หน้าหลัก / แฟนตาซี / เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร / ตำหนักเย็นเพราะแอร์คอนดิชั่น

แชร์

ตำหนักเย็นเพราะแอร์คอนดิชั่น

ผู้เขียน: ถนิตา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-13 20:31:12

-๘-

ตำหนักเย็นเพราะแอร์คอนดิชั่น

หลังจากจบภารกิจปราบผีพราย ชื่อของ “เนตรมณี” ก็เริ่มดังไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว จากตำหนักเรือนไทยที่เคยเงียบเหงา กลับกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย บางคนเอาไข่มาให้ บางคนหอบข้าวสาร บางคนเอาผลไม้ สมุนไพร หรือแม้แต่ไก่เป็นๆ มาฝาก ทุกคนต่างพูดเหมือนกันว่า

“ขอฝากตัวกับลูกศิษย์อาจารย์คง ให้ขอให้ช่วยคุ้มครอง"

แน่นอนว่า เนตรมณีชอบมาก

“เห็นไหม เงินไหลเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา”

หญิงสาวนั่งไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้ พลางนับของที่ชาวบ้านเอามาให้ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

เจ้าจุกกับเจ้าแก้วนั่งข้างๆ มองพี่สาวอย่างเลื่อมใสสุดหัวใจ

ส่วนเงินแต้มจากระบบที่ได้มาจำนวนมหาศาล เนตรมณีไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ

หล่อนเริ่ม “รีโนเวตตำหนัก” ทันทีแต้มระบบจำนวนมหาศาลถูกเปลี่ยนเป็นวัตถุประหลาดที่เจ้าจุกกับเจ้าแก้วไม่เคยพบเห็น 

คืนหนึ่ง เสียงตอกไม้และแสงไฟประหลาดดัง กึก กัก อยู่ใต้ถุนบ้านตลอดคืน พอรุ่งสาง เจ้าจุกที่เดินงัวเงียลงมาดูถึงกับอ้าปากค้าง ใต้ถุนเรือนไทยที่เคยโล่งเตียน บัดนี้ถูกกั้นเป็นห้องหับมิดชิดด้วยผนังไม้ขัดมัน มีหน้าต่างกระจกบานเกล็ด และโคมไฟแก้วติดผนังที่ดูหรูหราเกินยุคสมัย

“นี่คือห้องนอนของพวกเธอ” เนตรมณีเอ่ยเรียบๆ ขณะยืนกอดอกพิงเสาเรือน

เจ้าแก้วค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสที่นอนหนานุ่มบนเตียงไม้สองชั้น “นุ่ม... นุ่มเหมือนปุยเมฆเลยพี่มณี!” เด็กหญิงทิ้งตัวลงกระโดดโลดเต้นอย่างลืมตัว ส่วนเจ้าจุกรีบปีนขึ้นชั้นบนพลางอุทานด้วยความตื่นเต้นว่าวิชาของอาจารย์ปู่นี่ช่างอัศจรรย์แท้ เปลี่ยนไม้เก่าให้กลายเป็นสวรรค์ได้ในคืนเดียว

แต่สิ่งที่ทำให้เด็กทั้งสองแทบหยุดหายใจ คือห้องเล็กๆ ที่อยู่ถัดไป เนตรมณีเปิดประตูโชว์ฝักบัวโลหะและอ่างเซรามิกสีขาววาววับ

“เก้าอี้ขาวๆ นี่เอาไว้นั่งถ่ายธุระ ไม่ต้องไปนั่งยองให้เมื่อยขา” 

“ในห้องนอนเลยเหรอพี่! ผีไม่หลอกตายรึ!” เจ้าจุกหน้าซีดเผือด 

“ผีที่ไหนจะอยากมาดูแกขี้” เนตรมณีตอบพลางกลอกตา ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำโชว์ สายน้ำไหลซ่าออกมาจากกำแพงราวกับน้ำตกจำลอง 

“น้ำตกจากกำแพง!!!”

เจ้าแก้วรีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน

“ขะ…ขอขมาวิญญาณเจ้าที่ด้วยนะเจ้าคะ”

เนตรมณีหัวเราะจนปวดท้อง

แน่นอนว่า เธอไม่ได้ไว้ใจใครในโลกนี้มากพอจะเปิดเผยทุกอย่าง หลังจากพาชมห้องทั้งหมดแล้ว หญิงสาวก็เปลี่ยนสีหน้าจริงจังทันที

“ฟังนะ”

เจ้าจุกกับเจ้าแก้วนั่งตัวตรงทันที

“ของพวกนี้…”

เนตรมณีกวาดตามองรอบห้อง

“เป็นของต้องห้าม ห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องห้องนอน ห้ามคนนอกเข้ามา”

น้ำเสียงเธอจริงจังจนทั้งคู่กลืนน้ำลาย

“ถ้ามีแขกมา ให้รับอยู่แค่โถงตำหนักด้านนอก เข้าใจไหม”

“เข้าใจ!”

ความจริงแล้ว เนตรมณีพูดดักไว้ก่อน เพราะเทคโนโลยีพวกนี้… ไม่ควรมีใครเห็น

อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าคนรู้ว่าหล่อนสามารถสร้างของเหนือยุคสมัยได้ เรื่องจะวุ่นวายกว่าผีแน่นอน

และแน่นอนว่า ห้องน้ำหรูๆ ทั้งหมดนั้นมีไว้สำหรับ “คนในบ้านเท่านั้น” ส่วนห้องน้ำด้านนอกตำหนัก…

ยังคงเป็น “ส้วมหลุม” แบบเดิม

สองวันต่อมา ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างพากันหยุดยืนจ้องมองหลังคาตำหนักอาจารย์คงด้วยสายตาหวาดหวั่น บนยอดจั่วมีแผ่นสีดำมันวาวนับสิบแผ่นติดตั้งเรียงราย สะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนระยิบระยับ

“นั่นมันยันต์ดูดพลังฟ้าแน่ๆ... ข้าว่าหลานอาจารย์คงสำเร็จวิชาขั้นสูงแล้ว” ชาวบ้านซุบซิบกันไปต่างๆ นาๆ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือ ‘แผงโซล่าเซลล์’ ที่เนตรมณีใช้แต้มแลกมาเพื่อรองรับโปรเจกต์ใหญ่

ภายในห้องโถงกลางตำหนัก ลมเย็นฉ่ำพัดออกมาจากเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้น เนตรมณีนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิง ในมือถือแตงโมแช่เย็นเจี๊ยบกินอย่างสำราญใจ 

“เทคโนโลยีชนะทุกสิ่งจริงๆ” เธอพึมพำกับตัวเองขณะมองเจ้าจุกที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้พลางบ่นว่าสวรรค์ชัดๆ

ทว่าความรื่นรมย์ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงไอแห้งๆ ยายใจ ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าประตู สายตาสอดส่ายมองไปทั่วบ้านด้วยความอิจฉาระคนหวาดกลัว ลมเย็นจากแอร์พัดเข้าปะทะหน้าจนผมหงอกของแกปลิวว่อน 

“อ...อะไรกัน ทำไมบ้านถึงเย็นเช่นนี้”

“มีอะไรยาย”เนตรมณีถาม ดวงตาของหล่อน จ้องหญิงชรานิ่ง คนคนโดนมองทำตัวไม่ถูก  ยายใจรีบตีหน้าเศร้า

“ข้ามาเยี่ยมเอ็งไง…”

“โกหก” หญิงสาวตอบกลับทันที “ยายมาสอดแนมมากกว่า” 

ยายใจหน้าแข็ง ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ถึงยังไง…ถ้าวันนั้นข้าไม่เอาข้าวสารมาให้ เอ็งก็คงไม่มีแรงปราบเปรตหรอกนะ…”

เจ้าจุกเบิกตาทันที เจ้าแก้วเม้มปากอย่างไม่พอใจ

เนตรมณีหัวเราะหึอย่างไม่สะทกสะท้าน ยังคงเคี้ยวแตงโมในปากอย่างเพลิดเพลิน

“ยายยยยยย จะมาลำเลิกบุญคุณเอาอะไร ข้าวสารพวกนั้น แลกกับคัมภีร์หนังดำ ช่างเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยนะ”

ยายใจหน้าชาไปทันที

หญิงสาวเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ ก่อนยิ้มบางๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอกยาย” เนตรมณีเอ่ย สายตาคมกริบของหล่อน มองไปที่ใบหน้าคนแก่ตรงหน้าอย่างมีเลศนัย 

“ฉันน่ะ…ยังไม่ลืมเรื่องคัมภีร์ที่ยายเอาไปหรอกนะ อีกไม่นาน…ฉันจะเอาคืนมาเอง”

รอยยิ้มของเนตรมณีเย็นวาบขึ้นมา

ยายใจขนลุกทันที ดวงตาของเด็กสาวตรงหน้า เริ่มเหมือน “อาจารย์คง” มากขึ้นทุกวัน

สุดท้ายแกก็รีบเดินออกจากตำหนักแทบจะวิ่ง  ในใจคลั่งแค้น จนอกแทบระเบิด 

“นังเด็กห่านี่ มันต้องเจอของจริง!!” แกได้แต่กัดฟันกรอดอย่างโมโห

ภายในโรงพักไม้ที่ดูคร่ำครึ ผู้กองธีร์ นั่งตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักที่เขาจัดวางทุกอย่างไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดกับตำรวจคนอื่น

 แสงแดดยามบ่ายสาดกระทบใบหน้าคมเข้มที่ดูดีราวกับนายแบบในนิตยสารเมืองนอก

เขาคือภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ในพ.ศ. 2489 

ธีร์มีใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานความดุดันเข้ากับความเฉลียวฉลาด จมูกโด่งคมเป็นสันรับกับดวงตาเรียวรีที่นิ่งสนิทและทรงพลัง เขาอยู่ในเครื่องแบบสีกากีที่สั่งตัดด้วยเนื้อผ้าอย่างดีเข้ารูปเน้นช่วงไหล่กว้างและแผงอกตึงแน่น ลำคอแกร่งที่โผล่พ้นปกเสื้อที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกดูทระนงองอาจ ขับให้เครื่องแบบตำรวจที่เขาสวมใส่ยิ่งมีสง่า

บนโต๊ะของเขาไม่มีพระเครื่องหรือผ้ายันต์เหมือนตำรวจคนก่อนๆ จะมีก็แต่เครื่องพิมพ์ดีดนำเข้า ปากกาหมึกซึมราคาแพง และแผนที่ที่ถูกขีดเขียนด้วยเครื่องหมายทางยุทธวิธีสืบสวนตามแบบฉบับที่เขาไปร่ำเรียนมาจากต่างแดน

“เด็กสาวปราบผี?” ธีร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องที่ปลายบุหรี่ในมือด้วยท่าทีเหยียดหยัน

“อายุ19 ไม่เด็กแล้วนะครับ เห็นว่าหล่อนสวยมาก แต่ดู…เพี้ยนไปนิด” จ่าเตียน จ่าวัย40กว่า เอ่ยขึ้นกับผู้กองคนใหม่

ผู้กองเลิกคิ้ว 

“ยังไง”

“ก็แบบว่า แต่งตัวประหลาดน่ะสิครับ นุ่งกางเกงแบบพวกแหม่ม แต่ใส่เสื้อผ้าไทยสีนี่ฉูดฉาดแสบตาทีเดียว แต่ชาวบ้านลือกันหนาหูเลยครับ ว่าหล่อนชุบชีวิตเด็กที่ไม่หายใจให้ฟื้นได้เลยนะครับ” ลูกน้องเอ่ย แม้ว่ายังไม่ได้เห็นหล่อนกับตา แต่ที่ฟังคนอื่นเล่าๆมา หล่อนก็ดูน่าสนใจไม่น้อย

ผู้กองนิ่งฟัง เขาคือ “หัวกะทิ” ที่เพิ่งย้ายมาประจำการได้ไม่กี่วัน ธีร์เชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ลายนิ้วมือ และหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เขาเพิ่งนำเข้ามาใช้ในท้องที่แห่งนี้ 

สำหรับเขา... ไสยศาสตร์คือยาพิษที่มอมเมาชาวบ้านให้หลงเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น

ธีร์แค่นหัวเราะ เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานและมีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย

 “วิชาชุบชีวิตคนตาย? ผมว่าไร้สาระ... ก็แค่เรื่องบังเอิญที่คนต้มตุ๋นใช้แหกตาชาวบ้านเท่านั้นแหละ”

เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ดูดีทุกองศา ธีร์ไม่ใช่แค่หล่อแต่เขายัง "ฉลาดและอันตราย" ทักษะการยิงปืนของเขาแม่นยำระดับเหรียญทอง และเขามักจะใช้สมองวิเคราะห์คดีจนคนร้ายจนมุมมานักต่อนักโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ

“ในฐานะที่ผมเพิ่งย้ายมา ผมคงต้องขอพิสูจน์ความจริงสักหน่อย...”

เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นสายยาว แววตามุ่งมั่นและท้าทายอย่างคนที่ไม่เคยแพ้ใคร

“คดีเด็กหายที่พวกคุณว่ายากนักหนาจนต้องไปกราบไหว้ผีสาง ถ้าแม่เนตรมณีอะไรนั่นเก่งจริงเหมือนที่พวกคุณยกย่อง... ก็ลองหาตัวเด็กให้เจอสิ”

ธีร์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตรรกะของตนเองอย่างที่สุด

“ถ้าหล่อนทำได้จริงด้วยอาคมบ้าบอนั่น... ผมจะยอมก้มกราบขอโทษที่ปรามาสไว้ และจะขอหล่อนเป็นเมียมาประดับบารมีให้คุณดู!”

ธีร์หารู้ไม่ว่าคำพูดพล่อยๆ ที่เอ่ยออกมาเพราะความยโสในวิชาความรู้แบบคนหัวนอกนั้น กำลังจะกลายเป็นบ่วงที่รัดตัวเขาเอง และพื้นที่แห่งนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่ตำราจากต่างประเทศของเขาไม่ได้บันทึกไว้... รวมถึงความร้ายกาจของหญิงสาวที่ชื่อเนตรมณีด้วย!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร   บันทึกที่หายไป

    -๔๒- บันทึกที่หายไปบรรยากาศอันแสนสงบยามอรุณรุ่งกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรัวหมัดทุบไม้กระดานดังสนั่นปัง! ปัง! ปัง!“พี่! พี่มณีครับ ตื่นหรือยังพี่! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”เสียงร้องตะโกนลนลานของนายกฤษดังแทรกเข้ามาในห้องนอน เนตรมณีที่บัดนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อยพอดี หล่อนเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าหนังคู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ พลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือผลักบานประตูไม้เปิดออกขวับ“อะไรของนายกฤษ โวยวายเสียงดังแต่เช้า ผีเข้ารึไง” หล่อนแผดเสียงเอ็ดหมาเด็กผู้ช่วยทันควันภาพตรงหน้าทำเอาเนตรมณีต้องชะงักกึก นายกฤษในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขายืนละล่ำละลักลนลานจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“พ... พี่มณี สมุดบันทึก! สมุดบันทึกข้อมูลระบบของผมมันหายไปแล้วครับ เมื่อเช้า ผมจะเอาสมุดมาจดบันทึกเหมือนเช่นทุกวัน แต่พอผมเรียกระบบออกมา มันก็หายไปแล้ว…”คำสารภาพของรุ่นน้องทำเอาดวงตาเรียวโตของหญิงสาวเบิกกว้าง หล่อนขยับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขา แววตาคมกริบฉายรังสีอำมหิตขึ้นมาทันที“หาย? หายได้ยังไง” หล่อนเค้นเสียงถามด

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร   งานเลี้ยง2

    -๔๑-งานเลี้ยง2เนตรมณีทรุดกายนั่งลงคุยกับผู้กองธีร์บนแคร่ไม้ข้างกองไฟ หล่อนบอกเล่าถึงเรื่องราวงานฌาปนกิจของแม่หมอจวน รวมถึงการตัดสินใจรับมะลิเข้ามาดูแลในสำนักอย่างเป็นทางการ นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับคำพลางทอดสายตามองข้ามลานวัดไปที่เด็กสาว "ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมะลิแล้วล่ะครับ ได้มาอยู่กับคนเก่ง ๆ อย่างคุณ"“ฉันหวังว่าจะได้ดูแลเธอให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะชีวิตของฉัน มันเสี่ยงเหลือเกินค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไปนอนตาราง หรือนอนหยอดน้ำข้าวต้มก่อนกัน” ผู้กองธีร์ เริ่มชินกับมุกตลกหน้าตายของหล่อนขึ้นมาแล้ว เขาขำในคอ ก่อนจะหวนนึกถึงวันที่เขาและเธอต้องเผชิญกับความตายมาด้วยกัน ทั้งเรื่องคนเรื่องผี"เนตรมณี... วันนั้นที่คุณปะทะกับนายสันต์ คุณคงไม่โกรธผมใช่ไหมที่ผมเข้าไปขวางและห้ามไม่ให้คุณพลั้งมือฆ่ามัน" ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนนุ่มนวล "ตอนนี้ทางการจัดการส่งตัวนายสันต์เข้าคุก รับโทษทัณฑ์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายบ้านเมืองกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ คุณไม่ต้องห่วงนะ"เนตรมณีลอบพ่นลมหายใจยาวออกมาแผ่วเบา สลัดภาพความเคียดแค้นทิ้งไป หล่อนหันมาสบตากับชายหนุ่มตรง

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร     งานเลี้ยง1

    -๔o งานเลี้ยง1ทันทีที่กฤษก้าวเท้าตามเด็ก ๆ ขึ้นมาบนเรือนและได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านของเนตรมณี เขาถึงกับยืนอึ้งตาค้างด้วยความตกตะลึง เพราะไอ้บรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำยุคที่เนตรมณีแอบกว้านซื้อมาจัดวางไว้ มันช่างดูหรูหราอลังการและแทบไม่ต่างจากโลกเก่าที่พวกเขาจากมาเลยสักนิด"โหพี่... สุดยอดไปเลยอะ ของข้างในนี่เพอร์เฟกต์มาก ขอผมย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ด้วยคนได้ไหมครับพี่มณี ดูท่าทางจะอยู่สบายแน่" หนุ่มแว่นหันมาทำตาปริบ ๆ อ้อนวอนขออาศัยเนตรมณีปรายสายตามองหมาเด็กพลางเอ่ยเบรกเอี๊ยดเสียงดุ "ฝันไปเถอะกฤษ... ฉันไม่ให้นายย้ายเข้ามาอยู่ด้วยหรอก สำนักฉันไม่ใช่โรงแรมนะ"คำปฏิเสธไร้เยื่อใยทำเอาหนุ่มนักข่าวรุ่นน้องถึงกับทำตาละห้อย หงอยลงถนัดตาใจจริงเขาอยากจะมาพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับรุ่นพี่สาว เผื่อว่าถ้าได้เห็นหน้าค่าตากันทุกวัน คอยทำแต้มดูแลใกล้ชิด หล่อนอาจจะบังเกิดความใจอ่อนยอมรับว่าเขาหล่อ น่ารักขึ้นมาสักวัน แต่หลังจากที่กฤษได้มีโอกาสมาพูดคุยกับหล่อนจริง ๆ ในภพภูมินี้ เขาก็เริ่มตระหนักรู้แล้วว่า ตัวตนของเนตรมณีในตอนนี้ ช่างอยู่ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน คำว่า ‘อาหวัง’

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร   แม่ลูกมหาภัย

    -๓๙-แม่ลูกมหาภัยงานศพของแม่หมอจวนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ลานวัดประจำหมู่บ้าน การเผาร่างบนเชิงตะกอนไม้ฟืนแบบสมัยโบราณกลางแจ้ง ไม่มีพิธีรีตองกฎเกณฑ์อะไรมากมายเท่าสมัยนี้ มีเพียงควันไฟสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นธูปคละคลุ้ง และเสียงสวดพระอภิธรรมแว่วมา ย้ำเตือนถึงการจากไปของจอมขมังเวทหญิงอาวุโส คนที่กุมความลับบางอย่างเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายมะลิยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากองฟืน หล่อนสวมใส่ชุดสีดำตัวใหม่เอี่ยมเนื้อผ้าเรียบร้อย ซึ่งเนตรมณีจัดแจงหาซื้อมาให้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เด็กสาวได้แต่งกายอย่างสมเกียรติเป็นวาระสุดท้ายในการส่งมารดาผู้มีพระคุณขึ้นสู่สวรรค์เนตรมณีทอดสายตามองเด็กสาวด้วยความเวทนา หล่อนขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะก้มลงลูบศีรษะของมะลิแผ่วเบา แววตาเรียวโตทอประกายความจริงจังเด็ดขาด"มะลิ... ต่อไปนี้อยู่กับพี่ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้วนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องเธอเอง"คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นทำเอามะลิตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า เด็กสาวปล่อยโฮออกมาแผ่วเบาก่อนจะโผเข้าสวมกอดเอวของเนตรมณีแน่น ราวกับได้พบที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ หญิงสาวกอดตอบพลางลูบหลังปลอบโยน สายตาเหม่อมอ

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร   ฟื้น

    -๓๘- ฟื้นเนตรมณี ไม่ได้มีสติตื่นขึ้นมารับรู้ได้อีกแล้ว ในระหว่างที่ร่างกายเนื้อหนังภายนอกกำลังเผชิญวิกฤติต่อสู้กับความตายอย่างสาหัส ร่างของเธอถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการไข้สูงจนหมดสติ จิตวิญญาณภายในของเนตรมณีกลับจมดิ่งลงสู่ห้วงความฝันอันแสนประหลาด...หล่อนรู้สึกตัวอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยมวลน้ำมหาศาล น่าแปลกที่หล่อนกลับสามารถหายใจและยืนทรงตัวอยู่ใต้น้ำได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยที่ท่อนแขนไม่ได้มียันต์อาคมคอยคุ้มกันเลยแม้แต่น้อย รอบบริเวณนั้นคือเมืองบาดาลอันเยียบเย็น น้ำใสละเอียดทอประกายระยิบระยับกับแสงอัญมณีมีค่าภายใต้ความสลัวนั้น… กลิ่นไอของความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอนูของร่างกาย ท่อนเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของผืนทรายละเอียดใต้บาดาล ที่มนุษย์ธรรมดา คงไม่มีโอกาสได้ลงมาเหยียบ…เบื้องหน้าของหล่อน... ปรากฏร่างกำยำของใครบางคนนั่งสถิตอยู่บนโขดหินศิลาฤกษ์ก้อนมหึมา ดวงรัศมีเปล่งประกายเรืองรอง เนตรมณีค่อย ๆ ยอบตัวลงคลานเข่าเข้าไปหาด้วยสัญชาตญาณ หล่อนพินิจมองบุคคลผู้นั้น... ชายลึกลับมีเส้นผมสีขาวยาวสยายพลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำ ใบหน้าคมคายสมส่วนงดงามดั่งรูปสลักเทพตามอาราม

  • เนตรมณี สาวปราบผีแห่งพระนคร   หมาเด็ก

    -๓๗-หมาเด็กภาพความทรงจำในอดีตชาติกาลก่อน... พลันหมุนย้อนกลับมาในหัวสมองของกฤษ ดั่งฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในโลกยุคปัจจุบันที่เนตรมณียังคงเป็น ‘เนตรดาว’ ประธานบริหารสาวสายดาร์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการเกม ‘กฤษ’ ในตอนนั้นเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานคณะสื่อสารมวลชนจากช่องโทรทัศน์ชื่อดังที่ได้มีโอกาสเข้ามาดูงานที่บริษัทของหล่อน วินาทีที่เขาได้นั่งฟังเนตรดาวขึ้นบรรยายแชร์ประสบการณ์อยู่บนเวทีห้องประชุม หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขาตกหลุมรักในความเก่งกาจและทัศนคติในเชิงธุรกิจของเนตรดาวถึงขนาดตามกว้านซื้อเกมทุกซีรีส์ที่บริษัทของเนตรดาวผลิตออกมาเก็บไว้จนครบทุกชิ้น เมื่อการบรรยายจบลง นักศึกษาฝึกงานคนอื่น ๆ ต่างพากันเดินออกจากห้องโถงไปจนหมด เหลือเพียงกฤษคนเดียวเท่านั้น ที่รวบรวมความกล้า ถือนิตยสารหน้าที่เขียนประวัติในธุรกิจเกมของเนตรดาว ตรงดิ่งเข้าไปหาประธานสาวถึงหน้าเวทีเพื่อขอรอยประทับลายเซ็น“เอ่อ... สวัสดีครับคุณเนตรดาว ผมกฤษนะครับ เป็นนักศึกษาฝึกงาน... แล้วก็เป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณด้วยครับ!” เด็กหนุ่มแนะนะตัวเสียงสั่น ตาใสแจ๋วเนตรดาวชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมาเล็กน้อย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status