LOGINพริ้มเพราปรือตาขึ้นมองฝ้าเพดาน อาการปวดศีรษะรุมเร้าจนแทบระเบิด ทว่ายังไม่เท่าร่างกายทุกสัดส่วนที่ร้าวระบมอย่างที่สุด เธอนอนนิ่งๆ เพื่อรวบรวมสติ ถึงจะเมาปลิ้นแค่ไหนแต่จำได้เสมอว่าเมื่อคืนทำอะไรมาบ้าง และพอนึกออกว่าทำอะไรลงไป ก็หันมาหาคนที่นอนอยู่ข้างกัน แขนข้างหนึ่งของพ่อเทพบุตรรูปงามวางพาดอยู่ที่เอวของเธอ “คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถอะ แกนอนกับใครวะนังพริ้ม!” ถามตัวเองหนักๆ แต่เสียงเบาเพียงกระซิบ จับแขนเขาออกจากเอวท่ามกลางเสียงอืออาไม่พอใจของคนที่ยังหลับ พริ้มเพราลุกมานั่ง ตรงนั้นที่บอบช้ำรุนแรงมันเจ็บเกินจะกล่าว กายเนื้อเปล่าเปลือยยังมีรอยจ้ำช้ำเลือดจากการถูกดูดดึงด้วยริมฝีปาก มองเห็นแล้วให้ใจหาย อุตส่าห์ถนอมความสาวมาตั้งยี่สิบแปดปี สุดท้ายมาเสียให้กับใครก็ไม่รู้ “บ้าบอที่สุด แต่เอาวะ หน้าตาดีลีลาเด็ด อภัยให้ก็ได้ เฮ้อ..”
View Moreพัชญะมุ่นคิ้ว “อ่า...บอสให้คุณพริ้มกลับมาทำงานเลขาอีกแล้วหรือครับ ดีจัง ผมจะได้เจอเพื่อนเก่าบ้าง” ไม่เอ่ยเปล่าๆ แต่เอื้อมมือไปแตะศอกพริ้มเพราราวกับคนคุ้นเคยมาร์คินเลิกคิ้วสูง มองมือของพัชญะอย่างเคืองใจ“ใครบอกว่าเธอจะมาทำงาน” พูดจบก็ดึงร่างเมียรักเข้ามาใกล้ “พริ้มเพราเป็นเมียผม และเป็นแม่ของลูกผมด้วย”“หา!?” พัชญะช็อกไปเกือบครึ่งนาที“ที่สำคัญคือเธอกำลังท้องอยู่ แฝดสามน่ะ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าแตะต้องเธอล่ะ เพราะผม...หวงมาก”“อ่า...ครับๆ”“ถ้าจะให้ดี ช่วยปฏิบัติต่อเธออย่างมีมารยาท เจอเธอคราวหน้า ก้มหัวให้เธอซะ เพราะเธอเป็นเจ้านาย เข้าใจนะ”“ครับ...บอส!”พริ้มเพรานึกสมเพชอดีตแฟน เธอไม่เคยเห็นเขาหงอได้มากเท่านี้ตั้งแต่เกิดมา“ไปกันเถอะ”“ขอเวลาแป๊บนะคะ” เธอร้องขอ มาร์คินเลยเข้าลิฟต์ไปก่อน เธออยากพูดอะไรกับพัชญะสักนิด เขาจะได้เข้าใจสักที “ขอบคุณนะพอร์ช”“หือ? อ้อ...ครับ...คุณพริ้ม”“ขอบคุณนะที่ทิ้งกันไป ไม่อย่างนั้นพริ้มคงไม่ได้เจอมาร์คิน เรามาจบเรื่องในอดีตกันตรงนี้เถอะนะ ขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับทุกอย่าง”“อ่า...ครับ...ยินดีด้วยครับ คุณพริ้ม...”พริ้มเพรายิ้มให้อดีตแฟน สิ่งเดียวที่นับว่าเป็
“ไปๆ หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกัน ได้ยินว่ามื้อเช้ามีข้าวห่อใบบัว โอ๊ย...อยาก”“เออๆๆ ไปๆๆ” กุ้งนางเร่งเร้า จะซอยเท้าตามเพื่อนไปแต่ชายเสื้อถูกดึงยิกๆ “เร็วเข้านังกุ้ง พาผู้ชายแกมาด้วยสิยะ” กมลศักดิ์เร่งเร้ากุ้งนางนึกเคือง ผู้ชายของเธอเหรอ หึ! นังกิ๊บ! ฉันอยากจะฆ่าแกเพราะเรื่องนี่ล่ะ“น้องคะ ไปเร็วค่ะ ไปหาข้าวกินกัน”นะโมทำหน้ายู่ ดึงชายเสื้อพี่กุ้งเอาไว้“พี่กุ้ง...นะโมเหนื่อย เนี่ย...ปวดขา” เด็กน้อยบอก ก้มลงทุบขาสองสามทีกุ้งนางทำหน้าแหย คุกเข่าลงตรงหน้าหนูน้อย “คงจะไม่ได้ให้พี่...”“ฮึบ!”สิ้นเสียงฮึบ ความหนักก็ถาโถมเข้ามาที่แผ่นหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอะไรอยู่บนนั้น ร่างกลมป้อมของเด็กชายนะโมนั่นเองกุ้งนางเม้มปากแน่นๆ แบกเจ้าหนูขึ้นหลัง แล้วเดินไปตามสะพานไม้ ทั้งหนักทั้งเหนื่อย แต่เธอก็ต้องทน ฉันจะฆ่าแก นังกิ๊บ! นังเพื่อนทรยศ!...........บริษัทมนวรรธน์กลิ่นกาแฟหอมฉุยลอยข้ามฝั่งมา พริ้มเพรายุติสองขาที่กำลังก้าวจะเข้าบริษัท เธอมองข้ามไป นึกถึงวันที่ต้องเร่งฝีเท้าไปซื้อกาแฟให้เจ้านายแล้วยิ้มหัวออกมา ราวกับว่าเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้“เป็นอะไรฮึ” สามีคนดีถามไถ่ มือข้างหนึ่งยังประคอ
เฌอริณมองสามีแล้วนึกขำ พอมองย้อนกลับไปในตอนนั้นเธอก็ช่างโง่งมที่คิดว่าตัวเองรักมาร์คิน บางทีนั่นอาจมิใช่ความรัก อาจเป็นเพียงความลุ่มหลง การห่วงหวงเช่นเด็กน้อยที่หวงของเล่น ทว่าเมื่อมาร์คินมีคนอื่น เธอกลับมิได้เจ็บมากมาย หัวใจกลับยอมรับในสิ่งที่เขาเลือก แต่พอคนอีกคนที่อยู่ข้างกายมาตลอด มาหายไป นั่นต่างหาก หัวใจถึงได้รู้ว่ารักเขามากกว่าที่ตัวเองจะคาดเดาเสียอีก“งอนเลย เดี๋ยวง้อเอง”“อา...รู้ทันอีกละ”“มีสามีเด็กกว่าก็ต้องฟิตทั้งร่างกายและสมอง ไม่งั้นตามนายไม่ทันหรอกน่า”“ตามอะไรกัน ผมนี่เป็นคนดีแล้วนะ เหล้ายาไม่แตะ งานเสี่ยงอันตรายก็เลิกสนิท แถมยังรักเมียกับลูกม๊ากมาก สามีอย่างนี้หาได้ที่ไหนอีก”“ไม่รู้สิ วันดีคืนดีฉันอาจจะเดินชนกับกิ๊กเก่าของนายก็ได้ ใครจะรู้”“โห...ร้ายกาจ เอาเรื่องเก่ามาพูดทำไมเนี่ย ตัวเองนั่นแหละบอกให้ผมทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจ”“นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำพลาดล่ะ ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว และนาย...อย่าได้คิดทำตัวอย่างนั้นอีก ไม่อย่างนั้นละก็...” เธอหรี่ตามองสามีวัยละอ่อน ก่อนจะเบนสายตาไปยังเจ้าตัวจ้ำม่ำให้อ้อมแขนเขาคชากอดรัดลูกแน่นขึ้นอีก “อย่าแม้แต่จะคิดนะ ถ้าพี่เอาลูกไปละก็..
“ไม่เอาไม่พูดแล้ว พูดทีไรพาเข้าเรื่องนี้ทุกที”“ก็พี่ชอบนี่นา หรือพริ้มไม่ชอบ” เขาถาม หล่อนถลึงตาใส่ เห็นหล่อนทำตาโตอย่างนั้นแล้วนึกเอ็นดู “เมียพี่นี่น่ารักจริง”“ไม่ต้องมาชม คนหื่น” ปากว่าแต่มีรอยยิ้มงามวูบหนึ่งที่รอยยิ้มของพริ้มเพราชวนให้มาร์คินหวนคิดถึงอดีตภรรยา รอยยิ้มของปาลิดาก็เคยสดใสอย่างนี้“เป็นอะไรคะ”“ปะ...เปล่าๆ ไม่ได้เป็นอะไร” ตอบอย่างนั้นแต่เปลี่ยนจากโอบกอดร่างงามมาจับมือหล่อนแล้วออกเดินไปด้วยกันพริ้มเพราลอบมองเขา มีไม่กี่เรื่องที่พอเขานึกถึงแล้วจะเงียบขรึมลงไปได้“คิดถึงคุณปาลิดาหรือคะ”เขาพยักหน้าอย่างไม่คิดปิดบัง พริ้มเพราจะดึงมือออกจากมือเขา ทว่ามันกลับถูกกุมไว้แน่นกว่าเดิม“แค่นึกถึง แค่นึกเท่านั้น” เอ่ยกันไว้ด้วยไม่อยากให้แม่คนงามงอนอีก พอรู้ว่าเขารัก หล่อนก็ขี้งอนนักเชียว แต่เขาก็ชอบล่ะ พอหล่อนงอนเขาก็ง้อ ง้อไม่ฟังก็ไปจบลงที่เตียงทุกที“ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”“ไม่ได้ว่า แต่ไม่ชอบใจ พี่รู้”“ป่านนี้เธอคงมีความสุขอยู่บนนั้น และอาจมองเราอยู่ พี่อยากบอกให้เธอรู้ว่าพี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินไหม”พริ้มเพราไหวไหล่ จะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างสิ“อยากบอกอะไรปาลิด
“เชอะ!” ปากส่งเสียงเชอะ แต่ขยับไปหาเขาดีๆ วาดแขนโอบรอบคอเขา ในขณะที่มาร์คินกอดเธอแรงๆ“เฮ้อ...ใจหายหมดเลย นึกว่าจะโกรธกันจนไม่มองหน้าซะอีก”“ฉันเป็นคนแบบนั้นหรือคะ เข้าใจผิดกันก็ต้องคุยกันสิ ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่เอาแต่ใช้อารมณ์ซะหน่อย” เธอบอกเขาอย่างนั้น ทั้งที่ตอนแรกอยากระบายอารมณ์ใส่ อยากด่าอยากว่
......ซ่า....ซ่า....พายุใหญ่ยังพาสายฝนพร่างพรมเหนือริมหน้าผา พริ้มเพราถูกลากออกมาจากอุโมงค์ห้องลับ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ไหน สองตาถูกปิดไว้ด้วยริ้วผ้าไหมของศศิ ได้ยินเสียงลมฝน ได้ยินเสียงคลื่น หยาดน้ำฝนเย็นชื้นและดินโคลนเปียกแฉะใต้ฝ่าเท้า คุณพระ! อย่าบอกนะว่าที่นี่...คือริมหน้าผา...ฟิ้ว..
...........ความหม่นเศร้ายังกัดกร่อนหัวใจของสองอาหลาน แม้ในตอนที่วางกุหลาบขาวหน้าหลุมศพของมาร์กาเร็ต แสงแดดแรงจ้าไม่ได้ทำให้มาร์คินท้อถอย ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น เช่นกันกับคนอื่นๆ เพื่อรำลึกถึงมารดาผู้ล่วงลับมณีนุชยังเศร้าเสมอกับการจากไปของอดีตพี่สะใภ้ ในขณะที่ศรุตอาการหนักกว่าม่ายสาวมากนัก เพร
“ฉันต้องสรุปและส่งให้บอสดูสินะ เอาล่ะ ทำงานสักนิดในวันเสาร์ดีกว่า” บอกตัวเองอย่างนั้นเพราะแม้ว่าวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทก็ยังถือว่าเป็นวันทำงานของเธอ เพราะเรื่องวุ่นวายนี่แหละที่ทำให้มาร์คินไม่เข้าบริษัทในวันนี้ หญิงสาวนั่งทำงานไปเรื่อยๆ สักพักท้องก็ร้องครวญครางเพราะยังไม่ได้กินอะไร สงสัยว่าคนในท้อง