Masukหญิงวัยสี่สิบทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างหญิงอายุสิบเก้ากับย่าที่นอนป่วยติดเตียง ชีวิตยากจนไร้ญาติขาดมิตร เธอต้องเก็บผักบุ้งขายเพื่อประทังชีวิต ซ้ำยังต้องคอยสู้รบปรบมือกับแก๊งเลี้ยงควายและชายเร่ร่อนอีก
Lihat lebih banyakเม็ดฝนหยดลงบนโหนกแก้มของหญิงสาวที่นอนคว่ำอยู่บนพื้นดิน หงายหน้าข้างหนึ่งขึ้น อยู่ริมถนนลูกรังแห่งหนึ่งของหมู่บ้านไม้งาม บรรยากาศโดยรอบเย็นฉ่ำ ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆหนาสีดำทะมึนบางส่วน
ดวงตาพร่าพรายลืมขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมฝนที่ตกลงมาถี่ขึ้น แต่ร่างนั้นยังคงนอนนิ่ง ในหัวค่อย ๆ เรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อา! นึกออกแล้ว สิริมาเดินออกมาเก็บไข่ไก่ในฟาร์มแล้วสะดุดก้อนหินล้มจนหน้าทิ่มกับดินแข็ง ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจากพื้นดินเล็กน้อย แต่เอ๋… ทำไมมันมืดเร็วจัง เธอจำได้ว่าออกมาเก็บไข่ไก่ตอนเก้าโมงเช้านี่นา และเบื้องหน้าของเธอตอนนี้ก็ยังเป็นตอไม้สีดำอีกด้วย เธอรู้สึกเจ็บหน้าผากข้างขวา ยิ่งโดนน้ำฝนมันก็ยิ่งแสบ
สองมือยันกายลุกขึ้นช้า ๆ แล้วนั่งพับเพียบ ไม่สนใจว่าตัวเองจะเลอะดินโคลนหรือไม่ ยกมือข้างขวาที่เปื้อนดินมาเช็ดกับเสื้อตัวเองอย่างลวก ๆ แล้วแตะที่หน้าผากตัวเองเบา ๆ
“อูย เจ็บ” เธอสูดปากครางเบา ๆ พร้อมกับปาดน้ำฝนที่ไหลลงมาข้างแก้ม แล้วมองดูมือตัวเอง “เฮ้ย! เลือด” เธอหัวแตก มากกว่านั้นคือนิ้วเรียวยาว ท้องมือหยาบกร้าน เล็บมือยาว ตามซอกเล็บมีดินโคลนสีดำและมีรอยคราบน้ำยางอะไรสักอย่างเปื้อนอยู่
ไม่ นี่มันไม่ใช่มือเธอ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น เหยียดขาทั้งสองข้างออกแล้วถกผ้าถุงขึ้น สำรวจร่างกายของตัวเองทุกสัดส่วน สองมือยกขึ้นลูบคลำใบหน้า
นี่มันไม่ใช่ร่างเธอ เธออายุสี่สิบปีแล้วแต่ร่างนี้อายุน่าจะไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ
ตาย ๆ ๆ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ
สิริมากวาดสายตามองไปโดยรอบด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน แสงสีแดงเหลือบส้มของดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้าฝั่งทิศตะวันตกทอแสงออกมาพอให้มองเห็นสิ่งที่อยู่รอบข้างราง ๆ สองข้างทางเป็นทุ่งนา และป่าอ้อย บางแห่งเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ข้างกายเธอมีจักรยานโบราณคันเก่าหนึ่งคัน พร้อมกับถุงก๋วยเตี๋ยวแยกเส้นกับน้ำหนึ่งถุงนอนอยู่ข้างล้อรถจักรยานอย่างน่าอเนจอนาถ แต่โชคดีที่ถุงน้ำซุปยังอยู่ดี
ใช่ ที่นี่ไม่ใช่ฟาร์มของเธอ ในใจเกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อรู้ว่าที่นี่คือที่ที่เธอไม่เคยรู้จัก ทันใดนั้นสิริมาก็รู้สึกปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ สองมือยกขึ้นดึงทึ้งผมตัวเองแรง ๆ เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด ทว่ามันก็ไม่ได้ทุเลาลงเลย ซ้ำยังมีความทรงจำบ้าบออะไรก็ไม่รู้ไหลทะลักเข้ามาผสมปนเปกันจนสมองเธอแทบจะรับไม่ไหว มันหลากหลายเรื่องราวตั้งแต่เด็กจนโตจนเธอจดจำแทบไม่หมด
ไม่นานความทรงจำเหล่านั้นก็หยุดหลั่งไหลเข้ามาเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าของร่างนี้ปั่นจักรยานกลับจากตลาดหลังจากขายผักเสร็จ และแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับมาเพื่อกินกับย่า ขากลับเธอมองไม่ค่อยเห็นทางจึงปั่นจักรยานปีนก้อนหินที่ไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ทำให้รถเสียหลักวิ่งเข้าป่าและชนเข้ากับตอไม้พร้อมกับหัวเธอที่ไปกระแทกกับตอไม้ด้วย
ร่างนี้จึงสลบไป
สิริมาเข้าใจในทันทีว่าเธอเข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวที่อายุเพิ่งจะย่างเข้าสิบเก้าปีที่ชื่อนิลเนตร อาศัยอยู่กับย่าเพียงสองคนไร้ซึ่งญาติพี่น้องมาเหลียวแล พ่อจากไปเพราะโรคพิษสุราเรื้อรังตั้งแต่เธอยังไม่เกิด ส่วนแม่นั้นหนีไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองสัปดาห์ ที่น่าห่วงตอนนี้ย่ายังนอนป่วยติดเตียงอยู่บ้านเพียงลำพัง
ดวงตากลมดำขลับวาบไหวเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เธอต้องรีบกลับบ้านเพื่อนำอาหารไปให้ย่า ป่านนี้ย่าคงหิวมาก ว่าแล้วนิลเนตรก็ลุกขึ้นจับจักรยานขึ้นมาพร้อมกับถุงก๋วยเตี๋ยวที่ตอนนี้เย็นชืดไปหมดแล้ว
นิลเนตรคนใหม่ปั่นจักรยานตากฝนไปตามถนนลูกรังมุ่งหน้าไปที่บ้านตัวเอง บ้านไม้งามเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา ถนนทุกเส้นในหมู่บ้านเป็นดินลูกรัง น้ำตากับน้ำฝนไหลคละกันลงมาสองข้างแก้ม ทั้งปั่นจักรยานทั้งปาดน้ำตา เมื่อรู้ว่าชีวิตของเด็กคนนี้อัตคัดแค่ไหน
นิลเนตรเป็นเด็กไม่ค่อยเต็มบาทขาด ๆ เกิน ๆ เพราะเธอคลอดก่อนกำหนดเกือบเจ็ดสัปดาห์ แต่ร่างกายของเธอปกติดีทุกอย่าง คุยกับคนอื่นรู้เรื่อง เพิ่งเรียนจบชั้นมอหกเมื่อสี่เดือนที่แล้ว มีอาชีพเก็บผักขาย โดยเฉพาะผักบุ้งตามทุ่งนาและยอดกระถินตามข้างทาง เช่นนั้นแล้วรอยคราบที่อยู่ตามฝ่ามือและนิ้วมือรวมถึงปลายเล็บของเธอคงเป็นรอยของยางผักบุ้งที่เธอเพิ่งเก็บไปขายวันนี้ นิลเนตรได้เงินจากการขายผักบุ้งมาห้าสิบบาท จึงซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับมากินกับย่า ก๋วยเตี๋ยวราคาสี่สิบบาท ฉะนั้นวันนี้เธอจึงเหลือเงินจากการขายผักสิบบาท
เธอร้องไห้ออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าต้องมาใช้ชีวิตใหม่ที่รันทดเช่นนี้ เธอทำฟาร์มเพิ่งสบายได้เพียงสองปีก็ต้องมาตายจากเสียแล้ว แต่ยังดีที่ทะลุมิติมาอยู่ในปีเดียวกันที่เธอจากมา สรุปง่าย ๆ คือเธอแค่เปลี่ยนร่างเท่านั้นเอง
เพื่ออะไร! เทวดานางฟ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร เพื่อให้เธอกลับมาปากกัดตีนถีบอีกครั้งอย่างนั้นน่ะเหรอ ทำไมพวกท่านถึงได้ขี้อิจฉานัก สิริมาตัดพ้อในใจ
ถึงตรงนี้นิลเนตรจึงรับรู้ได้ว่ามีของแข็งบางอย่างทิ่มแทงอยู่ที่หน้าท้องของเธอ ดูเหมือนว่ามันจะดิ้นได้และมีขนาดใหญ่โตมโหฬารด้วย เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา สองแขนเรียวโน้มลำคอเขาลงมาแล้วเป็นฝ่ายจูบเขาอีกครั้ง กลีบปากนุ่มบดขยี้จูบเขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้น นานหลายนาทีจนคนตัวใหญ่หลับตาพริ้มเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่คนตัวเล็กมอบให้ จากนั้นเธอถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเดินหนีเขาไปดื้อ ๆ ปล่อยให้เจ้าของร่างใหญ่ยืนอารมณ์ค้างอยู่คนเดียวพอได้สติเขาถึงได้รู้ตัวว่าโดนเธอแกล้ง เขายิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะตัวเล็ก เอาไว้ให้ถึงวันนั้นก่อน เสือหนุ่มจะขย้ำกวางน้อยให้สาสมแก่ใจ” ดวงตาของพ่อเสือหนุ่มเป็นประกายวาววามเมื่อคิดไปถึงคืนวันเข้าหอหฤษฎ์เคลื่อนรถออกไปอย่างช้า ๆ โดยมีนิลเนตรนั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอดการเดินทางต่างฝ่ายต่างคอยมองกันด้วยดวงตาหวานเยิ้ม และพูดคุยกะหนุงกะหนิงกันตลอดเวลา นิลเนตรเพิ่งเข้าใจตอนนี้นี่เองว่าเวลาที่เราได้อยู่กับคนที่ใช่ อะไร ๆ มันก็ดูลงตัวไปหมด ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขามารัก แต่ทั้งสองพร้อมจะปรับตัวเพื่อให้ความรักมันดีขึ้น ที่ผ่านมาเธอเจอแต่คนไม่
หลายเดือนต่อมาหฤษฎ์ได้ย้ายมาประจำการที่สถานีตำรวจภูธรม่วงเขียวที่เดียวกันกับขันติและได้เลื่อนยศจากร้อยตำรวจเอกเป็นพันตำรวจตรีหฤษฎ์ วิเศษไชยเชษฐ์ เขาเลิกทำงานเป็นสายสืบปลอมตัว แล้วส่งต่อให้รุ่นน้องไปทำแทนนิลเนตรก็เริ่มเปิดเพจขายปลาดุกร้าออนไลน์ ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น เธอเองต้องจ้างพนักงานมาช่วยในส่วนหน้างานสามคน และจ้างแอดมินดูแลเพจอีกหนึ่งคน ตอนนี้เธอทำปลานิลแดดเดียวและกบแดดเดียวขายเพิ่มด้วย นิลเนตรให้ช่างมาทำในส่วนสถานที่ทำงานแยกให้ต่างหาก บ้านที่เคยมีต้นมะขามเป็นรั้วเธอก็ให้ช่างมาทำรั้วให้ใหม่อย่างมิดชิดและปลอดภัยเธอเริ่มแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามมากขึ้นและแต่งหน้าทาปากเล็กน้อย ตอนนี้มีคนรู้จักเธอมากขึ้น เธอต้องดูดีและสะอาดเมื่อผู้คนพบเห็น สินค้าที่เธอทำจะได้น่าเชื่อถือไปด้วย เดือนหนึ่ง ๆ เธอทำกำไรจากการขายสินค้าได้มาก อีกไม่เกินหนึ่งเดือนเธอจะซื้อรถยนต์เพื่อไปซื้อของที่ตลาด และพาย่าไปเที่ยวด้วย ผู้คนในหมู่บ้านต่างไม่มีข้อกังขาใดๆ เกี่ยวกับอาชีพของเธอกับย่า และตอนนี้เธอยังเรียนต่อปริญญาตรีภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัยราชภัฏใกล้บ้านอีกด้วย ถึงตอนเป็นสิริมาเธอจะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว
แต่หฤษฎ์กลับสาวเท้ายาวเข้ามาใกล้เธออีก จนนิลเนตรถอยไปชนกับต้นไม้ใหญ่ แขนข้างหนึ่งวางไว้เหนือศีรษะนิลเนตร มืออีกข้างยกขึ้นเท้าเอว “โกหกเรื่องอะไร ไหนว่ามาซิ” “ก็… เรื่องที่พี่มีแฟนแล้ว” “ใครเป็นแฟนฉัน ฉันทำไมไม่รู้จัก” “ไม่ต้องมาทำไขสือ แล้วคุณรดานั่นเป็นใคร” เธอเกลียดผู้ชายที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนทั้งที่ผู้หญิงสองคนกำลังจะตบตีกันเพื่อแย่งเขา “หึ” เขาขำน้อย ๆ ก่อนจะขำออกมาเสียงดังตามหลัง “ขำอะไรนักหนา พอใจมากใช่ไหมที่หลอกฉันได้” “ฉันหลอกอะไรเธอ” “ก็หลอกให้ระ…” “ฮึ! หลอกให้อะไรนะ” เขาถามพร้อมกับคลี่ยิ้มจาง ๆ แล้วเบียดกายใหญ่ให้แนบชิดขึ้นอีกจนนิลเนตรได้กลิ่นกายหอมสะอาดของเขา ผู้ชายคนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้าย ไม่ว่าจะอยู่ในร่างชายเร่ร่อนหรือในร่างผู้กอง “หลอกให้รักอย่างนั้นเหรอ”“ไม่ใช่!” เธอแหวขึ้นเมื่อเขาถามเช่นนั้น แล้วรีบแก้ต่างให้ตัวเอง “พี่หลอกว่าไม่ได้ขับรถตามฉันมา” เธอมุ่ยหน้าปากยื่นเล็กน้อย“อ้อ ฉันไม่ได้ขับรถตามเธอมา…” นิลเนตรกำลังจะอ้าปากเถียงเขาจึงพูดต่อ “ฉันขับตามหัวใจฉันมาต่างหากล
เช้าวันต่อมาหฤษฎ์เดินลงมารับประทานอาหารเช้ากับพ่อแม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แต่สิ่งที่แปลกตาไปก็คือเขาโกนหนวดยาว ๆ นั้นทิ้งไปแล้ว “โกนหนวดได้ซะทีนะ” ภารดีเอ่ยวาจาประชดประชันลูกชาย “ก็แค่รำคาญครับแม่” ภารดีฉีกยิ้มกว้างขึ้น ไว้มาได้ตั้งหลายปีวันนี้มันบอกรำคาญ “นึกว่าโกนหนวดเพราะเอาใจหนูนิลซะอีก” หฤษฎ์หันมาจ้องแม่ตาเขม็ง “แม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงครับ” แล้วชำเลืองมองพ่อแวบหนึ่งที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่ม ท่านทั้งสองต้องมีอะไรปิดบังเขาแน่ ๆ “เขาเป็นแม่ค้าขายปลาดุกร้าที่หนามซื้อมาไม่ใช่เหรอ” “ผมไม่ได้ซื้อกับนิลครับ” “แต่ก็ไปช่วยเขาเก็บผักขายเกือบทุกวัน” หฤษฎ์เริ่มอยู่ไม่สุขเขาขยับก้นเล็กน้อย แม่กับพ่อรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้งที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแม้แต่พี่ชาย จะเล่าให้ฟังบ้างก็มีแค่ขันติเท่านั้น แต่เขาก็คงไม่ได้โทร. มาเล่าให้พ่อกับแม่เขาฟังอย่างแน่นอน “แม่รู้ได้ยังไงครับ” “แม่กับรดาไปเยี่ยมนิลที่บ้านมาแล้ว” หฤษฎ์ผ่อนลมหายใจออกมา “แม่พูดอะไ
ละไมลงจากรถโดยสารประจำทางในหมู่บ้านแล้วก็เดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาที่บ้านอดีตแม่สามี เมื่อเดินมาถึงเธอถึงกับเบิกตาโต จากบ้านที่เคยเก่าทรุดโทรมกลายเป็นบ้านปูนชั้นเดียวหลังใหญ่ หรือจะไม่ใช่บ้านยายเจิม ละไมยืนหันรีหันขวางเพื่อหาตัวช่วย เผื่อจะมีใครสักคนเดินผ่านมาทางนี้ นิลเนตรเดินออกมาจากบ
วันต่อมาถวิลขับรถมอเตอร์ไซด์มาที่บ้านของโตษิณ เขาเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่างทางรีบร้อน โตษิณละสายตาจากโทรศัพท์แล้วมองคนที่มาเยือน “น้าหวิน มาได้ไง” ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญถวิลจะไม่ค่อยเข้ามาในหมู่บ้าน “เอ็งรู้ไหมว่าไอ้อ๊อฟบ้านโคกผักชีมันโดนตำรวจลากตัวไปเมื่อคืน” อ๊อฟหรือชยพนคือเครื
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่โตษิณกำลังนั่งปั่นสล็อตอยู่ในบ้าน เขาจึงรีบกดรับทันทีเมื่อเห็นเบอร์ที่โทร.มาสีหน้าเขาดูเคร่งขรึมขึ้น “ครับนาย”“โทร. มาทำไม”“ของหมดแล้วครับนาย”“เอาเท่าไร”“ห้าร้อยครับ”“ช่วงนี้ขายดีเหรอวะ”“ครับ”“อืม เดี๋ยวจัดให้ พรุ่งนี้ที่เดิมเวลาเดิม”“ครับนาย”โตษิณวางสายไปแล้วก็ย
เย็นวันหนึ่งหลังจากนิลเนตรกินข้าวเสร็จก็นั่งมัดผักอยู่ข้างล่างคนเดียว ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพลบค่ำ แต่ถึงจะมืดก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะตอนนี้เธอมีไฟฟ้าใช้แล้ว อะไร ๆ ก็สะดวกมากขึ้น เธอจึงไม่ต้องคิดมากเรื่องที่จะมองไม่เห็น นิลเนตรนั่งมัดผักได้ครู่ใหญ่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นข้างรั้วมะขาม มันคือเสีย






Ulasan-ulasan