LOGINพริ้มเพราปรือตาขึ้นมองฝ้าเพดาน อาการปวดศีรษะรุมเร้าจนแทบระเบิด ทว่ายังไม่เท่าร่างกายทุกสัดส่วนที่ร้าวระบมอย่างที่สุด เธอนอนนิ่งๆ เพื่อรวบรวมสติ ถึงจะเมาปลิ้นแค่ไหนแต่จำได้เสมอว่าเมื่อคืนทำอะไรมาบ้าง และพอนึกออกว่าทำอะไรลงไป ก็หันมาหาคนที่นอนอยู่ข้างกัน แขนข้างหนึ่งของพ่อเทพบุตรรูปงามวางพาดอยู่ที่เอวของเธอ “คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถอะ แกนอนกับใครวะนังพริ้ม!” ถามตัวเองหนักๆ แต่เสียงเบาเพียงกระซิบ จับแขนเขาออกจากเอวท่ามกลางเสียงอืออาไม่พอใจของคนที่ยังหลับ พริ้มเพราลุกมานั่ง ตรงนั้นที่บอบช้ำรุนแรงมันเจ็บเกินจะกล่าว กายเนื้อเปล่าเปลือยยังมีรอยจ้ำช้ำเลือดจากการถูกดูดดึงด้วยริมฝีปาก มองเห็นแล้วให้ใจหาย อุตส่าห์ถนอมความสาวมาตั้งยี่สิบแปดปี สุดท้ายมาเสียให้กับใครก็ไม่รู้ “บ้าบอที่สุด แต่เอาวะ หน้าตาดีลีลาเด็ด อภัยให้ก็ได้ เฮ้อ..”
View Moreบ่วงราคะ
บทที่ 1
ขึ้นเตียงผิด ชีวิตเปลี่ยน
แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงแก้วสามใบชนกัน น้ำสีอำพันที่อยู่ข้างในพร้อมใจกันกระฉอก ก่อนที่เจ้าของของมันจะพาแอลกอฮอล์ไหลลงสู่กระเพาะน้อย ที่นี่คือผับแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุงฯ ท่ามกลางเสียงเพลงอึกทึกและนักท่องราตรี สองสาวกับครึ่งหนุ่มกำลังฉลองให้กับความสำเร็จถึงสองขั้นของเพื่อนรัก
“ก็แค่ผู้ชายโง่ๆ ที่ไม่รักดี ฉันไม่แคร์โว้ย! เอ้าชน!”
พริ้มเพรา พณากุล หญิงสาวผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายี่สิบแปดปีแต่ยังสดซิง ยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนทั้งสอง ความเจ็บช้ำในอกกำลังถูกบรรเทาด้วยฤทธิ์เหล้าและข่าวเรื่องงานใหม่ที่เธอกำลังจะเข้ารับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้
“นังพริ้มเมาแล้ว ฉันว่ากลับเถอะ พรุ่งนี้มันต้องไปทำงานนะ”
กมลศักดิ์ หรือกิ๊บซี่ สตรีในร่างชายที่ยังครองสติได้มากสุด เอ่ยกับเพื่อนสาวอีกหนึ่งนาง พริ้มเพราอกหัก แต่นั่นเป็นสิ่งดี เพราะเจ้าหล่อนจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ กับงานใหม่ และเงินเดือนใหม่ที่มากกว่าเดิมถึงสามเท่า
“เออๆ ฉันก็ว่างั้น เริ่มตึงๆ แล้วด้วย เฮ้อ...พรุ่งนี้วันศุกร์ จะบ้าตาย”
กุ้งนาง บ่นให้กับความเป็นจริงของข้าราชการชั้นผู้น้อยที่หนีไม่พ้นปฏิทินวันเวลาที่เหมือนกรงขังมิให้พวกเธอต้องทำอย่างอื่น หากไม่เพราะถูกพริ้มเพราลากมาดื่ม ป่านนี้เธอคงนอนหลับฝันดีไปแล้ว
“ทำไมไอ้พอร์ชมันไม่รักฉันวะ ฉันไม่ดีตรงไหนกัน”
คนอกหักว่าแล้วยกแก้วขึ้นกระดก น้ำตาปริ่มจะไหลอีกรอบ
กุ้งนางแอบเติมโซดาในแก้วเพื่อน แต่พริ้มเพราก็คว้าขวดเหล้ามาเติมอีก
“เอาน่าๆ ลืมๆ ไปเถอะ มันชอบชะนีหน้าโบท็อกซ์ก็ปล่อยมันไป มันคงมีอะไรกันมานานแล้วล่ะ แกก็ทำใจซะ ผู้ชายใจหมาอย่างนั้นอย่าไปคบมันเลย ดีเท่าไหร่แล้วที่แกยังไม่ได้มีอะไรกับมัน” กมลศักดิ์ว่า
“ใช่ ฉันก็คิดเหมือนนังกิ๊บ” กุ้งนางเสริม ผมซอยสั้นของเจ้าตัวกับร่างเล็กบอบบางไม่ต่างจากพริ้มเพรา ทำให้กุ้งนางดูเป็นสาวเปรี้ยวทันสมัย ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว หากไม่บอกคงไม่รู้ว่าหล่อนเป็นครูสอนเด็กมัธยม
“กิ๊บซี่ย่ะ” กมลศักดิ์ท้วง หันมาจ้องพริ้มเพราอีกทีก็เห็นน้ำตามาเป็นสาย ขวดเหล้าในมือเจ้าหล่อนถูกรินลงแก้วจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
“ฉันจะดื่มให้ลืมมัน! ไอ้พอร์ช ไอ้คนสารเลว นอกใจฉัน!”
แล้วพริ้มเพราก็ดื่มเหล้าดังอึกๆ ราวกับน้ำเปล่า เธอมั่นใจว่ายังไม่เมา เหล้าเพิ่งหมดไปสองขวดเธอยังไม่เมาง่ายๆ หรอก แม้ว่าตาจะปิดอยู่รอมร่อก็ตาม
สองเพื่อนสาวส่ายหน้ากับสภาพอกหักครั้งที่ร้อยของพริ้มเพรา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การนอกใจ แต่มันอยู่ที่พริ้มเพราไม่ยอมหลับนอนกับชายคนรักต่างหาก เจ้าหล่อนเชื่อว่าการจะรักใครสักคนไม่จำเป็นต้องเข้าหอก่อนแต่งงาน และมันทำให้พริ้มเพราเป็นโสดอีกครั้ง
“อีกขวดเถอะว่ะ ยังไม่อยากกลับเลย” พริ้มเพราบอกเพื่อนแล้วใช้หลังมือปาดเช็ดหยดน้ำที่เกาะอยู่ริมฝีปาก ไม่เข้าใจว่าทำไมการมีเซ็กซ์มันถึงได้สำคัญนัก การคบกันด้วยใจไม่มีแล้วหรืออย่างไร
“โอ๊ย...ไม่เอา ฉันมีงานนะ นังกิ๊บซี่ก็ด้วย” กุ้งนางเริ่มบ่น ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เธอควรจะกลับไปนอนหากไม่อยากตื่นขึ้นมาตาเป็นหมีแพนด้า
“เออว่ะ กลับเถอะ” กมลศักดิ์ร้องขอ
พริ้มเพรามองขวดเหล้าเปล่าอย่างแสนเสียดาย อยากต่ออีกสักกลมให้สมความช้ำในใจ แต่ความเป็นจริงแล้วทำไม่ได้ เพราะถ้าต่ออีกกลม พรุ่งนี้เธอลุกไปทำงานไม่ไหวแน่ๆ
“งั้นก็กลับ ขอไปฉี่ก่อนได้ไหมไม่งั้นราดแน่ๆ” ว่าแล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ชุดเดรสสั้นสีดำที่สวมอยู่ รวมถึงผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงมาระแผ่นหลังขาวๆ ที่ตัวเสื้อคว้านลึกถึงสะเอว ทำให้พริ้มเพราดูคล้ายกับสาวๆ หลายคนในวันนี้
หญิงสาวเดินออกไปในทันทีที่กล่าวจบ
“ฉันไปด้วยนังพริ้ม ปวดเหมือนกัน นังกุ้งเคลียร์บิลไปนะ แล้วค่อยหารกันวันพรุ่งนี้ เจอกันที่หน้าร้าน ขี้เกียจเดินกลับมาตรงนี้ คนเยอะ ฉันจะอ้วก”
กมลศักดิ์สั่งการ กุ้งนางยกมือทำสัญญาณว่าตกลง
คนอกหักเดินมาเข้าห้องน้ำพร้อมกับหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เดินคลอเคลียแทบจะสิงร่างเป็นเนื้อเดียว ผู้หญิงคนนั้นมองเผินๆ ราวกับฝาแฝดของพริ้มเพรา เพราะนอกจากจะแต่งตัวคล้ายกันแล้ว เจ้าหล่อนก็เมามายใช่ย่อย
สองสาวเข้าห้องน้ำพร้อมกัน ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอดู
กมลศักดิ์รีบมาเข้าห้องน้ำด้วยอาการเมาที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้น ในห้องน้ำมีบุรุษมากหน้าหลายตากำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ พยายามเก็บอาการกระดี๊กระด๊า เมื่อเห็นบางคนเมาจนยืนปัสสาวะแทบไม่ไหว ขยับออกจากโถฉี่ทั้งที่ยังรูดซิปไม่เสร็จ กะเทยแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาปรือน้อยๆ สุขใจที่ได้ยลช้างน้อยของเหล่านักเที่ยว และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาไม่แต่งหญิง แม้ว่าจะพิสมัยเพศชายไม้ป่าเดียวกันก็ตาม
เพื่อนสาวของพริ้มเพราออกมาจากห้องน้ำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อยากจะเล่าเรื่องสนุกๆ ให้พริ้มเพราฟังเกินจะกล่าว
“นังพริ้ม! มานี่...ฉันจะเล่าอะไรให้ฟัง” กมลศักดิ์ว่าแล้วลากแม่สาวชุดดำออกไปจากหน้าห้องน้ำ พาเจ้าหล่อนเดินฝ่าฝูงชนไปในตอนที่สาวชุดดำอีกคนเพิ่งจะเดินออกมา
“โอย...ปวดหัวชะมัดเลย”
“ขอบคุณมาก คุณไปพักเถอะ” เขาว่าโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน “ฉันพักได้แล้วจริงๆ หรือคะ”“อาฮะ” เขารับคำ พริ้มเพราถอนหายใจเบาๆ แล้วก้าวออกจากห้อง แต่เธอไม่ได้ไปไหน กลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง นั่งลงไปบนเก้าอี้แล้วฟุบหน้าลงไปกับแฟ้มงานที่กางค้างอยู่ ก่อนจะสลบเหมือด หมดแรง และไข้ขึ้นมาร์คินผู้ไม่รู้เรื่องราว นั่งทำงานอยู่สักพักก็ลุกมาจัดการกับมื้อเที่ยงแสนอร่อย มันถูกส่งลงท้องผ่านริมฝีปากสีชาดระเรื่อ ทว่าเมื่อกินอิ่มแล้วกดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกพริ้มเพราให้มาเก็บสำรับ กลับได้พบเพียงความเงียบงัน เขาออกมาดู และได้พบว่าพริ้มเพราหลับคาโต๊ะทำงานไปเสียแล้ว ลองแตะแขนให้หล่อนรู้ตัว ทว่าไอร้อนที่แผ่ออกมาทำเอาเขาตื่นตะลึง“บ้าจริง พริ้มเพรา!”----------ณ โรงพยาบาล สองชั่วโมงให้หลังคนป่วยลืมตาขึ้นมาช้าๆ มึนงงไม่น้อยเมื่อพบว่าตัวเองมิได้อยู่ที่ที่ทำงาน เสียงฝีเท้าคนแว่วเข้าหู เธอหันไปตามเสียงนั้น แลเห็นร่างสูงของมาร์คินกำลังยืนคุยโทรศัพท์ “ครับอานุช ยกเลิกประชุมตลอดทั้งบ่ายนี้ครับ ผมคงไม่เข้าไปอีก ครับ...ธุระด่วนจริงๆ พริ้มเพราอยู่กับผม ยังไงอานุชช่วยเข้าไปเคลียร์เอกสารบนโต๊ะให้ผมด้วย ผมพิจารณาแล
“อีกห้านาที!” แม่สาวแว่นโตอยากกรีดร้อง รีบพากาแฟของบอสใหญ่ขึ้นไปส่งที่ชั้นสูงสุดของบริษัท มณีนุชยังง่วนอยู่กับเอกสารและโทรศัพท์มือถือตอนที่พริ้มเพรามาถึง เธอเคาะประตูส่งสัญญาณ ต้องรีบหลับตาลงเมื่ออาการเหนื่อยทำเอาหน้ามืดแอ๊ด...พริ้มเพราผลักประตูเข้าไป“เกือบไม่ทัน แต่ก็ทัน ให้อภัยก็ได้” มาร์คินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ยังมีแฟ้มหนาๆ ที่เป็นลายผ้าไหมลายใหม่ที่ส่งมาให้เขาอนุมัติเพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการการทอพริ้มเพรากลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ทั้งกะพริบตาถี่ๆ เพราะรู้สึกตาลาย อุณหภูมิในกายร้อนขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน เธอเอากาแฟไปวางบนโต๊ะ อยากจะเดินออกมาจากตรงนั้นเมื่อหมดหน้าที่ แต่ว่าสังขารไม่อำนวย สองขามันอ่อนและพาร่างทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้น“พริ้มเพรา!” มาร์คินแทบกระโดดออกมาจากโต๊ะทำงาน เขารีบมาดูอาการของพริ้มเพรา อุ้มหล่อนไปนอนบนโซฟาตัวยาวที่มีอยู่เพียงหนึ่งตัวในห้องนี้ สีดำของมันช่างตัดกับแก้มขาวๆ ของพริ้มเพราเหลือเกิน“พริ้มเพรา...พริ้ม...” เขาพยายามเรียกชื่อ ทั้งยังตบแก้มเบาๆ ให้หล่อนรู้สึกตัว ผิวหล่อนอุ่นจัดชัดเจน“บอส...” พริ้มเพราครางอืออา ขยับลุกนั่งด้วยรู้ว่าไม่เหมาะที่มานอนอ
“ฉันมาทันแน่ๆ ถ้าไม่มีใครถ่วงเวลา” เธอเถียง พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นหน้าคนที่กกกอดกันอยู่เมื่อคืนเขายิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกออกมาจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาพริ้มเพรา หญิงสาวก้าวถอยหลัง เพื่อให้ห่างจากชายหนุ่ม กลิ่นกายเขายังตามมาหลอกหลอนเธอ ยามได้ใกล้ชิดยิ่งชวนให้คิดถึงเรื่องอย่างว่า“เราควรต้องเก็บเรื่องเมื่อคืนไว้เป็นความลับ เพื่อจะได้ไม่เสียการปกครอง หรือคุณอยากเปลี่ยนตำแหน่ง”“จากอะไรเป็นอะไรละคะ” เธอย้อน นึกหมั่นไส้สายตาเจ้าเล่ห์ของบอสนัก“จากผู้ช่วยเลขาเป็น...นางบำเรอ”เผียะ!เสียงตบดังๆ ไม่เท่าความเจ็บแสบที่ซีกแก้มขาว มาร์คินยกมือกุมแก้มข้างที่โดนตบ จ้องหน้าพริ้มเพราราวอยากจะฆ่า ทว่ามันก็เพียงแวบเดียว เพราะหยดน้ำใสที่คลออยู่ในนั้นทำให้ใจเขาอ่อนยวบประหนึ่งขี้ผึ้งถูกไฟลน“เราไม่เคยรู้จักกันค่ะบอส และฉันจะลืมเรื่องเมื่อนาทีก่อนไปเสีย ถ้าบอสจะ กรุณาและช่วยมอบหมายงานให้ฉันได้ทำ ในฐานะผู้ช่วยเลขาค่ะ” พริ้มเพรากัดฟันพูดออกไป พยายามบังคับน้ำตาใต้แว่นเลนส์ใสมิให้มันไหลหยด เมื่อคืนนี้และเมื่อเช้า ความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อน เขาเหมือนเทพบุตรผู้ช่ำชอง ส่วนเธอเหมือนกวางน้อ
“อ่า...เหรอคะ เอ่อ...ฉะ...ฉัน ฉันว่ามันน่าอายที่ผู้หญิงอายุยี่สิบแปดอย่างฉันยังไม่เคยนอนกับใครและ...”คำพูดของพริ้มเพราหยุดชะงักเมื่อเขาขยับเข้ามาประชิดร่าง ดึงเธอเข้าไปแนบชิด จงใจให้ร่างเธอเบียดกับแผงอกอุ่นร้อน และบางสิ่งที่เบื้องล่างซึ่งร้อนยิ่งกว่าวางนาบเข้าที่หน้าท้องของเธอพอดิบพอดี...สถานการณ์ตอนนี้เริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว “คุณดูไม่เหมือนคนอายุยี่สิบแปด และช่วยบอกผมทีที่รักว่าคุณชื่ออะไร” เขาไล้นิ้วหัวแม่มือร้อนๆ บนกลีบปากล่างของพริ้มเพรา คลึงมันเบาๆ แต่เร่งเร้าโลหิตในกายสาวให้เดือดพล่าน“เอ่อ...ไม่ต้องรู้จะดีกว่านะ” พริ้มเพราบอก กลืนน้ำลายอย่างประหม่าเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื่อนมาวางแหมะบนสะโพก ทั้งบีบขยำแรงๆ มิเพียงเท่านั้น เขายังดึงชุดสวยของเธอขึ้นมาถึงสะเอว แล้วลูบไล้บั้นท้ายเปล่าเปลือยของเธออย่างอาจหาญ“ผิวคุณนุ่มเหลือเกิน”“ไม่ค่ะ เราไม่ควรจะทำแบบนี้อีก เมื่อคืนฉันเมาและมันเป็นอุบัติเหตุ ฉันว่าพอแค่นี้จะดีกว่า อ๊ะ!” หลุดเสียงร้องอย่างตกใจเมื่อนิ้วร้อนๆ ของบุรุษแปลกหน้าเข้ารุกรานใจกลางบุปผาสวรรค์ เขาเหมือนซาตานร้ายที่รู้ทุกจุดสุดสยิวของอิสตรี เล้าโลมไม่นานคนที่ไม่เคยพบเจอรสราคะก





