LOGINเธอกำลังจะบอกข่าวดีกับเขา แต่เขากลับตอบกลับด้วยข่าวที่ดีกว่า "พี่ว่าเราหย่ากันเถอะ" ความรู้สึกคล้ายกับโลกทั้งใบของเธอกำลังพังทลาย "ก็ได้ค่ะ สตาร์จะหย่ากับพี่"
View More“เราหย่ากันเถอะ”
“สตาร์มีข่าวดีจะบอก”
ขจารินหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ผู้ชายซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพูด
“เมื่อกี้พี่วีพูดว่าอะไรนะคะ” หญิงสาวลองถามกลับปรวีร์อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ เธอจะได้คิดดูอีกทีว่าข่าวดีที่เธอกำลังจะบอกเขาควรพูดออกไปในตอนนี้ดีหรือไม่
“พี่บอกว่าเราหย่ากันเถอะ”
“ทำไมล่ะคะ สตาร์รักพี่ พี่ก็รักสตาร์ไม่ใช่หรือ” ขจารินค่อย ๆ เก็บเอกสารกับเครื่องมือตรวจครรภ์ลงกระเป๋าอย่างแนบเนียน
“พี่แค่แสดงว่าพี่รักน่ะ” ปรวีร์ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง “พี่เบื่อจะต้องเล่นละครแล้ว พี่คิดถึงณิชาน่ะ ไม่ว่าอย่างไรก็ลืมณิชาไม่ได้”
แม้จะเป็นคำพูดที่รู้ดีว่าทำร้ายจิตใจเธอ แต่ปรวีร์ก็ยังอยากที่จะพูดมันออกมา ทุกอย่างจะได้ชัดเจนเสียที
หญิงสาวในชุดมินิเดรสสีครีมก้มหน้า ‘ณิชา’ ใช่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ลืมหล่อนไม่ได้ ที่ผ่านมาเธอก็แค่หลอกตัวเองมาหลายปี
“สตาร์ก็คิดว่าที่ผ่านมาเรารักกันเสียอีก ที่แท้สตาร์ก็คิดไปเองฝ่ายเดียว” น้ำเสียงของขจารินเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ปรวีร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เขาไม่ได้รักเธอมาตั้งแต่แรก แต่เพราะถูกบังคับแบบอ้อม ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องยินยอมตกลงแต่งงานกับเธอ
“ให้มันจบที่ตรงนี้เถอะนะสตาร์ ถ้าเรายังยื้อชีวิตคู่แบบนี้ต่อไปมันก็เหนื่อยด้วยกันทั้งคู่”
คนตัวเล็กหยิบทิชชูมาปาดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“เครื่องสำอางของสตาร์เลอะไหมคะ” เธอถามผู้ชายที่กำลังจะกลายเป็นอดีตสามี
“...” ปรวีร์ส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ก่อนจะพูดกับเขาต่อ “ไปกันเถอะค่ะ” เธอยิ้มให้กับเขา
ชายหนุ่มจ้องมองเพื่อดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อ
“ไปไหน” ปรวีร์ถามกลับ
“ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายโมง เราไปเขตกันดีกว่าค่ะ ไปหย่ากันตามที่พี่วีต้องการ” ขจารินยิ้มขมขื่น ขณะที่ดวงตาคู่สวยยังคงมีน้ำตาคลอหน่วย
“พี่ไม่รีบ” เขาไม่ยักรู้ว่าเธอกลายเป็นคนว่าง่ายไปตั้งแต่เมื่อไร
“ไม่ได้สิคะพี่วี ก็แค่ทำให้มันจบ ๆ ไปเสียที แต่คืนนี้สตาร์คงต้องขอนอนที่คอนโดก่อน เพราะสตาร์คงหาที่พักไม่ทัน” เธอขอร้อง
หญิงสาวเก็บเอกสารของตัวเองให้เรียบร้อยและมิดชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่เห็นสิ่งที่เธอกำลังซ่อนเอาไว้ คนตัวเล็กยืนขึ้นขยับชุดกระโปรงที่ร่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบกระเป๋าเพื่อออกไปรอปรวีร์ที่รถ
“เดี๋ยว” คนตัวสูงคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“คะ”
“เมื่อกี้สตาร์บอกว่ามีข่าวดี” ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำหน้าที่สามีที่ดี อย่างน้อยวันนี้ก็อยากรับฟังสิ่งที่เธอจะพูด
“อ้อ...” คนตัวเล็กทำหน้าครุ่นคิด “ช่างมันเถอะค่ะ สตาร์ลืมไปแล้ว” เธอยิ้มก่อนจะดึงแขนให้ปรวีร์ลุกขึ้น เพื่อให้เขาเดินตามไปที่รถพร้อมกัน
ที่เธอรีบดึงให้เขาออกไปจากร้านเร็ว ๆ เป็นเพราะหญิงสาวเล่นใหญ่ คิดจะเตรียมเซอร์ไพรส์เขาเรื่องลูกถึงกับให้ทางร้านอาหารจัดเตรียมของบางอย่างเอาไว้ แต่กลับเจอเรื่องที่น่าตกใจกว่า ขจารินเลยต้องรีบพาผู้เป็นสามีออกมาจากที่นั่นโดยเร็ว
เมื่อเธอไม่อยากบอกปรวีร์เองก็ไม่อยากถามซ้ำซาก ชายหนุ่มหยิบกุญแจรถและเดินตามเธอออกไปทันที
รถยนต์ถูกขับออกมาจากร้านอาหารไกลออกไปเรื่อย ๆ เขาเลือกสำนักงานเขตที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้ เพื่อที่จะได้ทำเรื่องให้จบ ๆ ไป ปรวีร์ไม่อยากให้เรื่องคาราคาซัง
ตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร ขจารินทำได้เพียงนั่งอยู่เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แม้แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่มีให้เห็น
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงทั้งสองคนก็มาถึงสำนักงานเขต
“พี่วี รอประเดี๋ยวนะคะ ขอสตาร์เก็บของบนรถก่อน” ขจารินก้ม ๆ เงย ๆ มุดเข้าไปหอบข้าวของของตัวเองที่วางทิ้งไว้ในรถของผู้ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตสามี
“ค่อยกลับไปเก็บที่บ้านก็ได้” เขานึกหงุดหงิดเพราะสิ่งที่เธอทำเหมือนกับต้องการประชดประชันและกำลังยื้อเวลา
“ก็เก็บตอนนี้เลยสิคะ พอลงมาเราจะได้แยกกันเลย” เธอคิดแบบนั้นจริง ๆ เธอไม่อยากนั่งรถกลับแบบอึดอัดไปกับเขาสองต่อสอง “เผื่อว่าพี่วีจะมีธุระจะได้ไปทำ”
“อย่าประชดน่าสตาร์ พี่ไม่ชอบ” ปรวีร์เริ่มหัวเสีย
“ตกลงค่ะ สตาร์ไม่เก็บก็ได้” ขจารินทิ้งของไว้ตามเดิม คนตัวเล็กถอยออกมาให้ห่างจากรถ ก่อนจะเดินนำเขาขึ้นไปบนสำนักงานเขต
เนื่องจากเป็นช่วงบ่ายและมีประชาชนบนสำนักงานเขตไม่มากนัก ทำให้ทั้งสองไม่ต้องต่อคิวเพื่อทำเรื่องหย่า หญิงสาวอ่านเอกสารที่นายทะเบียนส่งให้ ใช้สองมือสัมผัสมันเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจรับเอกสารสำคัญการหย่ามาลงชื่อตัวเองเป็นคนแรก แล้วจึงส่งให้ฝ่ายสามีเป็นผู้ลงนามต่อ
แน่นอนว่าตัวปรวีร์เองก็ไม่ลังเลที่จะลงชื่อ ชายหนุ่มจรดปากกาในทันทีที่เธอส่งเอกสารให้
หญิงสาวมองแหวนแต่งงานที่สวมอยู่บนนิ้วของตัวเอง เธอจำได้ว่าเขาเป็นคนซื้อมาให้ ตอนนี้เธอควรจะคืนให้เขาแล้วสินะ
อดีตคู่แต่งงานเดินลงมาจากสำนักงานเขตโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา
เมื่อเขาเห็นว่าเธอไม่มีท่าทีเสียใจ ชายหนุ่มก็ทึกทักเอาเองว่าเธอคงอยากหย่าเช่นกัน อันที่จริงไม่น่าปล่อยให้เวลายืดเยื้อมาตั้งสองสามปีเลย
“คืนค่ะ” ขจารินส่งแหวนคืนให้อดีตสามี
“...” คนตัวสูงมองตามมือเล็ก ๆ ที่ยื่นมาตรงหน้า “อะไร” เขาถาม
“แหวนน่ะค่ะ สตาร์อยากคืน”
ปรวีร์รับมา ชายหนุ่มเดินไปที่รถ แต่ขจารินกลับเดินไปทางออกของสำนักงานเขต
“สตาร์ พี่ไปส่ง”
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ สตาร์จะไปหาเพื่อน” เธอไม่หันหน้าไปหาเขาเพราะไม่อยากให้เห็นว่านางร้ายอย่างเธอกำลังร้องไห้
“ก็บอกว่าจะไปส่งไง แผนเรียกร้องความสนใจแบบนี้มันไม่ได้ผลหรอกนะสตาร์” เขารู้ว่าเธอกำลังปั่นหัวเขา ปรวีร์มั่นใจว่าเธออยากให้เขาดึงรั้งเธอกลับมา
ขจารินได้ยินทุกสิ่งที่เขาตะโกนไล่หลัง เธอไม่คิดจะหันกลับไปมอง คนตัวเล็กโบกแท็กซี่และรีบก้าวขึ้นรถไปทันที
แววตาของปรวีร์เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยระคนความผิดหวัง ตอนนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว ขับรถกลับมาจนถึงคอนโดที่เคยเป็นห้องของเขาและขจาริน ข้าวของบางส่วนที่เป็นของเธอยังคงถูกวางไว้ที่เดิม เขายังไม่ได้แตะต้องมัน ราวกับว่ารอให้ผู้เป็นเจ้าของกลับมาหยิบใช้ภายในห้องเงียบเหงา ความวังเวงและมืดมน แม้กระทั่งณิชาที่เขาเคยคิดว่าเป็นคนที่รักที่สุด ก็ยังหักหลังเขาได้ จากนี้ไปเขาควรจะทำยังไงต่อไปดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในความเงียบ หน้าจอแสดงชื่อของผู้ที่โทรมา‘เมธยา’เขากดรับก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก“ว่ายังไง”“คุณวีอยู่ไหนคะ มีเอกสารต้องเซ็นด่วนค่ะ” เมธยาตั้งใจโทรหาเขาโดยมีเรื่องงานเป็นข้ออ้าง“นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ เธอโทรมาเพราะจะให้ฉันไปเซ็นงานงั้นเหรอ”“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ แค่อยากได้ยินเสียงคุณวี”“เม...” เขาถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับเธอดี ผู้หญิงดี ๆ แบบเธอค
งานแถลงข่าวจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นาน นักข่าวและสื่อมวลชนแทบทุกแขนงต่างก็มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน อุปกรณ์บันทึกเสียงถูกนำไปวางไว้ที่โต๊ะแถลงข่าวที่มีตำรวจไซเบอร์และทีมกฎหมายร่วมด้วยสิ่งที่เขาและทีมคิดมานั้นดีทุกอย่างแล้ว การตัดสินใจของเขาเป็นอันสิ้นสุด ถึงแม้ว่าปพณและหลายคนจะคัดค้าน แต่เขาก็จะทำตามสิ่งที่เขาตั้งใจ นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเขาและผู้หญิงที่เขารักอยู่กันแบบสงบสุขดาราหนุ่มสวมเสื้อสูทแบบเป็นทางการสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้ายังคงหล่อเหลาเหมือนเช่นทุก ๆ ครั้ง ทันทีที่ธามนิธิเดินออกมา ทุกคนก็เริ่มพุ่งเป้าไปที่เขาในทันทีมาแล้ว ๆธามมาแล้วเงียบ ๆถ่ายไว้เร็วเขาเดินออกมาพร้อมกับตำรวจและทีมกฎหมาย ปพณเป็นฝ่ายเริ่มแนะนำตัวกับทุกคน“ผมปพณและก็ท่านพันตำรวจตรี เป็นเจ้าหน้าที่กองกำกับการหนึ่ง บก.ปอท.* และก็คุณธามนิธิลูกความของผม วันนี้ทุกท่านน่าจะเห็นข่าวที่กำลังอยู่ในโลกโซเชี
กลางดึกสงัด ณ อาคารออฟฟิศขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวง“วีช่วยพ่อกับแม่หน่อยเถอะนะ ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน” ธีระอ้อนวอนเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า“คุณพ่อก็รู้ว่าผมช่วยอะไรไม่ได้” ปรวีร์พูดเสียงเรียบ ใบหน้าเฉยชา“ทำไมล่ะวี เงินสองร้อยล้านก็จะพอให้ธุรกิจของเราดำเนินต่อไปได้อีกสามเดือน ซึ่งก็เพียงพอสำหรับลงทุนผลิตสินค้าลอตต่อไปแล้วนะ” ธีระพยายามอธิบาย เงินสองร้อยล้านสำหรับครอบครัวธนิศรกุลเขาว่ามันก็ไม่ได้เยอะ แต่ก็เพียงพอสำหรับธุรกิจของตัวเองที่กำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ตอนนี้ปรวีร์ทำสีหน้าเคร่งเครียด แสดงท่าทางกระอักกระอ่วนอย่างชัดเจน เขาได้รับคำสั่งจากเจ้าสัวชยนต์มาอีกทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าให้ตัดสัมพันธ์และงดให้การช่วยเหลือครอบครัวของขจาริน จะอ้างอย่างไรก็ได้แล้วแต่เขาจะคิดธีระเห็นสีหน้าของลูกเขยเป็นแบบนี้ก็พอจะเข้าใจได้แล้วว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง“พ่อเข้าใจแล้ว&rdq
ปพณกลับมาจากต่างประเทศก็รีบบึ่งไปที่บ้านหลังใหม่ของธามนิธิทันที ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เพิ่งลงจากเครื่องบิน อยู่ในสภาพของนักท่องเที่ยว เขารีบให้ทีมกฎหมายและทีมโซเชียล รวมไปถึงฝ่ายไอทีของบริษัทไปรวมตัวกันที่บ้านของดาราหนุ่ม เพราะเวลานี้เจ้านายเขายังไม่เหมาะที่จะออกจากบ้านเลขาหนุ่มมั่นใจว่าที่บริษัทเวลานี้ก็น่าจะมีนักข่าวมารอกันเต็มไปหมดธามนิธิเมื่อตื่นเช้าเตรียมตัวจะไปทำงานตามกำหนดของตัวเอง แต่พบว่ามีการโทรมายกเลิกคิวและยกเลิกสัญญามากมาย เหลือเพียงไม่กี่บริษัทที่ยังเชื่อใจในตัวของดาราหนุ่มเขาเข้าไปเช็กฟีดแบ็กของตัวเอง ทุกอย่างดูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเบลลี่ ‘จะมีใครอื่นเข้าออกบ้านเขาได้อีกนอกจากเธอ’ เขาจะรอให้ทีมกฎหมายมาก่อนและจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด นอกจากจะต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองแล้ว เขาก็ต้องปกป้องเธอด้วยขจารินเองก็เครียดไม่แพ้กัน เธอเดือดร้อนคนเดียวไม่เป็นไร แต่เวลานี้เธอทำให้เขาเดือดร้อนไปด้
งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ธามนิธิเป็นพรีเซนเตอร์มีสื่อและผู้คนให้ความสนใจเข้าร่วมเยอะเป็นพิเศษ คงเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวเขาเองก็รู้สึกเกรงใจลูกค้าเหมือนกันที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ซึ่งเขาพูดคุยและขอโทษลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณผู้จ้างที่เข้าใจ
ยี่สิบห้าปีก่อน“พี่ใหญ่ พี่รับวีไว้เถอะนะคะ อย่างน้อยเขาก็เป็นทายาทคนเดียวของธนิศรกุล” มัลลิกาคุกเข่าขอร้องผู้เป็นพี่ชายต่างมารดา สถานะของเธอที่เป็นลูกเมียน้อยไม่ควรจะเข้ามาเหยียบที่บ้านหลังนี้ด้วยซ้ำแต
ปรวีร์นั่งอยู่ที่โถงนั่งเล่นของบ้านจนกระทั่งเช้า ในหัวเขาคิดเรื่องอะไรไม่ออก จนกระทั่งหัวหน้าแม่บ้านมาทำงานเธอคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง นี่เป็นเรื่องของเจ้านาย ไม่เกี่ยวกับเธอ จึงหมุนตัวเข้าครัวไปทำหน้าที่ตามปกติของตน
พักหลังณิชาทำตัวแปลกไปแบบแปลกไปมาก จนกระทั่งความอดทนในความสงสัยของปรวีร์จบลง วันหนึ่งชายหนุ่มแอบตามเธออยู่ห่าง ๆ รถหรูของณิชาแล่นออกไปทางชานเมือง ส่วนเขาเองเลือกรถญี่ปุ่นธรรมดาขับตามเธออยู่ห่าง ๆ เพื่อที่จะไม่เป็นที่สังเกตเส้นทางที่รถเคลื่อนตัวไป เขา





