EP. 4
ให้ตายเถอะ!
นี่มันเด็กเอนที่เขาอยากได้นี่หว่า
“เบียร์หวานขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหมล่ะ” อาทิตย์ขยิบตาพลางจับจ้องร่างบอบบางในชุดสีเขียวเกาะอก สาวทรงนี้สเปกไอ้อัคเป๊ะ ไม่สวยมากแต่หุ่นใช่เลย
“หวานฉิบหาย” พอเจอคนถูกใจอัคคีก็ยิ้มกริ่ม
"โชคเข้าข้างมึงแล้วเพื่อน"
"กูก็ว่างั้น" มือหน้าคว้าแก้วมากระดกดื่ม ดวงตาแพรวพราวมองเป้าหมายอย่างสบายใจ
"คืนนี้ห้ามพลาด" อาทิตย์ย้ำเตือนเพราะเพื่อนแดกแห้วมาแล้วสองครั้ง
"หึ"
สองหนุ่มอารมณ์ระรื่นแช่มชื่นที่ได้เจอ แต่ฝ่ายหญิงกลับหัวใจหล่นวูบ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอโจทก์เก่า นึกตำหนิตัวเองที่ไม่มองให้ดี จะหนีก็ไม่ทันเมื่อข้อมือเล็กถูกหนุ่มผมเทาคว้าจับเอาไว้ในตอนที่กำลังจะปลีกตัวห่าง
หมับ!
“อย่าเพิ่งไป อยู่คุยกันก่อน” มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างพอใจ การเจอครั้งนี้จะไม่เสียเปล่า เขาพลาดโอกาสมาสองครั้ง ครั้งที่สามจะต้องบรรลุเป้าหมาย บัดนี้อาการเซ็งเป็ดหายเกลี้ยง ความสนุกเริ่มก่อเกิดเพียงแค่เห็นหน้าเธอ
“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานทักทายผู้ชายที่เจอกันสามครั้งก็หน้าหม้อใส่ตลอด เอาจริงเธอไม่อยากคิดลบกับเขาเลย แต่คนปกติที่ไหนจะพูดกับผู้หญิงที่เจอกันครั้งแรกว่า..“ไปเอากันปะ?”
ถึงเธอทำงานเอนเตอร์เทน ทว่าโดยมารยาทเขาควรพูดคุยทักทายอย่างสุภาพชน ไม่ใช่มองหน้าแล้วชวนไปเอาทันที คนห่าอะไรทุเรศสิ้นดี
“มานั่งตรงนี้มา จะได้คุยสะดวก พวกเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกเยอะ” ชายหนุ่มตบปุ ๆ บนที่ว่างข้างกาย ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยรอยยิ้มแพรวพราวเจ้าชู้ ส่วนแววตาก็เปิดเปลือยความต้องการ
เรียกได้ว่าความเงี่ยนออกตากันเลยทีเดียว
“ฉันนั่งไม่ได้ค่ะ” แม้อยากสะบัดมือออกใจแทบขาด แต่เพราะหน้าที่จึงจำเป็นต้องสุภาพกับลูกค้าให้ถึงที่สุด
“ทำไม? ผิดกฎ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม ก่อนปรายหางตาไปยังเพื่อนสนิท
“รอแป๊บหนึ่งเพื่อนรักเดี๋ยวกูไปเคลียร์เอง” อาทิตย์รู้งานจึงรีบลุกไปคุยกับผู้จัดการร้าน มีจุดประสงค์เพื่อขออนุญาตล็อกตัวสาวให้อัคคี นักท่องราตรีตัวพ่อรู้ธรรมเนียมเป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นลูกค้าระดับVVIPของร้าน ยังไงต้องมีสิทธิพิเศษ
“จัดการเรียบร้อย..นั่งเถอะ”
“แต่..” หญิงสาวหันไปมองผู้จัดการ ภาวนาให้โชคเข้าข้างตัวเอง ทว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะผู้จัดการพยักหน้าสั่งให้เธอทำตามความต้องการของลูกค้า
“นั่งเถอะน่าจะกลัวอะไรนักหนา”
พรึบ..
“อุ้ย!” ร่างบอบบางถูกดึงให้นั่งชิดกับเขาทันที ระยะสัมผ้สเนื้อตัวทำให้เธอได้เห็นถึงความหล่อเหลาไร้ที่ติเต็มตา อีกทั้งตัวเขายังหอม เสียงก็ทุ้มน่าฟัง ติดอย่างเดียวคือปากไม่มีหูรูด ตั้งแต่ทำงานสายนี้เธอไม่เคยเจอใครหื่นกามเท่านี้มาก่อน
หน้าตาดีแต่สันดานเสียก็ไม่อยากเสาวนาด้วยหรอก!
“มีแก้วอยู่อีกใบเธอดื่มเบียร์ได้เลย จะสั่งของกินก็ได้ตามสบาย” อัคคีพาดแขนไปตามไหล่บาง จังหวะถูกปัดออกเขาก็จัดการรวบเอวคอดดึงให้ร่างนุ่มนิ่มเบียดเกยเข้าชิดเสียเลย ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งกระตุ้นความอยากได้ อาการสะบัดสะบิ้งก็ปลุกเร้าความเงี่ยนง่านได้ดีทีเดียว
ไม่เคยเจอใครเล่นตัวขนาดนี้มาก่อน เคยเจอแต่ยึกยักเพื่อเรียกเงินเพิ่ม หรือไม่ก็ทำเพื่อความตื่นเต้น ยังไม่เคยใช้เวลาหว่านล้อมหรือติดตามจนถึงกับต้องตื๊อ ซึ่งเธอคนนี้เป็นคนแรก ท่าทีแข็งกร้าวและขัดขืนมันท้าทายให้เขาอยากทำให้สยบ เหมือนคำที่นิยามที่ว่า ยิ่งได้ยากก็ยิ่งอยากได้
“ไม่กอดได้ไหมคะ ฉันไม่สะดวกจะใกล้ชิดกับลูกค้าในเวลางาน”
“อยากคุยไปด้วยแล้วก็กอดไปด้วย”
“นั่งคุยเฉย ๆ ดีกว่า พวกเราไม่สนิทถึงขั้นต้องกอดกัน”
“เจอกันสามครั้งฉันถือว่าสนิท” ให้ว่าตามตรงเธอควรเสร็จเขาตั้งแต่ปาร์ตี้ริมสระบ้านพี่ชิน
"แต่ฉันไม่คิดว่าเราสนิทกันนะคะ"
"เหรอ?" เขาก้มลงมาเลิกคิ้วใส่พร้อมกัดมุมปากมองราวกับจะกลืนกิน
"ฉันไม่รับงานอย่างว่า คุณอย่าเสียเวลาคุยเลยค่ะ"
“ยังไม่เสนอก็อย่าเพิ่งออกตัว”
“พอเดาออกว่าคุณต้องการอะไร” ก็เล่นขอซื้อตั้งแต่เจอครั้งแรกที่พัทยา ใครมันจะเชื่อว่าครั้งนี้เขาจะไม่เป็นอาหวัง
“วันนี้ฉันยังไม่พูดสักคำว่าอยากเอาเธอ อย่าเพิ่งเดาส่งเดช”
อัคคีทำทียียวนด้วยการกระชับกอดเอวคอดแน่นขึ้น เท่านั้นไม่พอเขายังโน้มหน้าเข้าใกล้เธอมากขึ้น เห็นดวงตากลมมนวูบไหวก็ถูกอกถูกใจ จึงยิ้มมุมปากด้วยความแพรวพราวเจ้าเล่ห์อยู่อย่างนั้น
“นี่คุณ!” คนถูกคุกคามเริ่มฉุน ถึงทำงานประเภทนี้แต่ใช่ว่าใครจะจับจะล้วงได้ง่าย ๆ เธอมีลิมิตในการบริการลูกค้า แค่จับมือหรือแซวเล่นนิดหน่อยก็พอได้ ทว่าไอ้หน้าหล่อปากไม่มีหูรูดคนนี้ทำเกินเลยไปมาก
“ถ้ายอมให้กอดจนร้านปิดจะจ่ายทิปสามพัน..โอเคไหม?” ความใจป๋าเริ่มมา ไอ้เพื่อนรักก็รู้งานจึงไม่กลับโต๊ะ คงเปิดโอกาสให้เขาดีลสาวได้เต็มที่
“ไม่เอาค่ะ”
"ยังไม่ขอเอา เธอปฏิเสธล่วงหน้าได้ไง"
"ฉันนั่งไม่ค่อยถนัด ช่วยปล่อยได้ไหมคะ" คนถูกก่อกวนไม่สนคำพูดหมาไม่แดกของอีกฝ่าย พยายามดึงมือปลาหมึกออกจากตัว เพิ่งนั่งไม่ถึงห้านาทีเธอก็ถูกคนหื่นกามลูบบั้นท้าย หากอยู่นานกว่านี้เขาคงย้ายมาลูบนมแทน เผลอ ๆ ได้ถูกลูบกีกี้แน่
“นั่งตักดีไหมจะได้ถนัด” คนเจ้าชู้ไก่แจ้ไม่สนอาการขัดขืนยังต่อปากต่อคำไม่หยุด
"เฮ้อ" พอทำอะไรไม่ได้หญิงสาวก็ถอนหายใจ หมดคำจะพูดกับความหน้าด้านหน้าทน
“สามครั้งที่เจอกัน ไม่คิดว่าเป็นพรหมลิขิตบ้างเหรอ? บางทีพระเจ้าอาจกำหนดให้พวกเราคู่กันก็ได้” เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหูเล็ก
“ไม่คิด เอ๊ะ!” เธอย่นคอหนีเมื่อริมฝีปากผ่าวร้อนประทับจูบเข้าตรงกกหู พอเขาเป่าลมเบา ๆ ขนบนผิวกายก็ลุกเกลียว คนนี้คือตัวพ่อและตัวอันตรายอย่างเจ้วีวี่เคยบอก
“โอเค..งั้นมาทำความรู้จักแบบจริงเลยดีกว่า” ชายหนุ่มดึงหน้าออกห่าง แต่ยังกอดเอวของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
สองครั้งก่อนได้คุยกันแค่นิดหน่อย อาจเพราะเป็นปาร์ตี้ส่วนตัวเธอเลยต้องบริการคนอื่นด้วย หรือไม่ก็จงใจหลบเลี่ยง จึงไม่มีโอกาสคุยแบบลงลึกสักที
“ไม่จำเป็นมั้งคะ” พอถูกทำรุ่มร่ามหนักเข้าหญิงสาวก็เริ่มไม่สบอารมณ์จึงตอบห้วน ๆ
“ฉันชื่ออัคคี เรียกอัคก็ได้ หรือจะเรียกที่รักก็ดี”
"........" แหวะ..คนฟังแอบเบะปาก ชื่อโคตรเหมาะสม พ่ออัคคีภัย พ่อไฟนรก! บุพการีช่างตั้งชื่อได้เข้ากับนิสัยลูกชายเสียจริง
พอเธอเงียบอัคคีเลยพูดต่อ "ตามมารยาทเธอควรแนะนำตัวบ้าง”
“เคยบอกชื่อไปแล้ว คุณจำไม่ได้ก็ไม่ต้องเนียนถาม” ฝ่ายหญิงตอบยียวนหวังให้ฝ่ายชายหงุดหงิด ทว่าเขากลับหัวเราะ ซ้ำยังจับปลายคางของเธอให้หันไปสบตาตรง ๆ
“ทีน่า..มันชื่อในวงการเด็กเอนไม่ใช่ชื่อจริงของเธอ” อัคคีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง ตอนนี้อารมณ์ระรื่นขึ้นเยอะเมื่อได้เจอคนถูกใจ ส่วนเรื่องสาวมือตบพักไว้ก่อนแล้วกัน
“ฉันชื่อทีน่า” เธอยืนยันหนักแน่น
“ตามนั้นก็ได้”
“รู้ชื่อแล้วก็ปล่อยสิคะ”
“อายุเท่าไร”
“ยี่สิบค่ะ”
“งั้นก็เป็นน้อง ต่อไปเรียกฉันว่าพี่อัคนะ” อัคคีออกคำสั่งด้วยความเคยชิน
“ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวเลยไม่สะดวกใจเรียกใครว่าพี่”
“รับฉันเป็นผัวสิ เธอจะได้สะดวกใจมากขึ้น”
"........." ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากัน หมดคำดี ๆ จะพูดนอกจากอยากด่าว่า..ไอ้หน้าหนา!
"ถ้ารับฉันเป็นผัว รับรองได้เรียกพี่จนเสียงแหบทั้งคืน"
"ไม่รับค่ะ" สาวนามว่าทีน่าสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามระงับอารมณ์อย่างถึงที่สุด เธอต้องอยู่ให้ถึงเที่ยงคืนถึงได้ค่าแรงหนึ่งพันห้าร้อยบาท อีกสามสิบนาทีก็เลิกงาน ยังไงก็ต้องอดทน เพราะเงินจำนวนนี้ต่อชีวิตได้อีกหลายวัน
“รับหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“ไม่” หญิงสาวเสียงแข็งมากขึ้น
“หึ” เขายกยิ้มจากนั้นก็ดึงปลายคางมนให้เชิดขึ้นอีก ระยะชิดใกล้แค่ลมหายใจสัมผัสกระตุ้นความต้องการให้ปะทุขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เจอก็ไม่กระสัน แต่พอเจอความกระสันก็ลุกฮืออย่างรวดเร็ว
ยอมรับตามตรงว่าเริ่มจะคลั่ง เป็นความต้องการที่ต้องได้ ต้องได้เท่านั้นถึงจะดับไฟราคะที่โหมกระพือทุกครั้งเวลาเจอกัน
“คุณคะมันใกล้เกินไป กรุณาปล่อยฉันด้วย” เธอขอร้องเสียงสั่น พยายามดึงมือบนปลายคางออก เริ่มหวาดกลัวสายตาแทบจะกลืนกินของเขา ไม่ได้หื่นกามหยาบคายเหมือนสองครั้งก่อน แต่มันดูลุ่มลึกและแฝงความดำมืดที่ไม่รู้ว่าคืออะไร
และเสียงที่ทำให้ชาวาบไปทั้งตัวก็ดังออกจากริมฝีปากหยักลึกได้รูป
“ฉันให้สองแสนแล้วพวกเราไปเอากัน!”