า อดีตงานที่เคยไปรับจ๊อบ ทำเสียสะอาดเกลี้ยงเกลาก็ตกบ่าย เธอจัดสำหรับอาหารเที่ยงให้เขาแล้ว ก็เงินที่เขาให้ไปนั่นแหละ พอใกล้เที่ยงเธอก็อุ่นอาหารให้เขาแล้ววางทิ้งให้บนโต๊ะ ตัวเองกะจะทำให้เสร็จแบบรวบตึง แล้วก็ฟิ้วกลับห้องตัวเอง ไม่อยากจะอยู่โอ้เอ้นานนัก มันใจคอไม่ดีเอาผ้าม่านลงมาได้หมด ก็หอบแฮ่ก จัดการเอามันลงไปชั้นล่างไปจ้างซัก เสร็จแล้วก็ขึ้นกลับมายังห้องของเขา เจ้าของห้องยังคง
เอลล่าแทบจะตื่นไม่ไหว...เมื่อคืนนี้แอร๊...ร่างกายเบาโหวงสบายหวิว อารมณ์ปลอดโปร่งโล่งอย่างไม่เคยเป็น แต่ก็ปวดหนึบนิดๆ หน่อยๆ ตรงบางที่...แถมตรงบ่า ซอกคอยังมีร่องรอยบางอย่างทิ้งไว้ด้วยตอนแรกเธอไม่เห็นหรอก เพราะมัวแต่เหม่อ อาบน้ำแต่งตัวแบบอัตโนมัติ คว้าเอาเสื้อมาสวมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใส่ผิดด้าน แถมทันแค่ปิดสติ๊กเกอร์ปิดจุกไร้บราใส่เสื้อทับไปเลย กางเกงก็กลับหน้ากลับหลัง ต้นเหตุเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากใครบางคน ทำให้ลนลาน รีบและตื่นเต้นจนใส่ผิดใส่ถูกอะ“เดี๋ยวจะไปรับมาทำงาน ตื่นหรือยังครับ”“ตะ ตื่น หืม ใครอะคะ”งัวเงียมารับสาย เสียงคุ้นๆ บอกไม่ถูก ทางนั้นเงียบไปนิด ก่อนจะตอบมาเสียงนิ่งปนดุ “ผมไง อินทร์ เจ้านายคุณครับ”“ว้าย...”“ให้เวลาสิบนาทีเดี๋ยวไปรับที่ห้อง”แล้วเขาก็วางสายลง ทิ้งให้เอลล่าลนลานเลิ่กลั่ก จนอยู่ในสภาพที่เปิดประตูห้องนอนออกมาแล้วติ่งตี๋ที่กำลังนอนกลิ้งดูซีรีส์ตรงโซฟา ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองเพื่อนอย่างแปลกใจ“นังเอล...”ยังไม่ทันจะพูดอะไรกัน เสียงเคาะประตูห้องก็ดังรัว พอประตูเปิดออกแง้มๆ เพื่อนเธอก็หายไปเลยแวบ เหมือนกับว่าใครมาจกตัวไปอย่างนั้นติ
เมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนเขา และรับรู้ลิ้มรสจูบเขา แบบมีสติเต็มร้อยพบว่ามันทำให้เธอเมา ยิ่งกว่าเหล้าที่กำลังดื่มเสียอีก เขาบดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน แทรกปลายลิ้นเข้ามาลิ้มลองรสชาติในปากเธอ โอ...จูบของเขาราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไป เล่นเอาเอลล่าถึงกับหอบหายใจ แค่จูบเดียวจูบเขาแค่จูบเดียว ก็ได้ความรู้สึกเร่าร้อนเสียยิ่งกว่าจูบใดๆ ที่เธอเคยได้รับมาเสียอีกเขาทำเหมือนจะกินเธอด้วยจูบเดียว ร่างของเธออ่อนระทวยเข้าหากายของเขา มองภายนอกด้วยตาดูเหมือนเขาจะตัวบางไม่หนามาก และผอม แต่พอเขากอดเธอไว้แบบนี้ ก็พบว่าความเพรียวผอมนั้นคือแค่หลอกตา จริงๆ แล้วเขาแน่นและแกร่งไปทั้งตัวเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จูบนั้นเผาไหม้ หลอมละลายเธอให้ลืมหลงตน อ้าปากรับจูบจากเขาและพลิกพลิ้วจูบตอบเขา พบว่าการที่เธอและเขาดูดดื่มกันและกัน มันยิ่งเพิ่มความรู้สึก ให้มันยิ่งซ่านเสียวมากยิ่งขึ้นราวกับผีเสื้อนับพันกำลังบินกระพือในท้องเธอ ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมดเพราะไฟปรารถนา มือของเขาเลื่อนลูบมาตามสัดส่วนสะพรึงใจชายของเธอ น้องเต็มไม้เต็มมือ น่าจูบน่ากินไปหมดทั้งตัวเขาช้อนอุ้มเธอขึ้นทั้งที่ยังไม่ถอนจูบ ริมฝีปากของทั้งสองคนไม่
“หูย...โปเตโต้คอนเนอร์”เธอร้องอุทานเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องกลับมาพร้อมกับอะไร ก่อนจะระงับอาการตื่นเต้นกับของกินตรงหน้า เขาหายไปเกือบชั่วโมงแล้วก็กลับมาพร้อมกับของสารพัดนานา ทั้งเครื่องดื่มและของกินเล่น“ชอบไอ้นี่ด้วยหรือ” เขาชูกล่องให้เธอดู เอลล่าย่นจมูกน้อยๆ แล้วพยักหน้า ตอนนี้เขาและเธอนั่งกับบนพรมนุ่มนิ่มสีเทา มีผ้ายางบุโฟมนุ่มนิ่มปูทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อกันเปื้อนพรม ก่อนจะวางจานอาหารและแก้วเครื่องดื่มไว้บนนั้น“ก็มันอร่อยดี เป็นของแพงไม่กี่อย่าง ที่ฉัน เอ๊ย หนูซื้อกินอะ”“หืม?”เขานั่งตรงข้ามกับเธอ แล้วเปิดขวดโชจูรสองุ่นส่งให้เธอ เอลล่ารับมันแล้วมองอย่างลังเล จะดื่มหรือไม่ดื่มดีหว่าเรา“เธอก็ดูไม่ได้จนอะไรนี่นา ยอดไลค์ ยอดติดตามมหาศาล แล้วเธอก็ขายของดีมากไม่ใช่หรือ ของนี่ก็ไม่ได้แพงมากขนาดนั้น”“เสียดายตังค์ จะกินแต่ล่ะที จ่ายแบงค์พันงี้ มันก็เสียดายอะ ไม่รู้สิ คุณไม่เข้าใจหรอก ก็คุณมีเงินนี่นา”เธอว่า เขาหัวเราะ แล้วก็เปิดขวดของตัวเองบ้าง เลือกโชจูเหมือนเธอ เหล้าเกาหลีผสมน้ำผลไม้หวานกินง่าย แล้วก็เมาแบบไม่รู้ตัวเสียด้วย“ฉันไม่ได้เลือกที่จะรวยนี่นา แต่มันเกิดมางี้เอง ทำไ







