LOGINแสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ใหญ่ กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมกระ
เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่ง ณ ชายหาดที่เคยเป็นพยานรักของ ใหญ่ และ ขิม ในวันแรกที่เขาเริ่มรวบรวมความกล้าเพื่อเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทมาเป็นคนรัก วันนี้... ทั้งคู่กลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ในสถานะของ 'ครอบครัว' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มี ต้นกล้า ที่เริ่มโตเป็นหนุ่มน้อยวัย 9 ขวบ และ ใยไหม ในวัย 3 ขวบที่กำลังสนุกกับการก่อปราสาททราย ใหญ่ยืนมองลูกๆ ก่อนจะหันมามองขิมที่ยืนอยู่ข้างๆ "ไม่น่าเชื่อเลยเนอะขิม... ว่าเวลาสิบปีมันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้" ขิมยิ้ม พลางเกลี่ยผมที่ปรกลงมาปรกหน้าเขา "เร็วสิคะ... แต่ถ้าถามขิมนะ ขิมว่าสิบปีนี้มันคุ้มค่าทุกวินาทีเลย" "จริง... คุ้มจนผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือชีวิตของผมจริงๆ" ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือเธอไว้ "ถ้าตอนนั้นผมไม่เดินหน้าจีบเธอ... ป่านนี้ผมคงนั่งเสียดายอยู่คนเดียวแน่ๆ" "โธ่... พ่อคนปากหวาน! เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ อายลูก" ขิมหัวเราะ ต้นกล้าวิ่งกลับมาหา "พ่อครับแม่ครับ! ผมสร้างปราสาททรายเสร็จแล้ว มาดูเร็ว!" ใหญ่กับขิมมองหน้ากันแล้วหัวเราะ "ไปดูกันเถอะครับคุณแม่"
ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างหน้าบ้านหลังใหม่ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของ ใหญ่ และ ขิม มันไม่ใช่แค่บ้าน แต่มันคือวิหารแห่งความรักที่รวบรวมทุกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และหยาดน้ำตาแห่งการเดินทางอันยาวนานเอาไว้ ต้นกล้า ในวัย 8 ขวบกำลังวิ่งไล่ตามเจ้า ใยไหม ที่หัดเดินได้คล่องแคล่วแล้ว ทั้งคู่ดูมีความสุขภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ใหญ่ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนับตั้งแต่เขายังเป็นชายหนุ่มที่สับสนกับความรู้สึกตัวเองที่ดันไปหลงรักเพื่อนสนิทอย่างขิม วันนี้เขากลายเป็นคุณพ่อลูกสอง และเป็นสามีที่ใครๆ ต่างอิจฉา ขิมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ ออกมาหาเขาที่ระเบียง "มองอะไรอยู่คะคุณพ่อ? ยิ้มกว้างเชียว" ใหญ่หันมามองภรรยาแล้วยิ้มตอบ "มองดูความสำเร็จของชีวิตครับ... ขิมดูนั่นสิ ต้นกล้ากับใยไหมเข้ากันได้ดีมากเลยนะ" ขิมมองตามไป "นั่นสิคะ เหมือนมีกระจกสะท้อนเราตอนเด็กๆ เลยเนอะ... ต้นกล้าน่ะเหมือนใหญ่ตอนใจเย็น ส่วนใยไหมเหมือนขิมตอนดื้อไม่มีผิด!" ใหญ่หัวเราะร่า "จริง! ใยไหมนี่ดื้อเหมือนขิมตอนเรียนปีสามเปี๊ยบเลยล่ะ" "แหม! ว่
แสงแดดอ่อนยามบ่ายของวันหยุดทอประกายผ่านม่านโปร่งในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยไออุ่นของความสุข ใหญ่ กำลังง่วนอยู่กับการช่วย ต้นกล้า ต่อเลโก้ชุดใหม่ ขณะที่ ขิม นั่งกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟา โดยมี ใยไหม นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอด"พ่อครับ ตรงนี้ต้องใช้ชิ้นส่วนสีแดงหรือสีน้ำเงินครับ?" ต้นกล้าถามพลางหยิบตัวต่อขึ้นมาโชว์ใหญ่ขยับเข้าไปใกล้ลูกชาย "สีน้ำเงินสิครับลูก ดูในผังภาพสิ มันต้องเป็นโครงสร้างหลักนะ""อ๋อ! จริงด้วยครับพ่อ พ่อเก่งจังเลย!" ต้นกล้าชมพลางยิ้มแป้นขิมที่นั่งมองอยู่หลุดขำ "เก่งแต่เรื่องเลโก้นะพ่อเราน่ะ เรื่องอื่นล่ะเป็นไง?"ใหญ่หันมาสบตาภรรยาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "เรื่องอื่นก็เก่งครับ... เก่งเรื่องรักเมียไง""แหม... ปากหวานตั้งแต่เช้าเลยนะ" ขิมค้อนใส่เบาๆ"ใหญ่คะ... ขิมว่าเรามาจัดทริปครอบครัวเล็กๆ อีกสักครั้งไหม? ช่วงปิดเทอมต้นกล้าน่ะ" ขิมเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ลูกสาวที่กำลังขยับตัวในฝันใหญ่เงยหน้าจากเลโก้ "ทริปเหรอ? ก็น่าสนนะ ขิมอยากไปไหนล่ะ?""ขิมอยากไปเชียงใหม่ค่ะ... อยากพาลูกไปสัมผัสอากาศหนาวๆ พ่อกับแม่ยังไม่เคยพาล
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ใหญ่ กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมกระเป๋าเป้ใบจิ๋วของ ต้นกล้า ขณะที่ ขิม กำลังป้อนนม ใยไหม ในเปลไกวข้างๆ กลิ่นขนมปังปิ้งและกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัย 7 ขวบที่กำลังนับจำนวนของเล่นที่จะเอาไปโรงเรียนทำให้เช้านี้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกวัน"พ่อครับ! ผมเอาหุ่นยนต์ไปด้วยสามตัวนะ อีกตัวเอาไว้ให้เพื่อนที่โรงเรียนเล่นด้วย!" ต้นกล้าตะโกนบอกใหญ่เดินเข้ามาลูบหัวลูกชาย "ได้ครับ แต่ต้องสัญญาว่าจะแบ่งเพื่อนเล่นนะ เป็นพี่ชายต้องใจดีเข้าไว้""รับทราบครับพ่อ!"ขิมวางขวดนมลงแล้วเดินเข้ามาหาใหญ่ "วันนี้ใหญ่ต้องเข้าบริษัทแต่เช้าไหมคะ? เห็นว่ามีประชุมด่วนไม่ใช่เหรอ?""เลื่อนไปเป็นตอนเที่ยงครับ... ผมอยากส่งต้นกล้าที่โรงเรียนเอง แล้วก็อยากพาขิมไปทานมื้อเช้าแถวสวนสาธารณะด้วย" ใหญ่ตอบพร้อมรอยยิ้ม"แหม... มีแผนตลอดเลยนะคะคุณพ่อคนนี้" ขิมแซว"ก็แค่อยากใช้เวลาอยู่กับคนที่รักให้มากที่สุดไงครับ... เธอไม่ชอบเหรอ?" ใหญ่ถามพลางดึงมือขิมมากุมไว้"ชอบค่ะ... ชอบมากด้วย" ขิมยิ้มหวานระหว่างทางไปโรงเรีย
เสียงฝนตกกระทบหลังคาบ้านเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในห้องทำงานที่เงียบสงบ ใหญ่ และ ขิม นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงไฟสีนวล สองมือของพวกเขาประสานกันไว้แน่นบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เห็นร่องรอยการใช้งานมานานหลายปี ทั้งคู่กำลังมองดูอัลบั้มรูปเล่มล่าสุดที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา"ลูกโตไวเนอะ..." ขิมเปรยพลางใช้นิ้วลูบรูปถ่ายต้นกล้าในชุดนักเรียน "แป๊บเดียวจากเด็กที่วิ่งไล่จับผีเสื้อ กลายเป็นพี่ชายที่ต้องคอยดูน้องใยไหมแล้ว"ใหญ่หัวเราะเบาๆ "นั่นสิ... แล้วดูใยไหมสิ เริ่มเดินเตาะแตะได้แล้วนะ อีกไม่กี่วันคงวิ่งไล่กวดพี่ต้นกล้าทันแน่"ขิมยิ้มจนตาปิด "เหนื่อยไหมคะใหญ่? กับการที่ต้องมานั่งทำหน้าที่ทั้งในบริษัท แล้วก็ต้องกลับมาเป็น 'พ่อ' ที่ทำทุกอย่างให้ลูก"ใหญ่หันมาสบตาขิม "เหนื่อยครับ... แต่เป็นความเหนื่อยที่โครตมีความสุขเลย ขิมรู้ไหม ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยตอนที่เป็นโสด หรือตอนที่แค่คบกันเล่นๆ""อ้าว แล้วตอนที่คบกันจริงๆ ล่ะคะ?" ขิมแกล้งถาม"ตอนนั้นก็มีความสุขครับ แต่มันเป็นความสุขที่ยังมีความกังวล... กังวลว่าเธอจะเปลี่ยนใจไหม กังวลว่าครอบครัวจะว่ายังไง กังวลไปหม
แสงแดดอ่อนยามบ่ายของวันหยุดทอดผ่านระเบียงไม้สักของบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ใหญ่ และ ขิม นั่งเฝ้าลูกๆ ของพวกเขาที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในสระขนาดเล็กที่สร้างขึ้นสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ เจ้า ใยไหม ในชุดว่ายน้ำสีชมพูดูสดใส ส่วน ต้นกล้า ผู้เป็นพี่ชายก็คอยดูแลน้องอย่างไม่ห่างสายตา "เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงวันแรกที่เรามาวัดเก่าแก่ด้วยกันเลยเนอะ" ใหญ่เอ่ยพลางยื่นน้ำมะนาวเย็นๆ ให้ขิม ขิมรับน้ำมาจิบก่อนจะยิ้ม "โห... นานมากแล้วนะตอนนั้นน่ะ จำได้ว่าตอนนั้นขิมยังกังวลอยู่เลยว่าเราจะรอดไหม" "รอดสิครับ... รอดมาถึงมีลูกสองคนได้เนี่ยถือว่าเก่งมากแล้วนะ" ใหญ่หัวเราะเบาๆ "ขิมหมายถึง... กลัวว่าเราจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ไม่ได้น่ะค่ะ" ขิมวางแก้วลงแล้วหันมามองใบหน้าสามี "ตอนนั้นมันมีทั้งเรื่องงาน เรื่องคนรอบข้าง แล้วก็ความอึดอัดที่พูดไม่ได้... ถ้ามองย้อนกลับไป ขิมก็ยังทึ่งนะที่เราผ่านมันมาได้" ใหญ่จับมือภรรยาไว้ "เพราะเราไม่ได้ผ่านมันมาคนเดียวนี่ครับ ขิมคอยดึงผมไว้ในวันที่ผมจะยอมแพ้ ส่วนผมก็คอยเป็นเกราะป้องกันให้ขิมในวันที่งานหนักหนา... เราต่างหากที่เป็นพย







