Share

ทำไมถึงทำกับฉันได้

last update publish date: 2026-08-26 10:54:49

          “อ๊ายยย… ฉันจะทำยังไงดีล่ะแก๊ เงินเก็บตอนนี้ก็แทบไม่เหลือเพราะตอนว่างงานเอาไปเที่ยวเล่นจนเกือบหมด ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าคราวนี้จะต้องว่างงานเกือบสามเดือน ทั้งที่ผ่านๆ มาได้เที่ยวชาร์จแบตแค่ไม่กี่อาทิตย์ก็ได้งานใหม่แล้ว หวังจะพึ่งไอ้กองทุน RMF, LMF ที่ซื้อเอาไว้ก็ไม่ได้อีกเพราะยังไม่ถึงกำหนดขายคืน ไหนจะกองทุนทองอีกล่ะราคามีแต่ดิ่งลงทุกวัน ที่ผ่านมาฝากไว้กับแบงก์ถึงจะได้ดอกเบี้ยน้อยแต่ก็สบายใจเบิกถอนเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะแกคนเดียวเลยนังพิมพ์ หนอย! ปล่อยให้เงินทำงานแล้วเราก็นอนนับดอกเบี้ยสบายๆ ตอนนี้เป็นไงล่ะต้องคอยนับว่าขาดทุนไปแล้วเท่าไหร่น่ะสิไม่ว่า”

          คนเป็นตัวตั้งตัวตีชวนให้ลงทุนกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอก่อนจะบอกเสียงอ่อยว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง แกก็รู้”

          “ทีตอนนี้ทำอ้อมแอ้มเสียงอ่อยนะยะ แต่ตอนชวนฉันลงทุนนี่ไม่รู้ใครที่พูดเสียงมั่นอกมั่นใจว่ากำไรชัดๆ กำไรแน่ๆ พวกเราจะได้มีเงินก้อนมาลงทุนทำธุรกิจของตัวเองสักที เฮอะ!”

          จบจากการทบทวนความจำปุณยวีร์ก็แจกค้อนให้อีกหนึ่งทีก่อนจะแบมือแล้วบอกหน้าตาเฉยว่า “ในฐานะที่มีส่วนทำให้ฉันถังแตกแกต้องรับผิดชอบ เอาเงินมาให้ฉันยืมเลยนังพิมพ์”

           เหมือนพิมพ์ทำหน้าเมื่อย “ฉันก็เอาไปลงทุนหมดเหมือนกันกับแกแล้วจะเอาที่ไหนมาให้ยืมล่ะ สำหรับเรื่องเงินไม่เห็นแกต้องคิดมากเลย ถึงจะมีปัญหากับแม่แต่แกก็เป็นลูกรักของพ่อนี่นา ลองขอพ่อดูสิ เผลอๆ อาจจะได้มาเป็นก้อนเอาไปลงทุนทำธุรกิจโดยไม่ต้องเสียเวลาหาเอง แล้วยังมีพี่เป้อีกคน นั่นก็แหล่งทุนใหญ่เลยไม่ใช่เหรอแกลืมไปได้ไง”

           “ฉันบอกแกไปแล้วนี่ว่าคราวนี้แม่เอาจริง แม้แต่พ่อก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะถูกแม่คุมหมดทุกบัญชี ส่วนไอ้พี่เป้น่ะเหรอนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังร่วมมือกันกับแม่ซ้ำเติมฉันอีกต่างหาก สัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งยึดรถฉันไป ทั้งที่ฉันบอกว่ามีนัดต้องไปสัมภาษณ์งานที่ต่างจังหวัดจำเป็นต้องใช้รถ ไอ้พี่บ้านั่นมันยังไม่ยอมหยวนให้ฉันเลยแก๊ เท่านั้นไม่พอนะยังมีหน้ามาไซโคฉันเรื่องหาแฟนไม่ได้ เอาสถิติบ้าบอจากสำนักโพลไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าสัดส่วนของผู้ชายไทยที่ดีต่อหญิงไทยเป็น 1:73 ถ้าขืนฉันยังดื้อด้านไม่ยอมรับความหวังดีของแม่ ก็จะต้องตกเป็นผู้หญิงหนึ่งในเจ็ดสิบสองส่วนที่นั่งเหี่ยวอยู่บนคาน ฮึ่ย! ไอ้พี่เวร ดูถูกกันชัดๆ ไม่สำนึกเลยว่าเป็นเพราะตัวเองนั่นแหละที่ทำให้ฉันโสดสนิทมาถึงทุกวันนี้”

          “พี่เป้ก็พูดถูกจริงๆ” เหมือนพิมพ์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่อยู่ใกล้กันแค่นี้มีหรือที่คนถูกนินทาระยะเผาขนจะไม่ได้ยิน

          “นังพิมพ์! ไม่ช่วยกันแล้วยังจะซ้ำเติมอีกนะแก ฮึ่ย! นังเพื่อนบ้านี่พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย” แหวเสียงขุ่น

           เหมือนพิมพ์ทำหน้าสำนึกผิด “ก็มันคิดไม่ออกนี่แก”

          “ฮือ… แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ เงินไม่มี รถก็โดนยึดจะไปไหนก็ไม่สะดวก นี่ฉันไม่ต้องเฉาตายอยู่ในห้องนี้เหรอแก๊”

          อุตส่าห์เรียกเพื่อนมาขอคำปรึกษาแล้วแต่อีกฝ่ายก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นจึงคร่ำครวญเสียเลย

           

            ‘ดู่ ดู๊ ดู ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้

            ดู่ ดู๊ ดู ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้…’ [1]

          “อ๊ายยย… นังพิมพ์ แกเปิดเพลงบ้าอะไรเยาะเย้ยฉันอีกเนี่ยหา!” อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วดันได้ยินเพลงที่มีเนื้อหาแทงใจเข้าไปอีกเลยไปกันใหญ่

          เหมือนพิมพ์ส่ายหน้าปฏิเสธ “จะบ้าเหรอ ฉันก็นั่งอยู่กับแกตรงนี้จะไปเปิดอะไรที่ไหนกันล่ะ เดี๋ยวแกหยุดโวยวายก่อนนะปุ่น” เจ้าหล่อนทำท่าเงี่ยหูฟังสักครู่ “มือถือแกอยู่ไหน”

          “ไม่รู้ คงแถวๆ นี้แหละ” ตอบกลับส่งๆ ไม่ใส่ใจ

          คนถามทำหน้าเมื่อยก่อนจะลุกขึ้นเดินหาเอาเองและพบว่าต้นตอของเสียงเป็นเจ้าสมาร์ตโฟนซึ่งถูกวางทิ้งไว้ข้างโทรทัศน์จึงหยิบขึ้นมาพลางส่ายศีรษะ “ไม่ชอบเพลงนี้แล้วแกตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงนี้ทำไม”

          “บ้าสิ ฉันจะประสาทกลับทำแบบนั้นทำไม ต้องเป็นไอ้พี่เฮงซวยแน่ๆ เลย เมื่อเช้าก็แวะเข้ามาไซโคซ้ำเติมฉันแล้วยังจะแกล้งกันอีก ฮึ่ย!”

          เสียงเพลงกวนอารมณ์ยังคงดังต่อเนื่องเพราะไม่มีใครกดรับสายโทรศัพท์ เหมือนพิมพ์ขมวดคิ้วขณะมองหมายเลขเก้าหลักที่โชว์อยู่บนหน้าจอ “แล้วใครโทร.มาเนี่ยแก เบอร์แปลกๆ 037… เหมือนเบอร์ต่างจังหวัด”

          “มัวแต่ถามอยู่นั่นแหละ ถ้าอยากรู้แกก็กดรับดูสิ ฉันหนวกหูจะตายแล้วเนี่ย” กับเหมือนพิมพ์ปุณยวีร์ไม่เคยมีความลับอยู่แล้ว เมื่อสมาร์ตโฟนอยู่ในมือของอีกฝ่ายเธอจึงใช้ให้รับสายแทนเสียเลย

          คนเป็นเพื่อนทำหน้าเหม็นเบื่อแต่ก็ยอมกดรับโดยไม่ลืมเปิดลำโพงให้ได้ยินด้วยกันทั้งสองคน “สวัสดีค่ะ”

          “สวัสดีค่ะ ขอเรียนสายคุณปุณยวีร์ค่ะ” ทางปลายสายตอบกลับมา

          “ปุณยวีร์พูดค่ะ ไม่ทราบจากไหนคะ” เป็นเหมือนพิมพ์ที่ถือ    สมาร์ตโฟนอยู่ตอบกลับไปแทนเจ้าของชื่อตัวจริง

          “ดิฉันอัญชนา เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัท HANO ค่ะ โทร.มาแจ้งผลการสัมภาษณ์งาน ทางบริษัทยินดีตอบรับคุณปุณยวีร์เข้าทำงานในตำแหน่งล่ามภาษาญี่ปุ่นแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าวันที่หนึ่งเดือนหน้าคุณปุณยวีร์พร้อมมาร่วมงานกับทางเราไหมคะ”

          เจ้าของเครื่องมือสื่อสารเกือบจะกรี๊ดสุดเสียงแล้วดีแต่เพื่อนพอจะเดาทางถูกเลยตะครุบปิดปากเอาไว้ได้ทัน เกิดการยื้อยุดกันอยู่สักครู่จนทางปลายสายคงจะรู้สึกผิดปกติจึงส่งเสียงผ่านสัญญาณโทรศัพท์มาอีกครั้งว่า

          “คุณปุณยวีร์คะ ไม่ทราบยังอยู่ในสายไหมคะ”

          “อยู่ค่ะอยู่ ดิฉันพร้อมค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาส” คราวนี้เป็นปุณยวีร์ตัวจริงเสียงจริงที่รีบคว้าสมาร์ตโฟนจากมือเพื่อนมาตอบกลับเสียเอง

          “ทางบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะที่จะได้ร่วมงานกับคุณปุณยวีร์ แล้วพบกันที่ HANO เดือนหน้านะคะ”

          “แล้วพบกันค่ะ” คนที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหงุดหงิดงุ่นง่านจนแม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังขยาดไม่อยากเข้าใกล้บอกพร้อมรอยยิ้มและรอจนทางปลายสายตัดสัญญาณการติดต่อไปก่อนจึงหันไปกอดเพื่อน

          “กรี๊ดดดด… ฉันได้งานแล้วแก ทีนี้ก็ไม่ต้องกลับบ้านตามคำสั่งของแม่แล้ว”

[1] เพลงดูเธอทำ ของ จ๊อบ บรรจบ

          ...TBC...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   คลั่งรักชนะเลิศ

    “อ๊ายยย! คือดีอะ แต่งอีกทีดีไหมพ่อ” สุพรรษาหันไปถามความเห็นจากผู้เป็นสามี “ก็ดีนะแม่ แต่จะดีมากๆ เลยถ้าแม่ให้พ่อเปลี่ยนตัวเจ้าสาวด้วย” วัชระตอบกลับเรียกทั้งเสียงฮาจากเพื่อนๆ และฝ่ามืออรหันต์จากภรรยา เย็นย่ำวันนี้บริเวณชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ตริมทะเลทางภาคตะวันออก ถูกเนรมิตขึ้นอย่างสวยงามโรแมนติกด้วยดอกไม้ แสงเทียน ไฟประดับ และลูกโป่ง เพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างภควัตกับอรพินท์ หลังจากทั้งคู่ได้จัดพิธีวิวาห์ตามพิธีการทางพุทธศาสนาเสร็จสิ้นไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่บ้านเกิดของเจ้าสาว เชิญแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายไปร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี ส่วนงานในเย็นวันนี้เป็นแบบค็อกเทล เน้นความเรียบง่ายเป็นกันเอง ถือเป็นการสังสรรค์เฮฮากันในหมู่เพื่อนสนิท และเอาใจเจ้าสาวที่หลงใหลบรรยากาศของชายทะเลเป็นพิเศษ อรพินท์ดูสวยหวานจับใจอยู่ในชุดเจ้าสาวแบบเกาะอกสีขาวยาวครึ่งน่อง ปักฉลุลายลูกไม้งดงาม ผมยาวปลายหยักน้อยๆ ถูกปล่อยสยายแล้วประดับด้วยมงกุฎดอกไม้ ดวงหน้าหวานแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับเจ้าบ่าวที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างไม่ห่า

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ยอมจำนนน

    นางมารร้ายบริสุทธิ์... มองคนที่ผ่านมาแล้วหลายสมรภูมิตาเขียวปั้ด ส่วนคนจุดประเด็นหัวเราะขำ “ก็ตามนั้นแหละ” เหมือนพิมพ์พูดกลั้วหัวเราะ “เอาเป็นว่าเข้าใจกันแล้วนะ งั้นไปกินข้าวกันดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งกินกันเองเลย” หลิ่วตามองหนุ่มสาวที่เกือบจะกินกันไปแล้วยิ้มๆ “ให้เวลาเคลียร์กันอีกสิบห้านาทีแล้วรีบตามมาล่ะ หิวมากเลยนี่ รีบขับรถมายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยเพราะกลัวยัยเมรีขี้อ้อนเมาไปอ้อนผู้ชายไม่ดูตาม้าตาเรือเข้า” เหมือนพิมพ์สั่งจบก็เปิดประตูออกจากห้องไปก่อน พอถูกปล่อยให้อยู่ในห้องกันตามลำพังสองคนปุณยวีร์ก็ทำตัวไม่ถูกรีบลุกขึ้นจากเตียงจะเดินไปเปิดประตูออกไปบ้าง ชินพัตต์รีบเข้ามายึดข้อมือเล็กที่กำลังจะหมุนลูกบิดประตูไว้ในอุ้งมือใหญ่ “คุยกันก่อนสิครับ” เขาบอกชิดริมหู ปุณยวีร์พยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ทำไม่ได้อีก เพราะถูกชายหนุ่มกางแขนกั้นเอาไว้ “คุยอะไรล่ะ หิวข้าวแล้วนี่” ชินพัตต์จับเจ้าของบ่าบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ก็บอกไปแล้วว่าคุณพิ้งเป็นภรรยาของทาคาดะซังแล้วยังงอนผมเรื่องอะไรอีก” “แล้วทีคุณล่ะ ฉันทำอะไรใ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ขัดจังหวะ...

    หากตอนนี้... คนที่เคยปรนนิบัติพัดวีดูแลคนเมากลับมึนเมาเสียเอง ด้วยรสสัมผัสวาบหวามจากคนใต้ร่าง อารมณ์พิศวาสลุกโชนจนยากที่จะดับ ริมฝีปากได้รูปวกกลับไปประทับจุมพิตปิดเสียงประท้วงจากริมฝีปากบาง ขณะสอดนิ้วร้อนผ่าวเข้าไปใต้ตะขอบรา หากยังไม่ทันได้ออกแรงสะกิด เสียงเคาะประตูถี่ๆ ก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้งจนต้องหยุดทุกการกระทำ! ปุณยวีร์ใช้จังหวะนั้นผลักร่างของชินพัตต์ออก ลุกขึ้นนั่งหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำ “ปุ่น! ปุ่น! ทำอะไรอยู่น่ะ นี่ฉันเอง พิมพ์!” เสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตูช่วยเรียกสติของสองหนุ่มสาวได้ชะงัด ชินพัตต์ลงไปยืนอยู่ข้างเตียง เขาเสยผมแรงๆ พลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้งก่อนจะหันไปถามคนที่นั่งอยู่บนเตียงเสียงเบาว่า “ปุ่น โอเคไหม” ปุณยวีร์ถลึงดวงตาคู่กลมโตกลับมาแทนคำตอบขณะที่สองมือก็จัดแจงเสื้อผ้าที่ถูกเลิกขึ้นไปถึงไหนๆ ให้กลับเข้าที่ ชินพัตต์กลอกตา ได้แต่คิดในใจว่า ‘ใครเริ่มก่อนล่ะ’ “ปุ่น! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เปิดประตู งั้นฉันเปิดเข้าไปเองนะ” เสียงคนข้างนอกบอกก่อนจะได้ยินเสียงไขกุญแจแล้วบาน

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ลบให้หมด

    “แบบนั้นแหละดีแล้ว” ฟารีดาตอบบ้าง “พี่เฟย์!” “แก้วไม่ต้องซีเรียส โตๆ กันแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” สุดท้ายกีรฎาจึงได้แต่ถอนหายใจเมื่อไม่มีใครเห็นดีด้วย หวังก็แต่ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ฉวยโอกาสกับคนเมา ................ “ปุ่นปล่อยผมก่อน มาถึงห้องปุ่นแล้ว” ชินพัตต์บอกคนเมาที่เขาอุ้มอยู่ ซึ่งยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้จนแน่นแทบหายใจไม่ออก แต่ก็นั่นแหละ จะเอาอะไรกับคนเมา ลงท้ายเขาก็ต้องใช้ความพยายามแกะมือที่เหนียวหนึบอย่างกับมือตุ๊กแกออกเอง ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เมื่อสามารถส่งปุณยวีร์ลงไปนอนบนเตียงได้สำเร็จ เธอยังบ่นงึมงำเรื่องกอดลบรอยไม่เลิก เขาจึงถือวิสาสะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อหาผ้าขนหนูผืนเล็กเพื่อไปชุบน้ำมาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่าย “อือ เย็น” ปุณยวีร์บ่นพลางหันหน้าหนี มือก็พยายามปัดผ้าออก “ปุ่น อยู่นิ่งๆ ก่อน” ชินพัตต์ดุพลางยึดมือเล็กเอาไว้ “เช็ดหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น” เขาอดคิดไม่ได้ว่าจะมีผู้ชายสักกี่คนกันนะที่ต้องมาดูแลผู้หญิงขี้เมา สำหรับเขาปุณยวีร์เป็น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เมาแล้วน่ารัก...

    “ก็...” ฟารีดายักไหล่ผายมือ “แล้วนึกยังไงถึงพากันมาเมาวะ” ก้องภพถามบ้าง “ก็ไม่ไงอะ ยัยปุ่นชวน ว่างพอดีก็เลยมา” “ไม่คิดจะห้ามปรามกันเลย” “ก็คนเขาอยากมา ไปขัดศรัทธามันบาปไหม” กีรฎาไม่ว่าอะไรนอกจากถอนหายใจแล้วมองคนเกรงกลัวต่อบาป... ตาเขียว ฟารีดาย่นคอ “น่ากลัวไม่ใช่เล่นนะน้องแก้วของแก ระวังตัวล่ะ” ก้องภพกลอกตา อยู่ดีไม่ว่าดีมาหาเรื่องให้เขาอีก “แล้วยัยปุ่นเป็นไร ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากกินเหล้า” “ไปเห็นภาพบาดตาทำหัวใจสลายมาน่ะสิ” ก้องภพหันไปสบตากับกีรฎาก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วถามสาวห้าว “แกหมายความว่าไง” “ก็เมื่อเย็นยัยปุ่นแวะเอาของฝากไปให้พวกเราที่บ้าน แต่ไม่มีใครอยู่เลยทิ้งของฝากไว้แล้วชวนฉันไปกินข้าว แต่พอไปถึงร้านข้าวดันเห็นชินกอดอยู่กับคุณพิ้งพอดี” “ฮะ!” / “หา!” ก้องภพกับกีรฎาอุทานขึ้นพร้อมกัน “คุณพิ้ง เพชรชมพูน่ะนะ” “อือ” “ก็แล้วทำไมแกไม่บอกยัยปุ่นไปล่ะว่า... “ “บอกทันที่ไหน เห็นแค่นั้นยัยนี่ก็เปิดแน่บขับรถออกไปแล้ว พอฉันโ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   คนที่ถูกเมิน

    มาถึงตอนนี้ปุณยวีร์แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อชินพัตต์แล้ว ตอนแรกที่เธอปฏิเสธเขาอาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เธอเพิ่งเลิกราจากภควัตได้ไม่นาน จะให้รีบตอบรับรักผู้ชายคนใหม่เลยก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างไรบอกไม่ถูก หญิงสาวเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าที่เธอสามารถตัดใจจากวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ได้เร็ว เป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามันยังไม่ลึกซึ้งมากพอ คงเป็นเพราะรูปลักษณ์และบุคลิกอบอุ่นใจดีของอีกฝ่ายที่ทำให้เธอรีบกระโจนเข้าหาจนลืมสำรวจหัวใจตัวเองให้ดีว่า แค่หลงปลื้มหรือรู้สึกลึกซึ้งกับเขาจริงๆ แต่กับชินพัตต์ แม้ตอนแรกจะมีเหตุให้รู้สึกไม่ถูกชะตากันบ้าง ครั้นพอได้เห็นแง่มุมต่างๆ ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด และในที่สุดก็มากจนเกินพอ… สิ่งที่ปุณยวีร์คาดหวังว่าจะได้เจอเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง คือรอยยิ้มยินดีจากคนมาดนิ่ง เธอคิดเอาเองว่าเขาคงจะคิดถึงเธอเช่นเดียวกับที่เธอคิดถึงเขา ล่ามสาวตั้งใจจะนัดวิศวกรหนุ่มไปเลี้ยงข้าวเพื่อปลอบขวัญเรื่องที่พี่ชายของเธอโผล่มาทำให้เขาช็อก จากนั้นเธอก็จะบอกกับเขาว่าหัวใจของเธอพร้อมแล้วที่จะรับเขาเข้ามาอยู่เคีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status