LOGINยึดถือคำมั่นสัญญา เฝ้ารอคอยเขากลับมา แต่...ความรักที่ให้กลับได้เป็นความเจ็บปวดชอกช้ำกลับมา เธอจึงต้องตัดสินใจ... “ไม่นึกว่าเธอจะยังมีหน้ามาหาฉันอีกเมษา เสร็จธุระแล้วก็รีบไปซิ จะมัวรีรออะไรอยู่อีก รู้ก็รู้อยู่ว่าคนไม่รัก ยังจะตามตื้ออยู่ได้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆ หน้าซะที” เบนนิโต้กัดฟันพูด เพราะต้องการให้เมษาตัดใจจากเขาซะที ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้ คนที่เจ็บปวดก็คือตัวเมษาเองนั่นแหละ แต่ทำไมพอคิดทำอย่างนี้...เขาถึงรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนถูกควักหัวใจออกจากร่างเลย “ดิฉันทราบแล้วค่ะคุณเบนนิโต้ ดิฉันทราบว่าคุณไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าหรือพูดจาเสวนากับดิฉัน ตัวดิฉันเองก็ไม่ได้คิดอยากจะมาที่นี่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเอาความทรงจำที่มี...ความรักที่เคยใช้หล่อเลี้ยงหัวใจนำมาคือคุณและรับเอาความรักและหัวใจของตัวเองคืนกลับมา เพื่อจะได้รักตัวเองให้มากกว่ารักคนอื่น! เสียที” เธอไม่ได้ย้ำให้เขารู้ แต่ย้ำกับใจตัวเอง นับจากนี้ไป ควรรักตัวเองให้มาก ไม่ควรหลงละเมอเพ้อพกไปกับคำลมลวงและความรักจอมปลอมที่เขาเคยมอบให้ไว้
View Moreหมั้น!!!
เพียงได้อ่านบทความบนหน้าหนังสือพิมพ์ ในทรวงของเมษาก็เหมือนถูกเพลิงไฟเผาไหม้ โทสะทำให้เธอรีบเดินตรงปรี่ไปหามีนาพร้อมกับโยนหนังสือพิมพ์ใส่หน้าพี่สาวต่างมารดาด้วยความเจ็บปวดใจราวกับมีใครเอามีดมากรีดหัวใจจนเลือดไหลโทรม
“ทำอย่างนี้ได้ยังไงมีนา เธอก็รู้ว่าฉัน...”
หากคนถูกถามถอนหายใจขณะเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวางนิตยสารในมือลงบนโต๊ะ
“เป็นบ้าอะไรอีกล่ะเมษา มาถึงก็อาละวาดเหมือนกับหมาบ้าอย่างนี้” มีนาถามอย่างอิดหนาระอาใจ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เหล็กดัดด้วยมาดนางพญาก้มเก็บหนังสือพิมพ์ที่กระจัดกระจายรวบรวมขึ้นมาอ่าน เพียงแค่เห็นภาพบนหน้าหนังสือพิมพ์ แววตาของหญิงสาวก็สาแก่ใจขึ้นมาแวบหนึ่ง
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว เธอเป็นบ้าเพราะข่าวนี้นี่เอง”
มีนามองข่าวหนังสือพิมพ์ที่เบนนิโต้ดึงเธอเข้ากอดแล้วให้นักข่าวถ่ายรูปยกให้เมษาดูอีกรอบอย่างสะใจ เมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาดซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าของน้องสาวต่างมารดา ก่อนจะอ่านพาดหัวข่าวเสียงดังเพื่อตอกมีดย้ำไปบนหัวใจเมษาอีกครั้ง
“ประกาศกลางงานเลี้ยง แนะนำว่าที่คู่หมั้นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเบนนิโต้ ริชชี่” มีนาล่ะดวงตาจากหนังสือเงยหน้าขึ้งมองเมษาด้วยรอยยิ้มเชือดเฉือน ก่อนจะเปิดหนังสือพิมพ์เพื่ออ่านข่าวหน้าต่อไป
ประกาศกลางงานเลี้ยงนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เมื่อนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อไฟแรง อายุเพียงแค่ 27 นามเบนนิโต้ ริชชี่ ลูกชายคุณเปรโด ริชชี่ มหาเศรษฐีติดอันดับหนึ่งในสิบของอิตาลี ประกาศด้วยรอยยิ้ม ขอจับจองลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ของเมืองไทยนามว่ามีนา สินอัครกุลมาเป็นแม่ของลูก
เบนนิโต้จบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากฮาร์วาร์ด หนุ่มรูปหล่อและคนเก่งหาตัวจับยาก ไม่ว่าจะหยิบจับธุรกิจใดก็จะเป็นเงินเป็นทอง เบนนิโต้มีธุรกิจทั้งทางด้านโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของและจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งในเมืองไทยและอิตาลี
ในขณะที่มีนาเป็นบุตรสาวของนายมงคล สินอัครกุลนักธุรกิจพันล้าน ครอบครัวทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนรักและพันธ์มิตรทางการค้า ข่าวจากคนวงในได้บอกว่าตอนที่มีนายังเป็นสาวน้อยวัยรุ่นเธอได้ไปเรียนต่างประเทศและพักอยู่กับครอบครัวของเบนนิโต้และนั่นจึงเป็นโอกาสให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันจนกลายเป็นความรัก
“แล้วทำไม มันมีอะไรแปลกหรือไง” มีนาเลิกคิ้วมองน้องสาวต่างมารดาอย่างสมเพชเวทนาและสาสมใจ
ก่อนนั้นเธอได้แต่แอบมองเมษาที่ได้รับความรักจากสองพี่น้องเบนนิโต้และอันโตนิโอ้แสดงออกถึงความรักและความห่วงใยกันด้วยความอิจฉา เพราะไม่มีใครหันมามองเด็กน้อยอีกคนที่ยืนหน้าละห้อยอยู่ด้านหลังเลย หากเมื่อวันที่เธอได้ไปเรียนต่ออิตาลี เธอได้ไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของเบนนิโต้ คุณลุงเปรโดและคุณป้าธิญาดาบิดามารดาของเบนนิโต้เองก็เป็นคนน่ารักดูแลเอาใจใส่เธอเหมือนลูกคนหนึ่ง จะมีก็เพียงแค่อันโตนิโอ้เท่านั้นที่ไม่ค่อยจะชอบใจที่เห็นเธอตามติดน้องชายสักเท่าไหร่
“ในเมื่อฉันกับพี่บีรักกัน” มีนาเน้นคำว่ารักหนักๆ ใส่หน้าเมษาน้ำเสียงเจือหัวเราะด้วยความสะใจอย่างที่สุด
“เราจะหมั้น...จะแต่งงานกัน มันผิดตรงไหน” มีนาฉีกยิ้มกว้าง สมน้ำหน้าเมษาที่เฝ้าปองใจหมายรักเบนนิโต้มาตั้งแต่เด็ก วาดฝันและเฝ้ารอคอยชายหนุ่มมาเป็นคู่รัก แต่กลับกลายเป็นเธอที่ได้รับรักจากเขา
อยากให้ถึงวันที่เบนนิโต้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอจริงๆ อยากเห็นหน้าเมษาในตอนนั้น...อยากเห็นยายตัวมารเจ็บปวดใจจนอกแตกตายไปต่อหน้า
มีนาหัวเราะเสียงดัง มันช่างเป็นการล้างแค้นที่แสนหวานจริงๆ
“เป็นไงล่ะหนูเมย์ เธอดีใจกับฉันจนเนื้อเต้นเลยใช่ไหม” มีนาถามเมษาด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์
“เธอก็รู้ว่ามันไม่จริง พี่บีรักฉัน” เธอเชื่อ…เชื่ออย่างนั้นจริงๆ เบนนิโต้ยังคงรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความห่างไกลบวกกันมีนาอยู่ใกล้ตัว เลยทำให้ชายหนุ่มไขว้เขวไป
“หือ...นี่เธอยังจะเชื่ออย่างนั้นอยู่อีกหรือเมษา เชื่อจริงๆ หรือว่าพี่บีรักเธอ ถ้าใช่...ทำไมเขาถึงขอหมั้นฉันล่ะ”
คำถามของมีนาเชือดเฉือนหัวใจเมษาให้เลือดอาบ ฟันขาวขบกัดบนกลีบปากอย่างแรง ขอบตาร้อนผ่าว มองพี่สาวต่างมารดาอย่างตัดพ้อ
เพราะอะไรกัน...ทำไมมีนาถึงได้จงเกลียดจงชัง จ้องแต่จะทำร้ายเธอมากนัก โกรธเกลียดเรื่องอะไรกันนักหนา
“เธอนี่นะ...ซื่อบื้อหรือโง่เง่ากันแน่ เธอน่าจะรู้ดีนะ ไม่ว่าจะรักหรือไม่รัก ฉันก็ไม่มีวันปล่อยพี่บีให้หลุดมือไป” เพราะเธออยากจะเห็นเมษาอกแตกตายไวๆ
มีนามองใบหน้านวลผุดผาดซีดเผือด น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าตาที่แดงก่ำ ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างสะใจ
อย่างแกหรือจะมาสู้ฉันได้เมษา นับจากนี้ไปแกจะต้องเจ็บกว่าที่ฉันเคยเจ็บ ในเมื่อแกแย่งผู้ชายที่ฉันรักไป...ฉันก็จะเอาคนที่แกรักมาครอบครอง จะทำให้ต้นรักษ์ที่หลงละเมอเพ้อหาแต่แก ไม่เคยเห็นฉันคนนี้อยู่ในสายตา จะต้องเจ็บปวดเพราะแกไม่สมหวังในความรัก
มีนาหัวเราะขื่นๆ คนที่เธอรัก...ไม่เคยมีสายตาแล แม้กระทั่งเบนนิโต้เองก็ไม่ใช่คนของเธอ หัวใจเขามอบให้เมษาคนเดียว แต่ไม่ว่าจะยังไงตอนนี้คนที่อยู่เคียงข้างพี่เบนนิโต้คือเธอไม่ใช่ยายตัวมารเมษา
“ไม่จริง! พี่บีรักฉัน แต่เพราะเธอใช้มารยาสาไถย ยั่วยวนหลอกล่อให้พี่บีหลง เขาเลย...” เมษาพูดไม่ออก เพราะตัวเธอไม่รู้ว่าเหตุใดคนที่เคยบอกว่ารักและจะรอเวลาเพื่อมาสู่ขอเธอไปเป็นภรรยาถึงได้เปลี่ยนไป
“เขาเลยอะไรละเมษา จะต้องให้ฉันย้ำไหม” มีนาลอยหน้าลอยตาถาม ถึงคราวนี้แกจะต้องรู้บ้างแล้วเมษา การโดนแย่งของรักน่ะ มันเจ็บปวดแค่ไหน
“พี่บีรักฉัน...เขารักฉัน ได้ยินไหม พี่บีรักฉันคนเดียว”
“ไม่จริง!”
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด