LOGINหลินจื่อเหยาเซียนสาวผู้หยั่งรู้ดวงจิตแตกสลายเสี้ยวหนึ่งก็ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์เป็นยอดอัจฉริยะ แต่อายุก็ไม่ยืนยาวดั่งที่คิด ในวัยสามสิบปีก็เสียชีวิตลงแล้ว ดวงวิญญาณก็ไปโผล่ในร่างของหญิงสาววัยยี่สิบปีผู้สืบทอดตระกูลหมอยาและเป็นตระกูลชนชั้นสูงสืบทอดการฝังเข็มและใช้ชีวิตเช่นสตรีในรั้วในวังฉายาหมอเทวดาจะว่าไปก็อยู่ได้ไม่ถึงยี่สิบปีดีด้วยซ้ำขาดอีกไม่กี่วันก็จะครบยี่สิบปีก็เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นอย่างไม่คาดคิดดวงวิญญาณก็ดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวที่มีร่างกายอ่อนแอ ชื่อเสียงฉาวโฉ่ โง่เขลา หนำซ้ำยังถูกรังแกสารพัด ตั้งแต่มารดาจากไป บิดาแท้ๆ ก็ไม่ยอมรับใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนรับใช้หลินจื่อเหยาจึงต้องกลายเป็นนางร้ายเพื่อเอาคืนแม่เลี้ยง จัดการคนในตระกูล บ่าวรับใช้น่าตายพวกนั้นและคู่หมั้นของพี่สาวตัวดีที่หาว่านางให้ท่าค่อยจากไปอย่างสง่างาม "ท่านเลิกเรียกข้าว่าสาวน้อยได้หรือไม่?" "หืม..เจ้าอายุสิบสี่ปี ข้าอายุยี่สิบห่างกันหกปี เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร?" หลินจื่อเหยาขมวดคิ้ว "เรียกจื่อเหยาก็ได้ไหมหล่ะ" "จื่อเหยาหรือ? ข้ารู้สึกว่าไม่พิเศษเลย ข้าเรียกเจ้าว่า เหยาเหยาไม่ได้หรือ?" .
View More'จื่อเหยา ถึงเจ้าจะเป็นบุตรสาวสายตรงที่เกิดจากฮูหยินเอกของตระกูล แต่ก็ใช่ว่าเจ้าจะมีความเหมาะสมกับองค์รัชทายาท
ดังนั้นการที่องค์รัชทายาทระบุว่าต้องการหมั้นหมายกับหลินเสี่ยวเซวียนนั้นนับว่าสมควรแล้ว เสี่ยวเซวียนเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งที่เพียบพร้อมทุกอย่างความรู้ความสามารถ ทั้งฉลาดหลักแหลม เจ้ามีอันใดเทียบนางได้ เจ้ามันก็เป็นเพียงคนไร้ค่า เป็นตัวอัปมงคลเกิดมามารดาก็สิ้นใจตาย โตมาก็โง่เขลาหยาบคาย ทำตัวไร้ยางอาย เช่นนี้เจ้ายังคิดว่าองค์รัชทายาทจะมาหมั้นหมายกับเจ้าอย่างนั้นหรือ? มาลากตัวนางออกไป เอาไว้อารามบนภูเขานู่น หากนางยังไม่สำนึกก็อย่าได้ให้นางเข้ามาเหยียบที่จวนตระกูลหลินอีกเป็นอันขาด!" "ท่านพ่อ ให้น้องรองไปอยู่บนอารามห่างไกลเช่นนั้นตัวคนเดียวจะไม่ลำบากแย่เลยหรือ ข้าว่า.." "เจ้าเป็นพี่ชายคนโต เจ้าคิดว่าหลายปีมานี้การกระทำของนางยังเหมาะสมที่จะเป็นคุณหนูรองของตระกูลหลินอีกหรือ? วางใจเถอะท่านพ่อของเจ้าเพียงแค่ต้องการดัดนิสัยนางเท่านั้น หากนางสำนึกย่อมกลับมาที่จวนได้ อย่างมากนางก็เพียงแค่น้อยใจ ถึงอย่างไรท่านพ่อของเจ้าก็จิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าไม่มีทางที่ท่านพ่อของเจ้าจะถือสานางแน่นอน วางใจเถอะนะ อะไรที่สมควรทำท่านพ่อเจ้าย่อมรู้ดี" “พี่ใหญ่เจ้าคะ ฟังท่านพ่อกับท่านแม่เถอะเจ้าค่ะ น้องรองต้องได้รับการอบรมสั่งสอน หากน้องยินยอมที่จะเข้าศึกษาที่สถานศึกษาโหยวหนานน้องเองก็ยินดีที่จะสอนน้องเกี่ยวกับการศึกษาเหล่านั้นก่อนที่จะเข้าเรียนเพื่อเป็นการไม่ให้สกุลหลินขายหน้าได้ กลอน กวี อักษร พิณ ศิลปะต่างๆ หากน้องรองพร้อมเสี่ยวเซวียนก็ยินดีเจ้าค่ะ" ภายในความเลือนรางบริเวณห้องโถงอันหรูหรามากมายไปด้วยเงาของคนเต็มไปหมดบวกกับคำพูดที่ดังออกมาตีกันยุ่งเหยิงในโสตรประสาทของหญิงสาวเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานหลินจื่อเหยาถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาขนตางอนยาวของนางขยับไหว เมื่อลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฎอยู่ในสายตาเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมสภาพทรุดโทรมแต่ก็ยังนับว่าสะอาดสะอ้านดี ผ้าม่านโปร่งริมหน้าต่างโบกสะบัดตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามา ทำให้หลินจื่อเหยารู้สึกได้ถึงกลิ่นต้นไม้ ใบหญ้าและยังมีกลิ่นสมุนไพรจางๆ ลอยมากับสายลมอีกด้วย “โอ้.. คุณหนูรองตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?" น้ำเสียงประชดประชันเสียงหนึ่งลอยมาทางเหนือศีรษะ หลินจื่อเหยาขยับกายกำลังจะเงยหน้ามองดู แต่ยังไม่ทันได้มองเสียงนั้นก็ดังขึ้นมาอีก “ข้าก็หลงคิดว่าท่านตายไปแล้วเสียอีก เอ๊ะ..คุณหนูรองอย่าพึ่งขยับร่างกายนะเจ้าคะ ท่านจะขยับทำไมกันหากเข็มเคลื่อนคนโง่เขลาเช่นท่านคงได้ตายจริงๆ นะเจ้าคะ" หญิงสาวคนนั้นกล่าวพลางยื่นมืออีกข้างหนึ่งออกแรงกดหลินจื่อเหยาเอาไว้ มือที่กดลงมาได้บีบแผลของนางแรงขึ้นอย่างตั้งใจ แม้แรงที่กดบาดแผลจะมากเพียงใดแต่ทว่าสีหน้าของเด็กสาวกลับไม่แสดงความรู้สึกเจ็บเลยสักนิด หลินจื่อเหยาขยับกายพลิกข้อมือขึ้น จับมือข้างที่กดแผลของนางเอาไว้แน่นแล้วบิดข้อมือกดไว้บนชั้นวางตรงหัวเตียง หญิงสาวคนนั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาทันที “อ๊า ..คุณหนูรองนี่ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรือ!ปล่อยข้านะ คุณหนูรอง อ๊า...ช่วยด้วย ช่วยด้วยช่วยข้าด้วยคุณหนูรองเป็นบ้าไปแล้วนางจะฆ่าคนแล้ว..." หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดในขณะที่หลินจื่อเหยากำลังออกแรงอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านนอกประตู “เสี่ยวเหยาหยุดนะ!” เมื่อสิ้นเสียงภายนอกประตูห้องก็ได้มีหญิงสาวนางหนึ่ง กำลังยืนจ้องมองเข้ามาข้างในด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่านางนั้นกำลังตกใจเป็นอย่างมาก ผ่านไปครู่ใหญ่หญิงสาวได้สติกลับมาก็รีบเดินเข้ามาด้านในห้องหยุดอยู่ด้านข้างของหลินจื่อเหยาพร้อมกับเอ่ย “เสี่ยวเหยาเจ้าปล่อยมือก่อนเถอะนี่คือจิ่วจิงบ่าวรับใช้ข้างกายของเจ้าเอง นางไม่ได้จะมาทำร้ายเจ้า" หลินจื่อเหยาหันหน้าไปมองหญิงสาวผู้ที่เข้ามาใหม่ ใบหน้าซีดเซียวที่ถึงขั้นไม่มีเลือดแม้แต่น้อยของนางก็ขมวดคิ้วขึ้น ถึงแม้ว่าร่างกายของหลินจื่อเหยาร่างนี้จะดูขี้โรค ไร้ความสดชื่น แต่เมื่อสังเกตให้ดีกลับงดงามได้รูป นัยน์ตาหงส์ชวนมองที่กลอกไปมาเล็กน้อยเกิดประกายอ่อนๆ วูบไหว หลับตาและลืมตาสลับกันไป มีเสน่ห์น่าหลงใหลที่ทำให้คนเหม่อลอย ดวงตาของหญิงสาวผู้นั้นนั้นวูบไหวถามด้วยความเป็นห่วง “เสี่ยวเหยา ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?” เด็กสาวไม่ตอบ แต่กลับปล่อยมือออกแล้วล้มตัวลงนอนเช่นเดิม บ่าวรับใช้นวดข้อมือพลางถอยหลังพูดต่อว่า “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ บ่าวว่าคุณหนูรองนางต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เจ้าค่ะ บ่าวยังไม่ได้ทำอะไรเลยจู่ๆ คุณหนูรองก็จะฆ่าบ่าวเจ้าค่ะ...” หลินจื่อเหยาเงยหน้า ดวงตาหงส์เรียวยาวยังเจือไปด้วยประกายความชุ่มชื้น น้ำเสียงของนางแหบแห้งแบบที่คนพึ่งตื่นนอนเจือไปด้วยความเย็นชา “ขอโทษที เพิ่งตื่น ข้าคิดว่ามีหมากัด” “ฟื้นแล้วหรือ? ...” ในขณะนั้นเองก็ได้มีชายชราในชุดนักพรตเดินเข้ามา เขาตรงเข้ามาที่หลินจื่อเหยาดึงเข็มที่ปักอยู่ตรงจุดต่างๆ ออกมาแล้วพูดอธิบายว่า "ร่างกายของคุณหนูรองหลินต้องการการพักผ่อน และต้องบำรุงให้มากถึงจะดี สองสามวันนี้ยังไม่ต้องออกไปต้องลมเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้" กล่าวจบชายชราก็เดินถอยหลังออกไป แต่ก่อนออกไปเขาก็หันไปทางจิ่วจิงสาวรับใช้ "เจ้าตามข้าออกมา ไปรับน้ำแกงบำรุงให้นาง.." "เจ้าค่ะ" จิ่วจิงเดินตามชายชราออกไป หลินเสี่ยวเซวียนมองหลินจื่อเหยาด้วยสายตาที่รู้สึกผิด “เสี่ยวเหยา ถ้าจะโทษเจ้าต้องโทษพี่ พี่ขอโทษนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ท่านพ่อคงไม่ส่งเจ้าออกมาอยู่ที่ห่างไกลกันดารเช่นนี้แต่เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลนะ พี่ใหญ่กลับไปจะไปช่วยกล่าวกับท่านพ่อ ให้ท่านพ่อส่งคนมารับเจ้ากลับจวน.." "จะได้อย่างไรเจ้าคะคุณหนูใหญ่ ท่านหน่ะใจดีกับคุณหนูรองมากเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หากคุณท่านผู้เฒ่าตระกูลหลินทราบว่าคุณหนูรองทำร้ายคุณหนูใหญ่เพียงแค่ไม่พอใจที่ไม่ถูกองค์รัชทายาทหมั้นหมาย นั่นก็เพียงพอที่จะสั่งโบยคุณหนูรองจนตายได้ นี่ยังถือว่านายท่านและฮูหยินนั้นเมตตาคุณหนูรองมากแล้วคุณหนูใหญ่ยังจะช่วยอะไรอีก.." หญิงสาวที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของหลินเสี่ยวเซวียนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจ "ใช่เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ นี่ก็ไม่เช้าแล้วคุณหนูใหญ่รีบกลับจวนเถอะเจ้าค่ะ ปล่อยนางไว้นี่แหล่ะเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ทั้งสูงส่ง สง่างาม พูดกับนางไปก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะทำให้คุณหนูแปดเปื้อนนะเจ้าคะ กลับกันเถอะเจ้าค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจ “คุณหนูใหญ่ สูงส่งสง่างาม คุณหนูรองนั้นโง่เขลา อ่อนแอและโอหังถึงเพียงนี้จะเทียบกับคุณหนูใหญ่เสี่ยวเซวียนของเราได้ยังไง" "เทียบไม่ได้" คราวนี้บ่าวรับใช้ของหลินเสี่ยวเซวียนต่างก็หัวเราะออกมายิ้มออกมา " คุณหนูใหญ่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่ง ความสามารถล้นหลาม เป็นสตรีที่เหล่าคุณชายทั้งหลายต่างชื่นชมแต่ดูคุณหนูรองสิ เหมือนหมาป่าตาขาวจริงๆ คุณท่านอุตส่าห์ใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ้างเหล่าอาจารย์ที่ชื่อเสียงโด่งดังมาสอนสั่งแต่กลับได้อันดับสองนับจากข้างท้าย น่าขายหน้าจริงๆ” หญิงสาวหน้านิ่ง แต่ในแววตานั้นบ่งบอกถึงความได้ใจ คล้ายกับจะบอกบ่าวรับใช้เหล่านั้นว่าพวกเจ้าพูดอีกสิข้าชอบ แต่สุดท้ายก็ยังแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยน่าสงสาร “พวกเจ้าอย่าพูดแบบนี้สิ นี่คุณหนูรองที่เป็นบุตรสาวสายตรงของตระกูลนะ หากผู้ใดได้ยินเข้าจะไม่ดี ต่อให้นางไม่มีอะไรดีเลย ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนของตระกูลหลิน เป็นน้องสาวของข้า.." บทสนทนาของทั้งทั้งหมดที่พูดคุยกันต่างก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหลินจื่อเหยาในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย นางตวัดสายตาขึ้นมองหญิงสาวอย่างสบายๆ ภายในสมองก็ปรากฏชื่อๆ หนึ่ง หลินเสี่ยวเซวียน พี่สาวต่างมารดาของนางปีนี้อายุสิบหกปี เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองอู่เฉิง และยังเป็นว่าที่คู่หมั้นหมาดๆ ขององค์รัชทายาทผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย เนื่องจากทั้งสองเป็นหญิงงาม ชายงามอันดับหนึ่งทั้งคู่จึงเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก แต่หลายวันก่อนในวันที่ในวังมีประกาศราชโองการลงมาให้คุณหนูใหญ่ตระกูลหลินหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทนั้น หลินจื่อเหยาก็โวยวายไม่พอใจถึงขนาดวางแผนผลักคุณหนูใหญ่หลินเสี่ยวเซวียนลงน้ำ สลบไปหลายวัน ดังนั้นนางจึงถูกนายท่านตระกูลหลินลงโทษตบคุณหนูรองผู้นี้เต็มแรงทั้งยังสั่งโบยนางอีก จากนั้นก็สั่งล่ามนางเอาไว้ท้ายจวน งดข้าว ให้น้ำดื่มวันละครั้ง ตากแดดตากลมจนกว่าคุณหนูใหญ่หลินเสี่ยวเซวียนจะฟื้น ผ่านไปเจ็ดแปดวันหลังจากหลินเสี่ยวเซวียนฟื้นแล้ว พวกเขาก็ยังเนรเทศนางออกมาอยู่อารามที่ห่างไกลผู้คนบนเขาสูงเพื่อให้สำนึกอีกด้วย หลินจื่อเหยามองข้อมือเรียวเล็กของตัวเองที่มีรอยเชือกรัดจนเกิดแผลเริ่มเน่านางก็ขมวดคิ้ว นี่คงกะจะให้นางตายไปเลยสินะ ไม่สิเจ้าของร่างก็ได้ตายไปแล้วไง สตรีร้ายกาจอะไรการเลี้ยงดูดีแค่ไหน ผอมแห้งเช่นนี้ แม้แต่เส้นเลือดก็ยังสามารถมองเห็นได้ สีหน้าของนางปรากฎความเหนื่อยหน่าย เธอตายจากโลกบำเพ็ญเพียรแล้วก็ตายจากโลกมนุษย์มาสองครั้ง แต่กลับได้หวนกลับมายังโลกมนุษย์ที่ย้อนยุคสมัยมาอีก ชีวิตที่หลับใหลได้เกิดใหม่ เวียนว่ายของนางนั้นรู้สึกถึงความลำบากของร่างนี้เข้าแล้ว ตอนนี้จิตสำนึกและความทรงจำของเจ้าของร่างได้หลั่งไหลเข้ามาจนหมดสิ้นอย่างสิ้นเชิงแล้ว ......มู่หรงเหว่ยถิงไม่สนใจชายชุดดำเหล่านั้นนางหมุนกายก้าวเดินกลับมาที่ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่เมื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ยกหน้าขึ้นช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ดวงหน้าเยาว์วัยของเขานิ่งขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่กลับงดงามจนเด็กสาวต้องเผลอชะงักลมหายใจผิวของเขาขาวสะอาดดุจหยกเนื้อดี ทว่าไม่ซีดเซียว กลับมีเลือดฝาดจาง ๆ ที่พวงแก้มดูมีชีวิตชีวา หน้าผากกว้างได้รูป แสดงถึงความเฉลียวฉลาด คิ้วดกดำเรียวยาวโค้งงามราวขีดพู่กันจากจิตรกรเอกรับกับดวงตาคมล้ำดั่งหมึกจิ้มจอก ทั้งแววตาสุขุมนั้นแลดูเกินวัยคล้ายซ่อนความลึกซึ้งไว้ภายใน คล้ายเคยผ่านเรื่องราวมากมายเกินกว่าบุรุษน้อยในวัยเดียวกันจะรับไหวขนตายาวสลวยขับเน้นนัยน์ตาสีดำสนิทดั่งหยกดำ เส้นผมยาวประบ่าผูกไว้หลวม ๆ ด้วยเชือกไหมสีเข้ม เมื่อสายลมพัดผ่าน กลุ่มผมก็กระเพื่อมตามจังหวะ เผยให้เห็นต้นคอขาวละมุนราวหยกหิมะจมูกโด่งสวยรับกับรูปหน้า ปากบางสีชมพูอ่อน เม้มแน่นคล้ายไม่คุ้นชินกับการสนทนา สายตาเมื่อจ้องมองเด็กสาวราวกับจะมองทะลุไปถึงจิตใจเขาไม่ได้แต่งกายหรูหรามากนัก เป็นผ้าเนื้อดีธรรมดาสีน้ำเงินปักลวกลายเรียบสะอาดสะอ้าน ทว
มือของเขาที่โอบอยู่รอบเองของนางได้ลูบไล้ขึ้นลงเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านพาให้หลินจื่อเหยารู้สึกราวกับว่าเวลานี้นางกำลังถูกกระแสไฟฟ้าพาดผ่านชาไปทั่วทั้งตัวจากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็เคลื่อนมาด้านข้างกระตุกสายรัดเอวของนางออกสิบอึดใจผ่านไปมือไม้พัลวัน“ชุดเจ้าสาวชุดนี้ถอดยากพอสมควร” พอหลินจื่อเหยาเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “ฮูหยินรองกับฮูหยินจวนตระกูลห่าวช่วยสวมใส่ให้ข้ายุ่งยากพอสมควร”ตอนที่นางลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ในยุคสมัยใหม่การสวมใส่เสื้อผ้านั้นค่อนข้างง่ายพอสมควรชุดเดรสยามคลุมเท้าชุดเดียวก็ไปไหนๆได้แล้วดังนั้นเมื่อสองปีก่อนนางจึงได้ออกแบบชุดเดรสแขนยาวนำไปให้ร้านตัดเย็บตัดมาส่งให้ ในทุกๆวันรอบสองปีนางมีเดรสสีขาว สีดำและสีฟ้ายาวครอบเท้าสวมใส่อย่างสม่ำเสมอนอกจากเพราะความเคยชินแล้วยังเพราะความสะดวกด้วยตอนนี้ชุดแต่งงานนี้เป็นการสวมตัวในหนึ่งชั้นตัวนอกหนึ่งชั้นและยังมีชุดคลุมอีกชั้นแต่ละชั้นล้วนมีเชือกผูกซ้ายผูกขวายุ่งยากมากตอนนี้นางกลับรู้สึกขอบคุณชุดที่ซับซ้อนแบบนี้ที่ให้เวลานางได้เตรียมใจและผ่อนคลายก่อนแต่ชั่วครู่ถัดมามือของมู่หรงเหว่ยหมินก็โอบเอวนางอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นไปก็ถูกริมฝีปากบางก็ถ
มู่หรงเหว่ยหมินจับมือหลินจื่อเหยาเอาไว้แน่น ยกยิ้มมุมปากเอ่ยกระซิบ “เหยาเหยาข้ารู้สึกตื่นเต้นมาก”ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูไม่จริงจัง“หืม...” หลินจื่อเหยาเหลือบมองเขาผ่านผ้าโปร่ง “ท่านยังต้องอยู่ดื่มสุราต้อนรับแขกและส่งแขกอีกนะระหว่างนี้ท่านก็ก็ใจเย็นๆ”มู่หรงเหว่ยหมินครุ่นคิด “อืมก็จริง”หลังจากที่ส่งหลินจื่อเหยาเข้าห้องหอแล้ว มู่หรงเหว่ยหมินก็ถูกแม่ทัพน้อยไป๋และซุนยวี่เหอลากตัวออกไป ในห้องโถงจัดเลี้ยงมู่หรงจินเหยียนก็ถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไป๋เผยหนิงพระชายาของเขาประคองเข้ามา"น้องห้าพี่ใหญ่มาแสดงความยินดีกับเจ้า" น้ำเสียงของเขาแหบแห้งร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนแอ เวลานี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทของราชวงศ์เปลี่ยนไปเป็นมู่หรงจื่อเฉิงไปแล้วแม้หลายฝ่ายจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่สุดท้ายตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นเขามู่หรงเหว่ยหมินหมุนกายกลับมา ยกจอกสุราขึ้น"พี่ใหญ่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงยังมาดื่มฉลองให้ข้าอีกข้าขอบพระทัยท่านมาก""ไม่ลำบากสักนิด"เขายิ้มแล้วยกสุราขึ้นดื่ม จากนั้นบรรดาองค์หญิงองค์ชายองค์อื่นๆ ก็เข้ามา แสดงความยินดีกับเขาถัดไปไม่ไกล อู๋เฉินวางจอกสุราลงแล้วถามมู่หรงจื
หลินจื่อหานกลอกตา ถอนหายใจ"ท่านพ่อน้องสาวจะออกเรือน ท่านควรพูดเรื่องดีดีสิ" "อืม..ที่ผ่านมาพ่อไม่ดีนัก พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อน้องสาวของเจ้าได้บ้างในตอนนี้..." เสนาบดีหลินเสียงสั่นหลินจื่อเหยากระพริบตา "ท่านไม่ต้องทำอะไรข้ารับรู้ได้ทั้งหมดแล้ว..""ท่านเสนาได้เวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้วเจ้าค่ะ" ฮูหยินรองของจวนหลินเอื้อนเอ่ย จากนั้นนางก็ลุกขึ้นมาประคองหลินจื่อเหยา เอ่ยช้าๆ"คุณหนูใหญ่ข้าขอให้ท่านมีความสุขมากๆมีหลานตัวน้อยออกมาไวๆ""ขอบคุณฮูหยินรอง อย่างไรเสียก็ฝากดูแลท่านพ่อต้มน้ำแกงไก่ดำบำรุงร่างกายให้เขาเสียหน่อยประเดี๋ยวก็จะไม่สบาย"เมื่อได้หยินหลินจื่อเหยาเอ่ยเช่นนั้นฮูหยินรองไม่กล้าไม่เชื่อ นางพยักหน้า "ได้ คุณหนูใหญ่เชิญ"ในเวลาต่อมาเจ้าสาวในชุดสีแดงก็ถูกแม่สื่อจูงออกมาที่ด้านหน้าประตูจวนซึ่งเวลานี้มีคนของตระกูลหลินจำนวนมากมายืนส่งนาง ทันทีที่เห็นหญิงสาวในชุดสีแดงก้าวเดินออกมาแม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดบังเอาไว้ ผู้คนที่ยืนรอดูอยู่หน้าจวนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา"ออกมาแล้วเจ้าสาวออกมาแล้ว.." "เสียดายจริงๆไม่เห็นตอนนางเปิดหน้า..""เจ้ายังไม่เคยเห็นนางหรือ? นางงดงามมากเชียวนะ ง






reviews