ログイン"แกนี่มันโง่จริงๆพนักงานไร้คุณภาพแบบนี้ฉันไม่เก็บเอาไว้หรอกย่ะ" "อย่าให้ผมไปเลยนะครับ ผมไหว้ล่ะครับ" "ไม่ต้องมาอ้อนวอนฉันให้ยาก ฉันขอไล่แกออก!" "คุณแก้วจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ" ผมเดินเข้าไปหาคุณแก้วแล้วกดเธอลงไปกับโต๊ะทำงาน เธอพยายามที่จะโวยวายด่าท่อผมต่อนะครับ พอเห็นนมใหญ่อวบคับแน่นจนล้นเสื้อของเธอที่เด้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า อารมณ์ของผมก็พุ่งทะยานขึ้นทันที ผมดึงกางเกงในที่อยู่ใต้กระโปรงของเธอออกก่อนจะยกขาเรียวขึ้น ผมเลิกกระโปรงขึ้นมากองไว้บนเอวเล็กก่อนจะเห็นว่าเนินสีชมพูระเรื่อมันกำลังเชื่อเชิญให้ผมจัดการมัน สายตาที่มองดูผมจากที่ดุดันเมื่อครู่ก็กลับกลายเป็นอ้อนวอน แต่ผมไม่สงสารหรอกนะครับ เพราะเธอขู่จะไล่ผมออก ผมเริ่มถอดกางเกงของตัวเองออกมาเพราะท่อนควยของผมมันแข็งจนปวดหนึบไปทั้งแท่งแล้ว ผมจับท่อนเอ็นรูดขึ้นสองสามทีก่อนจะรูดขึ้นลงและจับท่อนเอ็นในมือเสียบเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังมีน้ำไหลออกมาเยิ้มแฉะเต็มไปหมด ความเสียวซ่านมันเกิดขึ้นกับผมและเธอเพราะผมสังเกตเห็นใบหน้าที่ฟินอย่างคนที่เริ่มมีอารมณ์ร่วมไปกับผมซะแล้ว
もっと見るตอนที่ 1: สายตาที่จ้องมองในความมืด
เสียงจังหวะดนตรีสไตล์ดีพเฮาส์ทุ่มต่ำดังก้องไปทั่วบรรยากาศสลัวของผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟดวงสีส้มส่องสะท้อนกับแก้วค็อกเทลในมือของฉัน มันเป็นสถานที่ที่ฉันชลดา หรือ คำแพง ในวัย 25 ปีมักจะแอบหนีมาผ่อนคลายเสมอเมื่อรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องอยู่บ้านคนเดียวในคืนที่ไร้ผู้คน กลิ่นหอมหวานของลิเคียวร์ผสมน้ำผลไม้ในแก้วทรงสูงตัดกับกลิ่นไอความเย็นฉ่ำของก้อนน้ำแข็งที่ฉันใช้หลอดแก้วคนไปมาจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ ฉันเหม่อมองผู้คนที่กำลังโยกย้ายร่างกายอยู่บนลานเต้นรำด้านล่างจากมุม VIP ชั้นสองที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่แล้วความเพลิดเพลินชั่วครู่ของฉันก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เข้มข้นผสมกลิ่นบุหรี่หอมบางเบาอันคุ้นเคยแผ่กระจายเข้ามาในระยะสัมผัส มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเนี๊ยบก้าวเข้ามาในพื้นที่โซนที่ฉันนั่งอยู่ บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยออร่าของความทรงอำนาจและความน่าเกรงขามจนพนักงานและบาร์เทนเดอร์แถวนั้นต้องค้อมหัวให้อย่างนอบน้อม "คำแพง..." เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังจนทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย ฉันชะงักมือที่กำลังหมุนแก้วค็อกเทลแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงนั้น สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาทรงสวยของ คุณอากวิน กำลังจ้องมองลงมาที่ฉันด้วยความเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเข้มงวด ชายหนุ่มวัย 45 ปีตรงหน้าผู้มีรูปร่างสมส่วน สดใส และแฝงความลุ่มลึกของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาอย่างชาญฉลาด "คุณอา..." ฉันพึมพำเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมคู่นั้น หัวใจเต้นระทึกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ใช่แค่เพราะความกลัวว่าจะโดนดุ แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของฉันมาเนิ่นนาน พ่อของฉันชื่อ ชลธาร พ่อต้องเดินทางไปดูงานและดูแลธุรกิจที่ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่พ่อไม่อยู่ ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ดูแลฉันอย่างสมบูรณ์แบบก็คือคุณอากวิน เพื่อนสนิทของพ่อ คุณอาเป็นเจ้าของผับหรูแห่งนี้รวมถึงร้านเหล้าอีกหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ แม้ว่าฉันจะโตจนอายุ 25 ปี เข้าสู่วัยทำงานแล้ว แต่ในสายตาของคุณพ่อและคุณอา ฉันก็ยังคงเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องมีคนคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอ "อาบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าจะมาเที่ยว ให้บอกอาล่วงหน้า ไม่ใช่แอบหนีมาคนเดียวแบบนี้" คุณอากวินเดินเข้ามาใกล้ ขยับตัวด้วยท่วงท่าที่นิ่งสงบก่อนจะนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม สายตาของเขายังคงจับจ้องที่ใบหน้าของฉันไม่วางตา "ก็ถ้าบอก... คุณอาก็คงไม่ยอมให้แพงมานี่คะ" ฉันพึมพำ ก้มหน้าหลบสายตา แล้วใช้หลอดแก้วเขี่ยก้อนน้ำแข็งในแก้วแก้เก้อ "อาเคยห้ามเราด้วยเหรอ?" คุณอาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ฉันนึกตามคำพูดของคุณอา... มันก็จริงอย่างที่เขาพูด คุณอาไม่เคยเอ่ยปากสั่งห้ามไม่ให้ฉันเที่ยว ไม่เคยสั่งกักบริเวณเหมือนพ่อ แต่ทุกครั้งที่ฉันแอบมาที่ผับของเขา คุณอาจะปรากฏตัวขึ้นเสมอ นั่งเฝ้า คอยควบคุมพฤติกรรม และสายตาคู่โตนั้นก็จะมองตามฉันอยู่ห่างๆ รังสีความน่าเกรงขามของคุณอาทำให้ไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้าเดินเข้ามาทักทายหรือชนแก้วกับฉันเลยแม้แต่คนเดียว "แก้วนี้แก้วที่เท่าไหร่แล้ว?" มือหนาและเรียวยาวของคุณอายื่นมาแตะที่ขอบแก้วค็อกเทลของฉันเบาๆ ปลายนิ้วอุ่นเฉียดผ่านหลังมือของฉันไปเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกาย "แก้วที่สอง... เองค่ะ" ฉันตอบตามจริง เสียงเบาลงเรื่อยๆ "พอได้แล้ว" คุณอากวินยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกการ์ดประจำผับที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะสั่งเสียงเรียบ "เปลี่ยนเป็นน้ำส้มคั้นสดแก้วหนึ่ง แล้วบอกบาร์เทนเดอร์ว่าโต๊ะนี้ห้ามเสิร์ฟแอลกอฮอล์เพิ่มอีก" "คุณอาคะ! แพงอายุ 25 แล้วนะคะ ไม่ใช่เด็ก 15 สักหน่อย ทำไมต้องยึดแก้วเหล้าแพงด้วย" ฉันเริ่มงอแง เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ คุณอากวินเอนหลังพิงเบาะโซฟา หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่ขมวดเข้าหากันของฉัน "ถึงจะอายุ 25 แต่น้ำหน้าอย่างเรา ดื่มเกินสามแก้วก็เมาจนจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว" คุณอาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาทำเอาฉันลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "พ่อเราฝากเราไว้ให้อาดูแล ถ้าราชิตรู้ว่าปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักเมาสะเปะสะปะอยู่ในผับของตัวเอง อาจะตอบคำถามพ่อยิ่งกว่ายังไง?" "คุณพ่อไม่รู้หรอกค่ะ ถ้าคุณอาไม่บอก" ฉันเถียงอุบอิบ "อาก็ไม่ได้บอก..." คุณอากวินยกมือขึ้น ยื่นนิ้วเรียวยาวมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลงมาบดบังใบหน้าของฉันไปทัดไว้ที่หลังใบหูอย่างอ่อนโยน สัมผัสจากนิ้วอุ่นๆ ที่แตะโดนผิวแก้มทำให้หน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที "แต่อาต้อง 'ควบคุม' ให้เราอยู่ในสายตาของอาตลอดเวลา... นั่นคือสิ่งที่อาต้องทำ" ความเงียบครอบงำโต๊ะไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงดีพเฮาส์ที่ดังคลออยู่เบื้องหลัง สายตาที่คุณอากวินใช้มองฉันในยามนี้ ไม่ใช่สายตาของผู้ใหญ่มองเด็กสาวอีกต่อไป แต่มันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้ง ความปกป้อง ความหวงแหน และแรงดึงดูดที่ทำให้ฉันไม่สามารถถอนสายตากลับมาได้ "ดื่มน้ำส้มหมดแก้วนี้ แล้วอาจะพาไปส่งบ้าน" คุณอาเอ่ยเสียงทุ้ม นั่งลงข้างๆ ฉัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้อุณหภูมิรอบตัวสั่นไหว "แพงยังไม่อยากกลับ..." ฉันพึมพำเบาๆ แต่หัวใจกลับพองโตด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเปิดเผยได้ การถูกคุณอากวินคอยควบคุมและจ้องมองแบบนี้ แม้จะดูเหมือนถูกจำกัดอิสระ... แต่ลึกๆ ในใจของฉัน กลับโหยหาสัมผัสและสายตาคู่นี้ของคุณอามากกว่าสิ่งใดในโลก ตอนที่ 2: กฎเหล็กของกวิน แก้วน้ำส้มคั้นสดถูกวางลงบนโต๊ะกระจกใสเบาๆ แม้รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวจะช่วยให้ความรู้สึกมึนเมาละอองแอลกอฮอล์เจือจางลงไปบ้าง แต่ความรู้สึกปั่นป่วนในอกกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ เสียงเพลงในผับเริ่มปรับจังหวะช้าลง เปลี่ยนบรรยากาศให้ทุ่มต่ำและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม ทว่าสายตาของฉันกลับจดจ่ออยู่แค่เพียงเงาร่างของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างกาย"มึงกล้าดียังไงมาพูดคำนี้ในบ้านกู!" ชลธารตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วน้ำสั่นไหว เขาตวาดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมาตลอดวัน "กูไว้ใจมึงมากที่สุดในชีวิต! กูฝากแก้วตาดวงใจของกูไว้ให้มึงช่วยดูแล ยามที่กูต้องไปทำงานต่างประเทศ... แต่สิ่งที่มึงตอบแทนความไว้ใจของกู คือการเคลมลูกสาวกูเนี่ยนะ?!" "กูไม่ได้ 'เคลม' ลูกสาวมึง!" คุณอากวินโต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและจริงจัง ไม่ได้ใช้ความโกรธเข้าข่ม แต่ใช้ความจริงใจทั้งหมดที่มี "กูรักคำแพง... กูรักในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่กูอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับเขา กูไม่ได้มองเขาเป็นหญ้าอ่อน หรือเด็กหลอกง่ายอย่างที่มึงคิด" "มึงแก่กว่าลูกกูยี่สิบปีนะกวิน!" ชลธารชี้หน้าเพื่อน "มึงเห็นเขามาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง มึงเคยอุ้มเขาร้องไห้ตอนแม่เขาเสีย มึงทำใจมองเขาในเชิงคู่รักลงได้ยังไง?!" "ก็เพราะกูเห็นเขาเติบโตขึ้นมาทุกวันไงล่ะ!" คุณอากวินตอบกลับอย่างไม่ลดละ สายตาฉายแววซับซ้อนและลึกซึ้ง "กูเห็นทั้งความงดงาม ความอ่อนโยน และความเข้มแข็งของเขา... ตอนแรกกูก็พยายามห้ามใจตัวเอง ชลธาร กูพยายามสร้างระยะห่าง พยายามเป็น 'คุณอาผู้ใจดี' ของเขาตามบทบาทที่มึงวางไว้
คุณอากวินหันกลับมามองฉัน ถอนหายใจยาวพลางยื่นมือมารับแก้วกาแฟไปวางบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าไปกอดไว้หลวมๆ อ้อมกอดของเขายังคงอบอุ่น แต่ความสั่นไหวเล็กๆ ในแผ่นอกทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังแบกรับความกดดันอย่างหนัก "มีคนแอบถ่ายภาพอากับเราตอนที่ไปกินข้าวด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วเอาไปปล่อยให้พวกเพจข่าวเม้าท์ในวงสังคม" คุณอาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "พาดหัวข่าวทำนองว่า 'เสี่ยใหญ่เจ้าของคลับหรูเลี้ยงเด็กสาววัยรุ่น'... ซึ่งคนในวงสังคมที่รู้จักอากับชลธารดี ต่างก็เริ่มเดาออกว่าเป็นเรา" "แล้ว... แล้วคุณพ่อล่ะคะ?" หัวใจของฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ชลธารเห็นข่าวแล้ว..." คุณอากวินสบตาฉันด้วยความจริงจัง "และตอนนี้นัดอากับเราไปเจอที่บ้านใหญ่ทันทีที่เขาลงเครื่องเย็นนี้" คำตอบของคุณอาทำให้ฉันหน้าซีดสลด บททดสอบที่รุนแรงที่สุดกำลังเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิด ความขัดแย้งระหว่างสองเพื่อนสนิทที่กอดคอร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายสิบปี กำลังจะปะทุขึ้นเพราะความรักข้ามรุ่นของเราสองคน ณ บ้านพักตระกูลชลธาร ยามค่ำคืนบรรยากาศในห้องรับแขกใหญ่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ชลธารนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ ใบหน้าคมสันท
คุณอากวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แววตาของเขาแน่วแน่และไร้ซึ่งความลังเลใดๆ มือหนาเอื้อมมากุมมือฉันไว้แน่น "ชลธารอาจจะตกใจ... อาจจะโกรธ หรืออาจจะชกหน้าอาสักทีสองทีที่แอบงาบลูกสาวสุดที่รักของมัน" คุณอาเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่แฝงความจริงจัง "แต่อาไม่เคยเสียใจที่ข้ามเส้นนี้มา และอาก็พร้อมจะรับผลที่ตามมาทุกอย่าง... เพราะสำหรับอาแล้ว คำแพงไม่ได้เป็นแค่ 'ความหลงใหล' ชั่วครู่ชั่วคราว แต่นี่คือความรักที่อาเลือกแล้ว" คำยืนยันหนักแน่นจากผู้ชายวัย 45 ปีตรงหน้าทำให้ความกังวลทั้งหมดในใจของฉันละลายหายไปจนหมดสิ้น ฉันระบายยิ้มกว้าง รั้งใบหน้าคมคายของคุณอาลงมารับจูบอันหวานซาบซ่านอีกครั้ง คืนนั้น จุดเปลี่ยนในชีวิตของเราสองคนถูกจารึกไว้อย่างสมบูรณ์ การข้ามเส้นขนานแห่งกฎเกณฑ์ทางสังคมและวัยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ตราบใดที่เราสองคนยังคงกุมมือกันไว้แน่นในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ โคแก่ผู้ทรงอำนาจและหญ้าอ่อนแสนงอแงได้ก้าวผ่านพันธนาการแห่งอดีต เข้าสู่บทเรียนความรักที่เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ ความหวานซ่านซา และความจริงใจที่มีให้กันอย่างแท้จริง ตอนที่ 7: ความหวานที่ซ่อนเร้นชีวิต
"แต่นี่มันคือชีวิตของแพงนะคะคุณอา!" ฉันรีบขัดขึ้นด้วยความร้อนใจ "แพงไม่ใช่เด็กๆ แล้ว แพงรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับใคร แพงไม่ได้รักคุณอาเพราะคุณอาเป็นเพื่อนพ่อ... แต่แพงรักคุณอากวิน ผู้ชายคนนี้ คนที่คอยดูแลและปกป้องแพงมาตลอด!" คำว่า 'รัก' ที่หลุดจากปากของฉันทำให้คุณอากวินชะงักไปชั่วครู่ แววตาคมกริบสั่นไหวอย่างรุนแรง ความกดดันและความสับสนที่เขาแบกรับมาหลายปีทลายลงด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของฉัน คุณอาเอื้อมมือไปหยิบแก้ววิสกี้บนโต๊ะขึ้นมาจิบเบาๆ รสชาติกลมกล่อมและเข้มข้นของเหล้าบวกกับความนุ่มลึกของบรรยากาศยามฝนตก ยิ่งทำให้ความรู้สึกในอกล้นทะลัก เขาละแก้วลงแล้วหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันแสนอบอุ่น "คำแพง..." เขาเรียกชื่อเล่นของฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน "เหล้าแก้วนี้หวานกลมกล่อมเพราะมันผ่านเวลาการบ่มเพาะมานาน... ก็เหมือนความรู้สึกของอาที่มีต่อเรา ยิ่งอากดทับมันไว้เท่าไหร่ ยิ่งพยายามห้ามใจมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น" คุณอากวินโน้มตัวเข้ามาประทับจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างอ่อนโยน ก่อนจะไล่ต่ำลงมาที่ปลายจมูก และริมฝีปากอบอุ่นอีก