Share

บทที่ 4

last update Date de publication: 2025-02-17 02:41:18

“มาส่งดอกไม้ให้กับคุณภัคธีมาครับ”

พนักงานส่งของบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางกวาดสายตามองหาเจ้าของชื่อว่าจะมีใครออกมารับหรือไม่จากการที่ดูแล้วทุกคนที่อยู่ในนี้ต่างพากันก้มหน้าก้มตายุ่งงานของตัวเอง

“วันนี้ดอกไม้ก็มาอีกหนึ่งช่อใหญ่ ๆ เหมือนเคย” เพื่อนร่วมงานของภัคธีมากลายเป็นคนรับดอกไม้จำเป็นเสียแล้ว เท่าที่นับได้อาทิตย์นี้เป็นช่อที่สามเห็นจะได้แล้ว

“พี่เดียร์ได้รับดอกไม้อีกแล้ว”

“วันนี้มีข้อความว่ายังไงบ้าง”

เพรื่อนร่วมงานถามอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะเรื่องราวเจ้าของรีสอร์ตหนุ่มกำลังตามจีบมัณฑนากรสาวคนแก่งของที่นี่กระจายไปทั่งบริษัท

“ตอบไลน์พี่หน่อย จะดองไว้นานแค่ไหนคนดี”

หลังจากเสียงอ่านข้อความในกระดาษการ์ดที่แนบมาด้วยจบทำเอาคนที่อยู่ตรงนั้นพากันหวีดไม่น้อยกับประโยคที่ว่ามา

“นี่ขิง เอาไปให้พี่เดียร์ที” คนที่เพิ่งจะรับของมาเมื่อครู่สอดกระดาษการ์ดใบเล็กเอาไว้ที่เดิมก่อนจะส่งให้ผู้ช่วยของหญองสาว

ก่อนจะเดินตรงเอาช่อดอกไม้แสนสวยไปให้กับภัคธีมาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องของตัวเอง ในระหว่างทางที่กำลังจะเอาของไปให้นั้นก็เดินสวนกันกับเจ้านายพอดี

“ดอกไม้ของใครเนี่ยขิง” ธีรัตม์ถามอย่างสงสัยเพราะพักนี้มักจะมีดอกไม้มาส่ง

“ของพี่เดียร์ค่ะ จากคุณเตชินท์เหมือนเดิม”

เจ้านายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อยอย่างเข้าใจเพราะช่วงนี้น้องสาวของเขาเสน่ห์แรงเหลือเกิน เมื่อก่อนมีใครเข้ามาจีบก็จะบอกปัดให้ออกห่างตลอด ผิดกับลูกค้ารายใหญ่คนนี้ ที่ส่งดอกไม้มาก็หลายช่อไหนจะข้อความ อีกทั้งช่วงนี้เตชินท์มาที่บ่อยกว่าเมื่อก่อน หากมาเรื่องงานจะส่งเลขามาแทน แต่ช่วงนี้กลับผิดคาดเขามาเองทุกครั้ง

แม้ว่าจะไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม

“งั้นขิงขอเอาดอกไม้ไปให้พี่เดียร์ก่อนนะคะ”

“มีอะไรก็ไปทำเถอะ บอกเดียร์มาประชุมกับพี่ด้วยตอนบ่ายสาม”

“ได้ค่ะ” ขนิษฐาขานรับไปพร้อม ๆ กับพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนรีบเดินเอาดอกไม้ช่อโตไปให้หญิงสาวและบอกเรื่องประชุมด่วนกับภัคธีมาด้วย

หากให้คิดว่าการทำงานแบบพวกเธอนั้นว่า แต่เปล่าเลย ทุกคนต่างมีงานล้นมือ ทั้งทีมของภัคธีมาและพี่ ๆ อีกหลาย ๆคน ด้วยความที่ว่าทางลูกค้าเจาะจงที่จะให้ทีมของภัคธีมาทำตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่อาจที่จะขัดได้

“พี่เดียร์จ๋ามีดอกไม้มาให้พี่เดียร์อีกแล้วค่ะ” บอกอย่างร่าเริงแกมแซวสาวเจ้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานของตนอยู่ คนถูกเรียกส่งยิ้มให้พลางเอียงหน้าหันไปมองช่อดอกไม้ที่วางอยู่มุมห้อง ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ไหนหรือทำอะไรดี

“เอาไปวางไว้ที่เดิมเลย เดี่ยวเย็นนี้พี่เอากลับคอนโดฯ”

คนที่เอาของมาให้ก็ทำตามอย่างว่าง่าย เอากุหลาบสีแดงช่อโตไปวางลงรวมกับเพื่อนของมันมีแทบจะมีทุกสี

ดอกไม้ทุกดอกล้วนมีความหมายของมัน

“พี่เดียร์จะไม่ยอมไปทานข้าวกับคุณเตหน่อยเหรอคะ”

“พี่ยังไม่ว่างเลย ขิงก็เห็นว่างานของพี่เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของคุณเตทั้งนั้นแหละ”

“ก็คุณเตเขาเจาะจงแกมาโดยเฉพาะนี่ บอสเราเขาขัดได้ที่ไหนกันล่ะ”

ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนนอกเสียจากเสียงของตะวันวาดที่บังเอิญเข้ามาได้ยินเข้าพอดีก็เลยพูดคุยกันตามประสา อีกทั้งถือวิสาสะเข้าไปดูการ์ดที่แนบมากับช่อกุหลาบด้วย

“รู้น่าว่าเจาะจง แต่พี่เตก็แก้ไม่หยุด นิด ๆหน่อย ๆ ปรับนี่ปรับนั่น เมื่อไหร่จะลงตัวสักทีเหนื่อยแล้ว” ภัคธีมาอดที่จะบ่นไม่ได้กับงานที่อยู่ตรงหน้า

สองสาวมองหน้ากันด้วยความงวยงงเพราะแทบจะไม่เห็นคนตรงหน้าบ่นเกี่ยวกับงานแม้แต่น้อยผิดกับตอนนี้

“ทำเถอะน่าแก”

“สู้ ๆ นะคะพี่เดียร์ เอ่อมีอีกเรื่องค่ะบอสบอกว่าบ่ายสามมีประชุมด่วนนะคะ”

“แกเข้าประชุมไหมตะวัน”

“เข้าสิ ไว้เจอกันนะ แล้วก็มีหนุ่มมาชวนกินข้าวก็ไปกินสิ”

“ที่เป็นเพื่อนของพี่ชายกับลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทเนี่ยนะ”

“ใช่ ก็ไปในฐานะพี่น้องไง คิดอะไรมาก”

ภัคธีมาพยักหน้าพลางเล็กน้อยกับสิ่งที่ตะวันวาดเอ่ยขึ้นมา เธอนั้นคิดมากทุกครั้งที่ชายหนุ่มชวนเธอไปรับประทานอาหารด้วยกัน สองต่อสองโดยส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เราไม่สามารถห้ามความคิดของคืนอื่นได้

“ไว้เจอกันตอนประชุมนะ เดี๋ยวขอทำงานก่อน”

             

“ให้ตายเถอะ นี่มันอะไรกันเนี่ยเมื่อไหร่งานฉันจะเสร็จสักที”

การประชุมงานที่แสนยืดเยื้อยาวนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงทำเอาทุกคนสภาพแทบไม่ต่างจากภัคธีมาแม้แต่น้อย

“นั่นสิงานเก่ายังไม่เรียบร้อย งานใหม่มากองรอเป็นภูเขา”  

หลายคนต่างพากันบ่นเป็นเสียงเดียวกันแต่จะทำอย่างไรได้งานเยอะยังดีกว่าไม่มีงานทำและช่วงนี้ทุกคนต่างพากันรีโนเวทบ้าน รีสอร์ทกันใหม่ให้เข้ากันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

เช่นเดียวกับรีสอร์ทของเตชินท์ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้มันดีขั้น แต่เขาก็ยังไม่ยอมอนุมัติให้ผ่านงานเสียที

“นี่ยัยเดียร์ของแกก็มีแต่ของคุณเตชินท์”

“ใช่ของคุณเตชินท์ จะห้าเดือนแล้วปรับนั่นปรับนี่อยู่ได้ แล้วไหนบอกว่ารีบนักรีบหนา”

คนตัวเล็กบ่นอุบอิบให้กับคนที่สั่งเธอปรับงานแล้วปรับงานอีก นับตั้งแต่วันที่เธอไปดูสถานที่พร้อมกับน้องผู้ช่วยนี่ก็หนึ่งเดือนแล้ว

ทว่านับตั้งแต่กลับมาจากที่นั้นเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มจะปฎิบัติกับเธอแตกต่างออกไป จากที่ไม่เคยมายุ่งวุ่นวายกับเธอกลับมาหาที่ออฟฟิศค่อนข้างบ่อย ไหนจะช่อดอกไม้เกือบสิบช่อที่วางอยู่ในห้องอีก

“อย่าบ่นไปนักเลยน่า”

“ทำไมคะพี่ธีน้องบ่นนิดหน่อยเองนะ” เธอหันไปบอกเจ้านายที่เคารพเหมือนพี่ชายอีกคนพลางทำหน้ามุ้ยเล็กน้อย

“บ่นน่ะบ่นได้ไม่ว่าอะไรหรอก ว่าแต่ช่วงนี้คุณเตเขาส่งดอกไม้มาให้เราบ่อยนะ”

ธีรัมต์ถามแกมยิ้มแซวสาวรุ่นน้อง

“ใช่ค่ะบอสรับช่อดอกไม้แทบจะทุกวัน” ไม่วายที่เพื่อนร่วมงานต่างแซวภัคธีมาตามเจ้านายอีกระรอกหนึ่ง

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรนี่คะพี่ธี เดียร์ก็ไม่รู้ว่าเขาจะส่งมาให้เดียร์ทำไม”

เธอเองนั้นไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องส่งดอกไม้มาให้เธอทุกวัน ไหนจะบางครั้งมีสั่งอาหารมาเลี้ยงพนักงานที่ออฟฟิศอีกด้วย

ถ้าหากว่าเป็นเหตุผลที่ต้องการให้เธอไปทานข้าวด้วยก็เถอะ 

“หรือว่าคุณเตชินท์เขากำลังจีบพี่เดียร์”

อยู่ ๆ ขนิษฐาพูดขึ้นในจังหวะที่ภัคธีมากำลังจิบน้ำได้ยอนถึงกับสำลักน้ำหันมองผู้ช่วยรุ่นน้องทันที

“อันนี้ก็เป็นไปได้” ตะวันวาดเสริม

“ไม่จริงหรอก” สาวเจ้ารีบปฏิเสษทันที โดยที่พยายามปกปิดซ่อนเร้นความรู้สึกของตนเองที่มีต่อชายหนุ่มเอาไว้ด้วย

“สายตาที่คุณเตชินท์มองพี่เดียร์มันแปลก ๆ อยู่นะ”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่มองในฐานะน้องสาวนั่นแหละไม่ต้องใส่ใจหรอก” ภัคธีมารีบบอกปัดทันทีและขอตัวกลับก่อนเพราะถ้าหากอยู่นานกว่านี้เรื่องราวคงบานปลายแน่นอน ผู้ร่วมวงสนทนาทั้งสามคนก็ไม่ติดอะไรเพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรแล้ว  ทว่าคิดไปคิดมาภัคธีมาจะกลับบ้านตอนนี้ก็ได้ แต่ก็ต้องเสียเวลารถติดหลายชั่วโมง จากที่เก็บของเตรียมกลับบ้านจึงเปลี่ยนใจนั่งทำงานต่อน่าจะดีกว่า

“พี่เดียร์ขิงกลับก่อนนะ”

“ฉันกลับก่อนนะ ขับรถดี ๆ ล่ะ”

เพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนต่างผลัดกันมาบอกภัคธีมาว่าขอตัวกลับก่อนเพราะเห็นหญิงสาวยังไม่ออกมาจึงแวะมาบอกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตกใจที่ออกมาแล้วไม่พบใคร ทุกคนมักจะทราบดีว่าเวลาที่คนตัวเล็กทำงานจนจะไม่สนใจสิ่งรอบ ๆ ข้างเลย

เหมือนเช่นตอนนี้ที่กำลังมีใครบางคนยืนกอดอกมองหญิงสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจในการทำงานอยู่ ทำเอาคนที่ยืนมองถึงกับส่ายหน้าน้อย ๆ กับความไม่ระวังตัวของเธอเอาเสียเลย หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาจะทำอย่างไร

“แล้วพี่จะกลับมาเมื่อไหร่”

อยู่ ๆ ภัคธีมาก็พูดขึ้นมาทำเอาคนที่ยืนแอบมองถึงกับฉงนเล็กน้อยพลางหรีตามองว่าหญิงสาวกำลังคุยกับใครอยู่

“ค่ะ งั้นอีกสามเดือนเจอกันคิดถึงนะคะพี่ชายขา”

หลังจากคุยธุระกับพี่ชายดสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนวางสายไม่วายอ้อยอ้อนคนปลายสายตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน เธอโทรคุยกับพี่ชายไปแก้งานที่อยู่ตรงหน้าไปเพลิน ๆ จนเวลาล่วงเลยมาสองชั่วโมงเห็นจะได้

“ในที่สุดก็เสร็จสักที” 

เธอเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ พลางบิดยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยให้คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานโดยที่ไม่เปลี่ยนท่าทางเป็นเวลานาน ๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะเข้ากับกระจกทำเอาคนที่นั่งอยู่ถึงกับหันควับด้วยความตกใจ

“งานเสร็จแล้วไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อย”

ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนนอกเสียจากเตชินท์คนที่คอยตามตื้อภัคธีมาตามประสาคนที่เขาจะสานสัมพันธ์กับเธอ

“พี่เต มาทำอะไรที่นี่คะ”

“มารอรับเดียร์ไปทานข้าว”

“ก็ได้ค่ะ ไปก็ไปแต่ต้องเป็นร้านที่เดียร์เลือกนะคะ”

เธอถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะตกปากรับคำว่าจะไปกับเขา แต่มีข้อแม้ว่าร้านที่ไปต้องเป็นร้านที่ตนเลือกเท่านั้น แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมตกลงอยู่แล้ว

ว่าเธอจะพาไปร้านอาหารร้านไหน

อาหารมื้อพิเศษที่เธออยากกินมานานคงหนีไม่พ้น ร้านหมูกระทะ แต่ไม่มีโอกาสได้กินเสียทีเพราะงานยุ่งมาก เตชินท์เห็นร้านแล้วก็ไม่ได้ว่าหรือติดอะไร เขาเองก็รู้สึกชอบไม่น้อยที่ได้กลับมากินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้มากับคนตรงหน้ามันย่อมดีเข้าทางเข้า

แค่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปทางเส้นทางของมัน

ไม่ใช่สิ ต้องเป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ที่จะเอาคืนคนพวกนั้น

“เดียร์”

อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เรียกชื่อหญิงสาวขึ้นมา

“คะ”

“พี่จะจีบเดียร์”

ร่างสูงเพรียวก้าวเดินไปข้างหน้ากวาดสายตามองร้านเสื้อผ้าหลากหลายแบรน์ทั้งราคาที่จับต้องได้และราคาที่เกินความสามารถที่คนอย่างเธอสามารถซื้อหาได้ แต่อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งของราคาแพงก็ได้ใส่ชุดไหนถูกใจและชอบก็ซื้อหามาใส่

แต่ส่วนใหญ่ที่เข้าร้านหรู ๆ ราคาแพง ๆ ก็มักจะลองชุดนั้นชุดนี้ไปเรื่อยถูกใจค่อยซื้อ น้อยครั้งที่จะเห็นคนอย่างภัคธีมามาเดินเล่นภายในห้างสรรพสินค้าแบบนี้ หากไม่มีเรื่องที่คิดไม่ตกเรื่องงานที่ทำอยู่ ก็เป็นเรื่องส่วนตัว

‘พี่จะจีบเดียร์’

คำ ๆ นี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่วันนั้นที่เตชินท์ได้พูดกับเธอ

คนตัวเล็กที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ภายในร้านพลางคิดถึงเรื่องที่ชายหนุ่มพูดกับเธอถึงกับพึมพำกับตัวเอง

“ไม่ใช่หรอกมั้งพี่เตเขาแกล้งแกรึเปล่า” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ พลางเอาชุดที่อยู่ในมือทาบกับตัวเองและดูความเหมาะสมและเข้ากัน ในจังหวะที่เธอถอยหลังไปชนกับใครบางคนเข้า

“โอ๊ยนี่ถอยหลังประสาอะไรเนี่ย” น้ำเสียงเหวี่ยงวีนอย่างไม่พอใจที่มาชนเจ้าหล่อน

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้มองค่ะ” 

ใช่อันที่จริงเธอเองก็ไม่ได้ระวังด้วยจนทำให้ชนคนข้างหลัง จึงรีบขอโทษขอโพยสาวเจ้าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องจกตะลึงในความสวยของคนตรงหน้า

สวยมา ผู้หญิงอะไรทำไมสวยอะไรขนาดนี้ ขนาดภัคธีมาเองที่เป็นผู้หญิงด้วยกันถึงขั้นเอ่ยปากชมในความสวย

“ไม่เป็นไร คราวหลังก็หนัดระวังบ้างล่ะจะได้ไม่ไปชนคนอื่นเขาอีก” น้ำเสียงของคนตรงหน้าเปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่วีนเธอด้วย

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”

“ไม่เป็นไร” สาวสวยคนนั้นเดินออกไปเลือกกระเป๋าแบรน์เนมราคาแสนแพง เธอมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันมาสนใจในส่วนของตัวเองและวนกลับคิดเรื่องของตัวเอง แต่ก็ต้องส่ายหน้าไล่ความคิดนั้นออกจากหัวไปให้หมดไม่ต้องคิดในตอนนี้

ภัคธีมากำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ก็มีข้อความแจ้งเตือนผ่านหน้าจอล็อคสกลีนโทรศัพท์มือถือของตน จึงเอาของที่อยู่ในมือเก็บเข้าที่เดิมก่อนมาตอบข้อความเพียงเสี้ยววินาทีก็เปลี่ยนเป็นรับสายแทน

“ฮัลโหลว่ายังไงตะวัน”

“แกอยูไหนเนี่ยเดียร์” คนปลายสายรีบถามทันทีที่เพื่อนเงียบหายไปไม่ได้ติดต่ออะไร เพราะปกติสาวเจ้ามักจะบ่นเรื่องงานหรือสิ่งที่เจอชวนให้ปวดหัวในแต่ละวัน

“เดินห้างคลายเครียดน่ะ”

“แปลกนะที่แกไม่ชวนฉันไปกับแกด้วย”

“ฉันเห็นว่าแกงานเยอะน่ะเลยไม่ได้ชวนแค่มาเดินเล่นแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว”

“เดี๋ยวก็กลับใช่มั้ย เย็นนี้กินหมูกระทะกัน” ตะวันวาดชวนเพื่อนไปหาอาหารเย็น

“ได้ เจอกันร้านเดิม”

หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยภัคธีมาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าและเอาชุดที่เธอหมายตาไปให้พนักงานพร้อมทั้งชำระเงิน ในระหว่างที่เธอรอเสื้อผ้าชุดใหม่จากพนักงาน สาวสวยคนเมื่อครุ๋นี้ก็เดินมายื่นข้าง ๆ พร้อมทั้งบอกพนักงานว่าต้องการกระเป๋าใบนั้น

“กระเป๋าใบนี้ยังเหลืออยู่ไหมคะ"

สาวเจ้าถามพนักงานอีกคนที่ยืนประจำอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์

“สักครู่นะคะคุณลูกค้าเดี๋ยวดิฉันเช็คสต๊อคให้ค่ะ”

ระหว่างที่ภัคธีมากำลังรอพนักงานนำของมาให้ อยู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีดำกางเกงสแล็กผ้าเนื้อดี เดินตรงมายังเธอกับสาวสวยผมยาวดัดลอนในเสื้อคาดิแกนท์สีเทาอ่อนตัดกับ

มินิสเกิร์ตสีขาวสั้นเหนือเข่าโชว์ขาเรียวสวยรับกับรองเท้าส้นสูง ยิ่งทำให้ดูดีมากขึ้น  ในมือถือกระเป๋าแบรน์เนมใบหรู

“ซื้อเสร็จหรือยัง”

“พนักงานไปดูให้อยู่ รอหน่อยไม่ได้หรือไงแค่นี้ทำเป็นรอไม่ได้”

“รอได้พี่สาวทั้งคน”

เสียงสนทนาของทั้งสองที่อยู่ไกล้ ๆ ภัคธีมารู้สึกคุ้นเสียงของผู้ชายที่เดินเข้ามาใหม่เหลือเกิน จนคนตัวเล็กอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นใคร

แต่กำลังจะหันก็ถูกพนักงานคนก่อนหน้านี้เรียกเอาไว้เสียก่อน

“ชุดของคุณลูกค้าที่สั่งได้แล้วค่ะ จำนวนสองชุด”

“ขอบคุณค่ะ”

ภัคธีมาส่งบัตรเครดิตในมือให้พนักงานเพื่อที่จะชำระเงินและถุงเสื้อผ้ามาไว้กับมือ จังหวะที่เธอกำลังหันหลังเดินออกนอกร้านก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงเรียกชื่อของตัวเอง

“เดียร์”

“พี่เต”

“รู้จักกันด้วยเหรอ” สาวสวยผมลอนชี้ไปทางทั้งสองราวกับสงสัยว่ารู้จักกันได้อย่างไร

“รู้ นี่เดียร์น้องสาวของไอ้กร ส่วนเดียร์นี่พี่ปลายพี่สาวของพี่”

“สวัสดีค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เดียร์นะคะเป็นมัณฑนากรที่ออกแบบภายในให้

รีสอร์ตของพี่เต”

ทั้งสามคุยกันเล็กน้อยก่อนจะพากันแยกย้ายไปในที่ที่ตนอยากไป เช่นเดียวกันกับเตชินท์ที่ผละออกจากพี่สาวแล้วตามภัคธีมาออกไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เปลืองใจ   บทส่งท้าย

    “มาที่นี่ทำไมวะ” พี่ชายของภัคธีมาถามราวกับไม่ได้เป็นมิตรเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่จัดการปัญหาที่ค้างคาแล้ว “กูมาหาเดียร์ เดียร์อยู่ข้างในใช่ไหม”“อยู่ แต่มึงเข้าไปน้องกูก็ไม่อยากเจอมึงอยู่ดี” ธนินบอกไปตามตรงหลังจากที่สังเกตุอาการของน้องตัวเอง“แต่กูอยากคุยกับเดียร์จริงๆ”เสียงของชายหนุ่มอ้อนวอนคนตรงหน้าอย่างขอความเห็นใจ พลางกวาดสายตามองเข้าไปข้างในบ้านด้วยความคุ้นเคย แต่กลับไปสะดุดกับร่างคุ้นตาที่แสนคิดถึงที่เดินออกมาจากในครัวและเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง“เดียร์เป็นยังไงบ้าง คุยกับพี่หน่อย”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนที่ทำร้ายจิตใจของเธอไม่อาจลืม ผู้ชายคนที่เธอมอบหัวทั้งดวงเอาไปให้เขาโยนทิ้ง ภัคธีมามองไปทางเตชินท์ที่ยืนอยู่หน้าพี่ชายเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นห้องไปทำทีเป็นไม่สนใจ แต่ในใจของเธอนั้นก็ยังคงรักเขาอยู่ ด้วยความที่บาดแผลที่เธอได้รับมานั้นเพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ ขอเวลาให้ตัวเองได้ทบทวนอะไรต่อมิอะไรเสียหน่อยว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“เดียร์พี่ขอโทษคุยกับพี่ก่อน”“มึงให้เวลาน้อง

  • เปลืองใจ   บทที่ 10

    รีสอร์ทของเตชินท์แทบจะกลายเป็นที่ประจำของภัคธีมาเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเธอมาที่นี่ทำงานอีกทั้งก็มาพักผ่อนกับคนรักของเธอ แต่พักหลังมานี้คนตัวเล็กแทบจะไม่มีเวลามาอีกทั้งงานที่เธอรับผิดชอบก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีเพียงแค่มาช่วยดูรายละเอียดความเรียบร้อยของการตกแต่งต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่เธออกแบบหรือเปล่า“เข้าไปข้างในกัน”สองพี่น้องเดินตรงเข้าไปข้างในรีสอร์ทของเตชินท์ เพื่อที่จะให้ภัคธีมาคุยประบความเข้าใจกับเพื่อนของตัวเอง ทั้งสองเดินหาอยู่นานสองนานก็ยังไม่พบ จึงเอ่ยถามพนักงานที่อยู่แต่นั้นว่าเห็นเจ้าของรีสอร์ทหนุ่มอยู่ที่ไหน หลังจากที่ได้คำตอบแล้วจึงรีบเดินตรงไปที่นั่นทันที ในยามนี้ท้องฟ้าเริ่มที่จะมืดพอสมควรตอนนี้มันเริ่มค่ำแล้วเพราะจากคำบอกเล่าของพนกงานชายและหญิงสองคนนั้นตอบมา ว่าเห็นเจ้านายกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ที่บ้านพักของตนเองที่ท้ายหาดข้างบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างได้ไม่นาน ก็ได้ยอนเสียงสนทนาที่ค่อย ๆ ดังขั้นมา“มึงทำจริงเหรอวะที่มึงหมั้นกับน้องเดียร์เพราะอยากเอาคืนไอ้กรที่มันเคยทำกับมึงไว้ใช่ไหม”ตุลธรถามเพื่อนอย่างสงสัย ผู้ร่ว

  • เปลืองใจ   บทที่ 9

    หลายเดือนผ่านไป หลังจากที่งานมั่นของทั้งคู่ได้จัดขึ้นเรียบร้อยรวมทั้งผู้คนหมู่มากรู้เรื่องราวของสองหนุ่มสาวไปบ้างแล้ว ทุกคนต่างใช้ชีวิตกันตามปกติเช่นเดิมในทุก ๆวัน“งานเมื่อไหร่จะเรียบร้อยสักทีเหนื่อยไปหมดแล้ว” ร่างเล็กแต่สูงเพรียวของภัคธีมานั่งอยู่หน้าแลปท็อปของตัวเองพลางแก้งานให้ลูกค้ารายใหม่และรายเก่าที่ยังไม่เรียบร้อยดีจนแทบหัวหมุน แต่ทว่าเธอนั้นโชคดีหน่อยทั่งานของเตชินท์นั้นเรียบร้อยไปเกินครึ่งแล้ว เธอเทียวลงไปดูงานเองแทบจะทุกครั้งตามคำสั่งของเจ้านายอย่างธีรัตม์“เดี๋ยวนี้บ่นเก่งจริง ๆ นะเพื่อนฉันเนี่ย” “ก็ปกติมั้ยที่บ่นเนี่ย วันไหนไม่บ่นน่ะสิแปลกแล้ว”“ก็จริงที่พี่เดียร์พูดนะคะพี่ตะวัน ถ้าขิงไม่ได้ยินพี่เดียร์บ่นน่ะวันนั้นจะเป็นอะไรที่แปลกมากจนคิดว่ามีใครทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างนั้นแหละ”“ชอบให้บ่นหรือไม่ให้บ่นล่ะเนี่ย”“บ่นนั่นแหละมันเป็นตัวแกดี เงียบ ๆ ขรึม ๆ เหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไม่ดีบรรยากาศอึมครึมบากขอบอก” ตะวันวาดเสริม พลางมองหน้าคนที่นั่งหน้าเครียดกับงานยิ้ม ๆ

  • เปลืองใจ   บทที่ 8

    “วันนี้ใครมาคุณเตมารับหรือเปล่าน่ะเดียร์” เสียงของเพื่อนร่วมงานถามอย่างเป็นปกติโดยที่ไม่มีอะไรพิเศษ มันเป็นประโยคที่แสนจะเรียบง่ายก็ตาม แต่มันก็ชินเสียแล้วสำหรับภัคธีมา“วันนี้กลับเองพอดีพี่เตมีประชุมน่ะ” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“งั้นดีเลย คุณเตไม่มางั้นเราไปหาอะไรกินกันมั้ย”ภัคธีมานิ่งราวกับคิดอยู่ครู่ว่ามีงานค้างหรืออะไรที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จหรือเปล่า แต่เมื่อทุกิย่างไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรเธอจึงพยักหน้าตอบตกลง เพราะเธอเองหลังจากที่หมั้นกับเตชินท์ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนเลย วันหยุดก็อยู่แต่กับชายหนุ่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำเรียกว่าตัวติดกันจนแทบจะเป็นปาท่องโก๋ก็ว่าได้“แน่นะว่าไปได้ ไม่ใช่ไปถึงร้านแล้วคุณเตชินท์สุดหล่อของเธอโทรฯหาอีกล่ะ” ตะวันวาดแซวเพื่อนยิ้ม ๆ เพราะมองเพื่อนแววตานั้นเต็มไปด้วยความรักเมื่อพูดถึงคู่หมั้นหนุ่มเพราะตะวันวาดเองเพิ่งรู้มาจากเพื่อนว่าเตชินท์เป็นรักแรกของเธอตั้งแต่สมัยเด็กแต่ด้วยความต่างอะไรหลาย ๆ อย่างเลยไม่อาจบอกไป และจำได้ช่วงตอนมัธยมเหมือยอีกฝ่ายจะมีคนรักที่กำลังคบกันอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าใคร ทำได้เพียงแค่แอบมองอยู

  • เปลืองใจ   บทที่ 7

    “กรทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ”น้ำเสียงหวานละมุนของใครบางคนดังมาแต่ไกล เจ้าหล่อนเห็นคนรักของตัวเองเดินมาหยุดที่ประตูหน้าบ้านเป็นเวลานานสองนาน ไม่ยอมเดินเข้าไปสักทีตนจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปถามไกล ๆ แต่เสียงสนทนาของคนที่อยู่ด้านในนั้นช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน‘ทำไมเสียงมันคุ้น ๆ อะไรแบบนี้ง’“เปล่าหรอกไม่มีอะไร” ธนินหันไปตอบแฟนสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ให้ผิดสังเกตว่าตนกำลังคิดเรื่องราวบางอย่างจึงรีบบอกปัดออกไป“งั้นเข้าไปหาคุณย่าดีกว่า เหมือนชมได้ยินเสียงของน้องเดียร์น่าจะอยู่ข้างในกับคุณย่าเหมือนกัน” ชลิตาแฟนสาวของธนินพูดขึ้นพร้อมทั้งเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านพร้อมทั้งยกมือทักทายย่าอ่อนศรี“สวัสดีค่ะย่า น้องเดียร์”เสียงทักทายของผู้มาใหม่ทำเอาบทสนทนาที่กำลังสนุกคึกครื้นเมื่อครู่นี้เงียบลง ทั้งสามคนพร้อมใจกันหันไปมองตามเสียง แต่ดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้จะมีหนึ่งคนที่นิ่งอึ้งไม่พูดอะไร“พี่กร พี่ชม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะทำไมไม่โทรบอกจะได้ไปรับ”“พี่อยากจะเซอร์ไพร์ทน้องเดียร์ด้วย”คนตัวเล็กฟังแล้วพยักหน้ารับยิ้ม ๆ“สวัส

  • เปลืองใจ   บทที่ 6

    ชีวิตการทำงานที่แสนราบเรียบของภัคธีมาดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ทุกคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับเตชินท์ลูกค้ารายใหญ่ของทางบริษัท เหมือนมีบางอย่างที่ผิดปกเกี่ยวกับอารมณ์ของมัณฑนากรสาวที่ช่วงหลัง ๆ อารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก“ทุกคนเดียร์ซื้อชานมไข่มุกหวานน้อยมาฝากค่ะทุกคน”คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาภายออฟฟิศหลังจากที่เธอออกไปคุยงานกับลูกค้าอีกคนหนึ่งมาและระหว่างทางที่ขับรถกลับออฟฟิศนั้นเกิดอยากจะกินชานมไข่มุกของร้านที่อยู่ข้างล่างเข้าพอดีในจังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะสั่งคนที่เพิ่งแยกออกมาจะเธอเมื่อช่วงเช้สตรู่เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งจ่ายค่าเครื่องดื่มอีกทั้งยังสั่งเผื่อพนักงานคนอื่น ๆ อีกหลายสิบแก้วให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆก่อนที่เตชินท์จะเดินจากไปเธอถามเขาว่ามมาจ่ายค่าเครื่องดื่มพวกนี้ให้เธอทำไมกันเขาบอกเธอแค่ว่า ‘จ่ายเงินให้เมียมันผิดตรงไหน’ คำพูดของเขาทำเอาเธอนิ่งเงียบไม่สามารถตอบโต้อะไรเขาได้เลย เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมามันคือเรื่องจริง“วันนี้ฝนจะตกไหมเนี่ย““นั่นสิ พักหลัง ๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status