LOGIN“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก
“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”
“คุณตั้งใจโกหก”
“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”
“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”
“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ
“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”
“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ
“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”
เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน
“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชายตบลงไปที่เบาะนั่งทั้งสองข้าง หลุยส์ผลักหญิงสาวลงไปนั่งข้างอาเธอร์ฝั่งซ้าย ส่วนหลุยส์ลงไปนั่งที่ฝั่งขวา
“คุณ ๆ จะเอาป๊อปคอร์น น้ำผลไม้ อะไรไหมคะ”
“พี่แต้วจัดมาเลย”
“ค่ะ” แต้วกลับออกไป และกลับเข้ามาพร้อมกับของที่เธอบอกว่าจะเอามาเสิร์ฟ
“ขอตัวก่อนนะคะ” ใบหน้าที่แสนงอนของคุณแม่ ทำให้พี่แต้วต้องรีบออกไป แต้วอยากให้พ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง
แต้วมาเจอสามีในห้องครัว
“พี่ ฉันไม่น่าเชื่อเลยนะว่า คุณหลุยส์จะมีลูกแล้ว แต่พี่ดูสิ น้องอาเธอร์หน้าเหมือนคุณหลุยส์มาก เหมือนจริง ๆ ใครจะมาถามฉันว่าแน่ใจไหม สองคนเป็นพ่อลูกกัน ฉันก็จะตอบว่าล้านเปอร์เซ็นต์”
“แต่ดูท่าทางแล้ว คุณผู้หญิงดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจสักเท่าไร” คนเป็นผัวออกความคิดเห็น
“ก็แหงนะสิ คนถูกทำให้ท้องแล้วทิ้ง ทิ้งหายหน้ากันไปตั้งหลายปี จนลูกโตขนาดนี้ ถ้าเป็นฉันนะ ไม่มีวันญาติดีด้วยหรอก” แต้วหันไปทำหน้ายักษ์เข้าใส่
“อ้าว อีนางคนนี้ ทำไมมาลงที่หัวฉันเนี่ย เฮ้อ... ไปดีกว่า ไปรดน้ำต้นไม้” พูดไป ถอนหายใจ และเดินออกไปจากในครัว
“พี่รอฉันด้วย ฉันต้องสลายหายตัวไปจากที่นี่เหมือนกัน จะได้ให้พ่อแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง” วิ่ง และร้องเรียกตามผัวไปติด ๆ
ในห้องนั่งเล่น สามพ่อแม่ลูกนั่งดูหนังด้วยกัน หลุยส์ลุกเข้าไปในห้องนอน และหยิบยาออกมาให้หยาดฝน
“กินยาก่อน”
“ยาอะไรคะ”
“ยาที่คุณหมอจัดให้คุณไง จำไม่ได้หรือคุณต้องกินหลังอาหาร”
“ฉันไม่กินค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“เรนนี่ คุณอย่ามาดื้อน่า”
อาเธอร์หันมามองหน้าแม่ “แม่ครับ แม่ไม่สบายมาก เมื่อวานนี้ เธอร์เรียกแม่ยังไง แม่ก็ไม่ตื่น แม่ก็ต้องกินยานะครับ” สายตาบังคับ
“ตอนที่เธอร์ไม่สบาย แม่ยังบังคับให้เธอร์กินยาเลย”
“มันไม่เหมือนกันลูก”
“ไม่เหมือนกันตรงไหนครับ ตอนเธอร์ไม่สบาย เธอร์ก็ต้องกินยา แล้วถ้าแม่ไม่สบาย มียา แม่ก็ต้องกินครับ” ไม่พูดเปล่า เด็กน้อยยังรินน้ำให้กับแม่อย่างรู้งาน
หลุยส์จับยายัดเข้าไปในมือของเธอ และบังคับให้หญิงสาวหยิบยาเม็ดนั้นใส่เข้าไปในปาก ลูกชายนั่งจ้องหน้าพร้อมกับแก้วน้ำในมือ หยาดฝนจำใจต้องกินมันลงไปในคอ ตอนนี้ความเครียดขึ้นมาในหัวของเธออีกแล้ว
เธอคิดหนักว่า ชีวิตของเธอจะดำเนินต่อไปอย่างไร ดูท่าทางแล้ว หลุยส์คงไม่ปล่อยมือจากอาเธอร์ อีกอย่างที่เธอคิดหนัก หลุยส์นั้น เขาต้องการตัวเธอ หรือแค่ต้องการเพียงแต่ลูกคนเดียวเท่านั้น
ยาที่เธอกลืนลงไปนั้น ทำให้เธอง่วงนอน หญิงสาวจึงเอนหัวพิงเบาะ และหลับไปอย่างง่ายดาย ใกล้ ๆ กับลูกชาย ที่นั่งเล่นและหัวเราะต่อกระซิกกับพ่อ พร้อมกับดูหนังไปด้วยกัน
หลุยส์หันมาเห็นเธอนั่งคอพับคออ่อน
“อาเธอร์ครับ พ่อจะพาแม่ไปนอนในห้องก่อนนะครับ” หลุยส์อุ้มหยาดฝนขึ้นและพาเธอกลับไปยังห้องนอน
ตอนที่เขาวางเธอลง หญิงสาวได้ลืมตาขึ้นมา หลุยส์ก้มลงไปที่หน้าผาก จุมพิตนุ่มนวล พร้อมกับกระซิบ
“หลับเถอะ คุณต้องพักผ่อน ตื่นมาจะได้สดชื่น อีกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเครียดจนเกินไป แต่เอ... เมื่อเช้า ผมฉีดยาให้คุณไปแล้วตั้งหลายเข็ม คุณก็ไม่น่าจะเครียดแล้วนะ” เขาลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ ๆ
“คนบ้า” เธอทำปากมุบมิบ
หลุยส์ยิ้ม “นอนพักนะครับ ผมจะไปดูหนังกับลูก” เขาก้มลงไปหอมแก้มเธออีกหลายฟอด หลุยส์ลุกขึ้นเดินกลับออกไปหาลูกชาย
ฤทธิ์ยาทำให้ง่วงนอนมาก เธอจึงหลับลงไปอีกครั้ง
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







