Masuk“รายนั้นกลับดึก บางวันก็ไม่กลับ” คุณนิภาพูดอย่างปลงตก เข้าใจว่าลูกงานเยอะ
“เดี๋ยวนี้รุตเขาเก่งมากเลยนะครับ ธุรกิจใหญ่โตขึ้นมาก ขึ้นแท่นเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านทั้งๆ ที่อายุยังน้อย”
โชติกล่าวชมจากใจจริง
“ได้เชื้อพ่อเขามานั่นแหละ เห็นลูกประสบความสำเร็จ ต่อยอดสมบัติที่พ่อแม่สร้างไว้ได้พี่ก็เบาใจ”
ก่อนหน้านั้นคุณนิภาค่อนข้างกังวลในหน้าที่การงานของศรุต เพราะรายนั้นเอาแต่หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น แม่นั่นก็ปอกลอกได้ทุกวี่ทุกวัน คุณนิภากลัวว่าศรุตจะหมดตัวเพราะผู้หญิงพรรณนั้น
นับว่าบุญหล่นทับที่ความเลวของหล่อนช่วยทำให้ลูกชายของเธอตาสว่าง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีศรุต ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้
“ผมอยากไปเยี่ยมรันครับ”
“อย่าไปเลยโช นั่นก็อะไรไม่รู้ วันๆ ชักหนักข้อขึ้นทุกวัน พี่ล่ะจนปัญญาละ เนี่ย ขนาดหนูรสพยายามเข้าหามันยังอาละวาดใส่เขาจนยับเยิน”
เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนเต็มที่รสรินทำหน้าที่ดูแลศรัน คุณนิภาชื่นชมความอดทนอดกลั้นของหญิงสาว แม้จะถูกศรันอาละวาดทุกครั้งที่เข้าหา แต่รสรินก็ยิ้มสู้เสมอ
“ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะ” คุณนิภาลูบแขนโชติ หนุ่มใหญ่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพี่จะทำให้กิน” คุณนิภาอยากโชว์ฝีมือต้อนรับคนสำคัญอีกครั้ง
“อยากกินต้มข่าไก่ครับ อยู่ที่อังกฤษกินร้านไหนก็ไม่อร่อยสักร้าน ขนาดคนไทยทำแท้ๆ ยังไม่แซ่บเท่าพี่ภาทำให้กินเลย”
โชติอ้อนพี่สะใภ้ เวลาอยู่กับคุณนิภาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชายที่ล่วงลับ ฝ่ายคุณนิภาก็ดีใจที่เขายังไม่ลืมกัน แม้ว่าสามีของเธอจะจากไปหลายปีแล้ว แต่โชติยังคงเส้นคงวาเสมอ เคยรักและเคารพเธอยังไง เขาคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
“งั้นเดี๋ยวพี่ให้ติ๋มกับหวานไปซื้อเครื่องก่อนนะ”
“คุณนายคะ เดี๋ยวหนูไปซื้อให้ก็ได้จ้ะ พอดีหนูตั้งใจจะแวะไปซื้อของใช้ส่วนตัวอยู่แล้วด้วย”
รสรินทักท้วงก่อนที่คุณนิภาจะเรียกสาวใช้คนสนิท
“ถ้าอย่างนั้นผมไปด้วยครับ” จู่ๆ โชติก็โพล่งขึ้น คุณนิภามองหน้าสองชายหญิงสลับไปมา
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไปคนเดียวดีกว่า”
รสรินเกรงใจ ขืนไปกับเขาหล่อนคงทำตัวไม่ถูก นั่งเกร็งก้นแข็งกันพอดี
“นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว ให้ผมขับรถพาไปเถอะครับ”
โชติแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ดูเหมือนการเจรจาจะไม่ลงตังง่ายๆ คุณนิภาจึงตัดบทเสียงเรียบ
“ไปกับคุณโชติเถอะหนูรส จะได้รีบซื้อรีบกลับมาให้ทันทำมื้อเย็น” เมื่อคุณนิภาพูดเช่นนี้รสรินก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้อาวุโสที่สุดของบ้านยืนกอดอกมองน้องสามีและพี่เลี้ยงหลานชายด้วยใบหน้ายิ้มๆ เห็นทีงานนี้ลูกชายของเธอคงเจอศึกหนักเข้าแล้ว โชติแม้อายุอานามจะเข้าเลขสี่ปรายๆ แต่ความหล่อเหลาคมคายไม่ได้แพ้หนุ่มรุ่นๆ เลยสักนิด เผลอๆ จะกินขาดด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีหน้าที่การงานที่มั่นคงเป็นอาวุธ สาวเล็กสาวใหญ่หมายปองเขาตาเป็นมัน แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาจะสนใจใครจริงๆ สักคน
หรือรสรินจะเป็นหญิงสาวคนนั้น…
..................................................
บรรยกาศภายในรถช่างอึมครึมจนรสรินรู้สึกอึดอัด หล่อนนั่งตัวเกร็งจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง โชติชำเลืองมองหล่อนเป็นระยะๆ เรือนแพขนตางอนยิ่งเสริมให้ใบหน้าหวานสวยสง่าจนเขาอดชื่นชมไม่ได้ โชติรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่แรงขึ้นเรื่อยๆ อาการแบบนี้เขาเคยเป็นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ โชติอมยิ้มลำพัง ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะคิดน้ำเน่าราวกับพระเอกละครหลังข่าว
ไร้บทสนทนาจนกระทั่งถึงที่หมาย รสรินลงจากรถคันหรูก่อนเป็นคนแรก หญิงสาวเป่าปากเรียกความมั่นใจสู่ตัว พอเห็นโชติเดินอ้อมมายังเธอ เจ้าตัวก็รีบฉีกยิ้มน้อยๆ แก้เก้อ
“เราจะแยกกันซื้อไหมคะ”
“ทำไมครับ หรือว่าคุณรสรังเกียจผม?”
โชติแกล้งถาม เขามองคนออก รสรินไม่ได้รังเกียจรังงอน เพียงแต่หล่อนอายเกินกว่าจะอยู่กับเขาสองต่อสองเท่านั้น
“ไม่ใช่นะคะ ที่ถามคือว่ากลัวคุณจะเบื่อ ฉันเป็นพวกน่ารำคาญเวลาซื้อของน่ะค่ะ ค่อนข้างจุกจิกเป็นพิเศษ”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปด้วยกันได้ครับ ผมก็คนประเภทเดียวกัน” แววตาโชติกรุ้มกริ่ม รสรินร้อนหนาวไปทั้งกาย
“ไปครับ เดี๋ยวจะไม่ทันมื้อเย็น”
รสรินพยักหน้าพร้อมกับเดินเคียงคู่เข้าซุปเปอร์มาเก็ตไปกับเขา โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบย่องตามเงียบๆ ศรุตที่บังเอิญขับรถมาทำธุระแถวนี้พอดีเห็นร่างบางก็สงสัย หล่อนมากับใคร พอเห็นหน้าผู้ชายสูงใหญ่ชัดๆ เท่านั้นล่ะ ถึงกับร้องอ้อขึ้นมา โชติกลับเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงออกมากับรสรินสองต่อสอง แล้วเจ้าหล่อนก็ช่างกระไร ทำท่าทางกระมิดกระเมี้ยนน่าหมันไส้ ทีอยู่ใกล้เขาทำเป็นดิ้นเร่าราวกับถูกของร้อนแตะกาย แต่นี่ออกมากับชายอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย ทำแบบนี้เท่ากับหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ
จริงอยู่ที่รสรินยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขา แต่สำหรับศรุตเขาถือว่าเธอเป็นสมบัติต้องห้ามตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นรูปถ่ายแล้ว เพราะฉะนั้นใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่ง เขาไม่มีทางปล่อยให้ชายใดมาตัดหน้าแย่งรสรินไปเด็ดขาด
ต่อให้ผู้ชายคนนั้นเป็นอาแท้ๆ ที่เคารพรักก็เถอะ!
“เย้ เมียท้องแล้วโว๊ย!!!”ศรุตดีใจแหกปากตะโกนร้องลั่นบ้านหลังจากรสรินยืนยันถึงการมีทายาทตัวน้อยๆ ศรันกระโดดโลดเต้นไปกับบิดา เขาเองก็อยากมีน้องมานาน จะได้มีเพื่อนเล่นก็คราวนี้“ท้องแล้วเหรอ?” คุณนิภาที่ลุ้นอยู่รีบถาม“ครับแม่ รสบอกว่าขึ้นสองขีดครับ”เสียงเข้มตื้นตัน ประคองเมียรักให้นั่งลงบนโซฟา“แต่รสอยากไปตรวจให้แน่ใจอีกทีค่ะ เผื่อมันไม่ชัวร์”รสรินยังไม่อยากดีใจไปก่อน ทว่าพอได้ยินเมียรักพูดเช่นนั้นศรุตก็เริ่มคอตก“อ้าว… หมายความว่าไงอ่ะ จะไม่ท้องเหรอ” ถ้าไม่ท้องเห็นทีคนที่เสียใจที่สุดไม่แคล้วเป็นเขากับเจ้าลูกชายตัวดีแน่ศรันทำหน้าเศร้าตามพ่อ…“ไปกันใหญ่แล้วค่า รสคิดว่าน่าจะท้องแต่แค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น”แน่ล่ะ! หล่อนอยากกินแต่ของเปรี้ยวของดอง ปกติเคยชอบกินของแบบนี้เสียที่ไหน กลับบ้านไปคราวก่อนมารดาก็ทักว่าอวบขึ้น มีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส คนเป็นแม่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ เพราะอาการที่รสรินเป็นคืออาการของคนที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นคุณแม่“ไปตรวจก็ดีนะลูก จะได้ฝากท้องด้วยเลย”คุณนิภาเอ็นดูรสรินมาก ตั้งแต่มีเธอคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้บ้านหลังนี้ก็มีแต่ความสุข หญิงสาวปฏิบัติตัวดีทุกกร
รสรินมีอาการดีขึ้นตามลำดับเพราะได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม… หรืออีกนัยหนึ่งคือได้บุรุษพยาบาลหน้าหล่อคอยประคบประหงมเจ้าหล่อนตลอดเวลา“คุณไม่ทำงานหรือคะ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เธอนอนพักฟื้นมาห้าวันแล้วก็ยังเห็นเขาเฝ้าไม่ห่าง หนำซ้ำยังชอบไล่คนอื่นให้กลับบ้านไวๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสอง แต่ไม่ทั้งหมดนะ เพราะมีอยู่สองคนที่ศรุตไม่กล้าไล่คือ มาลาและพิมพ์มาดา“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ เมียป่วยอยู่ ต้องเฝ้าเมีย” ศรุตตอบหน้าตาย ทำเอาคนถามถึงกับอายม้วน โชติและคุณนิภาส่ายหน้ามองด้วยรอยยิ้ม คนป่วยหยิกเนื้อหนาเต็มแรงหนึ่งที“เจ็บนะ หนอยแน่! หยิกมาได้เดี๋ยวจับปล้ำคาเตียงซะเลยนิ” ศรุตไม่สลด ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หญิงสาว“ฮึ่มๆ” คุณนิภากระแอมไอเรียกร้องความสนใจ บุตรชายหันไปมองมารดาแล้วทำหน้าทะเล้น“อะไรกันครับคุณแม่ อยากได้หลานเพิ่มอีกคนไม่ใช่หรือครับ” ได้ทีเจ้าลูกชายก็เอาใหญ่ คุณนิภาบอกว่าอยากได้หลานเพิ่มแต่ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะจะได้จับแต่งตัวคุยเรื่องไฮแฟชั่นกับตน ศรันเป็นเด็กผู้ชายไม่พอ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบและอยู่คนเดียวเป็นหลัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดีหน่อยที่ช่วงหลังเริ่มเข้า
“เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง!” รสรินที่ตัดสินใจเดินมาดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงหน้าตาสวยจัดจ้านคนหนึ่งกำลังถ่ายเทเครื่องเพชรของคุณนิภาใส่ถุงผ้าสีดำอย่างลวกๆ“ยัยบ้านี่! สาระแนนักนะ” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด รีบจัดการกับสิ่งของมีค่าโดยไม่สนใจมดแมลงน่ารำคานอุตส่าห์สืบจนรู้ว่าวันนี้คุณนิภาไปนอนค้างบ้านเพื่อน อีกทั้งศรุตก็กลับดึกเพราะติดประชุมใหญ่ พระเจ้ายังส่งนังผู้หญิงน่ารำคานมาขัดขวางทางของเธออีก“อย่านะ เธอไม่มีสิทธิ์ขโมยของๆ คนในบ้านหลังนี้!”รสรินไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่ำช้า เธอพยายามยื้อยุดฉุดกระชากถุงผ้าสีดำมายังตน“นังพี่เลี้ยงจอมจุ้น ทำไมหะ? หรือว่าหล่อนอยากเก็บเอาไว้ใส่เอง อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ” โจรสาวเดือดดาล“เธอเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”รสรินแปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำทีเหมือนรู้จักกับเธอมาก่อน ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าแม้แต่หน้าของหล่อนเธอก็ไม่เคยเห็น“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แล้วที่ฉันพูดมันผิดไหมล่ะ หล่อนเองก็อยากได้ของเหล่านี้จนตัวสั่น!”“ฉันไม่นิยมอยากได้ของๆ คนอื่น” รสรินตอบโต้“หล่อนจะคิดยังไงก็ช่าง ถอยไป!”ผู้บุกรุกผลักร่างบางให้พ้นทาง“ฉันไม่ให้ไป เธอจะไปไหนไม
“หนักค่ะ” ร่างบางร้องบอก รสรินอายจนไม่กล้าสบตาคนเบื้องบน“เพิ่งเสร็จใครเขาหนักกัน แบบนี้เขาเรียกว่าโล่งเบาสบายตัว” ศรุตยักคิ้วเย้ายวนด้วยรอยยิ้ม รสรินจึงทุบไหล่เขาไปหนึ่งทีแก้เขิน“คนบ้า!” ดูหล่อนทำหน้าเข้า ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าชัง น่าฟัดน่าขยี้“มีความสุขไหม” แววตาหนุ่มประกายวับ ยิ่งเขาพูดเสียงนุ่มทุ้มรสรินก็ยิ่งอายจนไม่กล้ามองหน้า มือหนาต้องจับปลายคางบังคับให้หล่อนสบตาด้วย“ว่าไง สุขหรือไม่”เขารู้ว่าหล่อนยังใหม่นักสำหรับเรื่องอย่างว่า“ฉัน” เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบนี้ รสรินก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หล่อนใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ทว่าต้องพลิกผันเจอผู้ชายเพลย์บอยตัวฉกาจอย่างเขา“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยรสริน เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันในที่สุด”“คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือคะ” รสรินถาม“แล้วทำไมฉันต้องไม่พร้อมด้วยล่ะ” ศรุตถามกลับ มีแต่เธอที่ชอบปฏิเสธเขาท่าเดียว“ก็คุณเคยบอกว่าคุณยังไม่ เอ่อ… ยังไม่รักฉัน” พูดแล้วก็หลบตา เม้มปากอิ่มแน่น“แต่ตอนนี้รักแล้วไง” เสียงเข้มแหบพร่ากระซิบ“อะไรกัน ทำไมความรู้สึกเปลี่ยนไวนักล่ะคะ”ตกลงหล่อนจะไว้ใจเขาได้ไหมเนี่ย“จริงๆ ก็น่าจ
“มะ ไม่!”รสรินปฎิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายพร้อมมอบให้แก่เขา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้“ไม่ให้ก็จะเอา หิวมานานแล้ว จะกินให้เกลี้ยงเลย”คนเอาแต่ใจไม่แคร์ รสรินเกลียดนักเชียว ถ้าคิดจะบังคับกันตั้งแต่แรกแล้วจะพูดขอให้มากความทำไม“คนบ้า อะ อื้ม!”เสียงหวานถูกกลืนลงลำคอเมื่อริมฝีปากหยักหนาเคลื่อนปิดทับเรียวปากนุ่ม ศรุตสอดลิ้นเข้าไปยังวังวนเสน่หา ดูดรัดลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนสติของสาวเจ้าแตกกระเจิง จุมพิตเร่าร้อนมาพร้อมความอ่อนหวานจนไม่อาจขัดขืน รสรินเริ่มปล่อยกายไปกับความละมุนที่เขามอบให้ ศรุตจึงคลายข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่เขาตรึงไว้ในทีแรก เพราะมั่นใจว่าเธอไม่คิดต่อต้านอีกต่อไปรสรินยกมือคล้องลำคอแกร่ง หัวใจของศรุตเบิกบานยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับน้ำทิพย์ เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแล้วจูบแลกลิ้นดูดดื่ม“อื้ม พะ พอก่อนค่ะ”รสรินต้องเป็นฝ่ายร้องห้ามเพราะหล่อนหายใจไม่ทัน ศรุตยอมถอนเรียวปากออกอย่างเสียดายแต่ไม่เป็นไร เรือนร่างนี้ยังมีอะไรให้เขาได้ค้นหาอีกเยอะ“ไปที่เตียงกันนะ”เสียงทุ้มกระซิบ เขาจัดการอุ้มเจ้าหล่อนเดินไปยังเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางอย่างทนุถนอม รสรินไม่ละสา
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”รสรินโวยวาย มองซ้ายแลขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น โดยเฉพาะเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“กลิ่นหอมน่ากินจังเลย” นอกจากไม่ปล่อยเขายังทำหน้ามึน“ปล่อย!” เจ้าหล่อนตาแข็ง มือเรียวดันแผงอกกว้างไว้มั่น ไม่ยอมให้เขาบดเบียดเนื้อตัวง่ายๆ“ถ้าลูกชายคุณมาเห็นจะทำยังไง ทำไมถึงได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้”“อ่ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องทำในที่ลับตาคนใช่ไหมจ๊ะ”ชายหนุ่มยิ้มยียวน โน้มใบหน้าชิดแก้มนวล รสรินรีบหันหนีแทบไม่ทัน“คนบ้า!”ให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้ไงหล่อนถึงไม่อยากทำงานกับเขาแล้ว ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมมารยา จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกไม่เว้นวัน“ยิ่งดิ้นยิ่งตื่นนะจ๊ะ” เสียงเข้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูเล็ก รสรินสะท้านทรวง“ทุเรศ!” หล่อนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าเขาแล้ว คนอย่างศรุตยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ“ปากดีเสียจริงแม่พี่เลี้ยงคนสวย มามะ ขอดูดปากชิมรสชาติหน่อยสิ อยากรู้นักว่าจะเผ็ดร้อนเหมือนวาจาหรือเปล่า”ศรุตพยายามบังคับกรอบหน้าหวานให้รับจูบดุเดือด หญิงสาวดิ้นหนีสุดชีวิต มือเรียวทั้งผลักทั้งดันอกกว้างจนคนตัวโตเซซังแทบล้ม รสรินรีบวิ่งหนีขึ







