LOGIN“สวัสดีค่ะท่านรอง มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?” “ดีมาก! เธอรีบลงไปซื้อ Condom (ถุงยางอนามัย) ขนาดไซส์ 58 มาส่งให้ฉันที่คอนโดเดี๋ยวนี้เลยนะ! “กรี๊ดดด! ไอ้บอสบ้า! ไอ้คนทุเรศ! กล้าดียังไงมาใช้เลขาฯ"
View More“ตาพร้อม!... แม่เห็นรายงานจากฝ่ายบุคคลว่าเลขาของลูกเพิ่งจะลาออกไปอีกแล้วอย่างนั้นเหรอจ๊ะ?” เสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจของ ‘คุณพรรณษา’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทนำเข้าและส่งออกยักษ์ใหญ่ เอ่ยถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังนั่งหั่นไส้กรอกอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารตัวยาว
หญิงสูงวัยที่ยังคงความสวยสง่าสมวัยจิบชาร้อนช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองผ่านกรอบแว่นสายตาอย่างรู้ทัน
“สายข่าวคุณแม่ยังทำงานรวดเร็วและแม่นยำเหมือนเดิมเลยนะครับ” พร้อม หรือ ‘พร้อมภัทร์’ รองประธานหนุ่มรูปหล่อผู้พ่วงตำแหน่งเพลย์บอยตัวฉกาจถอนหายใจยาว วางส้อมลงด้วยท่าทีเซ็งๆ
“ใช่ครับ ลาออกไปเมื่อวานซืน ร้องห่มร้องไห้บอกว่าทนแรงกดดันไม่ไหว แต่ผมสั่งให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครคนใหม่แบบด่วนที่สุดไปแล้วล่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีจ๊ะ... เพราะรอบนี้แม่จะเป็นผู้สัมภาษณ์และคัดเลือกเลขาคนใหม่ให้ลูกเอง” “ได้ยังไงกันล่ะครับคุณแม่!” ชายหนุ่มแทบจะสำลักกาแฟ รีบคว้าผ้าเช็ดปากมาซับแล้วแย้งเสียงหลง
“เรื่องคุณสมบัติ ไหวพริบ หรือแม้แต่ความเข้ากันได้ในการทำงาน ผมต้องเป็นคนเลือกเองสิครับ เลขาผม ผมก็ต้องใช้งานเอง จะให้คุณแม่มานั่งจิ้มเลือกให้ได้ยังไง ผมโตแล้วนะครับ”
คุณพรรณษาวางถ้วยชาลงกับจานรองเสียงดังกริ๊กบ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัด “แม่ไม่สนว่าลูกจะหาข้ออ้างยังไง แม่คือท่านประธานบริษัท และนี่คือคำสั่ง จบนะ!
“อ้อ แล้วก็เตรียมตัวไว้ด้วย วันนี้สิบโมงตรง เคลียร์คิวให้ว่างแล้วลงไปนั่งเป็นเพื่อนแม่ในห้องสัมภาษณ์ด้วย” พร้อมภัทร์อ้าปากค้าง จะเถียงก็เถียงไม่ออก
เมื่อมารดางัดเอาตำแหน่งบอสใหญ่มาข่ม เขาก็ทำได้แค่รับคำเสียงอ่อย “...ครับท่านประธาน”
ชายหนุ่มได้แต่บ่นกระปอดกระแปดในใจ แม่คงตั้งใจจะหาเลขาฯ ป้าแว่นจอมเจ้าระเบียบมาคุมความประพฤติเขาแน่ๆ คิดแล้วก็พานให้หมดอารมณ์ที่จะทานอาหารเช้าไปเสียดื้อๆ
ณ อพาร์ตเมนต์ห้องแถวเล็กๆ ที่สภาพแวดล้อมดูทรุดโทรมราวกับสลัมกลางกรุง หญิงสาวร่างบางในชุดทำงานสีครีมที่ดูเรียบร้อยแต่เก่าจนสีซีดกำลังหมุนตัวซ้ายทีขวาทีอยู่หน้ากระจกบานเล็กที่ร้าวไปซีกหนึ่ง
‘นิลรัตน์ พิมลลักษณ์’ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้เธอมีนัดสอบสัมภาษณ์งานตอน สิบโมงเช้าที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ แค่ก้มลงมองเสื้อผ้าที่สวมใส่ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองสอบตกตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยซ้ำ
งานเลขาผู้บริหารระดับสูง แน่นอนว่าภาพลักษณ์ภายนอกต้องมาก่อนเสมอ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเงินเก็บ ก้อนสุดท้ายในบัญชีร่อยหรอเต็มที แค่เจียดมาจ่ายค่าเช่า ห้องรูหนูนี้กับโอนไปให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดก็แทบจะไม่เหลือค่ากินข้าวแล้ว
“เอาวะ ยัยนิล! ไม่ลองก็ไม่รู้” เธอให้กำลังใจตัวเองในกระจกเงา
“ถึงชุดเราจะดูไม่แพง แต่เราก็แต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะ สมองเราก็มี ไหวพริบเราก็เลิศ รูปร่างหน้าตา... ถึงจะไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มใส่ขนตาปลอมฟูฟ่องเหมือนนางงาม แต่เราก็สวยธรรมชาตินะเว้ย!”
หญิงสาวยิ้มกว้างให้กำลังใจตัวเอง คว้ากระเป๋าสะพายหนังเทียมใบเก่าที่เริ่มลอกหลุดลุ่ยมาสะพาย แล้วรีบวิ่งออกไปปากซอยเพื่อรอขึ้นรถเมล์มุ่งหน้าสู่สมรภูมิรบเมื่อนิลรัตน์เดินทางมาถึงบริษัท เธอต้องเบิกตากว้างตะลึงกับความโอ่อ่าอลังการของตึกระฟ้าใจกลางเมือง พนักงานทุกคนที่เดินสวนไปมา ล้วนแต่งตัวดูดีมีระดับราวกับหลุดมาจากแคตตาล็อกแฟชั่น
เธอเดินตัวลีบๆ เข้าไปแจ้งชื่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะถูกพาตัวขึ้นลิฟต์แก้วมานั่งรอที่หน้าห้องสัมภาษณ์บนชั้นผู้บริหาร เธอมาถึงเป็นคนที่ห้า... และดูเหมือนจะเป็นผู้สมัครคนสุดท้ายของรอบนี้ผู้สมัครแต่ละคนที่นั่งเรียงแถวกันอยู่ก่อนหน้า ล้วนแต่สวยเฉี่ยว หุ่นเป๊ะ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมประหนึ่งหลุดมาจากนิตยสาร
นิลรัตน์ก้มมองกระโปรงทรงสอบสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีครีมของตัวเองแล้วแอบถอนใจเฮือกเธอสูดกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ ลอยมาจากสาวสวยคนข้างๆ แล้วก้มหน้าอ่านเรซูเม่ ของตัวเองซ้ำๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ
คนแรกถูกเรียกตัวเข้าไป... ราวๆ สิบนาทีต่อมา ประตูก็เปิดออก หญิงสาวคนนั้นเดินกระทืบเท้าปึงปังออกมา ด้วยใบหน้าบูดบึ้งสุดขีด
“บ้าหรือเปล่าวะ! คำถามบ้าบออะไรเนี่ย นี่เลือกเลขาผู้บริหารหรือเลือกแม่ชีไปจำศีลกันแน่ ประสาท!” เธอสบถอย่างอารมณ์เสียก่อนจะสะบัดหน้าเชิดๆ เดินไปกดลิฟต์
คนที่สองถูกเรียกเข้าไป และหายเข้าไปเพียงห้านาทีเท่านั้น... เธอกระชากประตูเปิดออกด้วยอาการที่หนักกว่าคนแรกเสียอีก“หึ! บ้าอำนาจที่สุดเลย ฉันจบปริญญาโทเมืองนอกนะยะ ไม่ได้มาสมัครเป็นแม่บ้านทำความสะอาดหรือมานั่งให้ใครด่าทอฉอดๆ แบบนี้!”
นิลรัตน์เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ มือเล็กๆ บีบเข้าหากันจนชื้นเหงื่อ เฮ้ย... มันเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นวะ? คำถามสัมภาษณ์มันมหาโหดระดับโลกขนาดไหน ถึงทำให้สาวสวยโปร ไฟล์เริดพวกนี้ฟิวส์ขาดเดินด่ากราดออกมาแบบนั้น แกจะรอดไหมวะเนี่ยนิลรัตน์
เธอพยายามกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว เงินเดือนเริ่มต้นที่นี่สูงลิบลิ่ว สวัสดิการก็ดีเลิศ ที่สำคัญ... พ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดยังรอเงินส่งเสียจากเธออยู่ คนที่สามและสี่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทั้งคู่ก็มีอาการเดินกระแทกส้นเท้าด่าทอบริษัทออกมาไม่ต่างจากสองคนแรก จนกระทั่ง...“เชิญคุณนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”
เสียงเลขาหน้าห้องดังขึ้น นิลรัตน์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยืดหลังตรง คลี่ยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ ก่อนจะผลักประตูบานใหญ่ ก้าวเข้าไปสู่...
แดนประหาร ภายในห้องทำงานกว้างขวางปูพรมหรูหรา แอร์เย็นฉ่ำจนบาดผิว มีสตรีสูงวัยแต่ดูสง่าภูมิฐานนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่าทางทรงอำนาจน่าเกรงขาม
ส่วนด้านหลังของโต๊ะทำงานนั้น ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองมุมสูง มีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา... หล่อระดับพระเอกซีรีส์ยังต้องชิดซ้าย เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ก
ใบหน้าหล่อจัดนั้นเรียบตึงค่อนไปทางบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบมองกวาดมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินและ... เหยียดนิดๆ อย่างเห็นได้ชัด นิลรัตน์พยายามไม่สนใจสายตาไร้มารยาทของชายหนุ่ม เธอเดินไปหยุดหน้าโต๊ะ แล้วพนมมือไหว้ย่ออย่างงดงาม ชดช้อยราวกับผ่านการประกวดมารยาทไทย“สวัสดีค่ะ” เสียงใสเอ่ยทักทายอย่างฉะฉาน
คุณพรรณษามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าเก่าแต่รีดจนเรียบกริบ ท่าทางนอบน้อมแต่แฝงความเด็ดเดี่ยวในดวงตากลมโต ท่านแสยะยิ้มมุมปาก เริ่มบททดสอบแรกทันที“สวัสดี... ที่นี่บริษัทนำเข้าส่งออกระดับหมื่นล้าน กำลังต้องการเลขาให้ท่านรองประธาน ไม่ได้ต้องการนางงามมารยาทดีเด่น หรือครูสอนวิชาสังคมหรอกนะ” คำพูดแดกดันนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เพื่อทดสอบความอดทนนิลรัตน์ชะงักไปนิดนึง แต่เธอก็เชิดหน้าขึ้น สบตากับประธานใหญ่โดยไม่หลบเลี่ยง
“ดิฉันทราบค่ะคุณผู้หญิง แต่การมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่และการวางตัวที่เหมาะสม นั่นคือสมบัติขั้นพื้นฐานของผู้ดีที่มนุษย์เงินเดือนและคนทำงานทุกคนควรมี ไม่ใช่หรือคะ?”
พร้อมภัทร์ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังถึงกับเลิกคิ้ว หันมามองผู้ท้าชิงคนสุดท้ายอย่างแปลกใจ ยัยเด็กแต่งตัวเชยๆ นี่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่เขาเชียวหรือ คุณพรรณษานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายพึงพอใจลึกๆ
“เธอชื่ออะไร?”
“ชื่อนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”
“เคยผ่านงานเลขามาบ้างไหม?”
“เคยค่ะ เพิ่งออกจากที่เก่ามายังไม่ถึงเดือน” นิลรัตน์ตอบฉะฉาน พร้อมกับแจ้งชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางที่เธอเคยทำ
“ที่ทำงานเก่าของเธอก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว เงินเดือนและโบนัสก็ไม่เลวนี่...ทำไมถึงลาออกล่ะ? งานหนักไป? หรือทนแรงกดดันไม่ได้?”
“ดิฉันไม่ได้ลาออกค่ะ...” นิลรัตน์ตอบเสียงเรียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน “แต่ถูกไล่ออก” คราวนี้พร้อมภัทร์ขยับตัว เดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น
“ถูกไล่ออก? ทำไมถึงโดนไล่ออก ทำความผิดร้ายแรงอะไร ยักยอกเงินบริษัท
หรือความลับรั่วไหล?” ชายหนุ่มถามแทรกขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง นิลรัตน์ตวัดสายตาไปมองเขา สบตากับดวงตาคมกริบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
“เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อไหนทั้งนั้น แต่ดิฉันเอาแฟ้มเอกสารปกแข็ง... ฟาดหัวเจ้านายค่ะ” ความเงียบโรยตัวลงในห้องชั่วขณะ พร้อมภัทร์เบิกตาขึ้นเล็กน้อย ส่วนคุณพรรณษาหรี่ตามอง “เอาแฟ้มฟาดหัวเจ้านาย? เธอพอจะเล่าหรือบอกเหตุผลได้ไหม ว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมก้าวร้าวป่าเถื่อนแบบนั้น”เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคล เสียงเพลงมาร์ชวิวาห์บรรเลงขึ้น ประตูบานใหญ่เปิดออก คุณดิลกควงแขนบุตรสาวเดินก้าวไปตามพรมแดงที่ปูทอดยาวมุ่งหน้าสู่แท่นพิธีที่ปลายทางนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำของเจคอปในชุดสูททักซิโด้สีขาวตัดกับกางเกงสีดำยืนรออยู่อย่างสง่างาม นัยน์ตาคู่คมทอดมองเจ้าสาวของเขาด้วยความคลั่งรักและหลงใหลอย่างไม่มีปิดบัง เมื่อคุณดิลกส่งมอบมือของเกวลินให้กับเจคอป ชายหนุ่มรับมือเรียวบางมากุมไว้ ริมฝีปากหยักลึกจุมพิตลงบนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม"คุณสวยจนผมอยากจะข้ามพิธีการแล้วพาคุณเข้าห้องหอเดี๋ยวนี้เลย"เจคอปกระซิบหยอกเย้า ทำเอาเจ้าสาวหน้าแดงเรื่อบาทหลวงเริ่มกล่าวคำประกอบพิธีตามหลักศาสนา เมื่อถึงช่วงเวลาการกล่าวคำสาบาน เจคอปมองลึกเข้าไปในดวงตาของเกวลิน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้อง "ผม... เจคอป แบล็กเวลล์ ขอรับคุณ เกวลิน เป็นภรรยา สัญญาว่าจะรัก เทิดทูน และซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ อันตรายทั้งปวง และจะเป็นสามีที่มอบความรักให้คุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต"เกวลินกลืนก้อนสะอื้น น้ำตาแห่งความสุขไหลริน เธอเอ่ยคำสาบานตอบด้วยน้ำเสียงท
"เจคอป... ตรงนี้มันโล่งแจ้งเกินไปนะ..." เกวลินกระซิบเสียงสั่น มองซ้ายมองขวาด้วยความเขินอาย "เกาะนี้มีแค่เราสองคนครับฮันนี่... ไม่มีใครเห็นหรอก"ชายหนุ่มตอกย้ำความมั่นใจด้วยการโน้มใบหน้าลงไปบดจูบเรียวปากอวบอิ่มอย่างเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่เค็มปร่าจากไอทะเลผสมผสานกับความหอมหวานจากโพรงปากเล็กสร้างความมัวเมาจนยากจะถอนตัวมือหนาลากไล้ลงไปใต้ผิวน้ำ บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงและเรียวขางามอย่างหลงใหล เจคอปจับร่างของหญิงสาวให้ลอยตัวขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย ก่อนจะจับความแข็งแกร่งดุดันที่พร้อมรบสอดแทรกทะลวงฝ่าสายน้ำเข้าสู่กึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้อ่อนนุ่มและพร้อมต้อนรับเขาอย่างเต็มที่"อ๊าา!.ซี๊ดดด..ดีจัง ..."เกวลินเบิกตากว้าง ร้องครางระงม สองมือเรียวโอบกอดรอบลำคอหนาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ความรู้สึกของการร่วมรักกลางทะเลมันช่างตื่นเต้นและเสียวซ่านจนอธิบายไม่ถูก แรงต้านของน้ำยิ่งทำให้การขยับเข้าออกของชายหนุ่มฝืดเคืองและหนักแน่นขึ้น บีบรัดตัวตนของเขาจนต้องคำรามเสียงต่ำด้วยความสยิว"ซี๊ดดด... เกล... คุณรัดผมแน่นมาก... อาาา..."ชายหนุ่มโหมกระหน่ำแรงกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างเอาแต่ใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดั
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข่าวการเตรียมงานแต่งงานระดับช้างระหว่างเจคอป แบล็กเวลล์ มหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่ง และเกวลิน รองประธานบริษัทเจริญวารี กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สื่อทุกสำนักต่างให้ความสนใจ ทว่าก่อนที่งานวิวาห์จะเริ่มต้นขึ้น ยังมีคลื่นใต้น้ำระลอกสุดท้ายที่เจคอปต้องจัดการให้เรียบร้อย นั่นคือเรื่องของครอบครัวในบ่ายวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส เจคอปและเกวลินเดินทางมายังบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ของครอบครัวเจริญวารีที่ชานเมืองจุดประสงค์หลักคือการมาพบกับ 'คุณดิลก' บิดาของหญิงสาวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะเจ้าหนี้หน้าเลือด แต่ในฐานะลูกเขยที่มารอขอขมาและสู่ขอบุตรสาวด้วยความจริงใจคุณดิลกนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหวาดหวั่น แม้หนี้สินห้าร้อยล้านจะถูกยกยอดไปแล้วแต่ความรู้สึกผิดที่เคยเอาลูกสาวไปขัดดอกยังคงฝังลึกอยู่ในใจ ทันทีที่เจคอปเดินเข้ามา ชายสูงวัยก็แทบจะลุกขึ้นก้มหัวให้ ทว่าเจคอปกลับเดินเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าคุณดิลกอย่างไม่ถือตัวสร้างความตกตะลึงให้กับเกวลินและบิดาเป็นอย่างมาก"คุณเจคอป... ทำอะไรครับ ลุกขึ้นเถอะ ผมต่างหากที่ต้องคุกเข่าขอโทษคุณ"คุณดิลกละล
ทั้งสองนั่งจิบไวน์และพูดคุยกันถึงอนาคต การสร้างครอบครัว และการวางแผนงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า ทุกวินาทีที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความเข้าใจและการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อแชมเปญแก้วสุดท้ายหมดลง เจคอปลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาว เกวลินวางมือเรียวลงบนฝ่ามือหนา ปล่อยให้เขาดึงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรวบตัวเธอเข้ามากอด ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายละมุนเข้าปอดลึกๆ"ผมรักคุณนะเกล... รักจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง"น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดผิวเนื้อเนียน"ฉันก็รักคุณค่ะเจคอป... รักทุกอย่างที่เป็นคุณ"เจคอปช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก้าวยาวๆ พาเธอเข้าไปในห้องนอนกว้าง จัดการวางร่างอรชรลงบนเตียงคิงไซส์อย่างทะนุถนอม ค่ำคืนนี้ไม่มีความรุนแรงป่าเถื่อน ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้งที่พร้อมจะมอบให้กันและกัน ชายหนุ่มค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาคู่คมทอดมองเรือนร่างขาวผ่องดั่งประติมากรรมชิ้นเอกด้วยความหลงใหลฝ่ามือร้อนหนาลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นร้อนชื้นพรมจูบไปทั่
reviews