แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: นามภัทร
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-16 18:09:06

หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นทุกคนรวมถึงแขกที่มาเยือนบ้านโชติธนกิจตามคำรับเชิญของคุณหญิงสิรินนภาก็เข้ามานั่งรวมกันในห้องรับแขก เพราะมีเรื่องสำคัญจะแจ้งเมื่อคิดได้ว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้วที่ทุกคนควรจะได้รู้

โดยเฉพาะรพีและนับเก้า

ร่างสูงในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยดังขมวดคิ้วยุ่ง ภายในใจร้อนรนเหมือนกำลังถูกไฟกองโตแผดเผา ขณะรับฟังเรื่องราวจากผู้เป็นแม่ที่รพีคิดว่ามันช่างบ้าบอที่สุดในชีวิต

นี่น่ะหรือเรื่องที่ท่านย้ำนักย้ำหนาว่าเขาจะต้องกลับบ้านมาเพื่อรับรู้ให้ได้

“หมั้น! แม่หมายความว่าจะให้ผมกับนับเก้า หมั้นกันเหรอครับ”

รพีถามย้ำอย่างหัวเสีย เขาคงจะแสดงความหงุดหงิดออกมามากกว่านี้ หากไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดอย่างแรงที่ตอบตกลงมารดาว่าจะกลับมารับประทานมื้อเย็นด้วย แทนที่จะคลุกอยู่กับแฟนสาวคนสวยที่คอนโด

“ใช่ แม่กับคุณป้าสโรชามีความเห็นตรงกันว่าจะให้ลูกสองคนหมั้นกันไว้ก่อน พอหนูนับเก้าอายุครบยี่สิบหกปี ถือว่าไม่ช้าไม่เร็วไปเราจะจัดงานแต่งงานขึ้นทันที”

และข้อตกลงการหมั่นหมายที่ถูกเก็บงำมาหลายปีก็ถูกเปิดเผยโดยผู้เป็นแม่ สิรินนภาจำเป็นต้องเฉลยเพราะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของลูกชายกับนางแบบสาวอะไรนั่น ชักเริ่มดังเข้าหูนางมากขึ้นเรื่อยๆ จะบอกว่าไม่ปลื้มนักก็คงใช่

“ถามนับเก้าหรือยังครับ ว่าน้องเต็มใจหรือเปล่า”

เขาอยากจะปฏิเสธออกมาเองใจแทบขาด แต่รพีเกรงว่าจะดูไร้มารยาทมากเกินไป เพราะที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่คนในครอบครัวของเขา ยังมีผู้ใหญ่คนอื่นๆ ด้วย

“หมั้นค่ะ นับตกลงจะหมั้นกับพี่รพี”

ทว่านับเก้ากลับตอบตกลงโดยแทบไม่ต้องคิด ผิดกับอีกฝ่ายที่จ้องคนตัวเล็กข้างกายตาเขม็ง รพีไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่เขารักเหมือนน้องสาวจะให้คำตอบเช่นนี้

บรรดาผู้ใหญ่ต่างพึงพอใจในคำตอบ ไม่มีการไตร่ถามความเห็นใดๆ ต่อ ราวกับว่าคำตอบของนับเก้าถือเป็นคำตัดสินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว

รพีรู้สึกเหมือนตัวเองถูกมัดมือชกก็ไม่ปาน ได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวไว้ในใจ ไม่กล้าโวยวายหรือแสดงความไม่พอใจออกมา เพราะนั่นเท่ากับว่าเขากำลังหักหน้าพ่อกับแม่และทุกคนในโชติธนกิจ เขาโตเกินกว่าจะทำนิสัยสิ้นคิดแบบนั้น

“พี่ให้โอกาสนับคิดคำตอบอีกที”

พอได้มีโอกาสอยู่กันตามลำพังเพียงสองคน รพีก็ไม่รีรอที่จะคาดคั้นจากอีกฝ่าย ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมนับเก้าถึงตัดสินใจแบบนั้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยแสดงท่าทีเกินเลย หรือมากไปกว่าคำว่าพี่ชายกับน้องสาวสักครั้ง

“ไม่ค่ะ นับคิดดีแล้ว”

ร่างเล็กในชุดนักเรียนมัธยมปลายตอบโดยไม่หลบสายตา บ่งบอกให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอมั่นใจในคำตอบของตัวเองมากแค่ไหน

“ทำไมนับเก้า” รพีถามทั้งๆ ที่เขาพอจะเดาความรู้สึกของคนตรงหน้าได้แล้ว

“เพราะนับรักพี่รพี”

ไม่มีท่าทีตกใจหรืออาการดีใจจากฝ่ายตรงข้าม มีเพียงความว่างเปล่าในสายตาคู่คมดวงนั้นที่ส่งมาให้นับเก้า หัวใจดวงน้อยพลันเต้นรัวและก่อเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในหัว

ทำไม? เกิดอะไรขึ้นแววตาที่พี่รพีเคยใช้มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักหายไปไหนหมด…

เธอกำลังจะสูญเสียคนที่รักไปอีกแล้วใช่ไหม หรือแท้จริงนับเก้าไม่สมควรได้รับความรักอย่างที่ใครหลายคนบอกเอาไว้จริงๆ

เด็กสาวแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น ถ้าไม่ติดว่าน้ำตาจะยิ่งทำให้เธอดูเป็นคนไร้ค่าและน่าสมเพช

“แต่พี่มีคนรักอยู่แล้ว และเรากำลังจะไปเรียนต่อด้วยกัน”

“อะ อะไรนะคะ”

เขาบอกว่ามีคนรักอยู่แล้วงั้นหรือ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…

คำสารภาพตรงๆ ของรพีทำเอาหัวใจด้วยน้อยปวดหนึบ เหมือนมันกำลังตอกย้ำกับนับเก้าว่าเธอนั้นรักชายหนุ่มมากแค่ไหน และเหมือนเป็นการบอกเตือนกลายๆ ด้วยว่า

เธอสูญเสียเขาไปไม่ได้!

“แต่นับมาก่อนผู้หญิงคนนั้น นับมีสิทธิ์ที่จะเลือกก่อน”

ไม่รู้อะไรดลใจให้นับเก้าพูดออกไปแบบนั้น ตอนนี้รู้แค่ว่าถ้าหากจะต้องสูญเสียรพีไปให้ใครอื่นเธอยอมไม่ได้ เธอเจ็บปวดไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

“อีกไม่นานพี่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ หวังว่าระหว่างนี้นับจะทบทวนสิทธิ์ของตัวเองใหม่ เห็นแก่ความเป็นพี่น้องของเรานะนับเก้า”

ร่างสูงร่ายยาวออกมาไร้ซึ่งน้ำเสียงกรุ่นโกรธใดๆ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้นับเก้ายืนหน้าชากับคำว่า ‘ทบทวนสิทธิ์’

แทบไม่ต้องตีความหมายเอง ในเมื่อชายหนุ่มจำกัดไว้ชัดเจนแล้วว่าสถานะของเธอและเขาเป็นได้แค่ ‘พี่น้อง’

ร่างเล็กบอบบางในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังพยามเดินลัดเลาะไปตามสวนข้างบ้านที่แสงสว่างของหลอดไฟเข้าไม่ถึง

จุดหมายคือห้องครัวท้ายคฤหาสน์พรสรวงซึ่งเป็นสถานที่ที่นับเก้าแอบเลี้ยง ‘เจ้ามะลิ’ แมวจรตัวอ้วนกลมเอาไว้ได้ร่วมหนึ่งเดือนแล้ว

ไม่รู้ว่ามันหลงมาจากไหนเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วมันแอบอยู่ใต้ต้นมะลิด้วยด้วยสภาพอิดโรยและหิวโซ อีกทั้งยังมีท่าทางหวาดกลัวเหมือนถูกทำร้ายมา

นับเก้าเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่กฏของที่นี่คือห้ามเลี้ยงสัตว์ เธอเลยทำได้แค่หลบๆ ซ้อนๆ เพื่อเลี้ยงมัน

นับเก้าหอบเอาหัวใจอันแสนบอบช้ำกลับมาบ้าน เพื่อหวังให้แมวตัวอ้วนที่ตนแอบเลี้ยงไว้ช่วยปลอบประโลมความเศร้า ทว่าพอเดินมาถึงกรงขังข้างในนั้นกลับไร้เงาของเจ้ามะลิ

“เจ้ามะลิหายไปไหน หรือว่าใครแอบเอามันไปเล่นอีกแล้ว”

เด็กสาวพึมพำคนเดียวอย่างใจหาย แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามคิดในแง่ดีเข้าไว้ เด็กรับใช้ในบ้านสักคนคงจะเอามันเข้าไปเล่นในครัวเหมือนเคย

คิดได้ดังนั้นนับเก้าจึงสาวเท้าเข้าไปยังประตูท้ายครัว แต่ในนั้นกลับไร้วี่แววของเจ้ามะลิและมีเพียงเด็กรับใช้เหลืออยู่แค่สามคนที่ยืนมองเธอด้วยสีหน้าอ้ำอึ้ง

“มะลิหายไปไหนคะพี่ลูกจันทร์”

นับเก้าหันไปคาดคั้นเอาคำตอบจากหนึ่งในสามคนที่ยืนอยู่ และพี่ลูกจันทร์ยังเป็นคนที่ดูแลเจ้ามะลิใกล้ชิดที่สุดด้วย

“คุณหนูคะคือว่าาา…คุณดนัยแอบมาเล่นกับเจ้ามะลิแล้วเผลอทำหลุดน่ะค่ะ มันเลยเตลิดเข้าไปในบ้านทำลายข้าวของเสียหาย คุณผู้หญิงเลยสั่งคนให้เอาไปปล่อย”

หลังจากทนฟังน้ำเสียงสั่นเครือจนจบประโยค หัวใจดวงน้อยก็พลันหล่นวูบ นับเก้าเหมือนคนหูหนวกไปชั่วขณะไม่รับรู้สิ่งใดอีกนอกจากนั้น รู้อีกทีเด็กสาวก็พาตัวเองมายืนอยู่หน้าห้องรับแขกเสียแล้ว

“พวกคนใจร้าย”

มือบอบบางกำเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนในห้องดังเล็ดลอดออกมา คนพวกนั้นทำร้ายได้แม้กระทั่งสัตว์ตัวน้อยๆ ไร้ที่พึ่งพิง แล้วยังมีหน้ามานั่งหัวเราะกันได้อีก

“คุณหนูคะ อย่าเข้าไปเลยนะคะ”

มือเรียวเล็กที่กำลังจะผลักบานประตูเข้าไปชะงัก เมื่อถูกสาวรับใช้อีกสามคนที่วิ่งตามหลังมาห้ามปราม แต่เพราะความโกรธและความเสียใจนับเก้าเลยไม่คิดจะหยุดยั้ง

“แกมาก็ดีแล้วนับเก้า ฉันจะได้คุยเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้”

พอร่างเล็กปรากฏตัวเสียงหัวเราะของคนในห้องรับแขกก็พลันเงียบหาย แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงหงุดหงิดจากผู้เป็นบิดาแทน

ซึ่งนับเก้าชินแล้วสำหรับบทลูกสาวแสนชัง

ดวงตากลมโตเหลือบมองผลการเรียนของตัวเองซึ่งยังคงนอนนิ่งอยู่ในซองเรียบร้อยตามเดิม ผิดกับของ ‘ดนัย’ น้องชายต่างแม่ของนับเก้า ที่พวกท่านกำลังชื่นชมกันออกนอกหน้า

แล้วเธอจะตั้งใจเรียนเพื่อขึ้นเป็นอันดันหนึ่งของสายชั้นไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีใครเห็นค่า แต่ชั่งเถอะเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาพร่ำเพ้อเรื่องน่าน้อยใจอะไรพวกนี้

“ทำไมต้องไปยุ่งกับเจ้ามะลิมันด้วย ถ้านัยรู้ว่าดูแลไม่ได้ก็ไม่ควรไปเล่นกับมันตั้งแต่แรก”

คนตัวเล็กไม่สนใจคำบิดาแต่หันไปต่อว่าน้องชายต่างแม่แทน ทั้งนับเก้าและดนัยไม่ได้มีปัญหาหรือเรื่องผิดใจใดๆ กัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นสนิทสนม

“พี่นับผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ”

คนไม่ได้ตั้งใจทำแมวหลุดก็รู้สึกผิด หลายครั้งที่ดนัยแอบไปเล่นกับเจ้ามะลิและรับรู้มาโดยตลอดแต่ครั้งนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ

“ทำไมต้องขอโทษในเมื่อลูกไม่ได้ตั้งใจ และถ้าจะหาคนผิดจริงๆ ก็ต้องเป็นคนที่กล้าเอาแมวตัวนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ทั้งๆ ที่รู้กฏของบ้านดี”

‘คุณหญิงกรองแก้ว’ เชิดหน้าออกตัวแทนลูกชาย นางไม่ได้จงเกลียดจงชังอะไรเด็กสาวนี่นักหนา แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกรักเหมือนลูกในไส้ ออกจะไปทางไม่ชอบขี้หน้าเสียมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

“ขอตัวนะคะ จะจัดการอย่างไรต่อก็แล้วแต่คุณพี่เลยค่ะ”

นับเก้ามองตามหลังสองแม่ลูกด้วยความไม่ชอบใจ เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

คุณหญิงกรองแก้วที่ตกอยู่ในสถานะแม่เลี้ยงของเธอด้วยความจำยอม ไม่ค่อยอยากจะเสวนากับเธอสักเท่าไหร่นัก

“เลิกโทษแต่คนอื่น แล้วหัดมองให้เห็นความผิดของตัวเองบ้างนับเก้า”

พอภรรยาและลูกชายเดินพ้นประตู ‘ภวิศ’ ก็ต่อว่าลูกสาวทันที ยิ่งมองนับเก้าเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บลึกอยู่ในอก เด็กสาวช่างเหมือนคนเป็นแม่นัก

หากเป็นไปได้เขาแทบไม่อยากมองหน้าลูกสาวตัวเองเลยด้วยซ้ำ เพราะคิดถึงหญิงคนรักจับใจและก็เจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยาย

“พ่อเคยเห็นนับถูกด้วยเหรอคะ ที่มานี่นับก็แค่ต้องการอยากจะรู้ว่าเอาแมวไปปล่อยไว้ที่ไหน นับจะไปตามมันกลับมา”

เธอไม่ได้มาเพื่อแก้ตัว เพราะในสายตาของพ่อ นับเก้าไม่เคยถูก ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรไว้พ่อถึงได้จงเกลียดจงชังเธอ ทว่าตอนนี้โตพอที่จะเข้าใจแล้วว่าความผิดของเธอคือการเกิดมาและทำให้ผู้เป็นแม่ต้องตาย

“ไปสิ ออกไปตามหาแมวตัวนั้นกลับมา แต่ถ้าแกกล้าออกไปฉันจะไล่สามคนนี้ออก ข้อหาสมรู้ร่วมคิด!”

คนตัวเล็กนิ่งงันกับโอกาสที่บิดายื่นให้ แต่มันต้องแรกมาด้วยชีวิตของอีกสามคน นับเก้ามองพี่ลูกจันทร์และเด็กรับใช้ที่ยืนก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด เธอทำให้ทุกคนเดือดร้อนมามากพอแล้ว

“คิดดูดีๆ นะนับเก้า”

ภวิศทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป ร่างเล็กทรุดลงนั่งอย่างหมดแรงเพราะไม่อาจทำอะไรได้ด้วยรู้ว่าบิดานั้นพูดจริง

“คุณหนูคะให้พวกเราออกไปตามเจ้ามะลิให้ไหมคะ”

เด็กสาวมองพี่ลูกจันทร์และเด็กรับใช้อีกสองคนที่รักเหมือนพี่สาวด้วยแววตาขอบคุณ ก่อนจะส่ายหัวปฏิเสธ เธอไม่อยากเอาสามคนนี้เข้ามาเสี่ยงอีกแล้ว

นับเก้าจึงทำได้แค่เพียงภาวนาขอเจ้ามะลิปลอดภัยรอดพ้นจากอันตราย ได้เจอคนดีๆ ที่พร้อมและเต็มใจจะรับเลี้ยงมัน

ถ้าเป็นไปได้นับเก้าก็อยากจะออกไปจากที่นี่เหมือนกัน ออกไปมีชีวิตอิสระของตัวเอง หลีกหนีไปให้ไกลจากคนในบ้านหลังนี้ที่เกลียดชังเธอ…
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 66

    เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาจุดเก้านาที ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี...บทสวดจากท่านเจ้าอาวาสไม่ได้เข้าหูรพีแม้แต่นิด เพราะตอนนี้ในหัวเขาเอาแต่คิดถึงถึงพฤติกรรมของนับเก้าที่ผิดแผกแปลกไปจากเดิม วันนี้เธอไม่เย็นชาใส่เขา แถมยังยิ้มแย้มแจ่มใสจนเขาเริ่มหวั่นใจ... กลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่เห็นในตอนนี้จะมีเบื้องลึกเ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 65

    “เมื่อกี้นับพูดจริงเหรอ”คำว่า ‘สามี’ ที่ได้ยินจากปากของหญิงสาวยังตราตรึงและติดอยู่ในใจ จนรพีไม่สามารถสลัดรอยยิ้มออกจากใบหน้าได้เลยให้ตายเถอะ!นับเก้าประกาศว่าเขาเป็นสามีต่อหน้าคนอื่น วินาทีแรกที่ได้ยินคำนั้นรพีเกือบจะยกมือขึ้นมาตบบ่องหูของตัวเอง แต่ก็ทำได้เพียงยืนเนื้อเต้นด้วยหัวใจระริกระรี้“เรื่อ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 64

    ทางด้านรพีหลังจากส่งเมียกับลูกขึ้นรถกลับสระบุรีไปแล้ว ชายหนุ่มก็กลับขึ้นมาบนห้อง ลงมือเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าใบย่อม เพียงไม่กี่นาทีก็กลับลงมาด้านล่าง“จะไปไหนลูก”แต่ลงมาได้ไม่กี่ก้าวรพีก็ถูกมารดาทักขึ้นเสียก่อน“ผมจะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศน่ะครับ”“แล้วขนข้าวของอะไรไปเยอะเยอะ”ถ้าไม

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 63

    “ได้เวลาต้องไปแล้วเหรอ”รพีหันไปเห็นแม่ของลูกก่อนเธอจะเอยท้วงเขารับเช็ดน้ำตาออกจากแก้มสากที่มันตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว แค่รู้ว่าต้องปล่อยเธอกับลูกออกห่างจากอกเขาก็รู้สึกชาหนึบไปถึงขั้วหัวใจเมื่อคืนทั้งคืนรพีแทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ เขาเฝ้ามองดูสองแม่ลูกยันเช้า ตั้งใจจะเก็บช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ให้นานที่สุ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 62

    นับเก้าไม่ได้กลับสระบุรีทันทีหลังออกจากโรงพยาบาล ทุกคนลงคะแนนเสียงตรงกันว่าให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านโชติธนกิจต่ออีกสักพัก จนกว่าจะเลี้ยงเจ้าตัวเล็กคล่องซึ่งเธอเองก็คิดแบบนั้นเพราะที่นี่ล้วนมีแต่พี่เลี้ยงที่มากด้วยประสบการณ์ตรงทุกคน“พริมว่าคุณนับต้องกินน้ำหัวปรีเสริมค่ะ ถ้านมมาน้อยขนาดนี้ไม่ทันหนูหนึ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 61

    กำหนดคลอดยังเหลืออยู่อีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ แต่ดูเหมือนยายลูกสาวหัวรั้นของนับเก้าอยากจะออกมาดูโลกกว้างก่อนเวลาอันควรเสียแล้วขณะนี้เป็นเวลากี่โมงหญิงสาวไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่หากให้เดาจากความรู้สึกและเสียงนกเสียงการอบๆ บ้านคงจะเป็นช่วงเช้ามืด“พี่รพีคะ พี่รพี!” นับเก้ากัดฟันเรียกชื่อคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status