ANMELDENแทนคุณพยักหน้าพอใจในข้อมูลของลูกน้องคนสนิท“
“ให้มันจริงอย่างที่แกพูดเถอะ”
หลังจากนั้นแทนคุณเริ่มเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มสั่งงานลูกน้องให้จัดการกับพวกต้นไม้และเกลี่ยดินให้เสมอกันให้หมด แต่เป็นภายหลังจากที่เขากลับไปที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เมื่อสำรวจจนทั่ว ชายหนุ่มจึงหยุดพักที่บ้านพักที่บิดาสร้างเอาไว้ เมื่อพักจนหายเหนื่อยเขาจึงเดินลงมานั่งที่ลำธารตรงเขตแนวกั้นระหว่างที่ดินของเขากับพนิดา
“หวังว่าพี่คงได้เจอเธออีกนะยัยพริกหวานจอมหยิ่งและแสนดื้อรั้น”
แทนคุณนึกถึงใบหน้าสวยหวานที่ทั้งหยิ่งทั้งรั้นนั้นอย่างใจลอย ความดื้อรั้นนั้นมันทำให้เขาอยากเอาชนะเธอเหลือเกิน เขาก้มมองลำธารที่ใสสะอาดเห็นปลาดุกหินที่อาศัยอยู่บนภูเขาว่ายน้ำไปมามากมาย บ่งบอกว่าที่นี่อุดมสมบูรณ์ ทำให้อาหารการกินมีมากพอ รวมถึงพืชผักสมุนไพรจากในป่าที่พอจะเก็บรับประทานกับน้ำพริกได้ก็มีไม่น้อย คิดมาถึงตอนนี้เขา อยากกินน้ำพริกขึ้นมาทันที
พนิดาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ของวันใหม่ เธอขัดคำสั่งบิดาโดยการเอาลูกน้องไปแค่สองคนเพราะคิดว่าไม่อยากรำคาญ หญิงสาวพาปิ่นปักไปด้วยเพื่อจะได้เป็นเพื่อนร่วมสนทนาระหว่างการเดินทางให้คลายเหงา ดีกว่านั่งคนเดียวเป็นไหนๆ
เธอเดินทางมาถึงที่หมายเป็นเวลาเกือบแปดโมงเช้า เธอทานอาหารง่ายๆ รองท้องมาจากที่บ้านเรียบร้อยแล้ว พนิดาบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยขบเมื่อลงจากรถ
“ที่นี่อากาศดีจังเลยนะคะคุณหนู”
ปิ่นปักมองรอบๆ บริเวณ อย่างตื่นตาตื่นใจ
“จ้ะ ฉันก็ชอบที่นี่ คิดว่าจะปลูกทุเรียนและผลไม้อย่างอื่นและจะลงสะเดาด้วย”
ต้นสะเดานั้นปลูกขายต้นเพราะคนนิยมเอาไปสร้างบ้านเรือน ได้ราคางามเชียว
พนิดามองทิวทัศน์รอบกายอย่างชื่นชอบ
“ดินที่นี่สมบูรณ์ดีนะคะ”
ปิ่นปักนั่งยองๆ ลงกับพื้นดินเพื่อเก็บดินขึ้นมาขยี้ดู พบว่าดินร่วนแล้วอุ้มน้ำ
“จ้ะ ดินที่นี่เป็นดินแถบเทือกเขาอุดมสมบูรณ์มาก ถ้าได้ปลูกทุเรียนรับรองว่ารสชาติดีไม่ต้องขนปุ๋ยเคมีมาว่านให้เสียเงินเสียทองเลย เพราะต้นไม้ใบหญ้าที่ย่อยสลายเป็นปุ๋ยชั้นดีอยู่แล้ว”
พนิดาตอบปิ่นปักเสียงสดใส
“แล้วเราบุกเบิกได้เหรอคะ” ปิ่นปักถามอย่างสงสัย
“ได้จ้ะ คนที่ขายให้เราเป็นคนที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากคนรุ่นก่อน คงจะเป็นรุ่นปู่ย่าตาทวดที่มาบุกเบิกที่ดินแถบนี้เอาไว้ ขณะนี้รัฐบาลกำลังให้ทำโฉนดที่ดินเพื่อถือครองกรรมสิทธิ์กันอยู่ เราจึงมีหลักฐานพร้อมในการถือครองที่ดินแห่งนี้” พนิดาอธิบายให้ปิ่นปักเข้าใจ
“ดีจังเลยนะคะ” ปิ่นปักพูดกับเจ้านายสาวยิ้มๆ
“เราเดินไปดูกล้ายางกันเถอะ ว่าที่ลงไปแล้วก่อนหน้านี้เป็นยังไงบ้าง” พนิดาหันไปพูดกับปิ่นปัก
“หย้งกับจอมตามสบายเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันค่อยเรียก”
พนิดาหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทสองคนที่ตามมาด้วย
“ครับคุณหนู”
หย้งกับจอมรับคำเจ้านายสาวอย่างนอบน้อม ทั้งสองถอยไปอีกด้านหนึ่งเพื่อเดินให้คลายความเมื่อยขบจากการขับรถ
พนิดาเดินดูทุเรียนที่ปลูกไปแล้วพบว่าไม่มีอะไรเสียหาย ยังเจริญเติบโตดีอยู่
“ร้อนจังปิ่น”
พนิดาบอกปิ่นปักพร้อมทั้งยกน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหาย
“คุณหนูมีอะไรให้พวกผมรับใช้หรือเปล่าครับ”
หย้งและจอมลูกน้องคู่ใจเดินมาถามนายสาวอย่างนอบน้อมเช่นเคย
“ไม่มีจ้ะ ถ้ามีแล้วจะเรียก นายสองคนตามสบายเถอะ ฉันจะไปเล่นน้ำกับปิ่นสักหน่อย” พนิดาบอกลูกน้องทั้งสอง
“มีลำธารด้วยเหรอคะ” ปิ่นปักถามอย่างตื่นเต้น
“จ้ะ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาเลยล่ะ ไปเล่นน้ำกันเถอะ”
พนิดาชวนปิ่นปักยิ้มๆ อากาศเช่นนี้ถ้าได้เล่นน้ำคงจะสดชื่นไม่น้อย
“มีปลาด้วยเหรอคะ” ปิ่นปักถามตาโตอย่างตื่นเต้น
“จ้ะ ปลาดุกหิน เนื้อหวานอร่อยมากเลย ถ้าได้ย่างทานกับน้ำพริก พูดแล้วหิวเลย”
พนิดาพูดถึงปลาดุกหินเนื้อหวานที่เธอชอบ ทานกับน้ำพริกถึงกับน้ำลายสอขึ้นมาในทันที
“แต่ปิ่นไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนนะคะ”
ปิ่นปักบอกพนิดาอย่างเป็นกังวล ถ้าเธอเล่นน้ำจนเปียกจะนั่งรถกลับทั้งชุดเปียกคงไม่ไหวแน่ เนื่องจากระยะทางอีกไกล รวมถึงแอร์ในรถอาจทำให้หนาวไม่สบายได้
“ฉันเตรียมมาแล้ว อยู่ในรถจ้ะ”
พนิดาเปิดประตูรถปิ๊คอัพเพื่อหยิบถุงบรรจุเสื้อผ้าออกมา
“โห... คุณหนูเตรียมมาพร้อมเลยเหรอคะนี่”
ปิ่นปักมองอย่างทึ่งในตัวเจ้านายสาว เธอเห็นถุงกระดาษขณะขึ้นรถแต่ไม่กล้าถามเจ้านายสาวว่าคืออะไร
“จ้ะ เดี๋ยวตอนกลางวันเราจะทานข้าวกันที่นี่เลยนะ”
พนิดาหันไปบอกปิ่นปักอีกครั้ง หญิงสาวเดินนำปิ่นปักเดินลัดเลาะลงไปยังลำธาร
“ว้าว... คุณหนูขา..น้ำใสมากเลยค่ะ”
ปิ่นปักมองน้ำในลำธาร พร้อมทั้งเดินลงไปใกล้เพื่อเอาน้ำลูบใบหน้าจนรู้สึกสดชื่น น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาไปทั่วลำธาร
“ลำธารที่นี่น้ำใสจังเลยนะคะ” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น
“ใช่ น้ำพวกนี้มาจากต้นไม้ต้นใหญ่เป็นน้ำที่ใสมากดื่มแล้วสดชื่นมากเลยจ้ะ”
“ปิ่นขอเล่นก่อนน้ำนะคะคุณหนู อดใจไม่ไหวแล้ว”
ปิ่นปักบอกนายสาวพร้อมทั้งลงกระโดดลงไปในน้ำ น้ำใสกระเด็นขึ้นมาโดนตัวของพนิดาจนเปียกปอนไปหมด
“ได้ยังไงปิ่น ฉันก็เล่นด้วยสิ”
พนิดาวางถุงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปบนโขดหิน หญิงสาวกระโดดลงไปในลำธารอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เสียงหัวเราะของหญิงสาวที่เล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนานทำให้แทนคุณที่กำลังจะเดินลงมาที่ลำธารชะงักฝีเท้า ชายหนุ่มหลบไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่สายตาคมเหลือบไปเห็นพนิดากับผู้หญิงอีกคน ถ้าเขาเดาไม่ผิดน่าจะเป็นคนติดตามของเธอ เขามองดูหญิงสาวกำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำ ว่ายไปมาหยอกล้อกันดูน่ารักเป็นบ้า
“น้องพริกหวานโลกกลมจริงๆ นะ”
แทนคุณพูดกับตัวเอง คิดว่าไม่เสียแรงที่เขายังไม่ไปดูไร่ส้มตอนนี้ ไอ้โก้เดินตามเจ้านายมา แทนคุณหันไปปรามลูกน้องคนสนิทที่กำลังจะเรียกเขาเสียงดัง
ไอ้โก้ย่องมาหาเจ้านายหนุ่มที่กำลังซุ่มอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“คุณหนูพริกหวานเหรอครับเจ้านาย”
ไอ้โก้มองพนิดากับปิ่นปักที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ที่ลำธาร เขาคาดไม่ผิดจริงๆ คิดแล้วว่าพนิดาจะต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน
“ไอ้โก้แกไปบอกลูกน้องให้ถอยไปให้ไกลจากบริเวณนี้ก่อน”
แทนคุณหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทแต่สายตายังจับอยู่ที่ร่างของหญิงสาวไม่วาง
“เจ้านายจะทำอะไรเหรอครับ” ไอ้โก้ถามอย่างอยากรู้ปนทะลึ่ง
“ไปทำตามที่บอก ถามมากเดี๋ยวโดนถีบ”
แทนคุณหันไปทำตาดุกับลูกน้อง ไอ้โก้รีบหดหัวกุลีกุจอไปทำตามที่เจ้านายสั่ง
พนิดาว่ายน้ำจนเหนื่อยหอบแต่สนุกไม่น้อยเพราะได้ออกกำลังกาย ทำให้ผ่อนคลายสดชื่นอย่างที่สุด
หญิงสาวยกตัวเองขึ้นนั่งบนโขดหิน แทนคุณมองเรือนร่างเล็กของหญิงสาวตาค้าง ดูเธอเป็นคนผอมบางแต่เสื้อผ้าที่เปียกแนบไปกับเรือนร่างรัดรึงทำให้ร่างอรชรดูอวบอิ่มน่าสัมผัสเป็นที่สุด
“ซ่อนรูปเหรอน้องพริกหวาน”
แทนคุณพึมพับกับตัวเองเบาๆ มองหญิงสาวไม่วางตา
“ปิ่นอย่าว่ายไปไกลนักนะจ๊ะ”
พนิดาเรียกปิ่นปักเอาไว้เมื่อเห็นเธอว่ายออกไปไกลแล้ว
“ค่ะคุณหนู ปิ่นขอว่ายไปดูตรงโน่นหน่อยนะคะ”
ปิ่นปักตะโกนมาบอกเจ้านายสาว
“จ้ะ แต่อย่าไกลนักนะ งั้นฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน”
พนิดาบอกปิ่นปัก หญิงสาวมองไปยังโขดหินใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่อีกฟากของลำธาร เธอหยิบเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวในถุงเดินไปที่โขดหินทันทีเพื่อใช้เป็นที่กำบังในการเปลี่ยนเสื้อผ้า การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของแทนคุณอยู่ตลอด
“พี่น่าหมั่นไส้ขนาดนั้นเลยเหรอ”แทนคุณก้มลงถามชิดใบหน้านวลอย่างอารมณ์ดี“ใช่ค่ะ ชอบพาลูกน้องเป็นพรวนเหมือนเจ้าพ่อเลยค่ะ พริกหวานนึกว่าพี่หนึ่งจะไปถล่มใคร” พนิดาตอบเสียงน่ารัก“แต่แตกต่างกับพี่นะ เห็นน้องพริกหวานทีไร อยากฉุดทุกที”แทนคุณพูดย้ำในสิ่งที่เขาเคยสารภาพไปแล้วเมื่อครั้งแรก พอพูดจบเลยโดนหมัดน่ารักทุบอกแกร่งเข้าให้“พี่หนึ่งบ้า” พนิดาว่าอย่างเขินอาย“จริงๆนะ ตอนนั้นที่ไร่ส้มยังจำได้ไหม”แทนคุณแกล้งพูดไปถึงความหลังที่เขากลับมานั่งขำทุกทีที่นึกถึง“เอ่อ... ไม่อยากจำเลย คนบ้า!”พนิดาแกล้งว่าด้วยความเขินอาย เธอนึกออกว่าเขาหมายถึงเหตุการณ์วันทีเธอพลาดท่าเสียทีไปกับเขา แล้วเธอเอาคืน โดยเอาเสื้อผ้าเขาไปทิ้ง แต่เธอไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาเป็นยังไง“วันนั้นพี่อายยัยเล็กกับไอ้โก้ ไอ้มั่นมากเลยรู้ไหมดีที่เป็นแค่สามคนนั้น ถ้ามีลูกน้องคนอื่นด้วย พี่คงเสียการปกครองลูกน้องแน่เลย เพราะลูกน้องได้เอาไปล้อพี่กันใหญ่”แทนคุณบีบจมูกรั้นน่ารักนั้นเล่นด้วยความมันเขี้ยว“ทำไมคะ ทำไมต้องอาย”พนิดาแกล้งเลิกคิ้วถาม เธอพอจะรู้คำตอบแต่อยากให้เขาเล่าอย่างตื่นเต้น“พอพริกหวานเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็ทิ้งให้พี่นอน
“จำตอนที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหม”แทนคุณถามเสียงเรื่อยๆ อย่างมีความสุข เขาไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องทุกอย่างจะสมหวังได้ ตอนแรกคิดว่าจะมีปัญหาอุปสรรคมากมายกว่านี้เสียอีก“ตอนไหน ตอนเด็กเหรอคะ”พนิดาถาม ยิ้มสดใสให้เจ้าบ่าว มือบางลูบอกกว้างเล่นอย่างเบามือ“ไม่ใช่ ตอนพี่กลับมาจากต่างประเทศไง”แทนคุณพูดยิ้มๆ เริ่มปลดปราการที่ขวางกั้นออกอย่างเบามือเช่นกัน พนิดาอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี“อ๋อ... จำได้แล้วค่ะ ที่ตลาดในเมืองวันนั้น”พนิดาทำท่านึก พูดเสียงหวานจับจิต ชุดเจ้าสาวโดนถอดไปพ้นกายอย่างง่ายดาย“ตอนนั้นพี่เห็นน้องพริกหวานแล้วเกิดอารมณ์ทันที”แทนคุณพูดกำกวม พนิดาอายทุบกำปั้นที่อกแกร่งสองสามที“ทุบพี่ทำไมนี่”แทนคุณพูดกลั้วหัวเราะ ดันร่างอรชรลงนอนบนที่นอนหนานุ่มที่มีดอกไม้โรยไปทั่วเตียง“พี่หนึ่งบ้ากามตลอดเลย แล้วชอบทำหื่นในพริกหวาน เหมือนพวกโรคจิต”พนิดาต่อว่าทุบอกเขาไม่หยุด จึงโดนเจ้าบ่าวทำโทษด้วยการจุมพิตแก้มฟอดใหญ่“รู้ไหมตอนพี่เจอน้องพริกหวานที่ตลาดครั้งแรก พี่อยากเข้าไปฉุดทำเมียเลย”แทนคุณพูดไปพร้อมกับมือแกร่งที่ปลดเปลื้องชุดของเขาออกอย่างไม่รีบร้อน“บ้า! ชอบทำท่าโรคจิตใส่พริกหวานตลอดเล
ไพรวัลย์พูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะออกไปให้หญิงสาวทำภารกิจส่วนตัวพนิดานั่งบีบมือไปมาบนรถแน่น เธอได้รับรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจเหลือเกิน แม้เขาจะยังไม่ฟื้นก็ตามที หญิงสาวขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดทางว่าให้ช่วยให้แทนคุณฟื้นด้วย เธอจะไม่ขออะไรอีกแล้วในชีวิตนี้แค่ขอให้เขารอดก็พอพนิดารีบเดินเข้าไปในโรงพยาบาลประจำจังหวัดก้าวขาเรียวสวยเดินอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปหาพี่ชายคนโตที่เดินตามมาติดๆ ก่อนที่ไพรวัลย์จะชี้ไปที่ห้องพักฟื้นตรงหน้าหญิงสาวกลั้นใจเปิดประตูเข้าไปในห้องพิเศษ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างของแทนคุณที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนสีขาว แทนรักยิ้มให้พนิดา“พี่หนึ่งขา...พริกหวานมาหาแล้วนะคะ”พนิดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย จับมือของชายหนุ่มมาแนบหน้าอย่างห่วงใยเหลือเกินแทนคุณค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา มองใบหน้าสวยหวานด้วยรอยดีใจที่เขาได้เห็นหน้าคนรัก“พริกหวาน” แทนคุณเสียงเบาโหวงพนิดาจะรีบลุกมองชายหนุ่มอย่างแสนดีใจ“พี่หนึ่ง เป็นอย่างไรบ้างค่ะรู้ไหมว่าพริกหวานเป็นห่วงแค่ไหน”พนิดาพูดเสียงสั่นเครือ แต่แฝงไว้ด้วยความยินดีเมื่อได้เห็นเขาฟื้นขึ้นมา“พี่ไม่เป็นไรแล้ว อย่าทำหน้า
มันกำลังก้มใบหน้าลงทำท่าจะซุกไซ้ร่างของพนิดาแต่ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อโดนสันปืนของแทนคุณอย่างแรง สลบคาเหมือนที่“ว้าย!” พนิดากรี๊ดร้องอย่างตกใจ ที่ร่างหนาหล่นลงมาทับแทนคุณกระชากร่างหนาของโตมอญออกอย่างแรง พนิดามองคนที่กระชากร่างของโตมอญออกไป ก่อนยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“พี่หนึ่ง” แทนคุณรีบเข้าไปกอดร่างอรชรแนบอกอย่างห่วงใย“พริกหวานเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษที่ทิ้งพริกหวานเอาไว้บนเขา เพราะพี่ไม่แน่ใจว่าพ่อพี่จะยอม แต่ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พี่จะพาพ่อไปสู่ขอพริกหวานกับลุงพิง”แทนคุณพูดเสียงระรัวรัดร่างอรชรแนบแน่น“พี่หนึ่ง”พนิดาน้ำตาซึม แทนคุณช่วยแก้มัดมือ และเท้าของพนิดา เขารีบพาเธอเผ่นออกมานอกห้องทันที“มีคนบุกรุก”เสียงลูกน้องของตะวันเห็นชายหนุ่มพอดี มันตะโกนเสียงดัง ลูกน้องของแทนคุณที่แอบซ่อนตัวอยู่ในตัวบ้านที่เปิดเป็นบ่อนการพนันรวมถึงเปิดซ่องต่างกรูกันเข้ามาไพรวัลย์และลูกน้องที่แอบเข้ามาอีกด้านหนึ่งรีบหลบทันที“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมมอบตัวแต่โดยดี ตอนนี้เราล้อมไว้หมดแล้ว”ปกรณ์รออยู่นาน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายวิ่งกันอย่างอึกทึกครึกโครมรวมถึงได้ยินเสียงต่อสู้ รีบตะโกนบอกท
“ไปโรงพักสิ ไปแจ้งความ” ตะวันตอบด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์“ไม่เห็นจำเป็น ไอ้พวกตำรวจโง่นั่นจะช่วยอะไรเราได้”โตมอญไม่เห็นด้วยกับบิดา“แกอย่าโง่ไปหน่อยเลย ที่ไปไม่ใช่ไปให้มันช่วย แต่ไปเพราะเราต้องไปสืบข่าวพวกมัน แกอย่าลืมว่าไอ้ปกรณ์กับไอ้แทนคุณมันเป็นเพื่อนกัน” ตะวันบอกลูกชายเสียงเรียบ“ที่โรงพักคนของเราไม่ใช่เรอะ เราอยากรู้อะไรเดี๋ยวก็ได้รู้”“สวัสดีครับนายหัวตะวัน” ปกรณ์ทักตะวันรวมไปถึงลูกชายอย่างยิ้มแย้ม แทนคุณบอกเขาเอาไว้ไม่ผิดว่าสองพ่อลูกต้องมาแน่นอน“สวัสดีครับหมวดปกรณ์” ตะวันกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”ปกรณ์กล่าวอย่างนอบน้อมสมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตะวันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดเมื่อแจ้งความเรื่องโรงงานทุกที่ของเขามีคนลอบเข้าไปทำให้เครื่องจักรเสีย“นายหัวสงสัยใครเหรอครับ” ปกรณ์หยั่งเชิงถาม“ผมยังไม่รู้เพราะไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ยังไงต้องฝากหมวดให้ช่วยตามเรื่องนี้ให้หน่อยนะครับ”“ได้ครับนายหัว”ปกรณ์รับคำเมื่อตะวันและลูกชายยืนขึ้นขอตัวว่าจะกลับแล้ว ปกรณ์หันไปมองหน้าจ่าเข้ม เห็นเขาพยักหน้าให้บอกว่าสำเร็จแล้ว“ผมต้องกลับก่อนนะครับ ยังไงก็ขอฝากเรื่องน
แทนรักรั้งแขนบิดาเอาไว้ มองพี่ชายอย่างเห็นใจ“พ่อครับ”แทนคุณคุกเข่าลงหน้าบิดาก่อนเงยหน้าขึ้นอย่างแนวแน่“ทำไม แกมีน้องสาวเหมือนกัน แกทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไอ้ลูกเลวแกไปจับลูกสาวเขากักขังไว้แบบนั้น แกทำเรื่องอัปยศแบบนี้ทำไม”เทพโมโหด่าแทนคุณเสียงลั่น เขาทั้งเครียดเรื่องคดียาเสพย์ติดต้องมาทุกข์ใจเพราะลูกชายตัวดีอีก“ผมรักพริกหวานครับพ่อ ไม่ว่ายังไงผมก็รักเธอ”คำตอบของลูกชายทำให้เทพทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสำนึกเขาปฏิเสธลูกชายวันนั้นเพราะเขารู้จักนิสัยของแทนคุณดีว่าเป็นคนที่ชอบเอาชนะ นิสัยเหมือนเขาไม่มีผิดอีกอย่างเขาเกิดความไม่แน่ใจว่าบุตรชายจะรักและอยากแต่งงานกับพนิดาจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะคะคานกันเหมือนวันเด็กเนื่องจากเขารู้ว่าลูกสาวของพิง อัครมหาศาลมีหนุ่มๆ มาสนใจมากมาย หากแทนคุณไม่ได้รักจริงแค่อยากเอาชนะเขาจะเสียผู้ใหญ่ที่ไปสู่ขอลูกสาวของคู่แข่งเช่นนั้นเขาอยากพิสูจน์ให้แน่ชัด แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับจับตัวหญิงสาวไปกักขังไว้เช่นนั้น ถึงเขาจะไม่กินเส้นกับครอบครัวอัครมหาศาลแต่ไม่คิดที่จะสนับสนุนให้ลูกชายทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น“ผมยอมรับผิดครับพ่อ ตอนนี้พริกหวานอยู่







