Masukทันทีที่เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมาจากด้านในห้องทำงานของวินทัพ ดารินทร์ก็ไม่รอคำอธิบายใด ๆ อีกต่อไป ความรู้สึกตะหงิดใจที่ก่อตัวอยู่ก่อนหน้านั้นปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างบางหมุนกลับไปทางประตูอย่างรวดเร็ว ทั้งที่อัฐพยายามเอื้อมมือมาห้าม แต่ก็สายเกินไปแล้ว“คุณดารินทร์ เดี๋ยวก่อนครับ—!”เสียงนั้นถูก
กล่องอาหารที่ถูกจัดวางอย่างประณีตอยู่ในมือของดารินทร์ น้ำหนักของมันไม่ได้มากนัก แต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงกว่าปกติ รถคันหรูจอดเทียบด้านหน้าตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัท เสียงผู้คนและการเคลื่อนไหวภายในอาคารสะท้อนออกมาเป็นจังหวะของโลกการทำงานที่ไม่เคยหยุดนิ่งทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ สายตาหลายคู่ก็หันมองโดย
เช้าวันถัดมา บ้านทั้งหลังยังคงเงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านม่านบางเข้ามาในห้องครัว กลิ่นข้าวสวยที่เพิ่งหุงเสร็จลอยอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรที่แม่ครัวกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเช้า ดารินทร์ยืนอยู่หน้าชุดครัว ใส่ผ้ากันเปื้อนสีอ่อน มือบางจับมีดอย่างเก้ ๆ กัง ๆ สีหน้าจริงจังผิดจากบุคลิกอ่อนหวานที่
แสงยามเย็นทอดตัวลงบนเรือนใหญ่ สีส้มอ่อนของดวงอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้าทาบทับสวนหน้าบ้านอย่างเงียบงัน ดารินทร์นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น มือบางลูบหน้าท้องตัวเองช้า ๆ อย่างเคยชิน ขณะที่สายตาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังเป็นระยะใกล้แล้ว…เขาน่าจะกลับมาในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้วล่ะในที่สุด เสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นห
หลังจากถ้อยคำคมกริบที่ฟาดฟันกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร สงครามเงียบระหว่างคุณหญิงจิตกมลกับวิไลก็สิ้นสุดลงชั่วคราว ริมฝีปากของทั้งสองหยุดเคลื่อนไหว แต่แววตายังคงแข็งกร้าวราวกับยังไม่ยอมลดธง ความเงียบที่ปกคลุมห้องรับแขกนั้นอึดอัดเสียยิ่งกว่าการโต้เถียงเสียอีกวิไลเป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน เธอสะบัดกระโปรงเล็ก
ยามบ่ายคล้อยของบ้านใหญ่ถูกห่มคลุมด้วยแสงแดดสีทองอ่อน ลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาแตะต้องพื้นหินอ่อนอย่างแผ่วเบา บรรยากาศเงียบสงบผิดกับชื่อเสียงของบ้านหลังนี้ที่ไม่เคยขาดเรื่องราวให้พูดถึง ดารินทร์ยืนอยู่บริเวณโถงกลาง มือทั้งสองประคองถาดเงินที่วางแก้วน้ำขิงอุ่น ๆ ส่งไอหอมจาง ๆ ลอยขึ้นมา เธอสูดลมหายใจลึกหนึ







