Masukชรัณหัวเราะในลำคอด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ “มึงยังสั่งกูได้เลย...ทำไมคราวนี้กูถึงจะสั่งมึงไม่ได้ล่ะ...” เขาพยายามยั่วยุเธอกลับเพื่อเอาคืนเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ที่เธอทำไว้กับเขา
“แม่งเอ๊ย!!” นาราสบถเสียงดังด้วยความขัดใจและหงุดหงิด เธอจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่โกธรแค้นราวกับว่าเขาเป็นหนี้เธอร้อยล้านและไม่ยอมจ่ายแม้จะมี ชรัณจับท่อนเนื้อของเขาถูไถร่องรักของเธอโดยไม่ทำการสอดใส่ ปลุกปั่นเธอที่ต้องการมันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ยอมสนองความต้องการของเธอเสียที ทำให้เธอเดือดดาลและรู้สึกของขาด “แต่ถ้ามึงพูดดี ๆ ก็ไม่แน่ที่กูจะทำให้อย่างที่มึงต้องการ...” เขาแสยะยิ้มชั่วร้ายราวกับปีศาจที่จะพรากชีวิตเธอไป ขณะเสนอแนะด้วยท่าทีแฝงอำนาจที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้ต่ำต้อยที่ต้องเคารพบูชาเขา “พูดอะไรของ—” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดได้จบประโยค จู่ ๆ แรงเหวี่ยงที่หนักหน่วงก็ฟาดสัมผัสที่รุนแรงเข้าใส่สะโพกของเธอ “เพี๊ยะ!! อร๊าง~!!” เสียงยางกระทบเนื้อดังขึ้นพร้อมเสียงครางที่ฟังดูเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อโดนเข้าไปอย่างจังในรอบนี้มันก็ทำให้เธอเหมือนทาสที่โดนเฆี่ยนตีและดีดดิ้นด้วยความรู้สึกเจ็บแสบ ราวกับมีไฟลุกบริเวณนั้น ชรัณเค้นเสียงทุ้มต่ำกดดันเธอเพื่อทดสอบความอดทน “ก็ลองอ้อนวอนดูสิถ้าอยากได้ดีนัก...” เขาดูมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากในด้านการทรมานคน อีกทั้งยังดูมีความสุขและความภาคภูมิใจที่ได้ทรมานเธอ “ชิ...ก็ได้...” นาราทำเสียงจิ๊จ๊ะ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวยังคงแสดงออกอย่างคนเจ็บที่พยายามฟืนทน หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้ดูหวานหูมากขึ้นจนฟังแล้วดูน่าเหลือเชื่อว่านี่คือเสียงของเธอจริง ๆ มันฟังดูไร้เดียงสาและน่ารักน่าชังผิดกับยามปกติโดยสิ้นเชิง “ลุงคะ...ได้โปรดช่วยหนูหน่อยเถอะหนูอยากได้—เพี๊ยะ!!” ไม่แคล้วเธอก็โดนเขากลั่นแกล้งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชรัณไม่ได้ใช้แส้ฟาดเพียงอย่างเดียวเขายังสอดใส่เธอด้วย พรวด~!! ท่อนเนื้อใหญ่ยาวราวแขนพุ่งทยานเข้าไปในร่างกายของนารารวดเดียวมิดด้าม “อึ๊ก!!” หญิงสาวสะอึกด้วยความจุกเสียดที่ทำให้ต้องอ้าปากหวอและสะดุ้งเฮือก ความเสียวซ่านทยานก่อนที่จะแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่กลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อชรัณเข้าไปสุดทางแล้ว เขาก็นำมันออกมา—เขาทำให้เธออยากและจากไปเห็นได้ชัดเลยว่าเขาต้องการที่จะยั่วยุและท้าทายเธอ แต่นาราก็เก่งมากที่อดทนจนไม่สบถออกมาหรือด่าเขาได้ นั่นทำให้หนุ่มใหญ่คนนี้พยักหน้าเบา ๆ อย่างพึงพอใจ “อยากได้อะไรก็พูดสิจะมาอ้ำอึ้งอะไรอยู่ได้...” เขาถามซ้ำน้ำเสียงจริงจังแต่ก็แฝงความยียวนกวนบาทา พลางจ้องมองร่องรักสีชมพูหวานเยิ้มที่ยั่วยวนตรงหน้า ว่ากันตามจริงเขาก็ต้องอดทนพอประมาณเพื่อที่จะกลั่นแกล้งเธอและไม่ลุ่มหลงไปกับเสน่ห์ของเธอไปเสียก่อน โดยสัตย์จริงนารานั้นทั้งสวยและมีหุ่นที่ชวนใคร่สุด ๆ อีกทั้งยังลีลาเด็ดอีกต่างหาก ใครที่ได้เชยชมก็ต้องมีบ้างที่หื่นกระหายขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม เพราะเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ “อยากได้คุณลุง...” นารากล่าวความต้องการอย่างไม่ปิดบัง พลางจ้องมองเขาด้วยสีหน้าอ่อนละทวย แม้จะเห็นได้ชัดว่าเธอพยายามเสแสร้งให้ตัวเองดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ท่าทีหยิ่งทรนงก็ลดลงไปมาก เวลานี้เธอดูเหมือนสาวงามคนหนึ่งที่หลงไหลในตัวสามีสุดที่รักและกำลังรอคอยความรักจากเขา “พูดให้มันดีกว่านี้หน่อยสิ...” ชรัณยังคงกดเสียงต่ำให้ฟังดูน่าเกรงขาม ขณะที่เฝ้ารอให้เธอพูดในสิ่งที่เขาต้องการ ท่าทีเป็นไปอย่างเยือกเย็นและอดทน หญิงสาวรวบรวมคำพูดในใจข่มตาแน่นด้วยความรู้สึกที่พยายามไม่ให้อารมณ์เสียไปมากกว่านี้ หลังจากที่ปรับอารมณ์เสร็จเสียงหวานก็เอื้อนเอ่ยออกมาอีกครั้งจากสีหน้าเย้ายวนนั้น “ช่วยหนูหน่อยเถอะนะคะคุณลุง...ถือซะว่าหนูเป็นเด็กร่านคนหนึ่งก็ได้...ตอนนี้หนูเงี่ยนมากเลยและหนูก็ต้องการให้ลุงเย็ดหนูแรง ๆ ด้วยควยใหญ่ ๆ ของลุงและแตกในหนู...ทำให้หนูเสร็จไปพร้อม ๆ กับลุง...ไม่ว่าลุงจะสั่งให้หนูทำอะไรต่อจากนี้หนูก็จะทำ...เพราะงั้น...หนูขอร้องล่ะ..เย็ดหนูเถอะนะคะ” ทั้งคำพูดและท่าทางต่างก็เปี่ยมไปด้วยการยั่วยวนที่มีเสน่ห์ แม้จะดูเงอะงะไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ลดทอนผลของมันเลยแม้แต่น้อย ไม่มีทางเลยที่ชายใดจะไม่ฮึกเหิมกับคำพูดและน้ำเสียงของนาราในเวลานี้ โดยเฉพาะคุณลุงหื่นกามคนนี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ ชรัณแสยะยิ้มเริงร่าอย่างสุขใจก่อนที่จะจับสะโพกนาราไว้มั่นด้วยสองมือคู่หนาใหญ่ของเขา “ต้องให้ได้อย่างนี้สิ...” จากนั้นเขาก็สอดใส่ท่อนเนื้อของเขาเข้าไปสุดลำ นำออกมาครึ่งท่อนและใส่เข้าไปใหม่ ทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ขาดสาย ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! และแล้วเสียงครวญครางและเสียงเนื้อกระทบเนื้อก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความสุขและความเร่าร้อนของทั้งคู่ที่พุ่งพล่านราวกับดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นฟ้าและระเบิดออกมา เกิดกลายเป็นภาพที่น่าหลงไหลและทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ “อร๊าง! ค่ะ! ขอบคุณนะคะ...อร๊าง!!” นารากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความซาบซึ้ง แม้ในใจลึก ๆ จะยังคงมีความรู้สึกโกรธเคืองและเกลียดชังชรัณที่ฝังลึกในจิตใจ แต่ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่เขามอบให้กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความพึงพอใจอย่างยิ่ง ร่างกายของนาราเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซ่านซ่า ความรู้สึกนั้นไม่ต่างจากการที่กระแสน้ำเย็นไหลผ่านผิวเนื้อในวันที่อากาศร้อนระอุ มันทำให้ความจุกเสียดและเสียวซ่านที่เคยจมลงไปลึกในร่างกายของเธอเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง ราวกับมีไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของเธอกำลังปลุกเร้าให้ทุกส่วนของร่างกายมีชีวิตชีวา การซาบซ่านนั้นแผ่ขยายไปจนถึงหัวใจและสมองของเธอ เหมือนกับการที่จิตใจของเธอถูกพัดพาไปในกระแสของความรู้สึกที่ยากจะควบคุม ความพึงพอใจที่หลั่งไหลมาพร้อมกับความรู้สึกไม่อาจหลบเลี่ยง ความต้องการที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บางครั้งมันทำให้เธอลืมไปว่าตัวเองเคยเกลียดชังชรัณเหลือเกินในอดีต เพราะสิ่งที่เขามอบให้ตอนนี้กลับเติมเต็มบางสิ่งที่เธอขาดหายไป “พูดอีก...” ชรัณคาดคั้นพลางครางเสียงต่ำ เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างมากในเวลานี้ อีกทั้งคำพูดของเธอก็ยังทำให้เขาเคลิบเคลิ้มเป็นไหน ๆ “หนูรักคุณลุงที่สุดเลยค่ะ...อร๊าง!! แถมยังมีความสุขมากเลยด้วยที่ลุงเย็ดหนูด้วยควยใหญ่ ๆ ของลุง มันทำให้หนูซู่ซ่าไปทั้งตัวเลยค่ะ...” นาราเอ่ยขึ้นมาตามสัญชาตญาณ แม้จะยังไม่ได้รักเขาในแบบคนรักแต่ก็เริ่มรักเขาแล้วในการกระทำของเขาที่ทำให้เธอมีความสุขอย่างท้วมท้น “ดีมาก!!” ชรัณชื่นชมเธอพลางเร่งเร้าตัวเองมากยิ่งขึ้น เขาย้ายมือมาจับแขนเธอกระชากเธอขึ้นมา พยายามให้เธอนั่งตัวตรงโดยที่ร่องรักของเธอยังคงบดเบียดท่อนเนื้อของเขาต่อไปด้วย เมื่อแผ่นหลังโค้งงอและอยู่ในท่าทางที่มั่นคงแล้ว ชรัณก็ทำการบีบคอเธอและกระแทกกระทั้นเธอเต็มแรงในทุก ๆ ครั้ง ทำให้เธอเสียวซ่านสุด ๆ ในท่าทางที่น่าหวาดเสียวนี้ ความรู้สึกเหมือนจะขาดใจจากการโดนบีบรัดที่ลำคอด้วยเงื้อมมือที่หนักหน่วงของชรัณทำให้นาราทรมานก็จริง แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เธอตื่นเต้นและมีความสุขท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น—เวลานี้หญิงสาวตาลอยและสติก็ขาดกระเจิงไปหมดแล้ว เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังสนั่น เช่นเดียวกันดับเสียงครางแห่งความสุขและความยินดี ทั้งใกล้จะเสร็จสมขึ้นมามากขึ้นทุกทีแล้ว และในเวลานี้เธอก็ช่วยเขาด้วยการขยับสะโพกตามจังหวะของเขาและเขาก็ช่วยเธอสำหรับการไปสู่จุดสุดยอด ถึงจะมีกุญแจมือคล้องอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้าง แต่นาราก็ไม่ได้ยี่หระอีกต่อไป แม้จะอึดอัดและขยับได้ลำบากแต่มันก็สร้างความตื่นเต้นและพึงพอใจให้แก่เธออย่างมากมาย ผนวกกับอาการขาดหายใจ ความจุกและความเสียวซ่าน ชรัณนำพาเธอไปสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีสำหรับเซ็กส์ที่เร่าร้อนที่สุดเท่าที่นาราได้รับมา ชรัณย้ายมาจับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้มั่นเพื่อดึงเธอให้ตึงแน่นเป็นการพัฒนาความเร่าร้อนไปสู่ขั้นสุดท้ายแล้ว จากนั้นเขาก็กระชากร่างเธอเข้าหาตัวเขา ขณะที่กระแทกกระทั้นเธอไปด้วย เกิดเป็นท่วงทำนองที่อึกระทึกที่สุด จนแล้วจนรอดจุดสุดยอดก็มาถึงและทั้งคู่ก็พากันไปถึงจุดนั้นในท่วงทำนองที่ดีที่สุด สนุกที่สุดและสาแก่ใจที่สุด “หนูจะเป็นเด็กดีของลุงเสมอเลยค่ะ...อร๊าง!!” คำพูดที่เปล่งออกมาด้วยความหวานหูของนารานั้น กลายเป็นสัญญาณแห่งความเสียวซ่านที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงหอบหายใจดังขึ้นพร้อมกับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความอุ่นวาบพุ่งทยานเข้ามาในร่างกายนาราจากของเหลวอุ่น ๆ เหล่านั้นที่ถูกอัดฉีดเข้ามา ยามนี้ร่องรักของเธอขมิดถี่ยิบราวกับจะบดขยี้ท่อนเนื้อที่ดิ้นพล่านของชรัณให้แหลกระเอียด ต่างฝ่ายต่างก็เติมเต็มกันด้วยความรู้สึกที่ต่างคนต่างก็ต้องการ ร่างกายของนาราที่สั่นระริกเหมือนใบไม้ที่ถูกลมพัดไหว และชรัณที่เกร็งไปทั้งตัว ราวกับถูกดึงดูดให้เคลื่อนไหวในจังหวะเดียวกัน ความดื่มด่ำในความรู้สึกนั้นเหมือนกับน้ำทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่ง ไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างสงบลง เมื่อร่างกายทั้งคู่คลายจากแรงสั่นสะเทือนและทิ้งร่องรอยของความพึงพอใจไว้ที่หัวใจ ความเงียบในห้องกลายเป็นเสียงลมหายใจที่ถี่รัว สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความสุขที่ซึมลึกลงในจิตใจของทั้งสอง คนหนึ่งรู้สึกเหมือนกับการได้ลิ้มรสช็อกโกแลตหวาน ๆ ที่ล้นออกมาจากจิตใจ อีกคนหนึ่งเหมือนกับการได้พบความสงบที่เงียบสงัดหลังจากผ่านความพายุใหญ่แห่งอารมณ์ ทั้งสองต่างหายใจอย่างหนัก แต่ไม่เคยรู้สึกถึงความเหงา หรืออึดอัดใด ๆ เพราะความสุขนั้นได้เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ช่วงจังหวะเวลาที่ความเงียบงันและความสงบเข้ามากลืนกินทั้งคู่จู่ ๆ นาราก็กล่าวขึ้นอย่างอ่อนล้า แต่ในความอ่อนล้านั้นแฝงความยั่วยวนที่ยากจะบรรยายผ่านน้ำเสียงและท่าทางอ่อนหวานของเธอที่น้อยครั้งจะแสดงออกมา “คุณชรัณ...” เธอเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่รู้จักกันมา ทั้งคู่มองตากันและนาราก็พูดต่อ “ฉันอยากได้มากกว่านี้อีก...” ใบหน้าพวกเขาอยู่ใกล้กันในระยะห่างไม่กี่เซน ลมหายใจร้อนผ่าวได้รับการแลกเปลี่ยนกัน “ช่วยจัดให้ฉันแบบนี้อีกสักรอบได้ไหม?” คำพูดนั้นจริงจังและอ่อนโยนยิ่งกว่าทุกครั้ง นาราทำให้ชรัณอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทั้งคู่โน้มหน้าเข้าหากันโดยไม่บอกกล่าว จากนั้นความเร่าร้อนที่หายไปก็หวนคืนกลับมาอีกครั้งในท่วงทำนองใหม่ที่เร้าใจไม่แพ้ท่วงทำนองเก่า To be continued...มัดหมี่ทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มบางเบา แม้ว่าในใจจะยังมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายซ่อนอยู่ การได้รับคำชวนจากชรัณ—พ่อของเธอ และนารา—แม่เลี้ยงสุดสวย ให้เดินทางไปพักผ่อนบนเรือยอร์ชส่วนตัว ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าในบ้าน เธอจะยังคงหงุดหงิดกับพฤติกรรมของคนทั้งสอง ทั้งการแสดงความรักอย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ในบางครั้ง หรือแม้กระทั่งความเย็นชาที่แฝงมาในรูปแบบของความเฉยเมย แต่มัดหมี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหนีออกจากกรอบชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายในตอนนี้ คือสิ่งที่เธอโหยหา มัดหมี่เคยคิดว่าตัวเองอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง การได้ทำงานในตำแหน่งนักการทูตในองค์กรเอกชนระดับนานาชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันนั้นควรจะเติมเต็มชีวิตเธอ แต่เมื่อได้สัมผัสความจริง เธอกลับพบว่าเส้นทางนี้ไม่สวยงามอย่างที่คาดคิด งานที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การแข่งขัน และความวุ่นวาย ทำให้เธอหมดพลังไปทีละน้อย ราวกับเปลวเทียนที่กำลังดับลง เธอตัดสินใจลาออก ปล่อยให้ความฝันที่เคยมีจางหายไปในความว่างเปล่า และกลับมาเป็นลูกสาวที่ต้องพึ่งพาความเมตตาของพ่ออีกครั้ง ชรัณไม่เคยเอ่ยคำตำหนิใด ๆ อ
วันรับปริญญาวันที่ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ นักศึกษาสวมชุดครุยเดินสวนกันไปมา พร้อมครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี เสียงแตรรถยนต์และดอกไม้ช่อใหญ่ที่ทุกคนถือไว้ในมือช่วยเติมสีสันให้วันนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า มัดหมี่ในชุดครุยสีขาวคาดแถบสีแดงดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอเดินผ่านสวนดอกไม้ของมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมวลพฤกษา นาราเดินตามหลังถือกล้องถ่ายรูป จับภาพทุกอิริยาบถของมัดหมี่อย่างตั้งใจ “มึงจะถ่ายทำเหี้ยอะไรนักหนา...” มัดหมี่โพล่งขึ้นเมื่อเห็นนารายกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอับอาย “กูก็อยากเก็บภาพลูกสาวให้ได้เยอะ ๆ ไง” นาราพูดติดตลก พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ พลางกดชัตเตอร์อีกครั้ง “เลิกล้อได้แล้ว กูเขิน!” มัดหมี่พูดพลางทำท่าหลบกล้อง แต่ก็ยังเหลือบมองเพื่อนสาวที่ยืนยิ้มอยู่อย่างอดไม่ได้ เสียงพูดคุยและหัวเราะของทั้งสองดึงดูดสายตาจากคนรอบข้าง หลายคนหันมามองและยิ้มให้ ราวกับบรรยากาศสดใสระหว่างทั้งสองเป็นภาพที่ชวนมอง “เมื่อก่อนเห็นมีแต่จะหงุดหงิด...ทำไมเดี๋ยวนี้เขินเสียล่ะ?” น
ในวันที่ท้องฟ้าของมัดหมี่ที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ความทรงจำระหว่างเธอกับนาราผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในหัว—จากวัยมัธยมปลายจนถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ช่องว่างระหว่างกันมัดหมี่ในวัยมัธยมปลายคือหญิงสาวที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอสง่างาม เรียบร้อย และเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความมีความฝันอันชัดเจนที่จะเป็นนักการทูตอีกด้วย ตรงข้ามกับนารา สาวห้าวที่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนสนามกีฬา เล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนผู้ชายและไม่มีใครกล้าจีบ แต่ความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อมัดหมี่ชวนนาราเข้าร่วมคณะกรรมการนักเรียน ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และแม้กระทั่งแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องแฟนหนุ่มของมัดหมี่ในเวลานั้น—ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แต่กลับไม่มีเป้าหมายในชีวิต ความรักครั้งนั้นของมัดหมี่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ นาราเป็นคนกลางที่พยายามประคองความสัม
เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่ระรัว ราวกับจังหวะกลองรบที่เร่งเร้า ชรัณพึมพำเสียงต่ำข้างหูของเธอ “เสี้ยนไม่ไหวแล้วรึไง...โอดครวญเหมือนหมาไปได้...” น้ำเสียงเขาเจือไปด้วยความกระหายและท้าทายชรัณปรับเปลี่ยนท่าทางอย่างไม่ทันให้เธอตั้งตัว เขาดึงแขนทั้งสองของเธอให้ยืดขึ้น ร่างของเธอถูกยกขึ้นจากโต๊ะจนเธอสามารถยืนและแอ่นก้นไปด้วยได้ แม้จะทำให้แผ่นหลังโค้งงอดูลำบากลำบนแต่ก็แลกมากับความรู้สึกดี ๆ ที่ทยานเข้ามานาราต้องแบกรับความรู้สึกท่วมท้นนั้นด้วยร่างกายบอบบางของตัวเอง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่เกินจะอธิบาย คิ้วขมวด ริมฝีปากเผยอ น้ำตาคลอจากความเสียวซ่านที่ท่วมท้น“ฉันชอบ…ท่านี้…” เธอกล่าวเสียงสั่น น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความพอใจในสิ่งที่เขามอบให้ ผมยาวของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงที่เขาขับเคลื่อน ชรัณถามยั่วด้วยเสียงทุ้มต่ำขณะที่โน้มตัวลงมากอดเธอแน่น “แล้วชอบอะไรมากที่สุดล่ะ...” เขากล่าวพลางใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ กอบกุมคางอย่างมั่นคง นิ้วหัวแม่มือของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธอ ก่อนที่เขาจะสอดนิ้วเข้าไปเบา ๆ หญิงสาวรับมันด้วยความเต็มใจ เธอกัดเบา ๆ พลางดูดนิ้วเขาราวกับต้องการยั่วกลั
“ยั่วเก่งจริง ๆ เลยนะเด็กคนนี้...” ชรัณกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกระตุ้นที่ยากจะซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างลึกซึ้ง ขณะที่เขารับรู้ถึงแรงบีบอัดและสัมผัสที่เธอมอบให้ ผ่านริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และลำคอ ร่างกายของเขาเหมือนจะตอบสนองต่อสิ่งที่เธอทำโดยไม่อาจหักห้ามได้“ได้...” เขากล่าวพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมตัวเอง ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จได้จริง ฉันจะสนองความอยากเงี่ยนง่านของเธอให้เอง...”นาราค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า น้ำลายบางส่วนเป็นสายลื่นไหลเชื่อมต่อระหว่างเธอกับส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนั้น แสงไฟในห้องสะท้อนหยาดนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเช็ดขอบปากตัวเองอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ ท้าทาย และยั่วยวน“อย่ามาท้าทายฉันนะ...” เธอกล่าวเสียงหวาน รอยยิ้มที่มุมปากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในขณะที่เธอรู้ว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอ หญิงสาวใช้มือกอบกุมท่อนเนื้อที่ใหญ่เกินมือนี้ไปด้วยพลางชักขึ้นชักลงขณะพูดคุยกับเขาชรัณไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเอนกายลงบนโซฟา ท่วงท่าที่เขาทำเหมือนจะ
ในห้องน้ำของโรงแรมนาราทรุดตัวลงกับขอบอ่างอาบน้ำ พลางใช้มือยันขอบไว้เพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนล้า แข้งขาแทบไร้เรี่ยวแรง เธอค่อย ๆ สอดตัวลงในน้ำอุ่นที่ลอยละล่องด้วยฟองสบู่สีขาว สัมผัสของน้ำช่วยบรรเทาความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยและต้นขาที่อ่อนยวบอย่างน่าใจหาย“แม่งเอ๊ย...ไม่น่าเลยกู...” เสียงพึมพำดังขึ้นจากริมฝีปากบางที่ยังคงเจือรอยซีดจาง เธอสบทกับตัวเองขณะพยายามปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ ความรู้สึกแสบร้อนจากแผ่นหลังและก้นยิ่งตอกย้ำถึงค่ำคืนอันร้อนแรงที่เพิ่งผ่านมา“อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่แรงแม่งยังกับหมาบ้า...” นาราบ่นอุบอิบ พร้อมกวาดมือไล่หยดน้ำจากใบหน้าที่เปื้อนด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า ริมฝีปากบางโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงชรัณ เจ้าของพลังที่ราวกับไม่เคยลดน้อยลงตามวัยเธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนพ่นออกมาเป็นสายหมอกจาง ๆ ที่ล่องลอยวนเวียนในอากาศรอบตัว รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนใบหน้า เธอนั่งเอนพิงขอบอ่าง น้ำอุ่นกระเพื่อมเบา ๆ ราวกับจะโอบอุ้มความอ่อนล้าของเธอไว้ เธอในตอนนี้ดูราวกับเทพธิดาที่หลบซ่อนความงดงามไว้ในแสงจันทร์จาง ๆ ภายในห้องน้ำสลัวความ







