Share

7…คลุมถุง (1)

Penulis: rasita_suin
last update Tanggal publikasi: 2025-03-28 22:44:59

เป็นอีกครั้งในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่กัญญานันถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อเห็นรถตู้ของไร่ภูศรีจันแล่นเข้ามาจอดด้านหน้าตึก แม้จะกระอักกระอ่วนใจทุกครั้งที่จำต้องพบหน้ากัน กัญญานันก็เลือกวางเฉยทำให้ระหว่างทั้งคู่ยังอึมครึมอยู่ ทว่าหญิงสาวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่โรงเรียนของเธอกับเพื่อนก้าวหน้ารวดเร็วจนเกือบจะเสร็จเรียบร้อยในอีกไม่กี่วันนี้ ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเปรมินทร์ ชายหนุ่มช่วยดูแบบ ออกความคิดเห็นปรับแก้ในจุดที่บกพร่อง เลือกเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง ทั้งยังเป็นธุระติดต่อเพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพดี สวยงาม ราคาย่อมเยา เพราะกัญญานันกับมาธาวีไม่สันทัดทั้งคู่

“ดูทำหน้าเข้าสิ ถ้าเราเป็นพี่มินทร์แล้วเห็นหน้าเธอแบบนี้ทุกครั้งที่เจอนะ เราถอยไปนานแล้ว”

มาธาวีที่กำลังช่วยกัญญานันจัดพื้นที่ต้อนรับด้านล่างกระทุ้งศอกใส่เพื่อนที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากเจอคนจากไร่ภูศรีจัน

กัญญานันไม่เถียงเพื่อน เพราะเธออธิบายจนเหนื่อยแล้วแต่มาธาวีก็เลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองว่าเปรมินทร์กำลังตามจีบเธอ เหตุผลที่กัญญานันพยายามปฏิเสธเพราะเธอเคยเห็นเขากับวันนิสามาก่อน อีกทั้งยังได้รู้จากเพื่อนด้วยว่าเจ้าปัทมาดาราเคยเอ่ยปากอยากให้ชายหนุ่มลงเอยกับทางบ้านของมาธาวี และพี่สาวของมาธาวีก็ดูจะพูดคุยถูกคอกับเปรมินทร์แถมเคยควงกันไปไหนมาไหน เธอไม่คิดจะชอบพอผู้ชายที่จีบผู้หญิงกับควงผู้หญิงทีละหลายๆ คนอย่างนี้แน่

ระหว่างนั้นคนขับรถหนุ่มที่มักจะเป็นคนขับรถเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ให้เปรมินทร์ก็ลงรถ แล้วโบกให้รถอีกคันเข้ามาจอดเทียบ เรียกความสนใจของสองสาวให้หยุดมือหันไปสนใจสิ่งที่อยู่นอกกระจกใสแทน ไม่นานคนงานหลายคนก็ยกของบางอย่างที่ค่อนข้างใหญ่และยาวแต่ก็แบนราบค่อยๆ เดินตามคนขับรถหนุ่มเข้ามา

“สวัสดีครับคุณก้อย คุณสอง”

“สวัสดีจ้ะมนตรี”

สองสาวทักทายกลับพร้อมกัน

“นั่นอะไรจ๊ะ”

มาธาวีเป็นคนเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะของที่เอาเข้ามานั้นค่อนข้างใหญ่แล้วก็ยกกันอย่างระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

“ภาพวาดครับ”

“ภาพวาด?”

สองสาวอุทานขึ้นแล้วหันหน้ามองกันเองด้วยความงุนงง

“ครับ คุณมินทร์สั่งให้ยกมาที่นี่ครับ บอกว่าเป็นภาพที่จะให้ติดในห้องเรียนฟ้อนครับ”

“อ๋อ ภาพนั้นเองน่ะเหรอ”

มาธาวีนึกขึ้นมาได้ว่าชายหนุ่มเคยออกความคิดเห็นเอาไว้ แล้วบอกว่าจะหาภาพมาติดที่ผนังในห้องเรียนด้านหนึ่งให้เข้ากับบรรยากาศ

“แต่ก็ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้น่ะนะ”

เธอเอ่ยยิ้มๆ แล้วหันไปมองหน้ากัญญานันที่ได้แต่มองของใหญ่นั้นเหมือนของประหลาด ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“มันใหญ่ไปไหมเนี่ย”

เพื่อนสาวของกัญญานันได้แต่ส่ายหน้า ทว่ามนตรีกลับหูดีได้ยิน เขาจึงตอบพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ

“คุณมินทร์บอกว่าพอดีกับความยาวของผนังด้านข้างครับ”

“อ๋อ เหรอจ๊ะ”

มาธาวีหันไปพูดกับคนที่รู้ดีด้วยน้ำเสียงประชดเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นชายหนุ่มร่างสูงซึ่งปกติมักจะเข้ามาดูแลจัดการเรื่องต่างๆ จึงเอ่ยถาม

“แล้วคุณมินทร์ไม่มาเหรอ”

เธอยักคิ้วให้เพื่อนข้างหนึ่งจนกัญญานันต้องตีแขนเบาๆ

“ไม่มาครับ คุณมินทร์ลงไปทำธุระที่กรุงเทพฯ เลยสั่งให้ผมจัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงนะครับ ติดภาพวาดผมดูได้ครับ จะให้ช่างเขาจัดการให้เนี้ยบเลยครับ”

“โอเค งั้นก็เชิญเลยจ้ะ”

มนตรีพูดไปตามประสาคนชอบพูดแต่มาธาวีกลับรู้สึกเหมือนถูกกวนจนต้องรีบผายมือให้เขาพาคนงานขึ้นไปด้านบน

ตึกสามชั้นตึกนี้มีพื้นที่ใช้ประโยชน์มาก เนื่องจากเปรมินทร์ออกแบบให้ผู้เช่าหรือผู้ชื้อสามารถนำไปใช้สอยได้หลายประเภท โดยชั้นล่างนี้กัญญานันกับมาธาวีใช้เป็นส่วนต้อนรับ แล้วก็แบ่งเป็นส่วนครัวกับห้องน้ำ ทั้งยังมีห้องรับแขกถัดเข้ามาจากส่วนต้อนรับอีกด้วย ส่วนชั้นสองทั้งชั้นเป็นห้องเรียนติดกระจกภายในสองด้าน หน้าประตูมีชุดโซฟานั่งพักผ่อน และห้องน้ำภายในชั้น ชั้นสามนั้นถูกจัดตกแต่งให้เป็นห้องนอนของทั้งสามสาว มีมุมส่วนตัวของแต่ละคนภายในห้องเดียวกัน และส่วนที่เป็นพื้นที่นั่งเล่น ทั้งยังมีห้องน้ำในตัวอยู่ในชั้นนี้อีกเช่นกัน

แน่นอนว่าหลักๆ คนที่อยู่ที่นี่ก็จะเป็นกัญญานันกับพิมพ์ปรางที่จะเดินทางมาในช่วงต้นเดือนหน้า หลังจากยื่นใบลาออกแล้วต้องทำงานต่ออีกหนึ่งเดือนตามข้อตกลง

สองสาวกำลังจะตามขึ้นไปดูด้วย ทว่าโทรศัพท์ของกัญญานันดังขึ้นมาเสียก่อน

“งั้นสองไปก่อน คุยเสร็จแล้วก้อยค่อยตามไปก็ได้”

“อื้อ”

กัญญานันพยักหน้ารับก่อนจะกดรับสายทันทีเพราะเห็นว่าเป็นสายจากที่บ้าน ด้วยคิดว่าอาจจะมีเรื่องด่วนหรือใครทางนั้นต้องการคุยด้วย

“สวัสดีค่ะ ก้อยค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยก่อนจะเงียบไป แล้วก็ตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะคุณแม่ ก้อยสบายดีค่ะ”

หลังจากนั้นก็ฟังปลายสายพูดอีกหลายประโยค ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วถามกลับอย่างสงสัยเมื่อท่านเอ่ยถึงสิ่งที่เธอไม่คิดว่าท่านจะทราบ

“ทำไมคุณแม่ถามเรื่องนี้ล่ะคะ”

“ตกลงเป็นอย่างที่ฉันถามใช่ไหม ตอบมาแค่นั้นก็พอ”

“ก็...เอ่อ ใช่ค่ะ”

“จริงเหรอ ตายจริง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเร็วอย่างนี้”

กัญญานันงุนงงที่ผู้เป็นแม่พึมพำออกมา แต่ยังไม่ทันได้ถามอีกครั้งท่านก็พูดตัดบท

“เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว แล้วก็ถ้าคุณชายกับพี่ๆ เราถาม ก็ตอบว่าคุณมินทร์ไปมาหาสู่เราบ่อยนะเข้าใจไหม อ้อ...แล้วก็ห้ามปฏิเสธอะไรทั้งนั้น ตอบรับอย่างเดียวพอ เอาล่ะ หมดธุระแล้ว...”

สิ่งที่ผู้เป็นแม่บอกมาไม่สามารถทำให้กัญญานันเข้าใจอะไรได้เลย จนในที่สุดหญิงสาวก็ต้องรีบถามก่อนที่ท่านจะวางสายไป

“เดี๋ยวค่ะคุณแม่ ขอโทษค่ะ ก้อยไม่เข้าใจ นี่คุณแม่พูดเรื่องอะไรคะ มีอะไรเกี่ยวกับคุณมินทร์กับก้อยเหรอคะ”

“อะไร นี่เราไม่รู้อะไรเลยหรือไง ไหนบอกว่าคุณมินทร์หามาเราบ่อยๆ ไง”

เสียงคุณรุจีรัตน์หงุดหงิดมาตามสายจนกัญญานันต้องกลืนน้ำลาย หลังจากที่ท่านโทรมาต่อว่าเธอเรื่องย้ายออกมาจากไร่ภูศรีจันเสียยกใหญ่เธอก็ไม่ได้คุยกับมารดาเลย ไม่อยากทำให้ท่านหงุดหงิดอีก โดยคุณรุจีรัตน์ทราบจากเจ้าปัทมาดาราที่โทรไปแจ้งข่าวและเอ่ยขอโทษขอโพย ทั้งยังรับปากว่าถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็จะช่วยดูแลอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องขอให้วางใจนั่นเอง

“เอ่อคือ...”

“โอ๊ย ช่างเถอะ ฉันเบื่อจะฟังเราแล้ว เอาเป็นว่าถ้าคุณชายพูดเรื่องที่เจ้าปัทมาดารามาสู่ขอเราให้คุณมินทร์ก็ตอบรับเท่านั้นก็พอ เพราะคุณชายขอเวลากับทางนั้นเพื่อถามเราก่อน”

“อะ...อะไรนะคะ”

“ห้ามปฏิเสธนะยายก้อย ครอบครัวเรากำลังลำบาก แล้วฐานะทางนั้นเขาก็ไม่ใช่เล่นๆ อย่าโง่เข้าใจไหม แค่นี้นะ”

ผู้เป็นแม่ไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้นแล้วตัดสายไป ขณะที่หญิงสาวกำลังยืนนิ่งเบลอกับเรื่องที่เพิ่งรับรู้มาอย่างกะหันหันอยู่นั้น มาธาวีก็วิ่งลงมาด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น

“ก้อยมาดูนี่เร็ว เห็นแล้วเธอต้องอึ้งแน่”

เธอคว้ามือบางของเพื่อนแล้วดึงให้รีบวิ่งขึ้นชั้นสองไปด้วยกันโดยไม่ได้สังเกตอาการอีกฝ่าย และกัญญานันเองก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะสมองยังทบทวนถึงแต่สิ่งที่เพิ่งได้ยิน มาธาวีพาร่างอ้อนแอ้นของเพื่อนสาวมายืนอยู่หน้าภาพวาดในกรอบลายสวยและมันก็ทำให้กัญญานันถึงกับยืนนิ่งงันเลยทีเดียว

ภาพวาดอันแสนวิจิตรงดงามนี้เป็นภาพของหญิงสาวในชุดฟ้อนที่แสนคุ้นตา กำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยโดยมีมาลัยคล้องอยู่ในนิ้วมือข้างหนึ่ง พื้นเบื้องหลังเป็นท้องฟ้ากับเมฆสวยราวกับนางฟ้ากำลังฟ้อนท่ามกลางเวหา ทว่าใบหน้าของนางฟ้าคนนั้นคือใบหน้าของกัญญานัน

=====

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพลิงภูหมอก   27...ณ จุดแรกรัก (2)

    “ไม่รู้สิคะ รู้แต่ว่าเธอไม่เคยโกรธหรือเกลียดคุณ ไม่เคยมองคุณในแง่ร้าย แต่เธอเจ็บปวดที่รู้ว่าคุณทำให้เธอเสียใจ”นิ่งไปชั่วอึดใจก่อนที่เปรมินทร์จะค่อยๆ คลี่ยิ้มที่มุมปากแล้วบอก“นางฟ้าคนนั้นรักผมเข้าให้แล้วล่ะ”กัญญานันก้มหน้างุดลงอย่างขัดเขิน เมื่อเห็นแววตาคู่คมวาววับราวกับล้อเลียน ทั้งที่ยังอยู่ในอารมณ์โศกเศร้าแท้ๆ แต่ก็เข้าใจว่าเปรมินทร์คงอยากให้เธอสบายใจขึ้น“เฮ้อ...ทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวผมก็ห้ามใจไม่ไหวอีกนะ”อีกฝ่ายถอนหายใจออกมา แล้วก็จูบประทับหนักหน่วงเนิ่นนานบนกลีบปากสวยจนเธออ่อนระทวยอีกครั้ง ทว่าหญิงสาวยังไม่ลืมว่าชายหนุ่มพามาดูอะไร เมื่อปรือตาขึ้นมาพร้อมกับที่ใบหน้าคมคายผละออกไป เธอก็เงยหน้าขึ้นไปด้านบน แสงบางอย่างที่ร่วงลงอยู่ท่วมกลางท้องฟ้ามืดมิดดึงความสนใจของเธอให้หันมอง ร่างบอบบางถลันออกไปชะเง้อคอมองนอกเต็นท์“ฝนดาวตก”ดาวหลายดวงทยอยตกจากท้องฟ้าที่มุมหนึ่ง ทำให้กัญญานันตาวาว พูดโดยไม่หันกลับไปมองคนที่ขยับมานั่งกอดซ้อนหลังเธอ“นี่ใช่ไหมคะที่คุณพาก้อยมาดู”“อืม”เปรมินทร์ตอบรับด้วยอารมณ์เซ็งๆ“แต่ผมชักอยากรักคุณมากกว่าดูฝนดาวตกนี่แล้ว”ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะวางคางของตนบ

  • เพลิงภูหมอก   27...ณ จุดแรกรัก (1)

    ทั้งสองเซ่นไหว้ตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุของเจ้าปัทมาดากับคุณเฮนรี่ ก่อนจะย้อนกลับขึ้นมา เดินลึกเข้าไปด้านในยังจุดที่เกิดเรื่อง และกัญญานันก็วางฟ้ามุ่ยสีขาวไว้ตรงพื้นที่ที่เปรมินทร์บอกว่าฝังมอมแมมเอาไว้ จากนั้นชายหนุ่มก็ขอไปตรวจเอกสารที่ออฟฟิศกับดูงานที่ไร่โดยพากัญญานันออกไปในไร่กับตนเองด้วย แม้ว่าตอนแรกเขาจะห้ามเพราะกลัวเธอจะเจ็บขามากขึ้น แต่หญิงสาวบอกว่าเธอยังไม่เคยเห็นไร่ภูศรีจันอย่างแท้จริงเลยสักครั้ง ชายหนุ่มจึงต้องพาหัวหน้าฝ่ายบัญชีกับเลขาไปด้วยเพื่อให้ดูแลและเป็นเพื่อนเธอ รวมทั้งคอยอธิบายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ตอนที่เขาตรวจงานในไร่ ทั้งคู่อยู่ที่ไร่กระทั่งเย็นจึงกลับขึ้นภู“ทำไมคุณถึงให้ลุงมั่นกางเต็นท์ให้เราล่ะคะ”กัญญานันพูดเสียงสั่นด้วยความหนาวหลังจากถูกคะยั้นคะยอให้ออกมายังจุดชมวิวด้านนอก เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวจะเข้านอน“ผมอยากให้คุณดูอะไรบางอย่างด้วยกันหน่อยน่ะ”ชายหนุ่มบอกแล้วรูดซิปเต็นท์ให้หญิงสาวเข้าไปด้านในก่อน แม้ด้านนอกจะมีกองไฟที่ให้คนขับรถคนใหม่จุดไว้แต่ก็ไม่ช่วยไล่ความหนาวเหน็บได้ ดีหน่อยที่พอไล่ยุ่งได้บ้าง“ดูข้างในไม่ได้เหรอคะ”“เราต้องดูบนท้องฟ้า”เมื่อท

  • เพลิงภูหมอก   26...ผูกพันทั้งกายใจ (2)

    “ผมรักก้อย”เสียงทุ้มพึมพำซ้ำแนบขมับชื้นเหงื่อของเธอ ตามมาด้วยรอยจูบหนักๆ“ที่สำคัญ...ผมรักหัวใจของคุณ หัวใจที่ดีงามเหมาะสมอย่างที่เจ้าแม่ผมเคยพูดเอาไว้ ท่านเคยบอกว่าผมจะรักคุณ แล้วผมก็รักจริงๆ แถมยังหลงด้วย หลงมากกก”พร้อมคำพูดเปรมินทร์ก็อุ้มร่างอรชรมานอนทับบนร่างแกร่ง ผิวเนื้อนุ่ม อกอวบอิ่ม ร่างสาวบดเบียดลงมาหาชายหนุ่มอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ กัญญานันเหมือนถูกดูดพลังงานไปจนหมด ไม่หลงเหลือแรงขัดขืนเขาด้วยซ้ำ“หลง แต่ชอบทำร้าย ชอบแกล้งเนี่ยนะคะ”มือบางตีอกกว้างเบาๆ เนื้อตัวเธอรู้สึกถึงมัดกล้ามเต็มแน่นช่วงหน้าท้องแกร่งและทั่วทั้งตัวของคนใต้ร่างเลยทีเดียว ใบหน้าหวานจึงออกอาการเขินอายเมื่อเห็นตาคมจ้องมาด้วยแววชอบอกชอบใจ“นี่เขาเรียกทำรักต่างหาก”เปรมินทร์ไม่บอกเปล่า แถมมือหนายังกดสะโพกเธอเข้าหาตัวเองซ้ำอีกจนกัญญานันต้องห้ามเสียงสั่น“อื้อ...ไม่เอาแล้วนะคะ”“เถอะน่า อีกครั้งหนึ่ง”“พอเถอะค่ะ ก้อยเหนื่อย”กัญญานันส่งสายตาขอร้องเต็มที่ เธอเพลียอยากนอนจะแย่อยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับมันเขี้ยวอยากฟัดคนตัวเล็กมากกว่าจะอยากหยุด เพราะไม่ว่าหญิงสาวจะมองแบบไหนเปรมินทร์ก็รู้สึกเหมือนเธอกำลังเชิญชวนเขาทุกท

  • เพลิงภูหมอก   26...ผูกพันทั้งกายใจ (1)

    คนถูกฉุดรั้งชะงักด้วยความงุนงงกับอารมณ์ร้อนแรงของตน และคำพูดกำกวมของอีกฝ่าย ร่างอรชรหอบหายใจระรัว เพิ่งรู้ว่าเธอเหนื่อยหนักขนาดนี้ ทว่าก่อนจะถามอะไรชายหนุ่มก็พลิกกายให้เธอลงไปนอนใต้ร่างขณะมือก็ปลดเสื้อนอนเธอออกไปพร้อมกัน ไม่ลืมที่จะดึงปิ่นออกจากผมสลวยจนสยายแผ่บนที่นอนอย่างน่าหลงใหล“ผมอยากบอกรักคุณก่อน”“คะ?”ดวงหน้าหวานเหลอหลาด้วยความแปลกใจกับคำรักที่ออกมาจากปากเขาแสนง่าย หากแรงพิศวาสที่โหมอยู่ยังไม่ถูกปลดปล่อย สมองเธอจึงทำงานช้า ความสนใจอยู่ที่มัดกล้ามแน่นตึงบนเรือนกายกำยำที่ค่อยๆ อวดต่อสายตา เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เธอกล้ามองเขาตรงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไรผู้หญิงต่างก็หลงใหลได้ปลื้มสามีตนเองขณะเดียวกันร่างสูงที่ผละไปถอดเสื้อผ้าของตนก็จับจ้องผิวขาวนวลผ่องที่เผยพร้อมเรือนกายงามสล้างไม่วาง ตาคมคู่ดุกวาดมองขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างครึ้มใจที่ตนเองได้เป็นเจ้าของความงามลออตาตรงหน้า ความภาคภูมิใจปะปนความรักหลงอัดแน่นอยู่ในอก เพราะได้ครอบครองทั้งเรือนร่างสวยกับหัวใจที่ดีงามของกัญญานัน“ผมรักทุกอย่างที่เป็นคุณ ทั้งดวงตา แก้ม ริมฝีปาก...”หลังจากทั้งร่างเปล่าเปลือยใบหน้าคมก็เลื่อนลงกระซิบพร้อม

  • เพลิงภูหมอก   25...คำสารภาพ (2)

    กัญญานันไปส่งครอบครัวพร้อมกับเปรมินทร์และพี่ชายที่เชียงใหม่ แม้เธอจะบอกให้อีกฝ่ายพักผ่อนหลังจากทำแผลแล้ว แต่สุดท้ายเปรมินทร์ก็ยังเกาะติดภรรยาของตนไม่ยอมห่าง ส่วนทางด้านเพ็ญลงไปพักกับพ่อแม่ของตนในไร่ชั่วคราว กำลังอยู่ในช่วงคิดและพักใจ บนภูจึงมีสองสาวน้อยและคนขับรถซึ่งค่อนข้างมีอายุหน่อยของไร่กับภรรยาขึ้นมาอยู่แทน หากเพ็ญกลับมาก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากมีแม่บ้านดูแลเพิ่มขึ้น เปรมินทร์ยินดีรับคนขับรถที่แต่งงานแล้วและมีอายุหน่อยมากกว่าคนโสด“ทานยาหรือยัง ข้อเท้าคุณเจ็บมากขึ้นอีกหรือเปล่า”เปรมินทร์ถามเมื่ออาบน้ำออกมาเห็นคนตัวเล็กกำลังนวดข้อเท้าอยู่“ทานแล้วค่ะ แค่เจ็บนิดหน่อย ไม่เท่าตอนที่เกิดเรื่องหรอกค่ะ”หมอในไร่ตรวจข้อเท้าให้หญิงสาวเพิ่มเติมหลังทำแผลให้ชายหนุ่ม แม้จะบอกว่าไม่ได้กระทบกระเทือนมากนัก“ผมนวดให้นะ”ร่างสูงใหญ่ขยับไปนั่งที่เตียงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเข้าไปใกล้คนตัวหอม แต่กัญญานันกลับส่ายหน้า“ได้ยังไงคะ มือคุณมีแผลอยู่”“ผมใช้มือซ้ายนวดให้”อีกฝ่ายยังพยายามจนเธอระอา แต่ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี“ฉันนวดเองได้ค่ะ ว่าแต่คุณน่ะ ให้แผลโดนน้ำหรือเปล่าคะ มาให้ก้อยดูหน่อย”“คุณพูดว่าก้อยกับผมก็

  • เพลิงภูหมอก   25…คำสารภาพ (1)

    “คุณพ่อกับคุณแม่จะกลับกรุงเทพฯ แล้วน่ะ แต่อยากขึ้นมาบนภู แล้วก็มาหาเราก่อนกลับด้วย”กิตติกรเป็นฝ่ายบอกเมื่อพบหน้าน้องสาว หญิงสาวเชิญทุกคนไปยังโต๊ะอาหาร ขณะที่เปรมินทร์เองก็มาถึงพอดี เขากำลังจะก้าวเข้าห้องอาหารขณะได้ยินประโยคคำพูดของคุณรุจีรัตน์“แม่กับคุณชายอยากมาไหว้เจ้ากับคุณเฮนรี่ ตรงที่ที่เกิดอุบัติเหตุด้วยน่ะ เห็นว่าเราเกิดเรื่องใกล้ๆ แถวนั้น คงเพราะเจ้าช่วยคุ้มครองเราถึงรอดมาได้ แม่อยากขอบคุณเจ้า”เปรมินทร์หน้าตึงขึ้น แต่ก็พยายามทำใจให้เย็นเข้าไว้ พยายามทำตัวให้เป็นคนมีเหตุผล ยกมือสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง และไม่วายปรายตามองลัลนาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปโอบไหล่บางของภรรยา หอมแก้มนวลแล้วยิ้มให้เมื่อเธอหันมาทำตาดุใส่ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ“งั้นเดี๋ยวก้อยจัดเครื่องเซ่นไหว้ให้นะคะ”“ไม่เป็นไรลูก แม่เตรียมทุกอย่างแล้วก็แวะไหว้เรียบร้อยแล้วจ้ะ”“อย่างนั้นเหรอคะ”กัญญานันหน้าจ๋อยไป เปรมินทร์จึงหันไปโอบไหล่พร้อมบอกเบาๆ“ถ้าคุณอยากขอบคุณเจ้าแม่ เดี๋ยวผมพาไปใหม่ก็ได้”“ใช่จ้ะลูก เดี๋ยวหนูไปอีกครั้งกับคุณมินทร์ก็ได้ แม่กับคุณชายแล้วก็น้องนางจะกลับกันวันนี้ ไฟลต์เที่ยงน่ะจ้ะ แม่เลยรีบจัดการทุกอย่างให

  • เพลิงภูหมอก   17…เรื่องลึกเบื้องหลัง (2)

    “รู้ไหม ผมก็ชอบมายืนมองเวลาเย็นๆ ที่จุดชมวิวนี่เหมือนกันนะ”เขาหันออกไปมองความงดงามด้านล่างที่เริ่มเป็นสีดำรางๆ เพราะเงาของความมืดแล้ว เมื่อแรกพบหน้าและได้รู้ว่าเธอคือใคร เขาคิดว่ากัญญานันคงไม่ต่างจากพี่สาวของเธอที่รักสนุกไปวันๆ คบผู้ชายมากหน้าหลายตาเพื่อหลอกให้จ่ายนั่นจ่ายนี่ให้ไม่เว้นแต่ละวัน เขา

  • เพลิงภูหมอก   16…หมอกบังใจ (1)

    พิธีทำบุญเลี้ยงพระในตอนเช้าแบบชาวเหนือมีผู้ใหญ่ช่วยดูแลจัดการทุกอย่างจึงออกมาเรียบร้อยในทุกขั้นตอน ทว่าที่ทำให้กัญญานันค่อนข้างไม่สบายใจและอึดอัด ก็คือคนที่เกาะติดเธอตลอดเวลาไม่ยอมห่าง ทั้งเขายังมาช่วยจัดเตรียมงานตั้งแต่เช้ามืดทำเอาหญิงสาวอึ้งทำอะไรไม่ถูก แต่หากจะเอ่ยปากไล่หรือแสดงท่าทีว่ามีปัญหากั

  • เพลิงภูหมอก   14...ค่ำคืนเร่าร้อน (1)

    “เดี๋ยวผมจะทำให้ดู ว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอายสักนิด”หลังจากบอกแล้วร่างสูงกำยำก็ผละออกมาลุกขึ้นนั่งถอดเสื้อยืดโยนลงจากเตียง ตามด้วยกางเกงนอนของตนทันที เมื่อหันกลับมาเห็นคนตัวเล็กทำสีหน้าหวาดหวั่นพร้อมหันหน้าหนีเปรมินทร์ก็ตามเข้าไปหา มือหนาเลื่อนปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ยังติดกายเธออยู่ออกช้าๆ พร้อมปากก็พ

  • เพลิงภูหมอก   10…เพื่อนตัวน้อย (3)

    “แต่...แต่ว่า...นี่มันตอนเช้า เอ่อ...”คำท้วงหวานใสหยุดลงเพราะนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มวางลงบนปากอิ่ม“ปากของคุณทั้งสวยทั้งหวานจนผมอยากจูบแล้วจูบอีก แก้มคุณก็นิ่มจนผมอยากหอมไม่หยุด คอก็ขาวผ่อง แล้ว...”ขณะที่พูดปลายนิ้วเขาก็ลากไล้ไปตามจุดต่างๆ ที่เอ่ยถึงบนเรือนร่างสวยพร้อมไปด้วย ทำเอาร่างบางสะท้านตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status