“ขอบคุณลุงสมานมากนะคะ ถ้าไม่ได้ลุงนับมาไม่ทันแน่ๆ เลย”
รางบอบบางในชุดเดรสตัวสวยแบรนด์ดังหันไปขอบคุณลุงคนขับรถ ก่อนจะหอบดอกไม้ช่อโตและของขวัญมากมายเดินผ่านฝูงชนกับอากาศร้อนอบอ่าวเพื่อมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตที่เรียนจบในวันนี้
“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”
นับเก้ายกมือไหว้ผู้ใหญ่แล้วไม่ลืมเลยไปถึงพี่ๆ ที่สนิทอีกหลายคนที่โตมาด้วยกัน
“หนูนับมาแล้วเหรอลูกร้อนไหม? รอก่อนนะพี่เขากำลังถ่ายรูปกับเพื่อนๆ อยู่”
สิรินนภาทักทายว่าที่ลูกสะใภ้คนโตก่อนจะพยักเพยิดไปทางรพี ซึ่งขณะนี้ร่างสูงอยู่ในชุดครุยกำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนๆ และผู้คนที่มาร่วมแสดงความยินดี
แต่กลับมีใครคนนึงซึ่งดูโดดเด่นและสนิทสนมมากกว่า นับเก้ามองอย่างไรก็รู้ว่าหญิงสาวคนนั้น ‘เกินกว่าคำว่าเพื่อน’ สวยขนาดนี้นี่เองพี่รพีถึงมอบสถานะคนรักให้
“นับเก้าไปถ่ายรูปกัน”
อาทิตย์เป็นคู่ปรับนับเก้าตั้งแต่วัยเด็กกระโดดเข้ามากอดคอคนตัวเล็กไว้อย่างไม่คิดออมแรง แล้วลากเธอเข้าไปร่วมวงถ่ายรูปกับพี่ชายเมื่อเห็นคนเริ่มซาลง
“เบาๆ หน่อยสิพี่อาทิตย์นับเจ็บนะ”
“สองคนนี้ทะเลาะกันตั้งแต่เด็กไม่เบื่อบ้างหรือไง”
ทั้งอัสนีและจอมพลที่เดินตามหลังคนทั้งคู่มาบ่นอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อไหร่ที่นับเก้ากับอาทิตย์อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปากเสียงนั่นสิแปลก
“ร้อนมากไหมคะรพี เหงื่อออกเต็มเลยชุซับให้ดีกว่า”
“ขอบคุณนะครับที่รัก”
พอเดินมาถึงบัณฑิตหนุ่มนับเก้าก็ต้องได้ยินคำแสลงหู และเห็นการกระทำของคนรักกันซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้เธอไม่น้อย ร่างบางแอบสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติทำทีแกล้งมองเมินคนทั้งคู่แล้วหันไปสนใจตากล้องแทน
เมื่อได้ภาพจนพอใจนับเก้าก็เตรียมหลีกหนีออกจากตรงนั้น ขืนอยู่ไปก็รั้งแต่จะทำให้ใจเจ็บเปล่าๆ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ไปไหนเด็กสาวก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในบทสนทนาของทั้งคู่
“น้องคนสวยนี่ใครหรอคะรพี ไม่เห็นแนะนำให้ชุรู้จักเลย”
“น้องสาาา…”
“คู่หมั้นค่ะ นับเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่รพี ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
ความอิจฉาที่มีต่อผู้หญิงคนนี้มีมากเป็นทุนเดิม ผลักดันให้นับเก้ากล้า... บอกตามตรงเธอเองก็ไม่คิดว่าจะพูดประโยคนี้ออกมาเหมือนกัน
พอคาดเดาคำพูดของรพีได้ ว่าเขาจะแนะนำเธอว่าอะไร อยู่ๆ หัวใจมันก็เกิดไฟริษยา
แต่เมื่อพูดออกไปแล้วนับเก้ากลับไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มอีกเลย รู้ได้ในทันทีว่าเขาจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน แค่รู้ว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขาเท่านี้ก็เจ็บมากพอแล้ว
“จริงเหรอคะรพี”
‘ชุติภา’ ถามย้ำกับคนรักมีวูบนึงที่แววตาของหญิงสาวแสดงความดีใจออกมาแต่แค่แวบเดียวก็หายไป ทว่านับเก้ากลับเห็นและเกิดความสงสัยขึ้นทันที
“จริงครับ”
รพีจำใจต้องกัดฟันตอบตามจริง เพื่อจบปัญหาตรงหน้าไปก่อน เพราะพ่อกับแม่เดินมาทางนี้พอดี ชายหนุ่มร่างสูงได้แต่สะกดคำว่าอดทนไว้ในใจ รอเวลาแก้ตัวกับคนรักทีหลัง
คงถึงคราวแล้วที่เขาต้องขีดเส้นตายให้นับเก้าเห็นถึงสถานะระหว่างเราให้ชัดเจนกว่านี้
นับเก้าจ้องตัวเองผ่านกระจกสะท้อนในห้องน้ำ แล้วได้แต่ถามตัวเองในใจว่าที่ทำลงไปมันถูกต้องแล้วใช่ไหม เขาจะเกลียดเธอเพิ่มขึ้นหรือเปล่า แต่แววตาที่ชุติมาใช้มองรพีทำให้เธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่รักและภักดีต่อชายหนุ่มขนาดนั้น
เสียงน้ำไหลจากก๊อกข้างๆ เรียกสติของนับเก้ากลับมา คนเปิดไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นนางแบบสาว ที่ทำให้เธอติดอยู่ในภวังค์เมื่อครู่
“พี่ต้องขอบคุณน้องนับเก้ามากนะคะ ที่ทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น”
“หมายความว่าอย่างไงคะ” นับเก้ายิ่งสงสัยหนัก
“ก็หมายความว่าพี่กำลังจะหาวิธีบอกเลิกกับรพีอยู่พอดี”
นี่สินะคือเหตุผลที่ชุติภาดูไม่ตกใจเลยสักนิดเมื่อรู้ว่าเธอเป็นคู่หมั้นของรพี ในใจลึกๆ นับเก้าก็รู้สึกดีใจที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังจะจบลงอย่างที่ตนแอบหวัง
แต่ถึงกระนั้นเธอกลับเป็นห่วงของความรู้สึกของชายหนุ่มมากกว่า เขาจะเจ็บปวดแค่ไหนที่โดนหญิงคนรักตัดสัมพันธ์ ดูก็รู้ว่ารพีรักชุติภาอยู่ไม่น้อย
“ทำไมคะ เพราะอะไร” รพีมีข้อเสียตรงไหน
อีกอย่างเขาก็แสดงออกอย่างชัดเชนว่ารักชุติภามาก แล้วหญิงสาวจะบอกเลิกกับเขาด้วยเหตุผลอะไร ถึงแม้จะดีใจแต่นับเก้าก็รู้สึกสงสารรพีมากไม่ต่างกัน
“น้องนับเก้ารู้เท่าที่ควรรู้ดีกว่าค่ะ แต่มันดีกับเราทั้งสองคนใช่ไหมละคะ”
ชุติภาส่งยิ้มอย่างมีจริตให้เด็กสาวก่อนจะหันไปเติมลิปสติกหน้ากระจก ใครจะบอกว่าแท้จริงแล้วเธอเจอเป้าหมายใหม่ ซึ่งฐานะและชาติตระกูลดีกว่ารพีหลายเท่านัก
“เป็นแบบนั้นก็ดีค่ะ ขอให้ไปแล้วไปลับนะคะ”
ช่วยไม่ได้ที่เรื่องทุกอย่างมันลงเอ่ยแบบนี้ไม่ใช่เพราะเธอ ฉะนั้นการหายไปของหญิงตรงหน้านับเก้าก็ขอให้มันตลอดไป อย่าได้หวนกลับมาเป็นหนามยอกอกกันอีกเลย…
…แทนที่วันนี้จะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จอย่างมีความสุข แต่ภายในวันเดียวรพีกลับรู้สึกเหมือนถูกน็อกซ้ำๆ จากหมัดที่มองไม่เห็น แอลกอฮอล์ที่ดื่มด่ำเข้าไปก่อนหน้านี้ไม่สามารถช่วยเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้
“ทำไมละ เราว่างแผนจะไปเรียนต่อด้วยกันไม่ใช่เหรอชุ”
เจ้าของร่างสูงฟังแล้วแทบทรุด เกิดอะไรขึ้นเมื่ออยู่ๆ แฟนสาวก็เรียกเขามาบอกเลิกกระทันหันแบบนี้ แผนที่วางไว้ว่าจะไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ต่างแดน เห็นเค้าลางว่าจะพังทลาย
“ชุสงสารน้องนับเก้าน่ะค่ะ เธอรักรพีมากนะคะถึงกับมาข้อร้องให้ชุเลิกกับคุณด้วยตัวเอง แล้วที่สำคัญคุณขัดความต้องการของคุณแม่ไม่ได้หรอกค่ะ”
หญิงสาวแกล้งบีบน้ำตาร้องไห้ออกมาได้อย่างน่าสงสาร เสมือนว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำในครั้งนี้
“แต่ผมรักชุมากนะคุณก็รู้”
เพราะความเสียใจทำให้รพีเผลอตัวเสียงดัง โดยไม่สนแขกในร้านอาหารที่เดินผ่านไปมาแล้วมองทั้งคู่อย่างสนใจ หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธด้วยน้ำตาที่คลอหน่วย
ถึงแม้รพีจะชี้แจงให้แฟนสาวทราบแล้วว่าความจริงทั้งหมดเป็นอย่างไรแต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจชุติภาได้ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่สาวคนรักทำคือการเสแสร้งอย่างแนบเนียน
“เราจบกันตรงนี้ดีกว่าค่ะ ก่อนที่ชุจะรักคุณไปมากกว่านี้”
ชุติภาตีหน้าเศร้าแล้วเดินจากไปทิ้งรพีไว้กับความว่างเปล่า ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวลายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว ราวกับสติหลุดลอยไปพร้อมๆ กับหัวใจที่ร้าวราน
เป็นเพราะนับเก้าคนเดียว เด็กคนนั้นทำชีวิตรักเขาพัง
“พี่รพีมายืนทำอะไรตรงนี้คะนับตามหาตั้งนาน คุณป้าให้มาตามค่ะ”
เมื่อคนในงานเลี้ยงเห็นว่าชายหนุ่มกับชุติภาออกมานานแล้ว นับเก้าจึงอาสาออกมาตามแต่กลับเจอรพีที่ยืนอยู่แค่คนเดียว แล้วนางแบบสาวไปไหนเสียละ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะพี่รพี ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
นับเก้าเห็นถึงสิ่งผิดปกติทางสีหน้าเธอเข้าไปประชิดร่างสูงแล้วสำรวจรอบๆ ตัวชายหนุ่มอย่างถี่ถ้วนแต่ก็ไร้ร่องรอยบาดเจ็บใดๆ อุณหภูมิในร่างกายเขาก็ปกติ
อย่าบอกนะว่าชุติภาตัดสินใจบอกเลิกรพีเดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงนางแบบสาวก็ใจร้ายเกินไปแล้ว วันนี้ทุกคนควรจะมีความสุขโดยเฉพาะคนประสบความสำเร็จอย่างรพี
“อย่ามายุ่งกับฉัน! เป็นไปได้เธอควรหายไปเลยดีกว่า”
คนโดนตะคอกใส่หน้าอึ้งไปพักใหญ่ หัวใจดวงน้อยปวดหนึบราวกับถูกบดขยี้จากมือที่มองไม่เห็น ภายในอกเหมือนมีของหนักกดทับเอาไว้จนหายใจแทบไม่ออก
เพราะไม่ใช่แค่สายตาและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป สรรพนามที่รพีเคยใช้เรียกขานเธอก็เปลี่ยนไปด้วย
“ทะ ทำไมคะ… ทำไมพี่รพีถึงพูดกับนับแบบนั้น”
นับเก้าไม่อาจบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหวได้ ถึงจะไม่มีหยดน้ำตาหลั่งไหลออกมาให้เห็น หากแต่ภายในหัวใจของเธอนั้นเจ็บปวดเกินทน ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะทำผิดมากมายแค่ไหน รพีก็ไม่เคยแสดงออกอย่างเย็นชากับเธอแบบนี้มาก่อน
“เป็นเพราะเธอ! ฉันกับชุถึงต้องเลิกกัน แต่จำเอาไว้นะนับเก้าถึงเธอจะทำให้เราสองคนเลิกกันได้ อย่างไงชาตินี้ฉันก็ไม่มีวันรักเธอ”
“นับไม่ได้ทำ! คุณชุเขาต้องการจะเลิกกับพี่เองนับไม่เกี่ยว”
คนตัวเล็กยืนกรานเถียงคอเป็นเอ็น อะไรถึงทำให้รพีคิดกล่าวหาเธอแบบนั้น แต่นับเก้าจะไม่มีทางยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อเป็นอันขาด
“โกหก! ชุติภาจะเลิกกับฉันทำไมในเมื่อเรากำลังจะไปเรียนต่อด้วยกัน”
นั่นสิชุติภาจะเลิกกับเขาทำไมในเมื่อที่ผ่านมาเราทั้งคู่ต่างก็คบหากันอย่างมีความสุข ไม่เคยไม่ทะเลาะหรือมีเรื่องแคลงใจกันมาก่อน กระทั่งมาเจอนับเก้าในวันนี้เธอนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตรักของเขาพัง
“นับพูดจริงๆ นับไม่ได้โกหก เขาเป็นคนบอกเองว่าต้องการจะเลิกกับพี่รพี”
“หยุดปั้นน้ำเป็นตัวสักทีนับเก้า แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ”
คนตัวโตตะคอกเสียงดังและมองเธอด้วยแววตาเย็นชาในคราวเดียว ทำเอาโลกทั้งใบของนับเก้าหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินตามเขาไป
จึงทำได้เพียงยืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ เลือนหายผ่านม่านน้ำตาที่กำลังล้นเอ่อ
“นับไม่ได้เป็นคนทำให้พี่รพีเลิกกับคุณชุจริงๆ นะคะ”
นับเก้าเว้าวอนเสียงสั่นไหวแม้จะรู้ว่ารพีไม่มีทางได้ยินมัน มือบางปาดหยดน้ำตาที่แข่งกันพรั่งพรูลงมาไม่หยุด ด้วยอับอายสายตาผู้คนที่มองมา
แต่ดูเหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะยิ่งเช็ดเท่าไหร่มันกลับยิ่งไหลออกมามากกว่านั้น พอเวลาอยู่คนเดียวทำไมหยดน้ำตาเจ้ากรรมช่างไหลออกมาง่ายดายขนาดนี้