ANMELDENอยากเลิกฉันก็เลิกให้แล้ว อยากจะไปคบกับคนอื่นฉันก็หลีกทางให้ แล้วตอนนี้เขายังต้องการอะไรจากฉันอีก เลิกกันมาเกือบปีฉันไม่เคยเห็นหน้า แต่พอฉันกำลังจะเปิดใจให้คนอื่นเขากลับมาวนเวียนอยู่รอบๆตัวฉันซะงั้น
Mehr anzeigenฟุ่บ... ก้องค่อยๆวางร่างฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายคร่อมร่างของฉันเอาไว้ "เธอเชื่อใจฉันมั้ย?" อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถาม ซึ่งคำถามของเขามันทำให้ฉันค่อนข้างที่จะประหลาดใจอยู่ไม่ใช่น้อย "เรื่อง...เรื่องอะไร" ฉันถามเขาออกไป "ให้ฉันดูแลเธอไง" เขาว่า "นายก็ดูแลฉันตลอดอยู่แล้วนี่" "ฉันอยากดูแลเธอแบบนี้มันก็จริง แต่อยากดูแลไปตลอดชีวิต อยากใช้ชีวิตร่วมกัน" "แล้วทุกวันนี้พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือไงล่ะ" "หมายถึงอยากใช้ชีวิตร่วมกันแบบที่คู่รักคนอื่นเขาทำกัน ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ...ไม่ใช่ในฐานะแฟน" เขาพูดพร้อมกับค่อยๆเกลี่ยปอยผมของฉันไปทัดไว้ที่ข้างหู ประโยคที่เขาพูดขึ้นมาเมื่อครู่ มันทำให้ฉันอึ้งไปเลยเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน ถึงจะเคยขอฉันแต่งงานงานตอนที่พวกเราตัดสินใจกลับมาคบกัน แต่ว่าเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย ซึ่งฉันเองก็เข้าใจว่าเขาอยากจะให้พวกเราอยู่กันไปแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา ไม่ต้องมีอะไรที่มันยุ่งยาก แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้จริงจังเรื่องนี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น "นาย..." "ฉันว่าพวกเราแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ เธ
"แต่ฉัน..." ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะปฏิเสธเขา "งั้นไม่ทั้งคืนก็ได้ ขอทีเดียวพอ" ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นสัมผัสที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดที่ผิวแก้มของฉันจนใบหน้าร้อนผ่าว "นายก็เป็นแบบนี้ทุกที" ฉันยู่หน้าใส่เมื่อไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของร่างสูงตรงหน้า พรุ่งนี้เขาต้องไปขึ้นเวรแต่เช้า เขาคงไม่ทะลึ่งทำเรื่องแบบนั้นทั้งคืนหรอก จริงมั้ย? "ไปอาบน้ำกันก่อนป่ะ?" เสียงทุ้มเอ่ยชักชวนพร้อมกับพยายามยุ่มย่ามกับเสื้อผ้าบนร่างกายของฉันไปด้วย "นายก็ไปอาบก่อนสิ" ฉันพยักเพยิดหน้าไปทางห้องน้ำ "อยากให้เธอถูหลังให้" เจ้าของเสียงทุ้มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ไอ้ประโยคนี้ทำไมมันฟังดูสองแง่สองงามยังไงพิกล "นายมันเรื่องเยอะ หาเรื่องให้ฉันต้องเหนื่อยทุกทีแหละน่า" ฉันอดที่จะบ่นเขาออกไปไม่ได้ "เธอก็หาเรื่องให้ฉันเหนื่อยทุกวันเหมือนกันแหละ" ฉันเนี่ยนะ หาเรื่องให้เขาเหนื่อยทุกวัน เป็นเขาเองไม่ใช่เหรอที่หาเรื่องปล้ำฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันน่ะ "ไปอาบน้ำได้แล้วไป พูดมากอยู่ได้" ฉันเป็นฝ่ายดันร่างหนาที่
"พี่แรมพ์จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่งั้นเพลงเอาเด็กในท้องออกจริงๆด้วย" หื้ม? ทำไมไอ้ประโยคนี้มันคุ้นๆจัง แถมเสียงที่แหลมจนแสบแก้วหูนั่นก็... ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องพักนักดนตรี ในนั้นมีคนสองคนกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกันอยู่ เจ้าของเสียงเล็กที่แสบแก้วหูนั้นผมรู้จักเธอดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเธอเท่าไหร่นัก เธอเป็นผู้หญิงที่เคยเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมช่วงระยะเวลาสั้นๆ "ตามใจเธอ" แล้วเสียงที่ค่อนข้างจะเย็นชานี่ก็คือไอ้แรมพ์ เพื่อนสนิทที่ผมคบมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ ไอ้นี่น่ะมันเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องผู้หญิงยิ่งไม่ต้องพูด มันเคยจริงจังกับใครเขาที่ไหน ฟันแล้วทิ้งไปวันๆคือคติประจำตัวของมัน "พี่แรมพ์! พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เพลงยังคงโวยวายใส่ไอ้แรมพ์ไม่เลิก ส่วนผม ก็ได้แต่ยืนกอดอกมองสองคนนั้นอยู่ห่างๆ "แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" ไอ้แรมพ์เงยหน้าจากมือถือแล้วมองไปยังเพลงด้วยสายตาที่เย็นชาขั้นสุด ไอ้หมอนี่...ไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเลย ผมล่ะยังนึกไม่ออกเลยว่าเวลาที่มันหลอกฟันผู้หญิงมันทำหน้ายังไง "พี่แรมพ์ต้องแต่งงานกับเพลง ไม่งั้นเพลงจะ..." "จะ
หนึ่งเดือนต่อมา "หนึ่ง ไปเถอะ ฉันอยากไป" ก้องคะยั้นคะยอให้ฉันไปเที่ยวเป็นเพื่อนเขาไม่เลิก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ฉันกับก้องกลับมาคบกันได้เดือนนึงแล้ว ถ้าถามว่าโอเคไหม ฉันว่ามันโอเคมากเลยล่ะ มันไม่อึดอัดเหมือนก่อนหน้าที่พวกเราจะเลิกกัน ฉันจะพูดว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้เหมือนฉันกับเขาปรับเข้าหากันมากขึ้น มีอะไรก็บอกกัน ไม่ชอบใจตรงไหนก็พูดเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปรับตัว ฉันว่ามันโอเคมากๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างราบรื่นดี ซึ่งฉันเองมีความรู้สึกว่าพวกเราสองคนสวีทกันมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเป็นกองเลย "นายก็ไปสิ แต่ฉันไม่ไป" ฉันปฏิเสธเขาเป็นรอบที่สามน่าจะได้ ไม่รู้ว่าเขาจะตื๊อให้ฉันไปเที่ยวด้วยทำไมนัก ตั้งแต่กลับมาคบกันนี่เขาชวนฉันไปเที่ยวด้วยตลอด ไม่เคยจะไปคนเดียวสักครั้ง ซึ่งฉันเองไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่แบบนี้ไง ฉันดื่มไม่ได้ ดื่มไปนิดเดียวก็เมาแอ๋แล้ว คือมันไม่เอนจอยไง ถ้าฉันต้องไปเที่ยวกับเขาอีก ฉันอยู่ทำความสะอาดห้องไม่ดีกว่าเหรอ "โอเคๆ เธอไม่ไปฉันก็ไม่ไป แต่เธอโดนทั้งคืนนะ โอเคเปล่า?" "???" สองชั่วโมงต่อมา "เดี๋ยวนี้ไอ้ก้องแม่งควงเมียเที่ยวบ่อยจัด สงสัยกลัวเมียหายว่ะ ฮ่าๆๆๆ" นัท หนึ่งในเพื่
"ไปเถอะ ขอร้องล่ะ" เขายังคงไม่ละสายตาไปจากฉัน ถ้าจ้องมากไปกว่านี้ฉันจะเดินหนีแล้วนะ ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็อยู่ด้วยกันตลอด ช่วงเวลาที่เรายังดีๆกันเขาก็ชอบใช้สายตาแบบนี้มองฉันตลอด ทำไมฉันถึงไม่คุ้นกับสายตาแบบนี้ของเขาอีกนะ หรือเพราะพวกเราอยู่ห่างกันนานเกินไป ฉันเลย...รู้สึกแปลกๆ "เอ่อ..." ฉันกำลังจะ
"แกเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป" หลังจากที่ผิงขับรถมาจอดที่หน้าร้านอาหารเธอก็เอ่ยปากให้ฉันเข้าไปด้านในก่อน เมื่อกี้ที่คุยกันไม่ใช่แบบนี้นี่นา "แล้วแกจะไปไหน" ฉันถามผิงออกไป "ไปธุระแถวนี้แป๊บ เดี๋ยวมา" ผิงหยิบมือถือขึ้นมาดูอะไรบางอย่างแล้วชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "มีเรื่องอะไรป้ะแก"
"ไว้..." "ฮัลโหลหนึ่ง ไอ้ก้องมันอยากคุยกับเธออ่ะ" ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องหันไปมองหน้าไอ้เจฟพร้อมกับสบถใส่มันไปพลาง "ไอ้เหี้ยเจฟ!!" "^^" แต่คนอย่างไอ้เจฟเหรอจะสนใจ มันยื่นมือถือให้พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างต้องการกวนประสาทเบื้องล่างของผม เออ! ผมกับมันคบกันมานานจนรู้ใจกันแทบจะทุกเรื่องแ
"พวกเราน่ะ เลิกกันเถอะนะ ฮึก..." ฉันพูดออกไปทั้งน้ำตา แล้วกำลังจะหมุนตัวเดินออกมา "หนึ่ง..." ดินเรียกแล้วเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่น ทั้งกอดทั้งรัดจนฉันรู้สึกอึดอัดไปหมด ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกที พอมีความรัก พอคิดอยากจะจริงจังกับใครแล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ทุกทีเลย ทำไมมันต้องจบแบบนี้ทุกที ฉันจะไม่มี





