เข้าสู่ระบบเขา คือ คนที่รักครอบครัวมาก เธอ คือ คนที่คอยเทคเเคร์คนอื่นอยู่เสมอ ความเเค้นในอดีตทำให้เธอถูกบังคับให้ทำร้ายครอบครัวเขาโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ส่วนเขาที่พร้อมจะปกป้องครอบครัวอันเป็นที่รัก ปัญ ปัญยวิชญ์ ชัยพัฒนวนิชย์ หนุ่มหล่อเจ้าของร่างสูง186 อายุ 28 ปี ที่ได้ฉายาม้ามืดด้านธุรกิจ ภายใต้ในใบหน้าหล่อนั้นมีความดุ เงียบ เจ้าระเบียบ สมกับเป็นทายาทเจ้าของบริษัท “ถอดกางเกงฉันออก” “ทำ” เมย์ ชญา ธนารักษ์ หญิงสาวที่มีใบหน้าขาว หมวย มีส่วนสูง 160 อายุ 22 ปี นิสัยมีความมั่นใจสูง เพื่อที่จะเป็นเกราะป้องกันตัวเอง แต่ลึกๆแล้ว หญิงสาวกลับแข็งนอกอ่อนใน “คะคือว่า ฉันไม่เคย”
ดูเพิ่มเติมบทนำ
บริษัท CSC Real Estate Group
ภายในห้องประชุมที่โอบอุ้มด้วยบรรยากาศที่เคร่งเครียด กับการประชุมร่วมลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ปัญ ปัญยวิชญ์ ชัยพัฒนวนิชย์ หนุ่มหล่อเจ้าของร่างสูง 186 อายุ 28 ปี ที่ได้ฉายาม้ามืดด้านธุรกิจ ภายใต้ในใบหน้าหล่อนั้นมีความดุ เงียบ เจ้าระเบียบ สมกับเป็นทายาทเจ้าของบริษัท
“ก็...การประชุมวันนี้มีเพียงเท่านี้” ชายหนุ่มกล่าวขณะกดรีโมทเลื่อนหน้าจอการประชุมเป็นโลโก้บริษัท
“มีท่านใดอยากจะเสนอแนะไหมครับ..”
“หากไม่มี ผมขอปิดประชุมสำหรับวันนี้”
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น หุ้นส่วนรวมถึงคณะกรรมการแต่ละส่วนก็ทยอย โค้งตัวออกจากห้องประชุมไป
“ฤทธิ์...วันนี้มีเท่านี้ใช่ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยพลางเก็บอุปกรณ์ของต่างๆ
“ครับคุณปัญ ส่วนสัปดาห์หน้ามีดีลงานพื้นที่ที่กระบี่ครับ” เลขาฝีมือดีตอบอย่างรู้งาน
“ผมให้ทางทีมงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วครับ” ฤทธิ์ เลขาประธานหนุ่มเติบโตมาด้วยกัน ถึงแม้ในสถานที่ทำงานพวกเขาอยู่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่นอกเวลางานเขาคือเพื่อนสนิทคนนึงเลยก็ว่าได้...
เนื่องจากพ่อของฤทธิ์เป็นเลขาท่าน ชัยชนา ชัยพัฒนวนิชย์ พ่อเจ้านายหนุ่ม ซึ่งได้สละตำแหน่งขึ้นให้เจ้าลูกชายบริหารแทน
มหาลัย เอส เวิสเทิร์น
ภายใต้ตึกสีขาวสูงใหญ่ มีโต๊ะไม้ยางพาราตัวยาวได้มีหญิงสาวนั่งอยู่รวมกัน
“กว่าพวกเราก็ผ่านมรสุมในมหาลัยนี้มาได้” ผักบุ้ง สาวสวยแซ่บ เปรี้ยวรสชาติครบรสแห่งสาวคณะบริหาร บ่นอุบอิบขณะกำลังหยิบมะม่วงเข้าปาก
“อืม กว่าจะผ่านได้เกือบตายแหนะ” จันจิ สาวแว่นเรียบร้อยที่ฟาดเรียบแทบจะทุกคณะ รีบสวนตอบกลับทันที อย่างไม่จริงจังนัก
“พวกแกก็บ่นกันตั้งแต่เข้ามาเรียน ยันเรียนจบ”
“จนพวกเรามารับวุฒิ” เมย์ ชญา ธนารักษ์ หญิงสาวที่มีใบหน้าขาว หมวย มีส่วนสูง 160 อายุ 22 ปี นิสัยมีความมั่นใจสูง เพื่อที่จะเป็นเกราะป้องกันตัวเอง แต่ลึกๆแล้ว หญิงสาวกลับแข็งนอกอ่อนใน
สาวทั้ง 3 คน ที่นัดกันมาเอาใบวุฒิเพื่อที่จะได้ยื่นสมัครงานหลังเรียนกันจบ โดยที่ผักบุ้งที่บ้านประกอบกิจการงานดอกไม้ ที่รับจัดดอกไม้ในงานแต่งทั้งที่ของตัวเองและนอกสถานที่
“ฉันไม่ต้องใช้ก็ได้ไหม”
“ว่าแต่แกเถอะยัยเมย์... แกจะไปทำอะไรต่อ วันรับปริญญาเขาก็ไม่มาแสดงความยินดีอะไรกับแกเลยนะ”
“พวกฉัน...เป็นห่วงแกนะเว้ย”
“ไปทำงานที่ร้านฉันไหม ผู้จัดการสาขาว่างนะจ๊ะ” จันจิบอกด้วยความเป็นห่วงเพื่อนพลางเอื้อมมือไปแตะเพื่อนสาวเพื่อให้กำลังใจเบาๆ เนื่องจากจันจิฝันอยากเป็นเจ้าของรานอาหารมาตั้งแต่เด็กซึ่งตอนนี้เปิดร้านสเต็กอยู่ในย่านทองหล่อ
“ขอบใจพวกแกมากนะ”
“แต่ฉันไม่อยากทำให้พวกแกเดือดร้อน..ไม่เป็นไรฉันจัดการได้ สบายมาก”
3 เดือนที่ผ่านมา ณ ร้าน Green Steak Thonglor
“ฉันว่ามุมนี้สวยกว่านะ””ไม่!! ฉันว่าแบบนี้..สวยกว่าเยอะเลย” ในขณะผักบุ้งและจันจิกำลังถกเถียงในการถ่ายรูปหามุมโปรโมทร้านใหม่
“เอาละพวกแกหยุดเถียงกันก่อน” หญิงสาวพูดแทรกขณะที่เพื่อนของเธอกำลังเถียงกันไปมากกว่านี้ และลงมือจัดจานวางตำแหน่งเนื้อและผัก รวมถึงเครื่องเคียงอย่างตามความเหมาะสม
“โอโห้...นี่มันเทพ” 0.0 ผักบุ้งไม่ตาหวานนะ นี่ผักบุ้งตาโต
“เอาแบบนี้แหละ” จากนั้นช่างภาพก็เริ่มถ่ายภาพอาหารพร้อมมี เมย์ ช่วยในการจัดจานอาหารรอถ่ายในการถ่ายจานต่อไป..
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงวัยกลางคน
“ฉันให้แกไปทำอะไรทำไมมาอยู่ที่นี่!!” เธอคนนั้นก็คือ สุดา สุนทรากร แม่บุญธรรมของฉันเอง ท่านเลี้ยงฉันมาแต่ก็ไม่ได้ให้ความรักอะไรฉันหรอก แต่อย่างน้อยฉันก็ได้มีครอบครัว มีแม่เหมือนคนอื่น หลังจากที่ฉันก้าวเข้าสู่มหาลัย ท่านก็ให้ฉันย้ายออกมาอยู่ข้างนอกพร้อมกับเหตุผลว่า “ถึงเวลาที่แกต้องทดแทนบุญคุณ”ไม่นานฉันก็ต้องขอโทษเพื่อนของฉันและขอปลีกตัวกลับก่อน
ท่านให้ฉันทำร้ายความรู้สึกของคนที่ฉันรัก โดยที่ฉันถามถึงเหตุผลว่าเพราะอะไร แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นคือความเจ็บปวดตามร่างกายของฉัน ไม่ว่าจะรอยหยิก และตี
จากนั้นมาฉันก็ขอตัดความสัมพันธ์กับเขา ฉันรู้ ว่าแม่ของฉันใช้ฉันไปทำร้ายเขา แต่.....ใครจะไปทำร้ายความรู้สึกของคนที่เรารักได้ลงละ
“ฝากคุณเมย์ตรวจสอบอีกทีนะครับ”“ได้ค่ะ” ซึ่งเอกสารรอบนี้เยอะพอสมควรเลย เมื่อฤทธิ์อธิบายเอกสารแต่ละส่วนให้หญิงสาวสักพักก็ออกจากห้องทำงานหรูไปเหลือเพียงเธอและประธานหนุ่มขี้หงุดหงิด“ระยะทางไม่ได้ไกลทำไมมาช้า..” เสียงเข้มถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจสายตาคมก้มอ่านเอกสารที่กำลังมีปัญหาไปด้วยบวกกับความรู้สึกหงุดหงิดต่ออีกคน“คะคือ..เจอเพื่อน...เลยทักทายกันนิดหน่อย”“ขอโทษค่ะ” ร่างบางตอบกลับไปตามความจริงด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเพราะรู้ว่าตนนั้นผิดที่คุยกับเพื่อนในเวลางาน ชายหนุ่มที่เห็นอีกคนหน้าจ๋อยลงก็รู้สึกพอใจกับท่าทางของเธอ...เธอก็แค่คุยกับเพื่อนและขึ้นมาช้านิดหน่อยทำไมกูต้องหัวเสียด้วยวะภายในห้องทำงานหรูทั้งสองชายหญิงได้เตรียมงานที่จะปิดดีลที่จังหวัดกระบี่ในสัปดาห์หน้ากันอย่างเคร่งเครียดจวบจนเวลาพักเที่ยงติ๊ง...เสียงแจ้งเตือนจากมือถือทำให้คนกำลังตั้งอกตั้งใจตรวจเอกสารเอื้อมมือหยิบมือถือด้านหน้าพบว่ามายด์สาวมาดมั่นทักตามไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันตามที่ทั้งสองได้นัดกันเมื่อช่วงสาย มายด์“เที่ยงแล้วจ้า...สาว” “งานเยอะมากเลย”“เท...กันแล้วสินะ” May send picture “หมดนี่จ้า”
ร่างสูงที่กำลังไล่ดูงานในเมลผ่านมือถือเมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไปนานจึงปิดโทรศัพท์วางไว้บนหัวเตียงพร้อมกับชะโงกดูว่าหญิงสาวหลับไปจริงๆหรือไม่ เมื่อเห็นว่าร่างบางที่หายใจสม่ำเสมอกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราไปมือหนาจึงจับเอาผ้าห่มคลุมร่างบางแต่ทว่าสายตาคมดันเหลือไปเห็นรอยที่เดาได้ไม่ยากว่ามาจากแรงบีบรวมถึงรอยแดงที่เริ่มเป็นสีม่วงอมช้ำเป็นจ้ำๆก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครทำร้ายเธอ“ใครทำวะ” หรือว่าจะเป็นไอกายน้องเขยเขาก็ไม่น่าจะใช่เพราะกายไม่ใช่คนใช้ความรุนแรง ก่อนหน้านี้ที่ตามมาดูหญิงสาวสายของเขารายงานมาว่ามีหญิงสูงวัยเข้ามาในห้องนอนของเธอซึ่งอาจจะเป็นแม่ของเธอแต่ทำไมแม่ถึงทำร้ายลูกซะจนมีรอยช้ำขนาดนี้ละ มือสากลูบรอยช้ำพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหากล่องปฐมพยาบาล จากนั้นเปิดกล่องหยิบครีมลดอาการช้ำมาทาให้อย่างเบามือพลางนึกว่าใครถึงลงมือกับเธอได้ขนาดนี้ ผิวขาวสวยที่โดนอะไรนิดหน่อยก็เป็นรอยเพราะเขาเคยลงบีบหนักใส่แขนเธอยังเป็นรอยนิ้วมือเขาเลยแล้วนี่เธอโดนหยิกมาคงเจ็บไม่น้อยเลย...ใช่ไหมเมื่อทายาเสร็จก็คลุมผ้าห่มผืนหนาให้เธอจึงทิ้งตัวลงนานข้างๆอย่างแผ่วเบาพร้อมกับโอบกอดเข้าหาหญิงสาวมือสากหนาค่อยลูบหัวอย่างรู้สึกแปลกใ
“เหตุผลอะไรเมย์ไม่รู้....เมย์ขอโทษ” หญิงสาวรู้สึกโล่งอกที่ได้เอ่ยบอกสิ่งที่อึดอัดมานาน ซึ่งผู้ที่อยู่ในห้องต่างก็รู้สึกตกใจแต่ก็กลับมีความไม่เชื่ออยู่บ้างโดยเฉพาะชายหนุ่มผู้ที่โดนทำร้ายความรู้สึกชายหนุ่มรู้สึกตกใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าบอก“เมย์เสียใจที่ทำร้ายกายทั้งที่เมย์รักกายมาก ฮึก...”“.....และเมย์ก็เสียใจที่ปล่อยให้กายได้มีรักใหม่...แต่เขาคู่ควรสมกับความรักของกาย ฮือ” ไหล่บางสั่นไหวไปตามความรู้สึกเสียใจที่ต้องจบความสัมพันธ์แถมยังโดนใครต่อใครเกลียดทั้งที่เธอไม่ได้อยากทำ“เมย์....” ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับนั่งลงข้างๆ“แต่เมย์รู้ใช่ไหม...ว่าความรู้สึกกายมันเปลี่ยนไปแล้ว” มือสากเอื้อมจับมือบางที่กุมประสานกันแน่นส่งมอบความรู้สึกที่เริ่มอ่อนโยนขึ้น ร่างบางพยักหน้ารับรู้ว่าความรู้สึกคนตรงหน้าได้เปลี่ยนไปแล้วแต่เธอก็ยินดีที่เขาได้เจอคนที่ดีกว่าทั้งครอบครัว“..เมย์รู้ เมย์ยินดีกับกายนะ”“เมย์แค่อยากจะมาบอกเหตุผลเพียงเท่านั้น” มือสากย้ายจากจับมือบางมาทับบนหัวของหญิงสาวพลางลูบอย่างทะนุถนอม“แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ”“จริงๆนะ....” ดวงตาสวยที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไ
หญิงสาวพลางนึกคิดว่าหากตอบไปตรงๆเขาจะเข้าใจเธอไหมนะ...หากบอกกายว่าที่เธอทำไปเพราะมีเหตุผลจากแม่เขาจะให้อภัยเธอหรือเปล่า“เอ่อ..คะ..คือฉันไม่ได้ตั้งใจ” เมื่อถูกจับได้ทำได้เพียงก้มหน้าลงในมือก็ได้แต่กำช้อนและส้อมแน่น“ไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอตั้งใจเดินเข้าไปหาที่ห้องสองครั้ง!!” เพียงเท่านั้นเสียงโยนกล่องอาหารมาไว้ด้านหน้าหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้างุดพรางไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า ตุ๊บ.... เสียงนี้ทำให้ร่างบางสะดุ้ง“คุณรู้มาตั้งแต่แรกเหรอคะ” ใบหน้าสวยที่ตอนนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่เกิดจากความกดดันจากทุกสิ่งนอกจากนั้นยังรวมถึงที่เขาเป็นถึงประธานบริษัทแต่กลับมาอยู่คอนโดเล็กๆก็เพื่อที่จะคอยจับตาดูเธอรวมถึงเหตุการณ์ช่วงเช้าที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ“เลิกยุ่งกับครอบครัวฉัน”“ฉันจะเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย” สายตาที่เว้าวอนต้องการที่จะสื่อให้เห็นใจแล้วทำไมจะต้องเห็นใจในเมื่อจะมีเหตุผลอะไรนอกจากผู้หญิงคนนี้ที่ต้องการหลอกผู้ชายไปวันๆ....“ถ้าเธอยังอยากอยู่อย่างมีความสุขอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คนตัวสูงกระแทกเสียงใส่เสร็จก็เดินออกไปทันทีจวบจนเวลาเลิกงานก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย ส่วนคนที่ยังอยู่ก็พลางนึกคิดสิ่งที่ประธา