Share

บทที่ 6

last update Date de publication: 2025-02-20 02:41:35

ชีวิตการทำงานที่แสนราบเรียบของภัคธีมาดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ทุกคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับเตชินท์ลูกค้ารายใหญ่ของทางบริษัท เหมือนมีบางอย่างที่ผิดปกเกี่ยวกับอารมณ์ของมัณฑนากรสาวที่ช่วงหลัง ๆ  อารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

“ทุกคนเดียร์ซื้อชานมไข่มุกหวานน้อยมาฝากค่ะทุกคน”

คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาภายออฟฟิศหลังจากที่เธอออกไปคุยงานกับลูกค้าอีกคนหนึ่งมาและระหว่างทางที่ขับรถกลับออฟฟิศนั้นเกิดอยากจะกินชานมไข่มุกของร้านที่อยู่ข้างล่างเข้าพอดี

ในจังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะสั่งคนที่เพิ่งแยกออกมาจะเธอเมื่อช่วงเช้สตรู่เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งจ่ายค่าเครื่องดื่มอีกทั้งยังสั่งเผื่อพนักงานคนอื่น ๆ  อีกหลายสิบแก้วให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ

ก่อนที่เตชินท์จะเดินจากไปเธอถามเขาว่ามมาจ่ายค่าเครื่องดื่มพวกนี้ให้เธอทำไมกัน

เขาบอกเธอแค่ว่า ‘จ่ายเงินให้เมียมันผิดตรงไหน’ คำพูดของเขาทำเอาเธอนิ่งเงียบไม่สามารถตอบโต้อะไรเขาได้เลย เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมามันคือเรื่องจริง

“วันนี้ฝนจะตกไหมเนี่ย“

“นั่นสิ พักหลัง ๆ  พี่เดียร์ของเราอารมร์ดีจนมีพิรุธนะเนี่ย”

เพื่อนร่วมงานต่างพากันสงสัยมิวายเอ่ยแซวหญิงสาวเพราะช่วงพีกหลัง ๆ  ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวหนักหนากัสหรืองานเยอะล้นมือมากมายเพียงใด ก็ยังพบรอยยิ้มที่สุดแสนจะสู้กับทุกสิ่งเสมอ แต่วันนี้หญิงสาวที่อารมณ์ดีผิดปกติ

“อารมณ์ดีอะไร มันก็ปกติ พี่ก็ซื้อมาเลี้ยงทุกคนออกจะบ่อย”

เธอตอบพลางจะเดินผ่านเพื่อนร่วมงานในทีมของตนกลับเข้าไปยังห้องทำงานของตนที่ขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ตองหยุดชะงักกับประโยคสนทนาต่อมา “ใช่พี่ค่ะ พี่เดียร์เลี้ยงบ่อย แต่ไม่ได้เลี้ยงเยอะแทบจะทั้งบริษัทอะไรขนาดนี้นี่น่า ยังไงขอบคุณนะคะที่ซื้อชานมมาเลี้ยงพวกเราวันนี้”

เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ต่างพากันขอบคุณในความมีน้ำใจของคนตรงหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะ ทานให้อร่อยนะคะทุกคน”

“พี่เดียร์ไปได้เลขเด็ดอะไรมาหรือเปล่าคะเนี่ย”

“ไม่หรอกมีคนเลี้ยงอีกที” ภัคธีมาตอบกลับในจังวหะที่ตนกลับหลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่กับตัวเองก็ต้องชะงัก

“มีคนเลี้ยงใครอะ แอบคบใครอยู่หรือเปล่า” ครานี้เป็นเสียงของตะวันวาดที่ถามเพื่อนน้ำเสียงเย้าหยอกคนตรงหน้าตามนิสัยของตน

“บ้าน่ะ จะมีที่ไหนวัน ๆ  ทำแต่งานออกไปเจอลูกค้าเอาเวลาไหนหาแฟนเล่า”  ตอบปัดๆไปเพื่อไม่ให้สงสัยพลอยหลบสายตาหลายคู่ที่จ้องเธอราวกับจับผิดเสียอย่างนั้น

“แน่นะว่าไม่มีอะไรปิดบังฉันน่ะยัยเดียร์”

“กินไปเถอะน่า”

บทสนทนาเงียบหายไปครู่หนึ่งเพราะต่างคนต่างพากกันดื่มชานมไข่มุกแก้วของตนเอง แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ที่กินแก้วของตัวเองไป พลางมองหน้าของภัคธีมาไปราวกับว่ามีเรื่องคับแคลงใจและสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้ว่าจะถามออกมาดึหรือไม่ นั่นก็คือ ณัฐนรีสาวผมสั้นสีผมสีเทาอ่อนความยาวประบ่าที่มีทั้งความสวยหล่อนเป็นคนที่ชอบลุยแต่มีความอ่อนโยนอยู่ในตัว

“มีอะไรหรือเปล่าณัฐเห็นมองหน้าเรานานสองนาน”

“ณัฐมีเรื่องอยากจะถามเดียร์เหรอ” ผู้ถูกถามมองหน้าอย่างสงสัยที่คนตรงหน้ามองเธออยู่นานสองนาน แต่อันที่จริงมองมาหลายวันแล้ว เหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าถามเสียที

“เมื่ออาทิตย์ก่อนเดียร์ไปดูหนังรอบดึกกับใครมาเหรอ”

สิ้นเสียงของณัฐนรีที่เอ่ยประโยคนั้นออกมาทำเอาเหล่าสาว ๆ ที่อยู่ด้วยกันถึงกับหันหน้ามองภัคธีมาเป็นทางเดียวกัน ทำเอาเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งกับคำถามและสายตาที่มองมาทางเธอราวกับอยากรู้เรื่องราวที่พูดขึ้นมา

“ณัฐตาฝาดหรือเปล่า เดียร์นี่นะจะไปดูหนัง” เธอรีบบ่ายเบี่ยงหลีกเลียงที่จะตอบคำคนตรงหน้าด้วยหาหลุดขึ้นมามันคงไม่ดีแน่

“ไม่ฝาดหรอกวันนั้นณัฐไปดูหนังกับแฟนมาเหมือนกัน น่าจะเป็นตอนที่เดียร์เดินสวนเข้าไปแล้วไม่ทันได้มองมั้ง”

ด้วยความที่ว่าผ่านมาเกือบจะสัปดาห์เข้ามาแล้วความทรงจำมันย่อมเลือนลางและจำไม่ได้เป็นธรรมดา ใบหน้าครุ่นคิดราวกับว่าคุ้นเคยกับผู้ชายที่อยู่กับภัคธีมาวันนั้น

ทำเอาคนตัวเล็กเลิกลั่กดูดน้ำจากแก้วแก้เก้อไปพลาง ๆ ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงแต่ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยอะไรขึ้นมา ประโยคถัดมาที่

ณัฐนรีพูดขึ้นถึงขั้นสำลักน้ำ

“ผู้ชายคนนั้นเหมือนคุณเตลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทเราเลย”

“จริงเหรอ”

หลายเสียงเอ่ยขึ้นประสานขึ้นอย่างตกใจเสียอย่างแรงหลังจากที่ได้ยินชื่อ ไม่คิดว่าจะเป็นคนนี้เสียด้วยซ้ำ

“คุณเตเหรอ”  เสียงของภัคธีมาแผ่วเบาราวกับละเมอชื่อของชายหนุ่มคนรักของตน ไม่คิดว่าวันนั้นณัฐนรีจะอยู่ที่นั้นด้วย

“ใช่ฉันเห็นผู้ชายคนที่เดียร์ไปดูหนังด้วยเป็นคุณเต”

“แกคบกับคุณเตใช่ไหมเดียร์”ครานี้เป็นตะวันวาดเพื่อนสนิทถามอย่างอยากรู้แววตาเป็นประกายราวกับว่าชอบใจและปลื้มใจก็ไม่ปาน

“เอ่อ...”

ในตอนนี้ภัคธีมาเหมือนคนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องส่วนตัวก็ตาม แต่ถามและจ้องกันขนาดนี้จะตอบว่าอย่างไรดีล่ะ ว่าเธอกำลังคบหาอยู่กับเตชินท์ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ชายและเป็นลูกค้ารายใหญ่ของที่นี่อีกด้วย

“ครับผู้ชายคนนั้นคือผมเอง”

ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนนอกเสียจากเสียงของเตชินท์ที่เดินเข้ามาภายในบริษัทอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นที่ของตนเสียอย่างนั้น

“พี่เต” ภัคธีมาหันมองไปตามเสียงทำเอาดวงตตากลมโตเบิกโพลงในทันที เป็นเขาจริง ๆ ด้วยเธอไม่ได้ตาฝาด เธอคิดว่าเขากลับไปตั้งแต่แยกกันตอนอยู่ข้างล่างแล้วเสียอีก

“คุณเตกำลังคบกับเดียร์เหรอคะ”

ตะวันวาดถามอย่างสงสัยเพราะคนอื่น ๆ ก็สงสัยอะไรไม่ต่างจากตน อีกอย่างคิดไม่ถึงเสียมากกว่าว่าเขาจะย้อนกลับมาที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ตกลงกันแล้วว่าจะกลับไปเจอกันที่บ้านของเขาหรือไม่ก็คอนโดมิเนียมของเธอ

“ไหนว่าจะเจอกันหลังเลิกงานไงคะ” เธอขยับมาหาชายหนุ่มที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ  ตนก่อนที่จะเอียงศีรษะเข้าหาเขากระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินเพียงสองคน

“พี่ซื้อของกินมาฝากเพื่อนของเดียร์ แล้วก็แวะมาคุยงานกับคุณธีรัตม์เข้าด้วย”

หลังจากที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ โดยที่ไม่ตอบอะไรชายหนุ่มให้คนอื่น ๆ สงสัยไปมากกว่านี้

“พี่เตแวะมาคุยกับงานใช่ไหมคะ ตอนนี้พี่ธีร์อยู่ในห้องค่ะ” เธอบอกเขาและเผลอเรียกสรรพนามที่คุ้นเคยกันในยามที่อยู่กันสองต่อสองเท่านั้น ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกเสียจากพยักหน้ารับอย่างยิ้ม ๆ ก่อนที่จะเดินตรงไปยังห้องทำงานของธีรัตม์ ลับหลังร่างสูงโปร่งที่ดูสง่างามเป็นที่หมายตาของสาว ๆ หลายคนรวมทั้งคนที่อยู่ในที่นี่ด้วย  เหล่าสาว ๆ เพื่อนร่วมงานของภัคธีมาชะเง้อคอมองดูเพื่อความแน่ใจว่าเขาเข้าไปข้างในแล้วจริง ๆ  ก่อนที่จะหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนดูดชานมไข่มุกทำปากแข็งไม่ยอมตอบคำถามพวกตนอีกครั้ง

“ยังไง ไหนยังไงว่ามาสิแม่คนปากแข็ง” ตะวันวาดท้าวเอวมองภัคธีมาราวกับจะจะคาดคั้นเอาความจริง ท่าทางนั้นกลับไม่ได้จริงจังแม้แต่นิดเดียวมันจะติดไปทางหยอกล้อกับเพื่อนเสียมากกว่า

“นั่นสิว่ายังไง” คนอื่น ๆ  ต่างอยากรู้ในความสัมพันธ์ของคนที่ไม่เคยเปิดใจให้กับผู้ชายคนไหน หรือมีคนมาจีบสาวเจ้าก็ตัดสัมพันธ์เสียทุกคน แต่ว่าไม่ใช่กับคนนี้

“อือ ๆ   ตอบก็ได้ เดียร์กำลังคบกับพี่เตอยู่ แต่ไม่ต้องถามนะว่าไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเดียร์ก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน”

คนที่ถูกเพื่อนรบเร้าเรื่องคนรักอยู่นานสองนานจำเป็นต้องบอกในสถานะของตนกับเตชินท์ให้ได้รู้ อันที่จริงเธอไม่อยากจะปิดบังอะไรกับทุกคน แต่เพียงแค่ว่าของให้มั่นใจมากกว่านี้ก่อนถึงจะเปิดตัวกัน หลังจากที่เธอพูดจบประโยคที่แสนยาวเหยียดของตนจบก็รีบผละเดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานของตัวเองทันที เพราะถ้าหากอยู่นานกว่านี้เหล่าเพื่อนร่วมงานก็จะถามกันไม่หยุดเป็นแน่

เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายต่อหลายเดือนความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวเป็นไปในทางที่ดี ถึงแม้ว่าจะมีทะเลาะกันบ้างก็ตามประสาของคนรัก แต่คนส่วนใหญ่ทั้งในบริษัทของเตชินท์และภัคธีมาต่างรู้ว่าทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเปิดตัวกันได้ไม่นาน หลายคนต่างเห็นว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมอยากทั้งสอง

จนอยากให้ทั้งสองแต่งงานกัน เช่นเดียวกันกับคุณย่าของภัคธีมาที่เห็นเด็กทั้งสองคนนี้อยู่ในสายตาของคุณย่าอ่อนศรี เช่นเดียวกับตอนนี้ที่เตชินท์มักจะมาเยี่ยมเยียนนางที่อาศัยอยู่ที่บ้านของหลานชายที่ตอนนี้ไปทำงานอยู่ต่างที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับ

“คุณเตหอบของมาเยอะแยะอีกแล้วค่ะคุณย่า”  น้อยแม่บ้านคนที่คอยดูแลอ่อนศรีมานานในระหว่างที่หลานชายและหลานสาวไปทำงาน เพราะด้วยความกลัวว่าจะเกิดอันตรายในยามที่อยู่คนเดียว

“สวัสดีครับคุณย่า” เตชินท์เดินถือของพะรุงพะรังเข้ามาภายในบ้านตรงที่อ่อนศรีและน้อยทีกำลังนั่งคุยกันอยู่

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะน่ะพ่อคุณ ย่าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อมา” นางบอกอย่างเกรงใจเพราะคนรุ่นราวคราวหลานมาครั้งใดมักมีของติดไม่ติดมือมาตลอด ทั้งที่มาเยี่ยมตนหรือตอนที่มาหาหลานสาวในช่วงวันเสาร์อาทิตย์

“ไม่เป็นไรครับคุณย่า ผมเต็มใจวันนี้ผมซื้อของบำรุงมาให้คุณย่าด้วยครับ”  ว่าแล้วชายหนุ่มก็กำลังจะเดินเอาของเข้าไปวางไว้ให้อย่าอ่อนศรีกับน้อยในบ้านแต่ก็ถูกน้อยยื่นมือมารับของขากเข้าไปอยู่ในมือของตนแทน

“ขอบคุณครับย่าน้อย”

“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของน้อยอยู่แล้ว คุณเตนั่งคุณกับคุณย่ารอคุณเดียร์ดีกว่าค่ะ”

แต่ก็ถูกน้อยเอ่ยขึ้นเสียก่อนบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของตนให้เตชินท์นั่งคุยกับคุณย่าระหว่างที่รอภัคธีมาลงมาจากห้องของตน เท่าที่นางรู้

หญิงสาวมักจะนอนดึกอยู่เสมอเพราะด้วยความที่งานของหญิงสาวนั้นล้นมือไม่ว่าหยุดเสาร์อาทิตย์มักจะเห็นหอบงานกลับมาทำที่บ้านตลอดไม่คอยมีเวลาออกไปเที่ยวไหนเหมือนคนอื่น ๆ ด้วยความที่วัน ๆ ทำแต่งาน

“ทำไมป้ารู้ล่ะครับว่าผมจะถามหาเดียร์” ชายหนุ่มถามยิ้ม ๆ

“ก็ป้ารู้นี่ค่ะ เพราะคุณเตมาหาบ้านทีไรมักจะถามหาคุณเดียร์ตลอด ผิดกับเมื่อก่อนที่มาหาคุณกร”

“ก็ตอนนี่ไอ้กรไม่อยู่ ผมก็มาหาเดียร์สิครับ”

“ตั้งแต่มาบอกกับย่าว่าคบกันก็เทียวมาหาย่าบ่อยกว่าเมื่อก่อน” นางพูดดยิ้ม ๆ ด้วยความเอ็นดูคนที่เปรียบเหมือนหลานชายอีกคนหนึ่ง

“เมื่อก่อนงานผมยุ่งมากเลยครับย่า แล้วอีกอย่างผมเตรียมที่จะเปิดรีสอร์ตใหม่ด้วยครับเลยไม่ค่อยมีเวลา อีกอย่างนะครับห้องพักที่รีสอร์ตใหม่ทั้งหมดของผมเดียร์เป็นคนออกแบบ รวมทั้งบ้านใหม่ด้วยครับ” ชายหนุ่มบอกอย่างยาวเหยียดเพราะมาหลายที่มาก็ไม่มีโอกาสได้คุยเพราะมาด้วยความเร่งรีบ อีกอย่างในยามที่เขาจะพูดเรื่องงานทีไรมักจะชอบลืมอยู่บ่อนครั้ง หรือไม่ก็มีงานเข้ามาอยู่ตลอด

“จริงเหรอยัยเดียร์ทำงานให้เราด้วยเหรอ”

“ครับคุณย่า น้องออกแบบงานออกมาสวยได้ถูกใจมากเลยครับ” ชายหนุ่มชุมหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอย่างภูมิใจในตัวของภัคธีมา ถึงแม้ว่าในตอนแรกเขามักจะให้เธอแก้งานใหม่อยู่ตลอด ทั้งที่งานจริงของเธอทั้งสวยและมีคุณภาพไม่ว่าจะงานไหนและงานของใคร

“กว่าพี่เตจะให้งานเดียร์ผ่านก็ใช้เวลาไปนานเหมือนกันนะคะคุณย่า”

“นานขนาดนั้นเลยเหรอลูก”

“ใช่ค่ะ พี่เตเขาแกล้งเดียร์ให้แก้ใหม่ใช้เวลาหลายเดือนเลยเดียร์เหนื่อยจะแย่” คนตัวเล็กที่เพิ่งลงมาจากห้องนอนของตนเองมาได้ยินคำพูดของแฟนหนุ่มเข้าพอดีจึงรีบฟ้องผู้เป็นย่าทันที ทั้งภัคธีมา เตชินท์และอ่อนศรีนั่งคุยเรื่องสรรพเพเหระไปเรื่อย ๆ ด้วยความสนุกสนานที่นาน ๆ จะได้หัวเราะได้เต้มเสียงบ้าง

แต่แล้วก็ต้องตกใจและหันมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูของตนในประโชคของเตชินท์

“ผมยากแต่งงานกับเดียร์”

ชายหนุ่มแจ้งความประสงค์ความต้องการของตัวเองว่าอยากแต่งงานกับภัคธีมา ทำเอาหญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะมาพูดต่อหน้าย่าของเธอ ก่อนหน้านี้เขามีเปรย ๆ ไว้บ้างว่าอยากกแต่งงาน แต่ด้วยความที่ภัคธีมาเองยังไม่พร้อมและไม่ได้ให้คำตอบกับเขา

“พี่เต พูดอะไรของพี่คะเนี่ย”

“พี่พูดจริง พี่อยากแต่งงานกับเดียร์ แต่พี่รู้ว่าเดียร์ยังไม่พร้อมเราหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้”

เตชินท์เอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแสดงถึงความจริงใจคำพูดของตัวเอง ราวกับจะให้คุณย่าศรีอ่อนเป็นพยานขออนุญาติผู้หลักผู้ใหญ่

บทสนทนาของทั้งสามคนที่นั่งคุยกันย่างเป็นกันเองอย่างสนุกสนาน ผู้มาใหม่ได้ยินเข้าเต็มสองหู ทำเอาในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวลเป็นอย่างมาก ไม่รู้ทำไมเพราะเหตุใดเขาถึงเป็นแบบนี้

เขารู้สึกเป็นห่วงน้องสาวของตัวเองเหลือเกินกับสิ่งที่เขาบังเอิญได้ยินเมื่อครู่นี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เปลืองใจ   บทส่งท้าย

    “มาที่นี่ทำไมวะ” พี่ชายของภัคธีมาถามราวกับไม่ได้เป็นมิตรเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่จัดการปัญหาที่ค้างคาแล้ว “กูมาหาเดียร์ เดียร์อยู่ข้างในใช่ไหม”“อยู่ แต่มึงเข้าไปน้องกูก็ไม่อยากเจอมึงอยู่ดี” ธนินบอกไปตามตรงหลังจากที่สังเกตุอาการของน้องตัวเอง“แต่กูอยากคุยกับเดียร์จริงๆ”เสียงของชายหนุ่มอ้อนวอนคนตรงหน้าอย่างขอความเห็นใจ พลางกวาดสายตามองเข้าไปข้างในบ้านด้วยความคุ้นเคย แต่กลับไปสะดุดกับร่างคุ้นตาที่แสนคิดถึงที่เดินออกมาจากในครัวและเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง“เดียร์เป็นยังไงบ้าง คุยกับพี่หน่อย”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนที่ทำร้ายจิตใจของเธอไม่อาจลืม ผู้ชายคนที่เธอมอบหัวทั้งดวงเอาไปให้เขาโยนทิ้ง ภัคธีมามองไปทางเตชินท์ที่ยืนอยู่หน้าพี่ชายเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นห้องไปทำทีเป็นไม่สนใจ แต่ในใจของเธอนั้นก็ยังคงรักเขาอยู่ ด้วยความที่บาดแผลที่เธอได้รับมานั้นเพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ ขอเวลาให้ตัวเองได้ทบทวนอะไรต่อมิอะไรเสียหน่อยว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“เดียร์พี่ขอโทษคุยกับพี่ก่อน”“มึงให้เวลาน้อง

  • เปลืองใจ   บทที่ 10

    รีสอร์ทของเตชินท์แทบจะกลายเป็นที่ประจำของภัคธีมาเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเธอมาที่นี่ทำงานอีกทั้งก็มาพักผ่อนกับคนรักของเธอ แต่พักหลังมานี้คนตัวเล็กแทบจะไม่มีเวลามาอีกทั้งงานที่เธอรับผิดชอบก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีเพียงแค่มาช่วยดูรายละเอียดความเรียบร้อยของการตกแต่งต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่เธออกแบบหรือเปล่า“เข้าไปข้างในกัน”สองพี่น้องเดินตรงเข้าไปข้างในรีสอร์ทของเตชินท์ เพื่อที่จะให้ภัคธีมาคุยประบความเข้าใจกับเพื่อนของตัวเอง ทั้งสองเดินหาอยู่นานสองนานก็ยังไม่พบ จึงเอ่ยถามพนักงานที่อยู่แต่นั้นว่าเห็นเจ้าของรีสอร์ทหนุ่มอยู่ที่ไหน หลังจากที่ได้คำตอบแล้วจึงรีบเดินตรงไปที่นั่นทันที ในยามนี้ท้องฟ้าเริ่มที่จะมืดพอสมควรตอนนี้มันเริ่มค่ำแล้วเพราะจากคำบอกเล่าของพนกงานชายและหญิงสองคนนั้นตอบมา ว่าเห็นเจ้านายกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ที่บ้านพักของตนเองที่ท้ายหาดข้างบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างได้ไม่นาน ก็ได้ยอนเสียงสนทนาที่ค่อย ๆ ดังขั้นมา“มึงทำจริงเหรอวะที่มึงหมั้นกับน้องเดียร์เพราะอยากเอาคืนไอ้กรที่มันเคยทำกับมึงไว้ใช่ไหม”ตุลธรถามเพื่อนอย่างสงสัย ผู้ร่ว

  • เปลืองใจ   บทที่ 9

    หลายเดือนผ่านไป หลังจากที่งานมั่นของทั้งคู่ได้จัดขึ้นเรียบร้อยรวมทั้งผู้คนหมู่มากรู้เรื่องราวของสองหนุ่มสาวไปบ้างแล้ว ทุกคนต่างใช้ชีวิตกันตามปกติเช่นเดิมในทุก ๆวัน“งานเมื่อไหร่จะเรียบร้อยสักทีเหนื่อยไปหมดแล้ว” ร่างเล็กแต่สูงเพรียวของภัคธีมานั่งอยู่หน้าแลปท็อปของตัวเองพลางแก้งานให้ลูกค้ารายใหม่และรายเก่าที่ยังไม่เรียบร้อยดีจนแทบหัวหมุน แต่ทว่าเธอนั้นโชคดีหน่อยทั่งานของเตชินท์นั้นเรียบร้อยไปเกินครึ่งแล้ว เธอเทียวลงไปดูงานเองแทบจะทุกครั้งตามคำสั่งของเจ้านายอย่างธีรัตม์“เดี๋ยวนี้บ่นเก่งจริง ๆ นะเพื่อนฉันเนี่ย” “ก็ปกติมั้ยที่บ่นเนี่ย วันไหนไม่บ่นน่ะสิแปลกแล้ว”“ก็จริงที่พี่เดียร์พูดนะคะพี่ตะวัน ถ้าขิงไม่ได้ยินพี่เดียร์บ่นน่ะวันนั้นจะเป็นอะไรที่แปลกมากจนคิดว่ามีใครทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างนั้นแหละ”“ชอบให้บ่นหรือไม่ให้บ่นล่ะเนี่ย”“บ่นนั่นแหละมันเป็นตัวแกดี เงียบ ๆ ขรึม ๆ เหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไม่ดีบรรยากาศอึมครึมบากขอบอก” ตะวันวาดเสริม พลางมองหน้าคนที่นั่งหน้าเครียดกับงานยิ้ม ๆ

  • เปลืองใจ   บทที่ 8

    “วันนี้ใครมาคุณเตมารับหรือเปล่าน่ะเดียร์” เสียงของเพื่อนร่วมงานถามอย่างเป็นปกติโดยที่ไม่มีอะไรพิเศษ มันเป็นประโยคที่แสนจะเรียบง่ายก็ตาม แต่มันก็ชินเสียแล้วสำหรับภัคธีมา“วันนี้กลับเองพอดีพี่เตมีประชุมน่ะ” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“งั้นดีเลย คุณเตไม่มางั้นเราไปหาอะไรกินกันมั้ย”ภัคธีมานิ่งราวกับคิดอยู่ครู่ว่ามีงานค้างหรืออะไรที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จหรือเปล่า แต่เมื่อทุกิย่างไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรเธอจึงพยักหน้าตอบตกลง เพราะเธอเองหลังจากที่หมั้นกับเตชินท์ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนเลย วันหยุดก็อยู่แต่กับชายหนุ่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำเรียกว่าตัวติดกันจนแทบจะเป็นปาท่องโก๋ก็ว่าได้“แน่นะว่าไปได้ ไม่ใช่ไปถึงร้านแล้วคุณเตชินท์สุดหล่อของเธอโทรฯหาอีกล่ะ” ตะวันวาดแซวเพื่อนยิ้ม ๆ เพราะมองเพื่อนแววตานั้นเต็มไปด้วยความรักเมื่อพูดถึงคู่หมั้นหนุ่มเพราะตะวันวาดเองเพิ่งรู้มาจากเพื่อนว่าเตชินท์เป็นรักแรกของเธอตั้งแต่สมัยเด็กแต่ด้วยความต่างอะไรหลาย ๆ อย่างเลยไม่อาจบอกไป และจำได้ช่วงตอนมัธยมเหมือยอีกฝ่ายจะมีคนรักที่กำลังคบกันอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าใคร ทำได้เพียงแค่แอบมองอยู

  • เปลืองใจ   บทที่ 7

    “กรทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ”น้ำเสียงหวานละมุนของใครบางคนดังมาแต่ไกล เจ้าหล่อนเห็นคนรักของตัวเองเดินมาหยุดที่ประตูหน้าบ้านเป็นเวลานานสองนาน ไม่ยอมเดินเข้าไปสักทีตนจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปถามไกล ๆ แต่เสียงสนทนาของคนที่อยู่ด้านในนั้นช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน‘ทำไมเสียงมันคุ้น ๆ อะไรแบบนี้ง’“เปล่าหรอกไม่มีอะไร” ธนินหันไปตอบแฟนสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ให้ผิดสังเกตว่าตนกำลังคิดเรื่องราวบางอย่างจึงรีบบอกปัดออกไป“งั้นเข้าไปหาคุณย่าดีกว่า เหมือนชมได้ยินเสียงของน้องเดียร์น่าจะอยู่ข้างในกับคุณย่าเหมือนกัน” ชลิตาแฟนสาวของธนินพูดขึ้นพร้อมทั้งเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านพร้อมทั้งยกมือทักทายย่าอ่อนศรี“สวัสดีค่ะย่า น้องเดียร์”เสียงทักทายของผู้มาใหม่ทำเอาบทสนทนาที่กำลังสนุกคึกครื้นเมื่อครู่นี้เงียบลง ทั้งสามคนพร้อมใจกันหันไปมองตามเสียง แต่ดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้จะมีหนึ่งคนที่นิ่งอึ้งไม่พูดอะไร“พี่กร พี่ชม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะทำไมไม่โทรบอกจะได้ไปรับ”“พี่อยากจะเซอร์ไพร์ทน้องเดียร์ด้วย”คนตัวเล็กฟังแล้วพยักหน้ารับยิ้ม ๆ“สวัส

  • เปลืองใจ   บทที่ 6

    ชีวิตการทำงานที่แสนราบเรียบของภัคธีมาดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ทุกคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับเตชินท์ลูกค้ารายใหญ่ของทางบริษัท เหมือนมีบางอย่างที่ผิดปกเกี่ยวกับอารมณ์ของมัณฑนากรสาวที่ช่วงหลัง ๆ อารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก“ทุกคนเดียร์ซื้อชานมไข่มุกหวานน้อยมาฝากค่ะทุกคน”คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาภายออฟฟิศหลังจากที่เธอออกไปคุยงานกับลูกค้าอีกคนหนึ่งมาและระหว่างทางที่ขับรถกลับออฟฟิศนั้นเกิดอยากจะกินชานมไข่มุกของร้านที่อยู่ข้างล่างเข้าพอดีในจังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะสั่งคนที่เพิ่งแยกออกมาจะเธอเมื่อช่วงเช้สตรู่เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งจ่ายค่าเครื่องดื่มอีกทั้งยังสั่งเผื่อพนักงานคนอื่น ๆ อีกหลายสิบแก้วให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆก่อนที่เตชินท์จะเดินจากไปเธอถามเขาว่ามมาจ่ายค่าเครื่องดื่มพวกนี้ให้เธอทำไมกันเขาบอกเธอแค่ว่า ‘จ่ายเงินให้เมียมันผิดตรงไหน’ คำพูดของเขาทำเอาเธอนิ่งเงียบไม่สามารถตอบโต้อะไรเขาได้เลย เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมามันคือเรื่องจริง“วันนี้ฝนจะตกไหมเนี่ย““นั่นสิ พักหลัง ๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status