ปรมาจารย์กระบี่เกิดใหม่เป็นหนูน้อยดาวนำโชค

ปรมาจารย์กระบี่เกิดใหม่เป็นหนูน้อยดาวนำโชค

last updateHuling Na-update : 2026-09-15
By:  นักฆ่าฝึกหัด 23In-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
4Mga Kabanata
1views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ครั้งหนึ่ง นางเคยเป็นปรมาจารย์กระบี่ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ มีศิษย์เพียงคนเดียวที่นางถ่ายทอดทุกสิ่งให้ด้วยความจริงใจ แต่เพราะความเข้าใจผิด ศิษย์ผู้นั้นกลับเชื่อว่านางปิดบังเคล็ดวิชาสูงสุดไว้เพียงผู้เดียว สุดท้ายจึงทรยศ ลงมือสังหารอาจารย์ของตนอย่างโหดเหี้ยม เมื่อนางคิดว่าทุกอย่างได้จบสิ้นลงแล้ว... ลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตนเองมาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย โลกที่ผู้คนใช้สิ่งที่เรียกว่า "พลังวิญญาณ" ในการฝึกตน และการเป็นเซียนคือความใฝ่ฝันสูงสุดของผู้คน ชาตินี้ นางไม่ได้ปรารถนาชื่อเสียง อำนาจ หรือการยืนอยู่บนจุดสูงสุดอีกต่อไป สิ่งที่นางต้องการมีเพียงการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข อยู่กับครอบครัว และปกป้องผู้คนที่สำคัญเท่านั้น แต่เมื่อโชคชะตาผลักดันให้นางต้องก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการฝึกตนอีกครั้ง นางจึงค้นพบว่า...โลกใบนี้ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ และความจริงของการเป็นเซียน อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนเข้าใจมาตลอด  

view more

Kabanata 1

บทที่ 1   ศิษย์ทรยศ

 

บทที่ 1   ศิษย์ทรยศ

 

เหนือยอดเขาหิมะที่ปกคลุมด้วยความหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีสำนักแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ สำนักกระบี่สวรรค์ หรือสำนักอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ

ผู้คนมากมายต่างใฝ่ฝันอยากก้าวเข้ามา แม้เพียงได้เป็นศิษย์ชั้นนอกก็ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต ทว่าสำนักแห่งนี้กลับตัดขาดจากโลกภายนอกมานานนับร้อยปีเเล้ว 

ผู้คนในสำนักต่างใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหิมะและความหนาวเหน็บราวกับเป็นเรื่องปกติ บางคนกล่าวว่าความหนาวเย็นสามารถหล่อเลี้ยงลมปราณภายในกาย บางคนกล่าวว่าเป็นเจตจำนงของผู้ก่อตั้งสำนัก แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้น มีเพียงเจ้าสำนักรุ่นก่อนเท่านั้นที่รู้

อวิ๋นซิน เด็กหญิงผู้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ นางพูดได้ตั้งแต่อายุเพียงห้าเดือน เดินได้ตอนหกเดือน ทว่าเรื่องนี้กลับมีเพียงผู้เป็นบิดาที่รับรู้

หลังจากมารดาของนางเสียชีวิตในวันที่ให้กำเนิด บิดาของนางก็ไม่เคยกล่าวโทษแม้เพียงครึ่งคำ ตรงกันข้าม เขากลับรักและเอ็นดูบุตรสาวคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะใบหน้าของนางคล้ายมารดาผู้ล่วงลับถึงแปดส่วน

ชีวิตของอวิ๋นซินนับว่าดีมาตั้งแต่เกิด บิดาของนางคือเจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ ที่ครอบครองตำแหน่งผู้ใช้กระบี่อันดับหนึ่ง ผู้คนต่างยำเกรง ทั่วหล้าล้วนก้มหัวให้

ส่วนอวิ๋นซิน…นางเติบโตขึ้นท่ามกลางคมกระบี่ โลกทั้งใบของนางมีเพียงสำนักกระบี่สวรรค์ มีเพียงเสียงลมหนาวและเงาของบิดาผู้ให้กำเนิด 

ผู้คนทั่วหล้าต่างฝึกฝนกำลังภายในเพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง บางคนใช้เวลาสิบปี บางคนยี่สิบปี บางคนทั้งชีวิต แต่ก็ยังไม่อาจก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้

ทว่าอวิ๋นซินกลับแตกต่าง

นางใช้เวลาเเค่สิบปี ก็ก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์กระบี่ แม้อายุยังน้อย แต่ความสามารถกลับเทียบเท่าผู้อาวุโสของสำนัก ผู้คนต่างเรียกขานนางว่า ‘อัจฉริยะกระบี่แห่งยุค’ 

ทว่าวันหนึ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป 

เจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ปิดด่านฝึกเคล็ดวิชากระบี่อันดับ หนึ่ง วิชาที่ผู้คนกล่าวขานว่า หากฝึกสำเร็จ จะกลายเป็นผู้ใช้กระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างแท้จริง แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า หลังประตูหินปิดลงในวันนั้น สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ความสำเร็จ หากแต่เป็นหายนะ

กระบี่ที่เคยอยู่ในมือ กลับตัดแขนขาของผู้ฝึก เส้นเอ็นถูกเฉือน ลมปราณแตกซ่าน จากมือกระบี่อันดับหนึ่งแห่งยุทธภพกลายเป็นเพียงคนพิการผู้หนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เพราะเจ้าสำนักปิดด่านอยู่เพียงลำพัง เพียงคนเดียวที่เห็นสภาพนั้นคือ ‘อวิ๋นซิน’

หลังจากนั้นไม่นาน สำนักกระบี่สวรรค์ก็ได้รับสารประทับตราจากเจ้าสำนัก ขอสละตำแหน่งและมอบสำนักให้แก่บุตรสาวเพียงคนเดียว

วันนั้นอวิ๋นซินไม่ได้ยินดี ไม่ได้เศร้าเสียใจ นางเพียงรับหน้าที่นั้นไว้อย่างเฉยชาราวกับทุกสิ่งเป็นเพียงสิ่งที่นาง ‘ต้องทำตามหน้าที่’

สามปีผ่านไป ผู้คนที่เคยดูแคลนหญิงสาวอายุน้อย ค่อย ๆ ยอมรับในตัวนาง วิถีกระบี่ของอวิ๋นซิน ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอีก และในช่วงเวลานั้นเอง นางก็ได้รับศิษย์คนหนึ่งเป็นเด็กสาวกำพร้า ‘อวิ๋นเยว่หลิง’  นางมอบทั้งกระบี่ ทั้งวิชา และแม้แต่แซ่ ‘อวิ๋น’ ให้แก่เด็กคนนั้น ราวกับกำลังมองเห็นเงาของตนเองในอดีต

เจ็ดปีผ่านไป อวิ๋นเยว่หลิงเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวงดงามและมากพรสวรรค์ นางกลายเป็นศิษย์เอกเพียงคนเดียวของเจ้าสำนัก กลายเป็นผู้ที่อวิ๋นซินไว้วางใจที่สุด

ทว่าไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าความไว้วางใจนั้น จะกลายเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของนางเอง

“อาจารย์…ถ่ายทอดเคล็ดวิชานั้นให้ข้าได้หรือไม่?”

พอได้ยินคำถามนั้น แววตาของอวิ๋นซินก็สั่นไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก นางรีบปฏิเสธ หลังจากนั้นนางก็หายตัวไปนานนับเดือน ไม่มีผู้ใดรู้ว่า นางขึ้นไปยังยอดเขาต้องห้ามของสำนัก สถานที่ซึ่งมีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่เข้าไปได้ เเละที่นั่นคือที่ซ่อนตัวของเจ้าสำนักรุ่นก่อน

“อย่าฝึกมันเลย…” ชายชราผู้ไร้แขนขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “วิชานี้…ไม่ควรมีอยู่บนโลกอีกต่อไป” 

แต่สุดท้ายก็ทนคำขอร้องของบุตรสาวไม่ไหว เขาจึงยอมถ่ายทอดวิชาต้องห้ามนี้ให้แก่นาง เพราะลึก ๆ แล้ว เขายังคงมีความฝันที่จะเห็นใครสักคนสำเร็จในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ แล้วครั้งนี้ ความฝันเขาก็เป็นจริงเเล้ว อวิ๋นซินทำสำเร็จ นางกลายเป็นผู้แรกที่ฝึกเคล็ดวิชากระบี่อันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าจนสมบูรณ์

เมื่อไร้ซึ่งห่วงค้างคาอยู่ในใจ เจ้าสำนักรุ่นก่อนก็จากไปอย่างสงบพร้อมรอยยิ้มราวกับในที่สุด เขาก็ได้ปลดพันธนาการที่ติดอยู่ในหัวใจมานานหลายสิบปีเสียที

อวิ๋นซินไม่ได้จัดพิธีศพยิ่งใหญ่ นางรู้ดีกว่าผู้ใดว่าบิดาของตนนั้นชื่นชอบความสงบ เพียงฝังร่างของบิดาผู้ให้กำเนิดไว้ใต้ต้นท้อบนยอดเขาแห่งนั้น ก่อนนำดอกไม้จำนวนมากมาปลูกไว้รอบหลุมศพ ให้กลีบดอกไม้ค่อย ๆ ผลิบานท่ามกลางหิมะหนาวเย็น

ไม่ใช่ว่าอวิ๋นซินไม่เสียใจ เพียงแต่นางเข้าใจดีว่า ชีวิตของคนเราย่อมต้องก้าวเดินต่อไป ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยทำสิ่งใดผิดต่อบิดา และในวันนี้ นางยังสามารถสานต่อความปรารถนาที่อีกฝ่ายเฝ้าฝันมาทั้งชีวิตให้สำเร็จได้อีกด้วย สำหรับนางแล้ว นี่อาจเป็นจุดจบที่ดีที่สุดของผู้เป็นบิดาแล้วก็เป็นได้

หลังจากลงจากยอดเขา อวิ๋นซินจึงกลับมายังสำนัก ตรงกับวันงานฉลองอายุครบสามสิบปีของนางพอดี ทั่วทั้งสำนักกระบี่สวรรค์ถูกประดับประดาอย่างยิ่งใหญ่ โคมไฟสีแดงถูกแขวนเรียงรายไปทั่วทางเดิน ศิษย์นับหมื่นต่างเดินขวักไขว่ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังขึ้นไม่ขาดสาย

งานเลี้ยงในครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แม้แต่อวิ๋นซินยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะนางไม่เคยใส่ใจวันเกิดของตนเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ผู้ที่จัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้กลับเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของนาง 

อวิ๋นเยว่หลิงในชุดสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ใบหน้างดงามประดับรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาคู่นั้นยังคงเหมือนเด็กสาวตัวน้อยที่อวิ๋นซินเคยพากลับมาสำนักเมื่อเจ็ดปีก่อน

“อาจารย์เจ้าคะ”

 เสียงเรียกยังคงเหมือนในวันวาน อวิ๋นซินยกมือลูบศีรษะนางเบา ๆ อย่างเคยชิน “ครั้งนี้ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

อวิ๋นเยว่หลิงยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ จูงมืออาจารย์ของตนเดินขึ้นไปยังตำแหน่งสูงสุดกลางงานเลี้ยง ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับหมื่นและผู้อาวุโสนับร้อยที่กำลังจับจ้องมา

สายลมหนาวพัดผ่านชายแขนเสื้อสีขาวของอวิ๋นซินแผ่วเบา นางทอดสายตามองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน พลางรู้สึกว่าช่วงเวลานี้…ช่างสงบอย่างน่าประหลาด  

ฉึก!

คมมีดเย็นเยียบแทงทะลุหัวใจของอวิ๋นซินในพริบตา ร่างของนางชะงักน โลหิตสีแดงเข้มไหลอาบชุดขาวราวหิมะ ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดคมมีดนั้นก็แทงซ้ำลงมาอีกครั้ง

ฉึก!

ฉึก!

ฉึก!  

เสียงคมมีดทะลวงเนื้อดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั่วทั้งงานเงียบกริบ ศิษย์นับหมื่น ผู้อาวุโสนับร้อย ไม่มีผู้ใดขยับ ทุกคนเพียงมองดูอย่างเฉยชา

อวิ๋นซินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาของนางไม่ได้มองผู้ใด นอกจากศิษย์เพียงคนเดียวตรงหน้า

“ทำไมกัน.. ” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา ไม่มีความโกรธ ไม่มีความแค้น มีเพียงความเศร้าและผิดหวัง

อวิ๋นเยว่หลิงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยสายตาเยาะเย้ย

“หึ หึ ทำไมหรือ? ท่านยังมีหน้าถามข้าอีก?”

“ท่านหวงวิชา หวงทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วมีคุณสมบัติใดให้เรียกตนเองว่าอาจารย์!  หากไม่มีท่านวันนี้ข้าคงเป็นกลายปรมาจารย์กระบี่อันดับหนึ่งไปนานแล้ว ตำแหน่งเจ้าสำนักก็ควรเป็นของข้า!!”

อวิ๋นซินกระอักเลือดออกมาอีกระลอก มือที่เคยมั่นคงกลับสั่นเล็กน้อย

“ที่อาจารย์ไม่ถ่ายทอดให้เจ้าเพราะวิชานั้นจะฆ่าเจ้า อาจารย์เองใช้เวลานับเดือน…เพื่อให้แน่ใจแล้วรีบกลับมาหาเจ้า…”  

“แล้วใครสนใจกัน?”

เเต่สิ่งที่ตอบกลับมา มีเพียงสายตาเย็นชา

ฉึก!

คมมีดแทงลงมาอีกครั้ง คราวนี้มือของอวิ๋นเยว่หลิงทะลวงเข้าไปในอกของอาจารย์ตนเอง ก่อนควักหัวใจออกมาต่อหน้าผู้คนทั้งสำนัก

โลหิตสาดกระเซ็นย้อมพื้นหิมะเป็นสีแดงฉาน

อวิ๋นซินมองใบหน้าลูกศิษย์อย่างเลื่อนลอย นางไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ แต่กระนั้น… นางกลับไม่โกรธ มีเพียงความเศร้าเสียใจและผิดหวังเท่านั้น สายตาของนางทอดมองหญิงสาวตรงหน้าราวกับกำลังมองย้อนกลับไปยังเด็กน้อยในวันวานที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่กลางป่าเมื่อเจ็ดปีก่อน ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มเหมือนวันแรกที่มอบให้กับอีกฝ่าย

อวิ๋นเยว่หลิงชะงักไปทั้งร่างนางคาดหวังความแค้น คาดหวังคำสาป คาดหวังสายตาอาฆาต แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงรอยยิ้มอบอุ่นนั้นอีกคราหัวใจของนางก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง

“เหตุใด..เพราะเหตุใด จนถึงป่านนี้แล้วท่านยังไม่โกรธข้าอีก?!”

อวิ๋นซินไม่อาจตอบได้อีกเพราะนางสิ้นใจแล้ว 

หลังจากนั้นไม่นาน สำนักกระบี่สวรรค์ที่ตั้งตระหง่านมานับร้อยปี ก็เกิดพายุปั่นป่วนอย่างรุนแรง ยอดเขาสั่นสะเทือน หิมะถล่มลงมาจากหน้าผาสูง เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งหุบเขาไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหนีรอด กว่าทุกอย่างจะสงบลงก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง และศพมากมายที่ถูกฝังอยู่ใต้หิมะสีแดงฉาน สำนักอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ... ล่มสลายเเล้ว  

 

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
4 Kabanata
บทที่ 1   ศิษย์ทรยศ
บทที่ 1 ศิษย์ทรยศเหนือยอดเขาหิมะที่ปกคลุมด้วยความหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีสำนักแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ สำนักกระบี่สวรรค์ หรือสำนักอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพผู้คนมากมายต่างใฝ่ฝันอยากก้าวเข้ามา แม้เพียงได้เป็นศิษย์ชั้นนอกก็ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต ทว่าสำนักแห่งนี้กลับตัดขาดจากโลกภายนอกมานานนับร้อยปีเเล้ว ผู้คนในสำนักต่างใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหิมะและความหนาวเหน็บราวกับเป็นเรื่องปกติ บางคนกล่าวว่าความหนาวเย็นสามารถหล่อเลี้ยงลมปราณภายในกาย บางคนกล่าวว่าเป็นเจตจำนงของผู้ก่อตั้งสำนัก แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้น มีเพียงเจ้าสำนักรุ่นก่อนเท่านั้นที่รู้อวิ๋นซิน เด็กหญิงผู้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ นางพูดได้ตั้งแต่อายุเพียงห้าเดือน เดินได้ตอนหกเดือน ทว่าเรื่องนี้กลับมีเพียงผู้เป็นบิดาที่รับรู้หลังจากมารดาของนางเสียชีวิตในวันที่ให้กำเนิด บิดาของนางก็ไม่เคยกล่าวโทษแม้เพียงครึ่งคำ ตรงกันข้าม เขากลับรักและเอ็นดูบุตรสาวคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะใบหน้าของนางคล้ายมารดาผู้ล่วงลับถึงแปดส่วนชีวิตของอวิ๋นซินนับว่าดีมาตั้งแต่เกิด บิดาของนางคือเจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ ที่ครอบครองตำแหน่งผู้ใช้กระบี่อ
last updateHuling Na-update : 2026-09-15
Magbasa pa
บทที่ 2 เมื่อลืมตาอีกครั้ง
บทที่ 2 เมื่อลืมตาอีกครั้ง“ซินเอ๋อร์… ฮึก… พี่ขอร้องเจ้าอย่าทิ้งพี่ไป พวกเรามีกันอยู่แค่สองคนแล้วนะ เหตุใดเจ้าถึงใจร้ายกับพี่เช่นนี้…” เสียงสะอื้นของเด็กหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมริมลำธารอวิ๋นเซียวนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เขากอดร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเอาไว้แน่น เสื้อผ้าบนร่างเปียกชื้นจากน้ำที่ติดมากับร่างของน้องสาวเด็กหญิงตัวเล็กในอ้อมแขนมีใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากไร้สีเลือด ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบไร้ลมหายใจชาวบ้านที่ยืนล้อมอยู่รอบ ๆ ต่างมองภาพนั้นด้วยความสลดใจ บางคนถอนหายใจ บางคนถึงกับเบือนหน้าหนี เด็กน้อยเพิ่งมีอายุเพียงหกขวบแท้ ๆ กลับต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้หัวหน้าหมู่บ้าน เถียนต้าซาน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาหนักอึ้ง ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงเบา“อวิ๋นเซียวเอ๋ย...ตัดใจเสียเถิดน้องสาวเจ้าคงไปสบายแล้ว”เด็กหนุ่มกลับส่ายหน้าอย่างแรง พลางกอดร่างของน้องสาวแน่นกว่าเดิม “ ไม่! ซินเอ๋อร์ยังไม่ตาย! นางเพิ่งหกขวบเองนะ สวรรค์เหตุใดถึงใจร้ายเพียงนี้…” เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ ก่อนรีบหันไปคว้ามือชายชราข้างกายเอาไว้แน่น “ท่านหมอชุน! ขอร้องล่ะ ช่วยน้องสาวข้าด้วย ถึงข้าจะไม่
last updateHuling Na-update : 2026-09-15
Magbasa pa
บทที่ 3 ชีวิตใหม่ในร่างเด็กน้อย
บทที่ 3 ชีวิตใหม่ในร่างเด็กน้อยสามวันต่อมา... อวิ๋นซินผู้เพิ่งฟื้นจากความตายจึงเริ่มเข้าใจโลกแห่งนี้มากขึ้นที่นี่แตกต่างจากโลกเดิมของนางโดยสิ้นเชิง โลกแห่งนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘พลังวิญญาณ’ ผู้คนต่างฝึกฝนตนเอง แสวงหาความแข็งแกร่ง มุ่งหวังจะก้าวขึ้นเป็นเซียนในสักวัน ส่วนร่างกายของเด็กน้อยที่นางกำลังอาศัยอยู่ตอนนี้ แท้จริงแล้วมิใช่การสวมร่างหรือการเกิดใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นการหลอมรวมดวงจิตอย่างสมบูรณ์ เด็กน้อยอวิ๋นซินผู้นี้มิได้บกพร่องทางร่างกาย นางเป็นใบ้เพราะดวงจิตไม่สมบูรณ์ต่างหาก และในช่วงสามวันที่ผ่านมาอวิ๋นซินก็ค่อย ๆ เข้าใจความจริงบางอย่างคนทั่วไปเกิดมาพร้อมหนึ่งดวงจิต...แต่นางกลับแตกต่างตั้งแต่ชาติก่อน นางน่าจะเกิดมาพร้อมสองดวงจิต เพียงแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด มารดาของนางจึงอาจใช้วิชาลับบางอย่างแยกดวงจิตอีกดวงหนึ่งออกมาเเล้วส่งมายังโลกแห่งนี้ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของนางเสียชีวิตหลังคลอดก็เป็นได้ ส่วนดวงจิตที่ไม่สมบูรณ์นั้นก็หลอมรวมเข้ากับร่างของเด็กน้อยคนนี้ตั้งแต่แรกเกิด จึงทำให้อวิ๋นซินไม่อาจพูดได้เหมือนเด็กทั่วไป จนกระทั่งวันที่นางถูกศิษย์ทรยศสังหาร ดวงจิตที่เหลืออ
last updateHuling Na-update : 2026-09-15
Magbasa pa
บทที่ 4 เด็กอัปมงคล 
บทที่ 4 เด็กอัปมงคล หลังกลับเข้ามาภายในกระท่อม อวิ๋นซินก็ค่อย ๆ จัดของทั้งหมดเรียงไว้เป็นระเบียบ ก่อนหันไปมองเตาไฟเก่า ๆ ที่มุมครัว เมื่อไม่มีสิ่งใดทำ เด็กน้อยจึงก่อไฟอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วนำหัวมันสามหัวเข้าไปเผาเด็กหญิงคิดอย่างจริงจังว่าปริมาณเท่านี้ก็น่าจะทำให้อิ่มได้แล้ว ระหว่างรอหัวมันสุก อวิ๋นซินก็ค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำของร่างนี้อีกครั้งหมู่บ้านแห่งนี้เดิมทีมีชื่อเรียกอื่น ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนภายนอกกลับพากันเรียกที่นี่ว่า ‘หมู่บ้านคนเถื่อน’หมู่บ้านที่คนภายนอกคิดว่ายากจนที่สุด สกปรกที่สุด และไม่มีผู้ใดอยากคบค้าสมาคมด้วยที่สุดอีกด้วย แต่แท้จริงแล้ว ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่กลับมิใช่คนธรรมดาเสียทีเดียว บางคนเคยเป็นฮูหยินตระกูลใหญ่ที่ถูกใส่ร้าย บางคนเคยเป็นขุนนางที่ถูกหักหลัง เคยร่ำรวย เคยมีอำนาจ สุดท้ายกลับถูกผลักไสจนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้รวมถึงนางกับพี่ชายด้วยเช่นกัน ดูจากผิวพรรณก็พอจะเดาได้ว่าเดิมทีพวกเขาย่อมมิใช่เด็กชาวบ้านธรรมดา ตระกูลอวิ๋นมีรากฐานอยู่ในเมืองหลวง ทำกิจการค้าหยกเนื้อดี จนเกือบได้ถวายสินค้าเข้าสู่ราชสำนัก นับว่าพอมีหน้ามีตาอยู่บ้างนางมีพี่ส
last updateHuling Na-update : 2026-09-15
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status