Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-02-19 02:41:26

“ทำไมไม่มาดูตอนกลางวัน”

เตชินท์เดินเคียงข้างกับภัคธีมาเข้ามาภายในโรงภาพยนตร์ เพื่อที่จะดูหนังรอบดึกกันสองต่อสอง เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาดูหนังกันเวลานี้

“ก็ตอนกลางวันพี่เตกับเดียร์ก็ทำงานกันนี่คะ แล้วจะเอาเวลาไหนมาดู” คนตัวเล็กที่ถือถังป๊อปคอร์นกับแก้วน้ำยืนอยู่ตรงหน้า

“กลางวันพี่ว่าง”

“ก็พี่เป็นเจ้านายเขาจะทำงานก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่เดียร์เป็นลูกจ้างเขานะจะลาหยุดบ่อยก็ไม่ดี”

“ลาหยุดไม่ดี งั้นลาออกจากงานมาพี่เลี้ยงเอง”

“พูดเป็นเล่นน่าพี่เต” ประโยคเมื่อครู่นี้ทำเอาคนตัวเล็กตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับเธอ ส่วนมากก็แค่หยอกเท่านั้น แต่ที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วมันดูต่างออกไปเหลือเกิน

“พี่พูดจริง”

เตชินท์บอกพลางส่งสายตาหวานซึ้งให้หญิงสาวโยที่เจ้าตัวนั้นไม่สนใจว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแม้แต่น้อย ผิดกับภัคธีมาที่คอยมองซ้ายแลขวาราวกับกลัวว่าจะมีคนรู้จักมาเห็นเสียอย่างนั้น เธอจึงตัดสินใจจชวนชายหนุ่มมานั่งที่โซฟาสีแดงที่อยู่ไม่ห่างมากนัก เพราะหากยืนอยู่ตรงนี้ก็จะเป็นการขวางทางเดินผ่านไปผ่านมา เวลาของภาพยนต์ที่กำลังจะเข้าไปชมนั่นยังไม่ถึงเวลา อีกทั้งตรงนี้ยังเป็นหน้าเคาน์เตอร์ขายเครื่องดื่มและป๊อปคอร์น

“เอ่อ เดียร์ว่ามันเร็วไปมั้งคะ”

“สมัยนี้มันไม่มีช้าเร็วแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยพลางจองนัยน์ตาหวานซึ้งทำเอาเธอทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ถึงแม้ว่าถจะอยู่ไกล้เขามาหลายต่อหลายครั้ง ในทุกครั้งก็หวั่นไหวไม่ต่างอะไรจากตอนนี้ที่เธอก็ใจเต้นแรงจนทำตัวไม่ถูก

“พี่เตได้เวลาที่หนังจะเริ่มแล้วค่ะ เราเข้าไปกันดีกว่านะคะ”

ก่อนที่จะเกินเลยไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่สาธารณะก็ตามที อีกอย่างผู้ชายตรงหน้าไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่า เธอรีบผละออกไปพร้อมกับแก้วเครื่องดื่ม ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของภัคธีมาอยู่ในส่ายตาของเตชินท์ครู่หนึ่ง คว้าเข้ากับถังป๊อปคอร์เดินตามหญิงสาวที่ยื่นตั๋วหนังให้กับพนักงาน สองหนุ่มสาวเดินเข้าไปชมภาพยนต์โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่มองเตชินท์กับภัคธีมาอย่างสงสัยในความสัมพันธ์ของคนนทั้งคู่

หลังจากที่ดูหนังรอบดึกเรียบร้อยทั้งเตชินท์และภัคธีมาพากันกลับคอนโดมิเนียมของหญิงสาว​โดยมีชายหนุ่มเป็นคนขับรถมาส่ง เป็นประจำทุกครั้งที่ออกไปไหน รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดที่บริเวณลานจอดรถได้ครู่หนึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะลงจากรถ เพราะคนตัวเล็กกำลังตอบแชทข้อความของพี่ชายก่อนจะหยิบกระเป๋าถือเตรียมตัวลงจากรถเพื่อที่จะขึ้นห้อง

“ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะคะพี่เต ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ” คนตัวเล็กหันไปขอบคุณคนข้าง ๆ เสียงหวานด้วยรอยยิ้ม แต่เธอเห็นท่าทางของเขายังคงนิ่งอยู่ไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอจึงยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง

“เป็นอะไรไปคะ”

“พี่ปวดหัว” เขาตอบเสียงอ่อนอย่างไม่สู้ดีนัก

“ปวดหัวมากไหมคะ ขับรถกลับไหวไหม” ภัคธีมาถามด้วยความเป็นห่วงเขาพลางยกข้อมือดูเวลาจากนาฬิกาเรือนเล็กของเธอในตอนนี้ก็เกือบจะเข้าตีสามเสียแล้ว จึงตัดสินใจบอกให้ชายหนุ่มขึ้นไปพักที่ห้องของเธอ

“งั้นขึ้นไปพักที่ห้องของเดียร์ก่อนดีไหมคะ”

“ได้เหรอ” บอกพียงแค่นั้นพร้อมส่งสายตาอ้อนใส่เธอและพยักหน้ารับให้เข้าขึ้นห้อง

“ค่ะ ขึ้นไปพักก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้เดี๋ยวเดียร์หายาให้ทานค่ะ”

หลังจากที่ทังสองตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ภัคธีมาลงรถแล้วรีบเดินไปอีกฝั่งของระเพื่อที่จะประคองคนที่บอกว่าปวดหัวอยู่ครู่ลงจากรถ ชายหนุ่มลงจากรถด้วยท่าทางอ่อนแรงราวกับเหนื่อยเสียเต็มประดาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับเซเล็กน้อย

“อุ๊ย พี่เตไหวไหมคะ”

“นิดหน่อยพี่มึนหัวจัง”

เขาบอกเสียงอ้อน ๆ เอาศีรษะเอียงซบเข้ากับไหล่มนของคนตัวเล็กที่คอยประคองคนตัวสูงที่ยืนจะล้มแหล่อยู่ข้าง ๆ ก่อนที่เธอจะจัดการล็อครถยนต์ให้เรียบร้อย และพาเตชินท์เข้าไปด้านในรอลิฟต์ไม่ถึงนาทีและใช่เวลาไม่นานก็ถึงหน้าห้องพักของภัคธีมา

“พี่เตนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ”

เจ้าของคนสวยพาคนตัวสูงมานั่งรอที่โซฟาสีเบสตัวยาวที่วางอยู่หน้าโทรศัทน์จอขนาดใหญ่ ก่อนที่จะผละออกไปจัดหาน้ำกับยาแก้ปวดมาให้ชายหนุ่ม เพื่อบรรเทาอาการในตอนนี้ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่

“พี่เตเป็นยังไงบ้างคะ” คนตัวเล็กหย่อนกายนั่งข้าง ๆ  เขาพร้อมทั้งส่งยาและแก้วน้ำในมือส่งให้เขารับประทาน

ชายหนุ่มรับของทั้งสองสิ่งมาไว้ในมือของตนก่อนจะวางเข้ากับโต๊ะกลางหน้าทีวี และหันมาทางคนตัวเล็กที่มองตนด้วยความงวยงงราวกับสงสัยว่าทำไมถึงไม่กินยา

“ทำไมถึงไม่ทานละคะ พี่เตบอกว่าปวดหัวไม่ใช่เหรอ”

“พี่ไม่อยากกินยา  พี่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า”

“อะไรเหรอคะ” เธอถามอย่างสงสัยทำไมเขาถึงไม่ทานยาที่ตนนำมาให้เมื่อครู่ แต่กลับวางลงตรงหน้าเสียอย่างนั้น

“พี่อยากคุยกับเดียร์เรื่องของเรา”

“เราก็เป็นแฟนกันอยู่แล้วนี่คะ”

“พี่อยากเป็นมากกว่าแฟน พี่อยากดูแลเดียร์” น้ำเสียงของเขานุ่มทุ้มปนหนักแน่น จ้องลึกเข้าในนัยน์ตาหญิงสาวอย่างหวานซึ้งใหเห็นถึงความจริงใจของตน

“พี่เตหมายความว่ายังไงคะ”

ถึงแม้ว่าเธอพอจะเดาความหมายของเตชินท์ออกออกบ้าน ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้อะไรเลย แต่ต้องการถามเพื่อความแน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า

“พี่รักเดียร์ เป็นของพี่นะ”

สิ้นเสียงของชายหนุ่มที่ไม่รอคำตอบอะไรจากภัคธีมาแม้แต่น้อย ริมฝีปากหนาประกบเข้ากับริมฝีปากบางของหญิงสาวอย่างดูดดื่ม ทำเอาคนที่ไม่ประสานเรื่องอย่างว่าถึงกับตาโตทำตัวไม่ถูก แต่แล้วก็ต้องปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความปรารถนาที่มีมากล้นตามความต้องการของกันและกัน ให้เข้าสู้ห้วงทำนองของความฝันที่แสนหวานและอบอุ่นที่เตชิยท์มอบให้กับคนที่อยู่ใต้ร่างของเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เปลืองใจ   บทส่งท้าย

    “มาที่นี่ทำไมวะ” พี่ชายของภัคธีมาถามราวกับไม่ได้เป็นมิตรเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่จัดการปัญหาที่ค้างคาแล้ว “กูมาหาเดียร์ เดียร์อยู่ข้างในใช่ไหม”“อยู่ แต่มึงเข้าไปน้องกูก็ไม่อยากเจอมึงอยู่ดี” ธนินบอกไปตามตรงหลังจากที่สังเกตุอาการของน้องตัวเอง“แต่กูอยากคุยกับเดียร์จริงๆ”เสียงของชายหนุ่มอ้อนวอนคนตรงหน้าอย่างขอความเห็นใจ พลางกวาดสายตามองเข้าไปข้างในบ้านด้วยความคุ้นเคย แต่กลับไปสะดุดกับร่างคุ้นตาที่แสนคิดถึงที่เดินออกมาจากในครัวและเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง“เดียร์เป็นยังไงบ้าง คุยกับพี่หน่อย”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนที่ทำร้ายจิตใจของเธอไม่อาจลืม ผู้ชายคนที่เธอมอบหัวทั้งดวงเอาไปให้เขาโยนทิ้ง ภัคธีมามองไปทางเตชินท์ที่ยืนอยู่หน้าพี่ชายเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นห้องไปทำทีเป็นไม่สนใจ แต่ในใจของเธอนั้นก็ยังคงรักเขาอยู่ ด้วยความที่บาดแผลที่เธอได้รับมานั้นเพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ ขอเวลาให้ตัวเองได้ทบทวนอะไรต่อมิอะไรเสียหน่อยว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“เดียร์พี่ขอโทษคุยกับพี่ก่อน”“มึงให้เวลาน้อง

  • เปลืองใจ   บทที่ 10

    รีสอร์ทของเตชินท์แทบจะกลายเป็นที่ประจำของภัคธีมาเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเธอมาที่นี่ทำงานอีกทั้งก็มาพักผ่อนกับคนรักของเธอ แต่พักหลังมานี้คนตัวเล็กแทบจะไม่มีเวลามาอีกทั้งงานที่เธอรับผิดชอบก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีเพียงแค่มาช่วยดูรายละเอียดความเรียบร้อยของการตกแต่งต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่เธออกแบบหรือเปล่า“เข้าไปข้างในกัน”สองพี่น้องเดินตรงเข้าไปข้างในรีสอร์ทของเตชินท์ เพื่อที่จะให้ภัคธีมาคุยประบความเข้าใจกับเพื่อนของตัวเอง ทั้งสองเดินหาอยู่นานสองนานก็ยังไม่พบ จึงเอ่ยถามพนักงานที่อยู่แต่นั้นว่าเห็นเจ้าของรีสอร์ทหนุ่มอยู่ที่ไหน หลังจากที่ได้คำตอบแล้วจึงรีบเดินตรงไปที่นั่นทันที ในยามนี้ท้องฟ้าเริ่มที่จะมืดพอสมควรตอนนี้มันเริ่มค่ำแล้วเพราะจากคำบอกเล่าของพนกงานชายและหญิงสองคนนั้นตอบมา ว่าเห็นเจ้านายกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ที่บ้านพักของตนเองที่ท้ายหาดข้างบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างได้ไม่นาน ก็ได้ยอนเสียงสนทนาที่ค่อย ๆ ดังขั้นมา“มึงทำจริงเหรอวะที่มึงหมั้นกับน้องเดียร์เพราะอยากเอาคืนไอ้กรที่มันเคยทำกับมึงไว้ใช่ไหม”ตุลธรถามเพื่อนอย่างสงสัย ผู้ร่ว

  • เปลืองใจ   บทที่ 9

    หลายเดือนผ่านไป หลังจากที่งานมั่นของทั้งคู่ได้จัดขึ้นเรียบร้อยรวมทั้งผู้คนหมู่มากรู้เรื่องราวของสองหนุ่มสาวไปบ้างแล้ว ทุกคนต่างใช้ชีวิตกันตามปกติเช่นเดิมในทุก ๆวัน“งานเมื่อไหร่จะเรียบร้อยสักทีเหนื่อยไปหมดแล้ว” ร่างเล็กแต่สูงเพรียวของภัคธีมานั่งอยู่หน้าแลปท็อปของตัวเองพลางแก้งานให้ลูกค้ารายใหม่และรายเก่าที่ยังไม่เรียบร้อยดีจนแทบหัวหมุน แต่ทว่าเธอนั้นโชคดีหน่อยทั่งานของเตชินท์นั้นเรียบร้อยไปเกินครึ่งแล้ว เธอเทียวลงไปดูงานเองแทบจะทุกครั้งตามคำสั่งของเจ้านายอย่างธีรัตม์“เดี๋ยวนี้บ่นเก่งจริง ๆ นะเพื่อนฉันเนี่ย” “ก็ปกติมั้ยที่บ่นเนี่ย วันไหนไม่บ่นน่ะสิแปลกแล้ว”“ก็จริงที่พี่เดียร์พูดนะคะพี่ตะวัน ถ้าขิงไม่ได้ยินพี่เดียร์บ่นน่ะวันนั้นจะเป็นอะไรที่แปลกมากจนคิดว่ามีใครทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างนั้นแหละ”“ชอบให้บ่นหรือไม่ให้บ่นล่ะเนี่ย”“บ่นนั่นแหละมันเป็นตัวแกดี เงียบ ๆ ขรึม ๆ เหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไม่ดีบรรยากาศอึมครึมบากขอบอก” ตะวันวาดเสริม พลางมองหน้าคนที่นั่งหน้าเครียดกับงานยิ้ม ๆ

  • เปลืองใจ   บทที่ 8

    “วันนี้ใครมาคุณเตมารับหรือเปล่าน่ะเดียร์” เสียงของเพื่อนร่วมงานถามอย่างเป็นปกติโดยที่ไม่มีอะไรพิเศษ มันเป็นประโยคที่แสนจะเรียบง่ายก็ตาม แต่มันก็ชินเสียแล้วสำหรับภัคธีมา“วันนี้กลับเองพอดีพี่เตมีประชุมน่ะ” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“งั้นดีเลย คุณเตไม่มางั้นเราไปหาอะไรกินกันมั้ย”ภัคธีมานิ่งราวกับคิดอยู่ครู่ว่ามีงานค้างหรืออะไรที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จหรือเปล่า แต่เมื่อทุกิย่างไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรเธอจึงพยักหน้าตอบตกลง เพราะเธอเองหลังจากที่หมั้นกับเตชินท์ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนเลย วันหยุดก็อยู่แต่กับชายหนุ่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำเรียกว่าตัวติดกันจนแทบจะเป็นปาท่องโก๋ก็ว่าได้“แน่นะว่าไปได้ ไม่ใช่ไปถึงร้านแล้วคุณเตชินท์สุดหล่อของเธอโทรฯหาอีกล่ะ” ตะวันวาดแซวเพื่อนยิ้ม ๆ เพราะมองเพื่อนแววตานั้นเต็มไปด้วยความรักเมื่อพูดถึงคู่หมั้นหนุ่มเพราะตะวันวาดเองเพิ่งรู้มาจากเพื่อนว่าเตชินท์เป็นรักแรกของเธอตั้งแต่สมัยเด็กแต่ด้วยความต่างอะไรหลาย ๆ อย่างเลยไม่อาจบอกไป และจำได้ช่วงตอนมัธยมเหมือยอีกฝ่ายจะมีคนรักที่กำลังคบกันอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าใคร ทำได้เพียงแค่แอบมองอยู

  • เปลืองใจ   บทที่ 7

    “กรทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ”น้ำเสียงหวานละมุนของใครบางคนดังมาแต่ไกล เจ้าหล่อนเห็นคนรักของตัวเองเดินมาหยุดที่ประตูหน้าบ้านเป็นเวลานานสองนาน ไม่ยอมเดินเข้าไปสักทีตนจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปถามไกล ๆ แต่เสียงสนทนาของคนที่อยู่ด้านในนั้นช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน‘ทำไมเสียงมันคุ้น ๆ อะไรแบบนี้ง’“เปล่าหรอกไม่มีอะไร” ธนินหันไปตอบแฟนสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ให้ผิดสังเกตว่าตนกำลังคิดเรื่องราวบางอย่างจึงรีบบอกปัดออกไป“งั้นเข้าไปหาคุณย่าดีกว่า เหมือนชมได้ยินเสียงของน้องเดียร์น่าจะอยู่ข้างในกับคุณย่าเหมือนกัน” ชลิตาแฟนสาวของธนินพูดขึ้นพร้อมทั้งเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านพร้อมทั้งยกมือทักทายย่าอ่อนศรี“สวัสดีค่ะย่า น้องเดียร์”เสียงทักทายของผู้มาใหม่ทำเอาบทสนทนาที่กำลังสนุกคึกครื้นเมื่อครู่นี้เงียบลง ทั้งสามคนพร้อมใจกันหันไปมองตามเสียง แต่ดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้จะมีหนึ่งคนที่นิ่งอึ้งไม่พูดอะไร“พี่กร พี่ชม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะทำไมไม่โทรบอกจะได้ไปรับ”“พี่อยากจะเซอร์ไพร์ทน้องเดียร์ด้วย”คนตัวเล็กฟังแล้วพยักหน้ารับยิ้ม ๆ“สวัส

  • เปลืองใจ   บทที่ 6

    ชีวิตการทำงานที่แสนราบเรียบของภัคธีมาดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ทุกคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับเตชินท์ลูกค้ารายใหญ่ของทางบริษัท เหมือนมีบางอย่างที่ผิดปกเกี่ยวกับอารมณ์ของมัณฑนากรสาวที่ช่วงหลัง ๆ อารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก“ทุกคนเดียร์ซื้อชานมไข่มุกหวานน้อยมาฝากค่ะทุกคน”คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาภายออฟฟิศหลังจากที่เธอออกไปคุยงานกับลูกค้าอีกคนหนึ่งมาและระหว่างทางที่ขับรถกลับออฟฟิศนั้นเกิดอยากจะกินชานมไข่มุกของร้านที่อยู่ข้างล่างเข้าพอดีในจังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะสั่งคนที่เพิ่งแยกออกมาจะเธอเมื่อช่วงเช้สตรู่เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งจ่ายค่าเครื่องดื่มอีกทั้งยังสั่งเผื่อพนักงานคนอื่น ๆ อีกหลายสิบแก้วให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆก่อนที่เตชินท์จะเดินจากไปเธอถามเขาว่ามมาจ่ายค่าเครื่องดื่มพวกนี้ให้เธอทำไมกันเขาบอกเธอแค่ว่า ‘จ่ายเงินให้เมียมันผิดตรงไหน’ คำพูดของเขาทำเอาเธอนิ่งเงียบไม่สามารถตอบโต้อะไรเขาได้เลย เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมามันคือเรื่องจริง“วันนี้ฝนจะตกไหมเนี่ย““นั่นสิ พักหลัง ๆ

  • เปลืองใจ   บทที่ 4

    “มาส่งดอกไม้ให้กับคุณภัคธีมาครับ”พนักงานส่งของบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางกวาดสายตามองหาเจ้าของชื่อว่าจะมีใครออกมารับหรือไม่จากการที่ดูแล้วทุกคนที่อยู่ในนี้ต่างพากันก้มหน้าก้มตายุ่งงานของตัวเอง“วันนี้ดอกไม้ก็มาอีกหนึ่งช่อใหญ่ ๆ เหมือนเคย” เพื่อนร่วมงานของภัคธีมากลายเป็นคนรับดอกไม้จำเป

  • เปลืองใจ   บทที่ 3

    เตชินท์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานนิ้วมือของเขาเคาะเข้ากับโต๊ะเบา ๆ ราวกับกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่างอยู่ สายตาคมที่คิดว่าเหม่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่างแต่กลับจับจ้องไปยังรูปภาพที่อยู่บนหน้าจอ แล็ปท๊อปขนาดใหญ่ที่มีชายหนุ่มกับสาวสวยอีกหนึ่งคนกำลังยืนหวานชื่นท่ามกลางความงดงามของฝรั่งเศษ ก่อนจะลบ

  • เปลืองใจ   บทที่ 2

    “พี่ฝากงานพวกนี้ด้วยนะ ถ้าสงสัยอะไรไม่เข้าใจยังไงถามพี่ได้ตลอด”ภัคธีมามอบงานให้น้อง ๆ ในทีมที่ทำงานร่วมกับเธอ พร้อมทั้งอธิบายในเนื้องานต่าง ๆ มันเป็นแบบไหนต้องทำอย่างไรกับงานชิ้นนั้น ๆ เธอเชื่อว่าตะวันวาดและคนในทีมจะช่วยกันทำให้ดีที่สุด ส่วนของเธอก็ต้องออกมาดีที่สุดเช่นกัน“ได้เลยค่ะพี่เดียร์ พวกเ

  • เปลืองใจ   บทที่ 1

    ท่ามกลางเมืองที่แสนวุ่นวายของผู้คนทำงานเช่นเดียวกันกับตะวันวาดที่กำลังว้าวุ่นใจที่มองซ้ายแลขวาไม่พบเพื่อนร่วมงานคนเก่งของตนมาถึงออฟฟิศเสียที เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญเสียด้วย อีกอย่างหญิงสาวเป็นคนที่ตรงเวลาเอามาก ๆ ไม่เคยมาสายแม้แต่ครั้งเดียว แต่นี่อะไรกันสายไปหลายนาทีแล้ว ยังติดต่อภัคธีมาไม่ได้แม้แต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status