Masuk“คุณร็อกเก่งมากๆ เลยค่ะ เข้มแข็งและดูแลคุณแม่อย่างดี คุณผู้หญิงเป็นลมหลายครั้งแล้วตั้งแต่รู้ข่าว”
“อัยอยากให้มันเป็นแค่ฝันร้ายจังเลย เมื่อวานอัยยังเจอคุณลุงอยู่เลย”
“เจอที่ไหนคะ”
“เมื่อวานอัยแวะมาหาป้าภา ตอนกลับรอแท็กซี่อยู่ปากซอย ท่านเห็นเลยจอดรับอัยไปส่งที่หอพักค่ะ ท่านยังฝากให้อัยดูแลร็อกอยู่เลย ไม่คิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่อัยเจอคุณลุง ฮือๆ” แล้วเธอก็ปล่อยโฮจนตัวโยน
ป้าแก้วจึงโอบบ่าปลอบโยน ทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาคลอ
อัยลินนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง เมื่อป้าแก้วขอตัวไปจัดการเตรียมอาหารค่ำให้เจ้านาย
กระทั่งเวลาผ่านไปถึงสองทุ่มรชตกับมารดาของเขาก็กลับมา
พออัยลินเห็นรชตโผล่หน้าเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอก็โผล่เข้าไปกอดเขา
“ร็อก” แล้วเธอก็ปล่อยโฮ ทั้งที่ดวงตาก็ยังแดงก่ำ เพราะเพิ่งร้องไห้ไปกับป้าแก้ว
“อัย มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตอนเย็นน่ะ ร็อก ไม่เป็นไรนะ อัยอยู่กับร็อกแล้ว”
“ขอบใจนะอัย ร็อกรู้ว่าอัยจะต้องมาหาร็อก” เขากอดเธอแน่น เช็ดน้ำตาให้ ในขณะที่เขาแม้จะไม่มีน้ำตา เพราะมันท่วมท้นอยู่ในอก และมันหลั่งไหลเหมือนน้ำทะเลล้นฝั่งตั้งแต่ได้รับข่าวร้าย แต่เขาก็ต้องหยุดร้อง เมื่อเห็นอาการที่ย่ำแย่ของมารดา
ตอนนี้ท่านขึ้นไปพักผ่อน ไม่ยอมกินอะไร แต่ต้องกินยาคลายเครียด เพื่อจะได้หลับลง โดยมีป้าแก้วไปอยู่เป็นเพื่อน
“ไปกินข้าวกันเถอะ” รชตดึงแขนอัยลินออกจากห้องนั่งเล่นตรงไปยังห้องกินข้าว
อาหารบนโต๊ะมีอยู่มากมาย แต่ทั้งสองก็กินได้เพียงเล็กน้อย และอัยลินเห็นว่ามันจะสามทุ่มแล้วเธอจึงขอตัวกลับบ้าน
“คืนนี้อยู่กับร็อกได้ไหม”
“อัยก็อยากอยู่กับร็อกนะ แต่ที่นี่มันไม่ได้นะร็อก คุณป้าก็อยู่นะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ที่บ้านก็รู้เรื่องเราแล้ว”
“อะไรนะ!” อัยลินร้องขึ้นอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่ารชตจะบอกครอบครัวเกี่ยวกับความสัมพันธ์เกินเพื่อนระหว่างเธอกับเขา
“นะ อยู่กับร็อก” เพราะสีหน้าเศร้าๆ บวกกับเธอเองก็ไม่อยากคาดคั้นหรือต่อว่าอะไรเขาที่เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างกันกับครอบครัว ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอทำได้แค่ตามใจเขาเท่านั้น เพราะรู้ว่ารชตก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากเธอในค่ำคืนนี้ นอกจากอยากจะมีใครสักคนอยู่ข้างๆ
ในค่ำคืนนั้นเธอหลับไปแล้ว แต่สะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงสะอื้นของคนนอนข้างๆ ที่นอนหันหลังให้เธอ และขยับห่างจากเธอจนชิดขอบเตียง เพราะคงกลัวเธอจะได้ยินเสียงร้องไห้
แต่อย่างไรเธอก็ได้ยินอยู่ดี
อัยลินขยับตัวไปแนบแผ่นหลังที่สะท้านเพราะแรงสะอื้น โอบกอดเขาไว้ ไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยน แต่ไออุ่นของเธอคงช่วยเขาให้คลายเศร้าได้บ้าง เพราะครู่ต่อมาเสียงสะอื้นก็หายไป ได้ยินเพียงเสียงทอดหายใจอย่างสม่ำเสมอ
อัยลินออกจากบ้านของรชตตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กลับมาถึงหอพักก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนตามปกติ
งานศพของนายแพทย์รวิช ใช้เวลาสวดอภิธรรมศพเจ็ดงาน อัยลินก็ไปเกือบทุกวัน จากนั้นก็ฌาปนกิจศพ ในวันที่ลอยอังคารที่แม่น้ำในจังหวัดภาคเหนือที่ครอบครัวมีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นั่น รชตชวนเธอไปด้วย แต่อัยลินปฏิเสธ เพราะคิดว่าควรจะมีเฉพาะครอบครัวมากกว่า
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์ เธอกับรชตแทบไม่ได้เจอกัน เพราะเขาต้องเคลียร์งานช่วงที่ยุ่งกับงานศพของบิดา เธอเองก็ยุ่งกับการเรียนของตนเอง
ในตอนบ่ายหลังเลิกเรียน เธอกลับมาหอพัก พราวที่กลับมาก่อน ก็ยื่นขนมโปรดของเธอให้ เป็นเค้กมะพร้าวอ่อน
“อะ พี่พัทฝากขนมมาให้”
“ฝากขอบคุณพี่พัท แต่เกรงใจอะ พี่พัทฝากให้บ่อยมากเลย” พัทคือพี่ชายของพราว ซึ่งเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ปีสุดท้ายแล้ว อีกฝ่ายมาหาน้องสาวที่หอทีไรก็ชอบซื้อขนมมาฝากเธอเสมอ บางครั้งก็ชวนไปกินข้าวด้วยกัน
“แต่จะบ่อยแค่ไหน ก็ซื้อใจอัยไม่ได้อยู่ดี”
“แน่ใจเหรอว่าพี่เขามีใจกับฉัน” ถึงอัยลินจะเห็นความเอ็นดูในแววตาของพัทเวลามองเธอ แต่เธอก็มองเห็นอะไรบางอย่างขณะที่เขามองกันต์ เพื่อนสนิทของเขาตั้งแต่เยาว์วัย กระทั่งมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันเสียด้วย
เธอรู้ว่าเขาเป็นไบเซ็กชวล เพราะเคยคบทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาก่อน แต่เธอสงสัยเมื่อพราวบอกว่าพี่ชายกับกันต์เป็นเพียงเพื่อนสนิทกันเท่านั้น
“ก็เห็นชมว่าแกน่ารักตลอด”
“เหรอ อือ คงแค่เอ็นดูที่ฉันเป็นเพื่อนแกไง”
“พูดแบบนี้ ก็แสดงว่าพี่พัทหมดสิทธิ์เป็นอย่างอื่น นอกจากพี่ชายคนหนึ่งใช่ไหม”
“พี่พัทก็ให้ฉันแค่นั้นแหละ แกนี่นา เป็นน้องยังไง ไม่รู้ใจพี่ชายตัวเองเลย”
::::::::::::::::::::::::::
6 เดือนผ่านไป “แก มีเรื่องจะเม้าท์” ขณะที่อัยลินเพิ่งพาลูกสาววัยใกล้สองขวบหลับช่วงบ่าย พราวก็โผล่หน้ามาหาที่บ้าน“หน้าตาตื่นเต้นขนาดนี้ ต้องเป็นเรื่องดีๆ ใช่ไหม”“ดีมากแก มันดี แต่ว่า...” ท้ายประโยคทำหน้ามุ่ย“ดีแล้ว ยังมีแต่อีก”“ก็มันเล่าให้ฟังไม่ได้ นอกจากแกไง”“งั้นก็ว่ามา”“ก่อนเล่า หลานชายรูปหล่อฉันยังไม่กลับจากโรงเรียนเหรอ”“ยัง เพราะไปเรียนเปียโนต่อ อีกสักสองชั่วโมงน่าจะถึงบ้าน ถ้าอยากเจอก็อยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน”“อยู่ไม่ได้แก วันศุกร์ต้องไปกินข้าวกับแฟน”“งั้นก็รีบเล่าเรื่องดีๆ ของแกมาเถอะ จะได้กลับบ้านไปกินข้าวกับแฟน” เพราะบ้านของปริญญ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และทั้งสองกำลังจะจัดงานแต่งในเดือนหน้า“ก็แม่นุชน่ะสิ ส่งไฟล์ภาพสมัยยังเด็กของปั้นมาให้เพื่อทำภาพพรีเซ็นฯ งานแต่ง ฉันเห็นแล้วร้องกรี๊ดเลย เพราะมีภาพที่ปั้นใส่ชุดอนุบาลด้วย คือแก แบบเขาเป็นคนเดียวกับปั้นที่เป็นรักแรกสมัยอนุบาลสามของฉันอะ ฉันรู้สึกโอ้โห นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ” พราวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ท่าทางเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต“ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อแฮะ ว่าแต่แกบอกปั้นแล้วเหรอ ว่าเขาคือแฟนสมัยเด็กของแก”“ยัง
รุ่งเช้าทั้งสองออกจากห้องพัก แวะกินมื้อเช้าที่คาเฟ่ข้างคอนโดฯ จากนั้นก็ออกเดินทาง ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ทั้งสองแวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านริมทะเล กินอิ่มก็ถ่ายรูปกันเล่นๆ กระทั่งบ่าย ทั้งสองก็มุ่งตรงไปยังโครงการบ้านพักวัยเกษียณระดับไฮเอนด์ ที่อยู่นอกเมืองออกไปราว 7 กิโลฯ ซึ่งเป็นโครงการของครอบครัวของรชตนั่นเองภายในโครงการกว้างขวาง ภายในมีบริการสำหรับคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย ทั้งสนามกอล์ฟ คลับ ฟิตเนส สวนหย่อมสำหรับนั่งเล่นหรือวิ่งเดินออกกำลังกาย และสถานพยาบาลที่รองรับฉุกเฉินจากลูกบ้านได้ทุกเมื่อ ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหลักบ้านพักห่างกันได้ความเป็นส่วนตัว ปริญญ์เคลื่อนรถเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้าน พอเปิดประตูรถออกมา มารดาของเขาก็ออกมาต้อนรับด้วยการสวมกอดและหอมแก้มลูกชายก่อนพอผละจากกันเขาก็แนะนำให้เธอกับมารดารู้จักกันอย่างเป็นทางการ จริงๆ แล้วทั้งสองเจอกันในงานแต่งของรชตกับอัยลินมาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน“เข้าไปข้างในก่อนเถอะ” นุจรีควงแขนลูกชาย และเอื้อมมาจับมือพราวเข้าไปในตัวบ้านความเป็นกันเองนั้นทำให้พราวคลายความเกร็งตามประสาผู้หญิงที่เข้าบ้านผู้ชายเป็นครั้
ความรัก วันเวลาหกเดือนผ่านไป“ปั้น หยุดก่อน หิวไม่ใช่เหรอ ให้พราวเจียวไข่เสร็จก่อนสิ อ๊ะ” หญิงสาวบ่นจบก็ครางออกมา เมื่อเธอกำลังจะตั้งกระทะเจียวไข่ในเวลาสามทุ่ม เพราะคนเพิ่งเข้ามาในห้องพักบ่นหิวทว่ายังไม่ทันทำอาหารจานด่วนเสร็จ เขาก็เดินเข้ามากอดจากด้านหลัง จูบที่ต้นคอเปลือยเปล่าที่เธอรวบผมสูง จากนั้นมือใหญ่ก็สอดเข้ามาในชายเสื้อยืด เกาะกุมอกอวบของเธอพร้อมขย้ำเบาๆ“ตอนนี้เราหิวพราวมากกว่า” น้ำเสียงกระเส่า พร้อมกับกดร่างเพรียวบางให้อยู่ในท่าโก้งโค้ง พราวต้องเกาะขอบเคาน์เตอร์ครัวไว้แน่น พร้อมสูดปากครวญครางอย่างซ่านเสียว เมื่อเขารั้งกระโปรงเธอสูง แล้วเอานิ้วแกร่งแหย่เข้าไปในโพรงลึก ขยับเข้าออกจนเกิดเสียงฉ่ำแฉะ“พราวพร้อมแล้วแหละ” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับได้ยินเสียงรูปซิปกางเกงสแลกซ์ไม่กี่นาทีต่อมาพราวก็รับรู้ถึงแท่งร้อนที่แทงเข้ามาในร่องหลืบที่คับแน่น แต่หยาดน้ำฉ่ำก็ทำให้ไม่เจ็บ เมื่อเขาแทงระรัวเข้าหาอย่างหิวโหย เพราะตลอดทั้งสัปดาห์ เขาจะมาค้างคืนกับเธอแค่วันสุดสัปดาห์เท่านั้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อประสานกับเสียงครางหวานและเสียงพร่าทุ้มดังไปทั่วห้องครัวช่วงล่างเขาขยับไม่หลุด ปากอุ่นก็ก้มจ
พอถึงห้องพักทั้งสองต่างนั่งเงียบๆ ครู่ใหญ่ จนปริญญ์ทนอึดอัดไม่ไหวก็โพล่งออกมาก่อน“พราว ตกลงจะเป็นแฟนกันไหม”“แน่ใจแล้วเหรอว่าอยากเป็นแฟน” พราวหันไปจ้องตาอีกฝ่าย เหมือนจะจับความรู้สึกของเขาจริงๆ“แน่ใจสิ”“แน่ใจตั้งแต่ตอนไหน”“ก็ตั้งแต่ตอนที่พราวเริ่มคุยกับหมอกริช”พอฟังแบบนั้นพราวก็แอบพรูลมออกจากปาก เพราะเหมือนการตัดสินใจที่จะคุยกับกริช ไปกระตุ้นความรู้สึกของปริญญ์อย่างนั้นหรือ“แล้วคิดว่าเราจะไปกันรอดไหม”“นั่นแหละที่คิดมาตลอด เพราะเราก็ไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีอย่างพราวไป แต่เวลาเดียวกันเราก็ไม่อยากให้พราวเป็นแฟนกับคนอื่น”“ปั้นต้องคิดดีๆ นะ หากวันหนึ่งเราไปกันไมได้ พราวไม่มีวันคบแฟนเก่าเป็นเพื่อนหรอกนะ”“รู้ เราถึงต้องใช้เวลากับเรื่องนี้นานมากไง”“แบบนั้นเอาอย่างงี้นะ เราลองคบกันไป หากวันหนึ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่อยากเป็นแฟนแล้ว ก็บอกกันตรงๆ เราอาจกลับมาเป็นเพื่อนกันไม่ได้ แต่เราก็จะยังไม่เกลียดกัน”“โอเค ตกลงตามนั้น” ปริญญ์ตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง“เออ เรื่องแหวน ปั้นซื้อไว้แล้วเหรอ”“ใช่ เป็นแหวนคู่รักน่ะ แล้ววันหนึ่งพราวมั่นใจในตัวเราเมื่อไหร่ เราก็พร้อมสร้างครอบครัวไปด้วยกัน”“ก็ตามน
เปลี่ยนสถานะพราวรู้ตัวว่าเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปดูโครงการบ้านที่ปริญญ์สนใจ เพราะเขามาหาเธอตั้งแต่ตอนใกล้เที่ยง ซึ่งวันหยุดเธอจะตื่นสายเป็นปกติ เขามาพร้อมของกินมื้อเที่ยง ทั้งขนมผลไม้ เครื่องดื่มที่โปรดปรานของเธอทำให้พราวคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เธอเกลียดปริญญ์เพิ่มขึ้น จากการที่เขาทำตัวปกติ หลังจากมีวันไนท์กัน ก็คือเขาชอบซื้อของกินถูกปากมาให้นี่แหละ เพราะมันอร่อยเกินไป จนเธอคิดว่าจะหาใครที่รู้ใจขนาดนี้มาเป็นแฟนได้มันก็ควรจะเป็นเขาไหมล่ะถ้าเขายอม!ไม่ใช่มาทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีอยู่แบบนี้!“เพิ่งรู้ว่าหมอกริชย้ายไปทำงานบ้านเกิด” เขาชวนคุย เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้“แม่เขาไม่สบาย”“แล้วพราวกับเขา คือ...”“คืออะไร!” เธอถามพลางส่งค้อน ในความอยากรู้ของเขา“ยังคุยกันอยู่ไหม”“ก็คุย” เธอตอบแค่นั้น ไม่ได้ขยายความต่อแล้วเขาก็เงียบไปทันทีเมื่อกินอิ่ม เขาก็นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆ ส่วนพราวก็เดินเข้าห้องนอน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับออกไปดูบ้านเป็นเพื่อนเขาใช้เวลาขับรถแค่ชั่วโมงก็ถึง โครงการกลางเมือง ระดับ อัลตร้าลักชัวรี่ สไตล์บ้านเมโทรโพลิแทน ทรอปิคอล โมเดิร์น พื้นที่ใช้สอยพันตารางเมตร มีสระว่ายน้ำส่วนตัว
“สรุปมาได้ไง” พราวถามขึ้นเมื่อปริญญ์ติดรถเธอกลับห้องพัก ด้วยเหตุผลที่เขาไม่ได้เอารถมา “ก็บอกแล้วไง คุณแม่พราวก็ฝากขนมให้เรากิน เราก็อยากมาขอบคุณด้วย ทำไมไม่อยากให้เรามาเหรอ” “พูดไปแล้ว ปั้นก็ไม่เข้าใจ” พราวบ่นแค่นั้น แล้วต่างคนต่างเงียบไป “วันนี้ไปเจอหมอกริชไม่ใช่เหรอ ตกลงว่าไง” “ตกลงยังไงก็เรื่องของพราวกับหมอกริชนะ ปั้นไม่ต้องรู้หรอก” พราวย้อนเสียงเย็นชา “พราว...” แต่พราวยังเงียบ เพราะเรื่องระหว่างเธอกับกริช มันเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องบอกเขาก็ได้ และไม่เข้าใจทำไมปริญญ์ถึงอยากรู้ เธอเองก็ไม่เคยสนใจเรื่องของเขากับสาวๆ ที่เขาควง “วันเสาร์หน้าจะไปดูบ้านโครงการหนึ่ง ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “จะซื้อบ้าน” “อือ เวลาแม่กับปีเตอร์มากรุงเทพฯ เขาไม่อยากพักโรงแรมน่ะ เลยคิดจะซื้อบ้านดีกว่าจะได้เป็นส่วนตัว” “ไม่รู้จะว่างหรือเปล่านะ เพราะปั้นก็รู้วันเสาร์พราวก็กลับบ้าน” “ไปด้วยกันเถอะ เพราะโครงการที่ไปดู ไม่ไกลจากบ้านของพราวหรอก”







