LOGINเมื่อ "เพื่อนสนิท" ที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมอย่าง ขิม ดาวคณะนิเทศฯ ผู้สวยจัดและมั่นใจในตัวเองสูง ต้องมาติดอยู่ในสถานะ "เพื่อนไม่ลับ" กับ ใหญ่ หนุ่มวิศวะฯ มาดนิ่ง ดิบ เถื่อน ที่มีกฎเหล็กคือการควงสาวไม่ซ้ำหน้าเพื่อขีดเส้นกั้นความรู้สึกตัวเอง ความสัมพันธ์ที่กำกวมเริ่มต้นขึ้นจากการที่ขิมพยายามท้าทายเส้นกั้นนั้นด้วยความเย้ายวนหวังจะเปลี่ยนสถานะ แต่กลับถูกใหญ่ตอกกลับด้วยคำพูดที่บาดลึกจนเธอต้องตัดสินใจถอยห่างและประชดชีวิตด้วยการเปิดตัวคบคนใหม่ นำไปสู่เกมการหึงหวงและการทดสอบใจที่ร้อนแรงเกินกว่าคำว่าเพื่อน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและปมดราม่าที่ถาโถม ทั้งคู่กลับต้องเผชิญกับบททดสอบของชีวิต ทั้งความเข้าใจผิดครั้งใหญ่จากภาพที่เห็นตรงหน้า และความเปราะบางของความสัมพันธ์ที่อาจพังทลายได้ทุกเมื่อ... สุดท้ายแล้วเส้นกั้นที่พวกเขาพยายามขีดไว้ จะถูกลบออกด้วยความรัก หรือจะกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันตลอดไป?
View Moreเสียงเพลงจังหวะหนักๆ จากผับชื่อดังย่านมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนทำให้บทสนทนาแทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน ทว่าท่ามกลางความมืดสลัวและแสงไฟหลากสีที่สาดส่องไปทั่ว ขิมกลับไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ
ขิม สาวสวยดาวคณะนิเทศฯ ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสดที่ขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นั่งไขว่ห้างเท้าคางมอง ใหญ่ เพื่อนสนิทต่างคณะที่กำลังยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มด้วยสีหน้านิ่งเรียบตามสไตล์หนุ่มวิศวะฯ มาดดิบที่ใครเห็นก็ต้องเกรงใจ "มองทำไม?" ใหญ่ถามเสียงเข้ม แม้สายตาจะไม่ได้หันมามองคนข้างๆ เลยก็ตาม "มองไม่ได้เหรอ? ก็คนเขาคิดถึงนี่นา" ขิมยักไหล่พลางหัวเราะร่าในลำคอ เธอตั้งใจขยับตัวเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมหรูหราของเธออบอวลไปทั่วประสาทสัมผัสของใหญ่ "หายหน้าหายตาไปตั้งสองวัน ไม่คิดถึงขิมบ้างเลยหรือไง?" ใหญ่หันมาสบตาเพื่อนสาว ดวงตาคมกริบของเขาวูบไหวไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม "ฉันไม่ใช่ขิมนี่ ที่จะว่างมานั่งทำอะไรไร้สาระไปวันๆ" "ไร้สาระตรงไหน? ขิมแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุข" ขิมสวนกลับทันควัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนลมหายใจรินรดกัน "หรือใหญ่โกรธที่ขิมไม่ตอบแชท? ก็ขิมไปสังสรรค์กับเพื่อนมาไง" "ไม่ได้โกรธ และไม่เคยคิดจะโกรธ เธอจะไปกับใครที่ไหนมันก็เรื่องของเธอ" ใหญ่ตอบเสียงเรียบก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความรำคาญอย่างชัดเจน เขารีบเบี่ยงตัวหนีสายตาเย้ายวนที่เธอส่งมาให้ ขิมแค่นยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นมันคือเกราะป้องกันตัวที่เขาใช้มาตลอด ตั้งแต่รู้จักกันมา ใหญ่ไม่เคยควงผู้หญิงคนไหนเกินสองครั้ง และไม่เคยปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเขาเท่ากับเธอ แม้เขาจะปากแข็งและทำตัวเย็นชาใส่เธอมากแค่ไหนก็ตาม "ถ้าไม่โกรธ... แล้วทำไมต้องจ้องจะหนีขิมตลอดเลยล่ะคะ?" ขิมเอื้อมมือไปคว้าแขนแกร่งของเขาไว้ บีบเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า "กลัวเหรอ? กลัวว่าถ้าใกล้ขิมมากๆ แล้วใจมันจะสั่น?" ใหญ่จ้องมองมือเรียวของขิมที่เกาะอยู่บนต้นแขนของเขา แววตาดุจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกระชากแขนออกอย่างไม่ใยดี "อย่าสำคัญตัวผิดไปขิม เราเป็นแค่เพื่อนกัน และฉันก็ไม่เคยคิดจะล้ำเส้นนั้น" "หึ! เพื่อนกัน..." ขิมทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "คำนี้มันน่าเบื่อนะใหญ่ เปลี่ยนเป็นคำอื่นบ้างไม่ได้เหรอ?" "เช่นคำว่าอะไร?" "ก็คำที่มันอธิบายสถานะ... ที่ไม่ใช่เพื่อนไง" ใหญ่ชะงักไปครู่ใหญ่ คำพูดท้าทายของเธอทำเอาบรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มระอุขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของขิมด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าทุกครั้ง ทว่าเพียงชั่วพริบตา เขาก็กลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเดิม "เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วขิม ดึกแล้วกลับเถอะ" ใหญ่ลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "เดี๋ยวฉันไปส่ง" ขิมลุกขึ้นยืนตาม เธอจัดเดรสให้เข้าที่ด้วยท่าทางมั่นใจก่อนจะเดินเข้าไปคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม "ไปส่งที่คอนโดขิม หรือจะไปส่งที่คอนโดใหญ่ดีล่ะ?" "ไปส่งเธอที่บ้าน" "ขิมย้ายมาอยู่คอนโดแล้ว ใหญ่ลืมเหรอ?" "เออ... งั้นก็ที่คอนโดเธอ" ใหญ่ตอบตัดบทก่อนจะเดินนำออกไปจากผับ ขิมเดินตามหลังเขาไปพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะในใจ เธอรู้ดีว่าเกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และไม่ว่าใหญ่จะพยายามถอยห่างแค่ไหน สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่มีวันหนีความรู้สึกที่เขามีต่อเธอไปได้พ้น บนรถคันหรูของใหญ่ ความเงียบเข้าปกคลุมตลอดการเดินทาง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงเพลงเบาๆ ที่คลอไปตามทาง ขิมนั่งมองใบหน้าด้านข้างที่ดูดุดันและเย็นชาของใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหลงรัก ทั้งอยากเอาชนะ และที่สำคัญ... เธอต้องการเขามากกว่าแค่เพื่อน "ใหญ่..." "ว่า" "ถ้าคืนนี้ขิมบอกว่าขิมไม่อยากนอนคนเดียว... ใหญ่จะทำยังไง?" ใหญ่หันมามองขิมด้วยสายตาที่เดือดพล่าน เขากดเบรกจนรถหยุดกะทันหันริมทาง ทำให้ร่างของขิมพุ่งไปข้างหน้าก่อนจะเซกลับมานั่งที่เดิม "ขิม! อย่าทำตัวให้ฉันรำคาญไปมากกว่านี้" ใหญ่ตะคอกเสียงต่ำ "ฉันบอกแล้วไงว่าเราเป็นเพื่อนกัน และถ้าเธอคิดจะเล่นเกมแบบนี้... คนที่จะเจ็บไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอเอง" "ใหญ่กลัวเหรอ?" ขิมไม่สนใจคำเตือน เธอกล้าที่จะท้าทายเขามากขึ้น "กลัวว่าถ้าเป็นขิม... ใหญ่จะทนไม่ไหว?" ใหญ่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ราวกับจะแผดเผา เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของขิม ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ "ฉันไม่ได้กลัว... แต่ฉันไม่อยากเสียเพื่อนที่โง่ๆ อย่างเธอไป" "งั้นขิมก็จะทำให้ใหญ่รู้ ว่าการเป็น 'เพื่อน' กับขิมน่ะ... มันไม่มีอยู่จริง" ขิมยิ้มกว้าง ก่อนจะโน้มคอเขาลงมาประทับจูบอย่างแผ่วเบาที่ข้างแก้ม ทิ้งให้ใหญ่ได้แต่นั่งนิ่งด้วยความรู้สึกที่สับสนและปั่นป่วนไปทั่วทั้งร่างเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่ง ณ ชายหาดที่เคยเป็นพยานรักของ ใหญ่ และ ขิม ในวันแรกที่เขาเริ่มรวบรวมความกล้าเพื่อเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทมาเป็นคนรัก วันนี้... ทั้งคู่กลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ในสถานะของ 'ครอบครัว' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มี ต้นกล้า ที่เริ่มโตเป็นหนุ่มน้อยวัย 9 ขวบ และ ใยไหม ในวัย 3 ขวบที่กำลังสนุกกับการก่อปราสาททราย ใหญ่ยืนมองลูกๆ ก่อนจะหันมามองขิมที่ยืนอยู่ข้างๆ "ไม่น่าเชื่อเลยเนอะขิม... ว่าเวลาสิบปีมันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้" ขิมยิ้ม พลางเกลี่ยผมที่ปรกลงมาปรกหน้าเขา "เร็วสิคะ... แต่ถ้าถามขิมนะ ขิมว่าสิบปีนี้มันคุ้มค่าทุกวินาทีเลย" "จริง... คุ้มจนผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือชีวิตของผมจริงๆ" ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือเธอไว้ "ถ้าตอนนั้นผมไม่เดินหน้าจีบเธอ... ป่านนี้ผมคงนั่งเสียดายอยู่คนเดียวแน่ๆ" "โธ่... พ่อคนปากหวาน! เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ อายลูก" ขิมหัวเราะ ต้นกล้าวิ่งกลับมาหา "พ่อครับแม่ครับ! ผมสร้างปราสาททรายเสร็จแล้ว มาดูเร็ว!" ใหญ่กับขิมมองหน้ากันแล้วหัวเราะ "ไปดูกันเถอะครับคุณแม่"
ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างหน้าบ้านหลังใหม่ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของ ใหญ่ และ ขิม มันไม่ใช่แค่บ้าน แต่มันคือวิหารแห่งความรักที่รวบรวมทุกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และหยาดน้ำตาแห่งการเดินทางอันยาวนานเอาไว้ ต้นกล้า ในวัย 8 ขวบกำลังวิ่งไล่ตามเจ้า ใยไหม ที่หัดเดินได้คล่องแคล่วแล้ว ทั้งคู่ดูมีความสุขภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ใหญ่ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนับตั้งแต่เขายังเป็นชายหนุ่มที่สับสนกับความรู้สึกตัวเองที่ดันไปหลงรักเพื่อนสนิทอย่างขิม วันนี้เขากลายเป็นคุณพ่อลูกสอง และเป็นสามีที่ใครๆ ต่างอิจฉา ขิมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ ออกมาหาเขาที่ระเบียง "มองอะไรอยู่คะคุณพ่อ? ยิ้มกว้างเชียว" ใหญ่หันมามองภรรยาแล้วยิ้มตอบ "มองดูความสำเร็จของชีวิตครับ... ขิมดูนั่นสิ ต้นกล้ากับใยไหมเข้ากันได้ดีมากเลยนะ" ขิมมองตามไป "นั่นสิคะ เหมือนมีกระจกสะท้อนเราตอนเด็กๆ เลยเนอะ... ต้นกล้าน่ะเหมือนใหญ่ตอนใจเย็น ส่วนใยไหมเหมือนขิมตอนดื้อไม่มีผิด!" ใหญ่หัวเราะร่า "จริง! ใยไหมนี่ดื้อเหมือนขิมตอนเรียนปีสามเปี๊ยบเลยล่ะ" "แหม! ว่
แสงแดดอ่อนยามบ่ายของวันหยุดทอประกายผ่านม่านโปร่งในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยไออุ่นของความสุข ใหญ่ กำลังง่วนอยู่กับการช่วย ต้นกล้า ต่อเลโก้ชุดใหม่ ขณะที่ ขิม นั่งกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟา โดยมี ใยไหม นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอด"พ่อครับ ตรงนี้ต้องใช้ชิ้นส่วนสีแดงหรือสีน้ำเงินครับ?" ต้นกล้าถามพลางหยิบตัวต่อขึ้นมาโชว์ใหญ่ขยับเข้าไปใกล้ลูกชาย "สีน้ำเงินสิครับลูก ดูในผังภาพสิ มันต้องเป็นโครงสร้างหลักนะ""อ๋อ! จริงด้วยครับพ่อ พ่อเก่งจังเลย!" ต้นกล้าชมพลางยิ้มแป้นขิมที่นั่งมองอยู่หลุดขำ "เก่งแต่เรื่องเลโก้นะพ่อเราน่ะ เรื่องอื่นล่ะเป็นไง?"ใหญ่หันมาสบตาภรรยาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "เรื่องอื่นก็เก่งครับ... เก่งเรื่องรักเมียไง""แหม... ปากหวานตั้งแต่เช้าเลยนะ" ขิมค้อนใส่เบาๆ"ใหญ่คะ... ขิมว่าเรามาจัดทริปครอบครัวเล็กๆ อีกสักครั้งไหม? ช่วงปิดเทอมต้นกล้าน่ะ" ขิมเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ลูกสาวที่กำลังขยับตัวในฝันใหญ่เงยหน้าจากเลโก้ "ทริปเหรอ? ก็น่าสนนะ ขิมอยากไปไหนล่ะ?""ขิมอยากไปเชียงใหม่ค่ะ... อยากพาลูกไปสัมผัสอากาศหนาวๆ พ่อกับแม่ยังไม่เคยพาล
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ใหญ่ กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมกระเป๋าเป้ใบจิ๋วของ ต้นกล้า ขณะที่ ขิม กำลังป้อนนม ใยไหม ในเปลไกวข้างๆ กลิ่นขนมปังปิ้งและกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัย 7 ขวบที่กำลังนับจำนวนของเล่นที่จะเอาไปโรงเรียนทำให้เช้านี้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกวัน"พ่อครับ! ผมเอาหุ่นยนต์ไปด้วยสามตัวนะ อีกตัวเอาไว้ให้เพื่อนที่โรงเรียนเล่นด้วย!" ต้นกล้าตะโกนบอกใหญ่เดินเข้ามาลูบหัวลูกชาย "ได้ครับ แต่ต้องสัญญาว่าจะแบ่งเพื่อนเล่นนะ เป็นพี่ชายต้องใจดีเข้าไว้""รับทราบครับพ่อ!"ขิมวางขวดนมลงแล้วเดินเข้ามาหาใหญ่ "วันนี้ใหญ่ต้องเข้าบริษัทแต่เช้าไหมคะ? เห็นว่ามีประชุมด่วนไม่ใช่เหรอ?""เลื่อนไปเป็นตอนเที่ยงครับ... ผมอยากส่งต้นกล้าที่โรงเรียนเอง แล้วก็อยากพาขิมไปทานมื้อเช้าแถวสวนสาธารณะด้วย" ใหญ่ตอบพร้อมรอยยิ้ม"แหม... มีแผนตลอดเลยนะคะคุณพ่อคนนี้" ขิมแซว"ก็แค่อยากใช้เวลาอยู่กับคนที่รักให้มากที่สุดไงครับ... เธอไม่ชอบเหรอ?" ใหญ่ถามพลางดึงมือขิมมากุมไว้"ชอบค่ะ... ชอบมากด้วย" ขิมยิ้มหวานระหว่างทางไปโรงเรีย





![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
reviews