Masukภูผา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เข้า ER บ่อยจนพยาบาลจำหน้าได้ ไม่ใช่เพราะโชคร้าย แต่เพราะทุกครั้งที่มา ได้เจอเธอ กลายเป็นคนไข้ขาประจำของคุณหมอสาวที่ใจเย็นแต่ปากไม่ยอมใคร ยิ่งมาบ่อย ยิ่งโดนดุ แต่ทำไมใจถึงยิ่งอยากมา
Lihat lebih banyakเวลา 01.35 น.
ณ โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักเปิดออกด้วยความเร่งรีบพร้อมเสียงไซเรนที่เพิ่งดับลงด้านนอก เสียงตะโกนสั่งการประเดประดังแข่งกับเสียงสัญญาณมอนิเตอร์ที่ร้องเตือนระงม เหล่านักรบชุดขาวรีบสับฝีเท้าเข้าประจำตำแหน่งอย่างชำนาญเหมือนกับเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำ “เปิดเซตซูเจอร์ให้หน่อยค่ะพี่กะทิ” แพทย์สาวในชุดสครับสีน้ำเงินเข้มหันไปสั่งการพี่พยาบาลอย่างรวดเร็ว ปลายผมที่หลุดรุ่ยบดบังใบหน้าเนียนไม่ได้ทำให้ความงดงามน้อยลงแม้แต่น้อย แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากเวรดึก แต่ร่างบางกับดูกระฉับกระเฉงตื่นตัวและมีสมาธิกับงานตรงหน้าขั้นสุด “ไม่เย็บได้ไหมครับ ไม่อยากเย็บแผลครับหมอ” คนเจ็บบนเตียงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปวิศวะสีแดงที่ถูกถกแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่งพร้อมยิ้มมุมปากอย่างไม่เกรงใจสายตาตึงเครียดของหมอและพยาบาลตรงหน้า คุณหมอสาวขยับแว่นเล็กน้อยก่อนกวาดสายตามองลอยสักรูปเสือคำรามสุดดุดันบนแขนซ้ายของหนุ่มวิศวะตรงหน้าผ่านแว่นสายตาก่อนจะพูดว่า “สักลายยังทนได้ เย็บแผลแค่ไม่กี่เข็มดันงอแง” ว่าพลางหันกลับไปสวมถุงมือยางด้วยท่าทางชำนาญ “ใครงอแงครับ อีกอย่างมันคนละเรื่องกันเลยครับหมอ นี่มันศิลปะ” เอ่ยเถียงพร้อมยักไหล่ไม่แยแส ยิ้มมุมปากท้าทายหมอสาว ทั้งที่ในใจเริ่มหวั่นกับความเจ็บที่กำลังจะมาถึง หมอสาวกลับไม่สนใจไอเด็กหนุ่มที่เถียงคอเป็นเอ็นตรงหน้าสักนิดแต่กลับเริ่มลงมือเตรียมเย็บแผลต่อไป “เห็นหมอนิ่งๆแบบนี้ มือไม่หนักใช่ไหมครับ หรือเปลี่ยนจากเย็บแผลเป็นหมอเป่าเพี้ยงให้ผมแทนไม่ได้หรอ” เด็กหนุ่มวิศวะพูดด้วยน้ำเสียงยียวนก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้คุณหมอและยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นลักยิ้ม “คุณภูผา” หมอสาวเอ่ยเสียงดุพร้อมกับยกคีมจับเข็มมาโชว์ตรงหน้าเด็กหนุ่มกวนประสาท “ถ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อก็ถอยกลับไปนั่งดีๆ หรือก่อนที่หมอจะเปลี่ยนใจเย็บแบบไม่ฉีดยาชาให้” ภูผาชะงักไปชั่วขณะก่อนจะยอมถอยกลับไปนั่งดีๆแต่ก็ยังไม่หยุดยิ้มกวนประสาทเวลา 02.25 น.ณ ห้องจ่ายยา ภูผานั่งรอเรียกชื่อรับยาด้วยสีหน้าเซ็งๆกับท่อนแขนด้านซ้ายที่ถูกผันด้วยผ้าก๊อซสีขาวสะอาดตา นัยน์ตาคมกวาดตามองความเงียบงันในโรงพยาบาลช่วงดึกอย่างไร้จุดหมาย ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างบางที่คุ้นตาของหมอสาวที่พึ่งเย็บแผลให้เขาเมื่อครู่ แต่ทว่าเธอกับไม่ได้เดินมาคนเดียว ข้างกายมีเด็กหนุ่มร่างสูงในชุดนักศึกษามอดังที่เหมือนจะเป็นมอเดียวกันกับเจ้าตัว เดินกอดคอกระซิบกระซาบด้วยท่าทางสนิทสนมนั้นทำให้ภูผาขมวดคิ้วแน่น และทันทีที่แสงสว่างสาดส่องใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นทำให้ภูผาเบิกตากว้างอย่างตกใจ “ไอเด็กนั่น…”ภูผากำหมัดแน่นเมื่อรู้ว่าคนที่เดินมากับคุณหมอคือรุ่นน้องต่างคณะที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องมาเย็บแผลครั้งนี้ “อย่าบอกนะว่า..” ภูผายิ้มมุมปาก สายตามองสลับไปมาระหว่างคุณหมอปากแจ๋วกับไอคู่อริหน้าตึง รอยยิ้มยียวนกวนประสาทจุดประกายขึ้นบนใบหน้าคมอีกครั้ง ประหนึ่งคิดเรื่องสนุกๆขึ้นมาได้ ร่างสูงตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ทันทีโดยไม่รอฟังเสียงเรียกชื่อรับยา เขาเดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่ด้วยท่าทีสบายๆแต่แฝงไปด้วยความยียวน รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นทันทีเมื่อคู่อริหันมาสบตากับเขา สีหน้าของเด็กหนุ่มสถาปัตยปี 2 ซีดเผือกทันทีเมื่อเห็นหน้าภูผา “ขอบคุณนะครับสำหรับแผลนี้ หมอมือเบามากจนผมอยากเย็บอีกรอบเลย” ภูผาเอ่ยเสียงหวานก่อนจะโน้มหน้าลงมายิ้มยียวนโชว์ลักยิ้มใส่คุณหมอ คุณหมอชะงักก่อนจะชำเหลืองหางตาไปมองเด็กหนุ่มที่เดินมากับตัวเองที่ตอนนี้หน้าตึงกำหมัดแน่น“พี่มึงมาทำอะไรที่นี่วะ” เด็กหนุ่มสถาปัตยกดเสียงต่ำ รีบก้าวออกมาบังคุณหมอไว้ตามสัญชาตญาณ
“อ้าว กูก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ไอจอม รุ่นน้องต่างคณะนี่เอง” ภูผาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนเอามือล้วงกระเป๋าแล้วยิ้มกวนประสาทไปหนึ่งทีก่อนลอยหน้าลอยตาหันไปคุยกับหมอสาวต่อ
“พอดีเห็นยืนคุยกัน โลกมันกลมดีนะครับไม่คิดว่า แฟน หมอจะเป็นคนที่ทำให้ผมได้แผลนี้มา” ภูผายังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋าแต่สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมและตึงขึ้นทันที
“นี่น้องชายค่ะ อย่าพูดไปเรื่อย” หมอสาวตอบกลับเสียงเรียบแบบปัดๆไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่คำตอบของหมอทำให้นัยน์ตาคมของภูผาเป็นประกาย รอยยิ้มยียวนกว้างขึ้นจนเผยให้เห็นลักยิ้มอีกครั้งอย่างมีชัยเขาจ้องมองหน้าคู่อริที่กำลังกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแพรวพราว“อ๋อ แค่น้องชายหรอครับ” ภูผาพยักหน้ารับรู้พลางส่งสายตาท้าทายให้เด็กหนุ่มตรงหน้า
“พี่มาจีบ ไปเถอะครับ แถวนี้บรรยากาศไม่ค่อยดี” พูดจบเด็กหนุ่มสถาปัตยก็รีบคว้าแขนพี่หมอกำลังจะเดินจากไปแต่ภูผากลับคว้าแขนอีกข้างของหมอมาจีบไว้ก่อน
“ชื่ออะไรนะครับ” ภูผาเอ่ยถามพร้อมดึงหมอเข้ามาใกล้ตัวเองอีกนิดก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองป้ายชื่อที่คล้องคอหมออยู่
“มาจีบ? ชื่อน่ารักจังเลยนะครับ แล้วหมอก็น่าจีบจริงๆซะด้วย” ร่างสูงโน้มหน้าลงมาใกล้จนหมอต้องรีบผลักเขาออกก่อนจะคว้าแขนน้องตัวเองแล้วรีบเดินจากไป ก่อนที่จะมีใครได้อีกแผล
เวลา 19.30 น.ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลเดิมท้องฟ้ายามเย็นย้อมไปด้วยแสงสีส้มอมชมพู บรรยากาศหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรถราที่วิ่งขวักไขว่เหมือนเช่นเคย จุดจอดรถตรงมุมคุ้นเคยจุดที่ในอดีตเคยมีเรื่องราวระทึกขวัญและสายตาดูแคลนจากใครบางคน วันนี้กลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มที่ทุกคนในโรงพยาบาลเริ่มคุ้นชินตา ร่างสูงโปร่งของ ภูผา ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งที่ตอนนี้พับแขนขึ้นอย่างทะมัดทะแมงยืนพิงอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ PCX คันเดิมใบหน้าคมคายดวงตาคมกวาดมองไปที่ประตูทางออกด้วยใจจดจ่อ และไม่นานเกินรอร่างบางในชุดสครับสีฟ้าอ่อนของ หมอมาจีบ ก็ก้าวเดินออกมาจากประตูพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์เคสหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน แต่ทันทีที่สายตาคู่สวยกวาดมาเห็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่มายืนรอรับเธอกลับบ้านเหมือนในทุกๆวัน ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตารอยยิ้มหวานระบายขึ้นบนใบหน้าทันที ภูผาเห็นคนพี่เดินออกมาก็รีบผละจากตัวรถเดินตรงเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลึกมือหนาเอื้อมไปรับกระเป๋าและสัมภาระจากมือของหมอมาจีบมาถือให้อย่างเบามือแ
สองวันถัดมาณ ห้องนั่งเล่นภายในบ้านพักครอบครัวหมอมาจีบหลังจากเหตุการณ์ที่สารวัตรกรณ์ถูกจอมไล่ตะเพิดออกไปอย่างไม่เป็นท่า บรรยากาศภายในบ้านก็มีความเงียบงวดและอึดอัดปกคลุมอยู่เล็กน้อยคุณพ่อและคุณแม่นั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีคุณพ่อที่ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อน ส่วนคุณแม่ก็นั่งถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงท่าทางดุดันของสารวัตรหนุ่มที่แสดงออกมาตอนจนมุม ในจังหวะนั้นเอง จอม ในชุดไปรเวทสบายๆก็เดินถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามผู้เป็นพ่อและแม่"จอมรู้นะว่าป๊ากับม๊าโกรธที่จอมทำแบบนั้น" จอมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผิดวิสัยเด็กกวนประสาท"ที่จอมยอมพูดตรงๆไปเมื่อวันก่อนไม่ใช่เพราะแค่อยากปกป้องพี่จีบอย่างเดียวนะแต่เพราะป๊ากับม๊ากำลังโดนไอ้สารวัตรหน้าจืดนั่นหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมืออยู่!""แกหมายความว่ายังไงไอ้จอม พูดให้มันเคลียร์ๆ ซิ" คุณพ่อขมวดคิ้วเล็กน้อยปรายตามองลูกชายคนเล็ก จอมไม่รอช้ารีบเปิดหน้าจอแท็บเล็ตโชว์ภาพและข้อมูลต่างๆให้พ่อกับแม่ดูทันที"นี่ไงครับ! ข้อมูลจริงจากเพื่อนสนิทจอมที่อยู่คณะวิศวะและประกาศผลจ
เหตุการณ์ ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน กรุงเทพฯท่ามกลางสายตาของบุคลากรในโรงพยาบาลสารวัตรกรณ์ยังคงยืนขวางทางหมอมาจีบด้วยรอยยิ้มมั่นใจในความเหนือกว่า โดยไม่รู้เลยว่าปลายสายที่เพิ่งวางไปเมื่อครู่ได้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้เด็กวิศวะที่อยู่ไกลฟังแล้ว"ตกลงว่ายังไงครับจีบไปทานข้าวกับพี่เถอะครับผู้ใหญ่ท่านก็รออยู่" กรณ์เอื้อมมือทำทีจะแตะแขนเรียวอีกครั้ง แต่หมอมาจีบเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยแววตาฉายแววรำคาญอย่างไม่ปิดบัง"ขอโทษนะคะสารวัตรพอดีวันนี้ฉันไม่สะดวกจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันก็โทรตามให้รีบกลับบ้านด่วนพอดีเลยค่ะ ท่านบอกว่าทำกับข้าวรอไว้แล้วด้วย" หมอมาจีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาทำเป็นกดหน้าจออย่างแนบเนียน"ถ้าสารวัตรยังมีธุระเรื่องคดีอะไรอีกรบกวนทำเรื่องผ่านระบบราชการนะคะฉันขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะ" พูดจบทิ้งช่วงไม่ให้สารวัตรได้ทันอ้าปากแย้งหมอมาจีบก็หมุนตัวก้าวฉับๆไปขึ้นรถเก๋งส่วนตัวแล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้สารวัตรกรณ์ยืนหน้าเสียขบกรามแน่นด้วยความขัดใจที่แผนการวันนี้ล่มไม่เป็นท่าเมื่อขับรถออกมาพ้นสายตาหมอมาจีบก็รีบกดโทรศัพท์หาหนุ่มรุ่นน้องที่เธอกลัวว่าป่านนี้คงร้อนรนจนนั่ง
เวลา 10.30 น.ณ โรงเรียนบ้านห้วยผักกาดแสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องลงมากระทบกับพื้นดินแห้งแล้งทว่าบรรยากาศภายในโรงเรียนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความมีชีวิตชีวา กลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 3 นำโดย ภูผา ต้นกล้า และพาที พร้อมกับเพื่อนๆ ในชมรมค่ายอาสา กำลังช่วยกันระดมทุน ลงแรง ทั้งโบกปูน ทาสีอาคารเรียนไม้เก่าๆที่ทรุดโทรมและสร้างสนามเด็กเล่นให้กับน้องๆ ร่างสูงของภูผาในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆกางเกงยลุยสวนที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีน้ำเงินและฝุ่นปูนหนาเตอะ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ไรผมเปียกชื้นแนบติดหน้าผากแต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดมือหนากำลังสาละวนกับการขันน็อตเครื่องเล่นสนามให้อย่างแน่นหนาด้วยความตั้งใจ"เฮ้ยไอ้ผา! พักก่อนเหอะมึง หน้ามืดเป็นลมแดดไปเดี๋ยวพี่หมอตามมาเอาเรื่องพวกกูข้อหาไม่ดูแลเพื่อนอีกอะ" ต้นกล้าที่แบกกระป๋องสีเดินผ่านมาแซะเข้าให้พร้อมกับโยนขวดน้ำเย็นให้เพื่อนรัก"กูไม่ได้เป็นอะไรง่ายๆเว้ย อีกนิดเดียวสนามเด็กเล่นของน้องๆก็เสร็จแล้ว" ภูผารับขวดน้ำมาเปิดดื่มอย่างกระหายก่อนจะหัวเราะร่า"ทำเป็นพูดดี ตั้งแต่มาค่ายนี่มึงก้มหน้าก้มตาทำงานเป





