공유

Last Chapter

작가: Sadistic_X
last update 게시일: 2026-10-28 23:46:28

ในวันที่ท้องฟ้าของมัดหมี่ที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ความทรงจำระหว่างเธอกับนาราผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในหัว—จากวัยมัธยมปลายจนถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ช่องว่างระหว่างกัน

มัดหมี่ในวัยมัธยมปลายคือหญิงสาวที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอสง่างาม เรียบร้อย และเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความมีความฝันอันชัดเจนที่จะเป็นนักการทูตอีกด้วย ตรงข้ามกับนารา สาวห้าวที่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนสนามกีฬา เล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนผู้ชายและไม่มีใครกล้าจีบ แต่ความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกัน

ความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อมัดหมี่ชวนนาราเข้าร่วมคณะกรรมการนักเรียน ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และแม้กระทั่งแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องแฟนหนุ่มของมัดหมี่ในเวลานั้น—ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แต่กลับไม่มีเป้าหมายในชีวิต ความรักครั้งนั้นของมัดหมี่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ นาราเป็นคนกลางที่พยายามประคองความสัมพันธ์นี้ไว้ ทั้งที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีเป้าหมายในชีวิตเช่นกัน

ในค่ำคืนที่มัดหมี่ร้องไห้เสียใจจากการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม นาราอยู่เคียงข้าง ปลอบโยนด้วยคำพูดและอ้อมกอดที่อบอุ่น ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงยิ่งแน่นแฟ้น ราวกับว่ามีเชือกเส้นหนึ่งที่มัดหัวใจของทั้งสองไว้ด้วยกัน

เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย มัดหมี่กลายเป็นหญิงสาวที่เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า คบและเลิกในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนนารา แม้จะเปลี่ยนจากเด็กสาวห้าว ๆ กลายเป็นดาวคณะที่มีเสน่ห์จนใครต่อใครหลงใหล แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่เปิดใจให้ใคร เฝ้ารอมัดหมี่เพียงคนเดียว

วันหนึ่ง นาราตัดสินใจสารภาพความในใจกับมัดหมี่ เธอยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อเปิดเผยความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้มานาน แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่มัดหมี่เองก็ไม่แน่ใจนักว่ามาจากความสับสนหรือความกลัวที่จะทำลายมิตรภาพ ในคืนนั้น มัดหมี่เดินออกมาจากการสารภาพรักของนาราพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้ง เธอพยายามปลดปล่อยความอึดอัดด้วยการมีความสัมพันธ์ชั่วคราวกับคนอื่น แต่ทุกครั้งที่หลับตา เธอกลับเห็นภาพของนาราอยู่ในความคิด

เวลาผ่านไป ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของมัดหมี่ เธอสังเกตว่านารามักจะมาที่ผับของพ่อเธออยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยบอกเหตุผลที่แท้จริง กระทั่งในเช้าวันนี้ เธอตัดสินใจเข้ามาพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเอง

เมื่อประตูผับถูกผลักเปิด มัดหมี่ก้าวเข้าไปในความเงียบงันของเช้าวันใหม่ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะเบา ๆ แต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าเป็นภาพที่ไม่คาดฝัน นาราและชรัณ—พ่อแท้ ๆ ของเธอ—กำลังอยู่ในความเร่าร้อนที่ยากจะบรรยาย ท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟบนเพดาน

ภาพนั้นเหมือนคมดาบที่กรีดลงกลางหัวใจของมัดหมี่ ดวงตาของเธอสั่นไหว น้ำตาเอ่อคลอในทันที มือบางยกขึ้นป้องปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่อัดแน่นในอก ความช็อก ความเจ็บปวด และความสับสนปะปนกันอย่างไม่อาจแยกแยะได้

“ทำไม...” คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบผุดขึ้นในใจของเธอ ความเชื่อมั่นในมิตรภาพและความสัมพันธ์ครอบครัวที่เคยหล่อหลอมไว้พังทลายลงในพริบตา

 

มัดหมี่รีบร้อนหนีกลับบ้านทันทีที่ภาพในหัวนั้นยังคงชัดเจน ราวกับมีก้อนหินมหึมาทับลงกลางอก เธอหอบหายใจถี่ มือกำโทรศัพท์แน่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ซึมออกมา ความคิดในหัวว้าวุ่นปะปนกันจนไม่สามารถเรียงลำดับได้ สิ่งเดียวที่ผุดขึ้นมาอย่างเด่นชัดในใจคือใบหน้าของพ่อ—ใบหน้าของชรัณ ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเหมือนไอดอลในสายตาเธอ

เมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็ก ชรัณคือพ่อที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกของเธอ เขาเป็นนักธุรกิจไฟแรง ทุ่มเททำงานหนักเพื่อครอบครัว ไม่เคยขาดตกบกพร่องในบทบาทของสามีและพ่อ แม้ว่าแม่ของเธอจะเป็นคนไม่เอาไหน ไม่ทำงานทำการ และมีอดีตที่ด่างพร้อย ชรัณก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเธอ ดูแลแม่ของมัดหมี่ด้วยความรักและอดทน

สำหรับมัดหมี่ในวัยเยาว์ ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อเต็มไปด้วยภาพที่งดงาม เสียงหัวเราะระหว่างที่เขาอุ้มเธอไปโรงเรียน การพาเธอไปกินไอศกรีมในวันหยุด หรือการเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน ทุกสิ่งเหล่านี้เหมือนอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ปกป้องเธอจากโลกภายนอก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความอบอุ่นเหล่านั้นกลับเลือนหายไปทีละน้อย เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอและพ่อไปตลอดกาลเกิดขึ้นในวันที่ชรัณพบความจริงอันโหดร้าย แม่ของเธอ...คนที่เขารักหมดหัวใจ กลับทรยศต่อความไว้วางใจ เขาทราบว่าเธอไปตั้งครรภ์กับชายอื่น ความเจ็บปวดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด ชรัณผู้เคยเข้มแข็งกลับอ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อความผิดหวัง

การหย่าร้างของพ่อแม่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง พ่อที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัวกลายเป็นคนที่แตกสลาย ชรัณเริ่มดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และใช้ชีวิตอย่างไม่ใส่ใจเหมือนคนที่หมดแรงต่อสู้ แม้ว่าความรับผิดชอบในฐานะพ่อและนักธุรกิจจะยังคงอยู่ เขายังดูแลมัดหมี่ในสิ่งที่จำเป็น แต่ความอบอุ่นที่เคยมีไม่หลงเหลืออีกต่อไป

สิ่งที่ทำให้มัดหมี่เจ็บปวดที่สุดคือข่าวลือที่ได้ยินซ้ำ ๆ เรื่องที่ว่าชรัณเริ่มคบหาผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ มันเหมือนคมมีดที่แทงลึกเข้าไปในหัวใจ คำพูดของคนรอบข้างที่พาดพิงถึงพ่อในแง่ลบก่อให้เกิดรอยแผลที่ไม่อาจเยียวยาได้

และวันนี้… วันที่ความจริงที่เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองได้ปรากฏขึ้น ภาพของพ่อที่กำลังร่วมรักกับนารา เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจ มันเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา มัดหมี่ไม่อาจทำใจยอมรับได้ ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างทั้งสองคนที่เธอบังเอิญไปเห็น เหมือนสายฟ้าฟาดซ้ำเติมหัวใจที่แตกสลาย เธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศทั้งจากพ่อและเพื่อน

ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยสดใสเหมือนภาพถ่ายสีซีเปียในกรอบทองค่อย ๆ ถูกทำลายลงทีละเล็กละน้อย เหลือเพียงความเจ็บปวดและความผิดหวังที่กัดกินหัวใจของเธอจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้กับความสุขอีกต่อไป

 

เวลาผ่านไปหลายวัน แม้ว่าภายนอกมัดหมี่จะดูเหมือนใช้ชีวิตได้ตามปกติ เธอยังคงไปมหาวิทยาลัยในทุกเช้า เดินผ่านกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องในคณะด้วยรอยยิ้มจาง ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่นและเสียงกระซิบจากข่าวลือที่แพร่สะพัดอยู่รอบตัว ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านในฤดูร้อน  

ข่าวลือเกี่ยวกับชรัณ—เจ้าของผับวัยห้าสิบปี และนารา—ดาวคณะผู้โดดเด่น เป็นเหมือนเมฆดำที่ลอยครอบคลุมไปทั่วมหาวิทยาลัย แม้นาราจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่น้ำหนักของเรื่องราวกลับเพิ่มขึ้นเมื่อมีคนเล่ากันว่าเห็นทั้งสองนั่งด้วยกันในมุมส่วนตัวของผับ ชรัณกอดนาราไว้แนบชิด ความสนิทสนมนั้นยิ่งตอกย้ำความจริงที่เธอไม่อยากเชื่อ  

 

อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป มัดหมี่ไม่สามารถสลัดภาพเหล่านั้นออกจากหัวได้ ความเจ็บปวดและความผิดหวังกัดกินเธอทีละน้อย ราวกับหนามที่ตำลึกลงในหัวใจ เธอตัดสินใจอย่างวู่วามในคืนหนึ่งที่จะไปดื่มเหล้าย้อมใจในผับ ความคิดเดียวในตอนนั้นคือการทำให้ตัวเองลืมเรื่องราวอันเลวร้าย แม้เพียงชั่วครู่  

เสียงดนตรีในผับดังสนั่น ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นตามจังหวะเบสที่กระหน่ำ เธอปล่อยตัวไปกับเสียงเพลง ออกไปเต้นอย่างไม่สนสายตาใคร หวังว่าการปลดปล่อยตัวเองจะช่วยกลบเกลื่อนความรู้สึกปวดร้าวในใจ แต่ท่ามกลางแสงไฟที่วูบวาบและความมืดมัวของควันบุหรี่ เธอกลับถูกดึงเข้าไปในวงล้อมของชายแปลกหน้า กลุ่มผู้ชายที่จ้องเธอด้วยสายตาไม่เหมาะสม มือหยาบกร้านลูบไล้ตามแขนของเธอ ราวกับเธอเป็นเพียงของเล่นในยามค่ำคืน  

ในขณะเดียวกัน บนเวที นารากำลังเต้นอย่างมั่นใจกับพี่เฟื่อง ดีเจและนักเต้นประจำผับผู้เป็นทั้งเพื่อนและหัวหน้า นาราสวมชุดเต้นอันเย้ายวน สะท้อนแสงไฟราวกับดาราที่เปล่งประกาย เธอเผลอมองลงมาที่ฟลอร์เต้นรำ และทันใดนั้นเอง เธอก็เห็นมัดหมี่อยู่ท่ามกลางชายแปลกหน้า ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเมามายและท่าทีที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ทำให้นาราตกใจ เธอจบการแสดงด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะหายตัวไปหลังเวที  

นาราสั่งยามที่อยู่ใกล้ ๆ ให้ช่วยพามัดหมี่ออกจากวงล้อมของชายเหล่านั้น และนำตัวเธอไปที่ห้องคาราโอเกะส่วนตัว ภายในห้องอันเงียบสงบเมื่อเทียบกับความวุ่นวายด้านนอก มัดหมี่นอนหมดสติอยู่บนโซฟา นารานั่งลงข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกกังวล เธอจุดบุหรี่ขึ้นสูบอย่างลวก ๆ ราวกับพยายามคลายความอึดอัดในใจ พลางมองมัดหมี่ที่หลับพิงโซฟาด้วยความสงสารปนความรู้สึกผิด  

ความเงียบในห้องกลับทำให้อากาศหนักอึ้ง นาราพยายามหาเหตุผลให้ตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอรู้ว่ามัดหมี่กำลังเสียใจกับเรื่องที่เธอและชรัณ แต่ในตอนนี้ สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงเฝ้าดูและปกป้องมัดหมี่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น

 

เมื่อมัดหมี่ลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพเบลอเลือนลางจากอาการมึนเมาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาของเธอคือภาพของนารา เพื่อนที่เคยสนิทสนมกันนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องคาราโอเกะส่วนตัว ชุดเกาะอกสีดำแวววาวเผยผิวเนียนละเอียดราวกับผิวตุ๊กตา ผ้าหนังขาสั้นแนบไปกับเรียวขาเพรียวบางชวนสะดุดตา แต่สิ่งที่ทำให้มัดหมี่รู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดกลางใจคือบุหรี่ที่นาราคีบไว้ในมือข้างหนึ่ง และแก้วเหล้าในอีกข้างที่วางอย่างมั่นคง ราวกับเธอไม่รู้สึกผิดใด ๆ กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในชีวิตของมัดหมี่  

นาราแค่ปรายตามองเมื่อเห็นมัดหมี่ลืมตา ไม่พูดคำใด เพียงสูบบุหรี่ลึกและพ่นควันออกมาช้า ๆ ควันสีขาวพลิ้วไหวในอากาศเหมือนเงาของความลับที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้  

“มึง...” มัดหมี่พึมพำในลำคอ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ แต่ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกที่อัดแน่นในใจมาตลอดสัปดาห์ปะทุขึ้นในทันทีที่เห็นหน้านารา  

“มึงอ่อยพ่อกูใช่ไหม อีนารา…” น้ำเสียงของมัดหมี่ดังก้องในห้องราวกับฟ้าร้องในฤดูมรสุม เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปในฝ่ามือ “มึงรู้ตัวไหมว่ามึงทำอะไรลงไป… มึงเอากับพ่อกู!”  

คำพูดของเธอพุ่งตรงเหมือนหอกแหลมทิ่มแทงเข้าใส่ แต่นารากลับนิ่งเฉย ว่ากันตามจริงคือเธอทำตัวไม่ถูกและสับสันในความโกรธแค้นที่มากเกินพอดีของมัดหมี่ แต่ในมุมมองของมัดหมี่แล้ว ด้วยความเมามายของเธอด้วย หญิงสาวจึงเห็นว่านารานั้นไม่แยแสเธอเลยแม้แต่น้อย และพยายามที่จะเมินเธอด้วย

นาราที่พยายามจะดูแลมัดหมี่รู้สึกหมดคำจะหมดขึ้นมาในทันที ทั้ง ๆ ที่จะพยายามดูแลอีกอีกฝ่าย แต่กลับโดนอีกฝ่ายด่ากลับมา ดวงตาสีเข้มนั้นเต็มไปด้วยแววเย็นชาและท้าทายขึ้นมา เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเหมือนจะบอกว่าคำกล่าวหาของมัดหมี่ไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเธอ  

“พูดให้มันเพราะหน่อยสิ...มัดหมี่” นาราวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะหน้าโซฟา สายตาของเธอไล่มองมัดหมี่ที่ยืนตัวสั่นด้วยอารมณ์เหมือนนักล่าเฝ้าดูเหยื่อ “มึงแน่ใจเหรอว่าเป็นกูที่เริ่มทุกอย่าง? หรือจริง ๆ แล้ว พ่อของมึงเองที่...ต้องการกู?”  

มัดหมี่อ้าปากค้าง คำพูดของนาราเหมือนฝนกรดที่หล่นใส่ใจของเธอ เธอส่ายหน้า พยายามหาคำพูดตอบโต้ แต่กลับพบว่าทุกคำที่เตรียมไว้หายไปในพริบตา  

“มึงโกหก! พ่อกูไม่มีทางทำแบบนั้น! มึงมันแม่งอีกะหรี่สันดานสถุล” เสียงของมัดหมี่เริ่มสั่นสะท้าน เธอเริ่มพูดในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล น้ำตาคลอในดวงตา ความรู้สึกเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนเธอแทบยืนไม่ไหว “มึง… มึงเป็นเพื่อนกู ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้?”

นาราลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้องในห้องที่เงียบสนิท เธอหยุดยืนตรงหน้ามัดหมี่ ระยะห่างระหว่างพวกเธอแค่เพียงลมหายใจ  

“เพื่อน?” นารายิ้มเยาะด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อน เธอเริ่มโกรธเคืองขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ระหว่างเธอและอีกฝ่าย รอยยิ้มนั้นเต็มไป “มึงเคยเป็นเพื่อนกูจริง ๆ ไหม มัดหมี่? หรือมึงแค่ใช้กูเป็นที่พึ่งพาในตอนที่มึงไม่มีใคร? ไหนบอกกูสิว่าใครกันแน่ที่สันดานสถุล”  

มัดหมี่เบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกปวดร้าว ทว่าคำพูดของนารากลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจของเธอจนแทบจะขาดใจ เธอสูดหายใจลึกพยายามกลั้นน้ำตา แต่ความเจ็บปวดนั้นท่วมท้นเกินกว่าจะเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป เธอหันกลับมามองนาราด้วยสายตาที่พร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา เสียงสั่นเครือของเธอเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก  

“แล้วมึงล่ะ? ทำไมมึงต้องเลือกพ่อกู… ทำไมมึงต้องทำร้ายกูถึงขนาดนี้?”  

คำถามนั้นไม่ใช่แค่การกล่าวหา แต่มันคือเสียงสะท้อนของความสิ้นหวังและความสูญเสีย ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกที่เธอเคยคิดว่าไม่มีใครจะเข้ามาแทรกกลางได้ กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย  

ขณะนั้นเอง ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชรัณ เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม แม้จะเห็นความตึงเครียดที่ปะทุอยู่ในห้องก็ตาม เสียงของเขาเข้ามาขัดจังหวะการเผชิญหน้าที่แทบจะลุกเป็นไฟ  

“ใจเย็นก่อน มัดหมี่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มุ่งมั่น ดวงตาของเขาสบเข้ากับลูกสาว ก่อนจะหันไปมองนารา “เธอด้วย...นารา...”  

เขาประคองให้ทั้งสองนั่งลงคนละฝั่งของโซฟาทรงตัวยู และตัวเขาเองเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ อากาศในห้องอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ความเงียบถูกกลบด้วยเสียงไฟแช็กและควันบุหรี่ที่พ่นออกมาจากปากของทั้งสามคนเหมือนกับเป็นการปลดปล่อยความเครียดที่สะสมอยู่  

ชรัณพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและจริงจัง “พ่อจะให้นารามาเป็นแม่ใหม่ของลูก...ลูกเข้าใจความหมายไหม?”  

คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจมัดหมี่ แม้เธอจะพอคาดเดาได้อยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินจากปากพ่อเธอเอง มันกลับหนักหนาเกินกว่าจะรับได้  

“หนูไม่ได้โง่นะคะ...” มัดหมี่สวนกลับด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป  

นาราเผยรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนจะเอ่ยคำพูดยั่วโทสะ “เตรียมตัวเรียกกูว่าแม่ได้เลย และเร็ว ๆ นี้มึงอาจจะมีน้อง...”  

น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของนาราทำให้มัดหมี่แทบจะลุกขึ้นประจันหน้า “มึงนี่มัน...!” เธอตะโกนด้วยความเดือดดาล  

“นารา อย่าแกล้งเธอ” ชรัณกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเล็กน้อย ก่อนจะหันมาทางลูกสาวที่ยังคงตัวสั่นด้วยความโกรธ เขาสูดลมหายใจลึก เตรียมตัวที่จะพูดในสิ่งที่เขาเก็บไว้มานาน  

“เวลานี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดที่เราจะคุยกันเรื่องแบบนี้ แต่พ่ออยากให้ลูกเข้าใจ ตั้งแต่พ่อกับแม่ลูกหย่ากัน ชีวิตพ่อก็ไม่ได้เหมือนเดิม และนารา...เธอเข้ามาในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่พ่อเองก็ต้องการใครสักคน พ่ออยากบอกลูกว่า...ในเร็ว ๆ นี้ พ่อจะเซ็นสมรสกับนารา และเราอาจจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ก็ปีหนึ่ง”  

คำพูดของชรัณดังก้องในหัวของมัดหมี่ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาอย่างประชดประชัน “ทำในสิ่งที่พ่ออยากทำ... หนูไม่สนใจอะไรแล้ว”  

แม้เธอจะพูดเหมือนไม่แคร์ แต่ความเจ็บปวดในน้ำเสียงกลับเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่เธอเก็บซ่อนไว้ในใจ เธอรู้ดีว่าคำพูดนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และเธอก็ไม่มีแรงจะต่อสู้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอีกแล้ว

 

หลังจากการประกาศของชรัณ นาราก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกันกับมัดหมี่ แม้ว่าเธอจะพยายามรักษาระยะห่างและใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสงบ แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทั้งคู่จะมีปัญหาปะทะกันอยู่เสมอ บ้านที่เคยเป็นสถานที่พักพิงของมัดหมี่กลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม บทสนทนาของทั้งสองมักจบลงด้วยเสียงตะโกนหรือการปิดประตูใส่หน้ากัน

นารายังคงไปเรียนและทำงานที่ผับตามปกติ ขณะที่มัดหมี่พยายามดึงตัวเองออกห่างจากทั้งนาราและชรัณ เธอเลือกที่จะออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ และใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง ไม่ใช่เพียงเพื่อประชดชีวิต แต่เป็นการประชดคนที่เธอไม่อาจยอมรับได้

หลายครั้งที่มัดหมี่สร้างปัญหาด้วยการไปดื่มจนเมาในผับอื่น ๆ โดยไม่สนใจสถานะของตัวเองหรือผลที่จะตามมา ครั้งหนึ่งเธอถูกกลุ่มชายแปลกหน้าพยายามลวนลามในห้องน้ำ นาราที่ทราบข่าวเพราะมีคนโทรไปแจ้งก็รีบขี่บิ๊กไบค์ไปช่วยเธอทันที แม้จะไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยว แต่เธอก็รู้ว่าปล่อยไว้ไม่ได้

“ลุกขึ้น!” นาราตวาดเสียงเฉียบขาด ขณะที่เธอช่วยพยุงมัดหมี่ที่กำลังเมามายและหมดสติให้เดินออกจากผับ ความรู้สึกหงุดหงิดผสมกับความเป็นห่วงฉายชัดในสายตาของเธอ

อีกครั้ง มัดหมี่ดื่มจนเมาแล้วทะเลาะกับเพื่อนจนไม่มีใครช่วยพาเธอกลับบ้านได้ นาราต้องออกไปเคลียร์ค่าเสียหายที่ผับเพราะมัดหมี่ทำแก้วแตกและต่อว่าพนักงาน นารายืนกอดอกมองหล่อนด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายแต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอกลับเองได้

“พ่อมึงรู้ไหมว่าลูกสาวสุดที่รักทำอะไรอยู่” นาราเปรยขณะประคองมัดหมี่ที่เมาไม่รู้เรื่องขึ้นบิ๊กไบค์ มัดหมี่ที่ยังพอมีสติหันมาจ้องเธออย่างโกรธเกรี้ยว

“ไม่ต้องมายุ่งกับกู!” มัดหมี่โต้กลับ แต่คำพูดของเธอไร้พลังจนฟังดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

นอกจากเหตุการณ์ที่มัดหมี่สร้างปัญหาแล้ว ยังมีวันที่เธอต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างเร่งด่วน แต่ดันตื่นสายและพ่อของเธอก็ไม่อยู่บ้าน มัดหมี่แทบจะร้องไห้เมื่อรู้ว่าไม่มีใครช่วยเธอได้เลย นาราที่เห็นเข้าจึงตัดสินใจขี่บิ๊กไบค์พาเธอไปส่ง

“ซ้อนท้ายดี ๆ อย่าหล่นไปก่อนล่ะ” นาราเย้าด้วยน้ำเสียงประชด ขณะที่มัดหมี่ขึ้นซ้อนท้ายด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“ถ้ากูมีทางเลือก กูคงไม่ขอให้มึงช่วยหรอก” มัดหมี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนั้นจะเต็มไปด้วยการโต้เถียงและเสียงกระแทกประโยคประชดประชัน แต่เมื่อถึงที่หมาย มัดหมี่กลับกล่าวขอบคุณเบา ๆ ราวกับไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน นาราเพียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแล้วจากไปโดยไม่พูดอะไร

 

เวลาผ่านไปหนึ่งปี ทั้งสองเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ราบรื่นในตอนแรก แต่ด้วยเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น ทำให้มัดหมี่เริ่มเห็นอีกด้านของนารา เธอเริ่มเข้าใจว่านาราไม่ได้พยายามเข้ามาทำลายชีวิตเธอ แต่พยายามช่วยเธอในแบบที่เธอเข้าใจ

นาราเองก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับนิสัยเอาแต่ใจของมัดหมี่ เธอเลือกที่จะใช้เหตุผลและความเข้าใจมากกว่าการประชดประชันเหมือนที่เคยทำ เมื่อความขัดแย้งระหว่างทั้งสองเริ่มลดลง ความสัมพันธ์ก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

 

เมื่อถึงวันแต่งงานของชรัณและนารา มัดหมี่ยืนอยู่ในฐานะเพื่อนเจ้าสาว แม้ว่าในใจลึก ๆ เธอจะยังมีความรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เธอก็เลือกที่จะยอมรับสถานการณ์และปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง

ในพิธีแต่งงานนั้น มัดหมี่ยิ้มให้กับพ่อของเธอและนารา—แม่ใหม่สุดสวย รอยยิ้มที่แม้จะไม่สดใสมากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณว่าเธอพร้อมจะก้าวข้ามอดีตและเริ่มต้นใหม่ ความสัมพันธ์ที่เคยเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง ได้รับการเยียวยาจนกลายเป็นความผูกพันที่มั่นคง

 

จบบริบูรณ์

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เพื่อนลูกสาว   Special Chapter 2 : เรือยอร์ชส่วนตัวกับกิจกรรมวาบหวิวกลางทะเล SM NC

    มัดหมี่ทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มบางเบา แม้ว่าในใจจะยังมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายซ่อนอยู่ การได้รับคำชวนจากชรัณ—พ่อของเธอ และนารา—แม่เลี้ยงสุดสวย ให้เดินทางไปพักผ่อนบนเรือยอร์ชส่วนตัว ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าในบ้าน เธอจะยังคงหงุดหงิดกับพฤติกรรมของคนทั้งสอง ทั้งการแสดงความรักอย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ในบางครั้ง หรือแม้กระทั่งความเย็นชาที่แฝงมาในรูปแบบของความเฉยเมย แต่มัดหมี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหนีออกจากกรอบชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายในตอนนี้ คือสิ่งที่เธอโหยหา มัดหมี่เคยคิดว่าตัวเองอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง การได้ทำงานในตำแหน่งนักการทูตในองค์กรเอกชนระดับนานาชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันนั้นควรจะเติมเต็มชีวิตเธอ แต่เมื่อได้สัมผัสความจริง เธอกลับพบว่าเส้นทางนี้ไม่สวยงามอย่างที่คาดคิด งานที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การแข่งขัน และความวุ่นวาย ทำให้เธอหมดพลังไปทีละน้อย ราวกับเปลวเทียนที่กำลังดับลง เธอตัดสินใจลาออก ปล่อยให้ความฝันที่เคยมีจางหายไปในความว่างเปล่า และกลับมาเป็นลูกสาวที่ต้องพึ่งพาความเมตตาของพ่ออีกครั้ง ชรัณไม่เคยเอ่ยคำตำหนิใด ๆ อ

  • เพื่อนลูกสาว   Special Chapter 1 : วันรับปริญญาเมาสุดลิ่มโดนทิ่มที่หน้าประตู SM NC

    วันรับปริญญาวันที่ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ นักศึกษาสวมชุดครุยเดินสวนกันไปมา พร้อมครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี เสียงแตรรถยนต์และดอกไม้ช่อใหญ่ที่ทุกคนถือไว้ในมือช่วยเติมสีสันให้วันนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า มัดหมี่ในชุดครุยสีขาวคาดแถบสีแดงดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอเดินผ่านสวนดอกไม้ของมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมวลพฤกษา นาราเดินตามหลังถือกล้องถ่ายรูป จับภาพทุกอิริยาบถของมัดหมี่อย่างตั้งใจ “มึงจะถ่ายทำเหี้ยอะไรนักหนา...” มัดหมี่โพล่งขึ้นเมื่อเห็นนารายกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอับอาย “กูก็อยากเก็บภาพลูกสาวให้ได้เยอะ ๆ ไง” นาราพูดติดตลก พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ พลางกดชัตเตอร์อีกครั้ง “เลิกล้อได้แล้ว กูเขิน!” มัดหมี่พูดพลางทำท่าหลบกล้อง แต่ก็ยังเหลือบมองเพื่อนสาวที่ยืนยิ้มอยู่อย่างอดไม่ได้ เสียงพูดคุยและหัวเราะของทั้งสองดึงดูดสายตาจากคนรอบข้าง หลายคนหันมามองและยิ้มให้ ราวกับบรรยากาศสดใสระหว่างทั้งสองเป็นภาพที่ชวนมอง “เมื่อก่อนเห็นมีแต่จะหงุดหงิด...ทำไมเดี๋ยวนี้เขินเสียล่ะ?” น

  • เพื่อนลูกสาว   Last Chapter

    ในวันที่ท้องฟ้าของมัดหมี่ที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ความทรงจำระหว่างเธอกับนาราผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในหัว—จากวัยมัธยมปลายจนถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ช่องว่างระหว่างกันมัดหมี่ในวัยมัธยมปลายคือหญิงสาวที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอสง่างาม เรียบร้อย และเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความมีความฝันอันชัดเจนที่จะเป็นนักการทูตอีกด้วย ตรงข้ามกับนารา สาวห้าวที่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนสนามกีฬา เล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนผู้ชายและไม่มีใครกล้าจีบ แต่ความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อมัดหมี่ชวนนาราเข้าร่วมคณะกรรมการนักเรียน ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และแม้กระทั่งแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องแฟนหนุ่มของมัดหมี่ในเวลานั้น—ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แต่กลับไม่มีเป้าหมายในชีวิต ความรักครั้งนั้นของมัดหมี่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ นาราเป็นคนกลางที่พยายามประคองความสัม

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 19 : เพื่อนลูกสาว NTR พ่อ SM NC

    เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่ระรัว ราวกับจังหวะกลองรบที่เร่งเร้า ชรัณพึมพำเสียงต่ำข้างหูของเธอ “เสี้ยนไม่ไหวแล้วรึไง...โอดครวญเหมือนหมาไปได้...” น้ำเสียงเขาเจือไปด้วยความกระหายและท้าทายชรัณปรับเปลี่ยนท่าทางอย่างไม่ทันให้เธอตั้งตัว เขาดึงแขนทั้งสองของเธอให้ยืดขึ้น ร่างของเธอถูกยกขึ้นจากโต๊ะจนเธอสามารถยืนและแอ่นก้นไปด้วยได้ แม้จะทำให้แผ่นหลังโค้งงอดูลำบากลำบนแต่ก็แลกมากับความรู้สึกดี ๆ ที่ทยานเข้ามานาราต้องแบกรับความรู้สึกท่วมท้นนั้นด้วยร่างกายบอบบางของตัวเอง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่เกินจะอธิบาย คิ้วขมวด ริมฝีปากเผยอ น้ำตาคลอจากความเสียวซ่านที่ท่วมท้น“ฉันชอบ…ท่านี้…” เธอกล่าวเสียงสั่น น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความพอใจในสิ่งที่เขามอบให้ ผมยาวของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงที่เขาขับเคลื่อน ชรัณถามยั่วด้วยเสียงทุ้มต่ำขณะที่โน้มตัวลงมากอดเธอแน่น “แล้วชอบอะไรมากที่สุดล่ะ...” เขากล่าวพลางใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ กอบกุมคางอย่างมั่นคง นิ้วหัวแม่มือของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธอ ก่อนที่เขาจะสอดนิ้วเข้าไปเบา ๆ หญิงสาวรับมันด้วยความเต็มใจ เธอกัดเบา ๆ พลางดูดนิ้วเขาราวกับต้องการยั่วกลั

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 18 : เพื่อนลูกสาวโดนท้าทายเธอเลยจัดไปหนัก ๆ จนทนไม่ไหว SM NC

    “ยั่วเก่งจริง ๆ เลยนะเด็กคนนี้...” ชรัณกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกระตุ้นที่ยากจะซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างลึกซึ้ง ขณะที่เขารับรู้ถึงแรงบีบอัดและสัมผัสที่เธอมอบให้ ผ่านริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และลำคอ ร่างกายของเขาเหมือนจะตอบสนองต่อสิ่งที่เธอทำโดยไม่อาจหักห้ามได้“ได้...” เขากล่าวพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมตัวเอง ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จได้จริง ฉันจะสนองความอยากเงี่ยนง่านของเธอให้เอง...”นาราค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า น้ำลายบางส่วนเป็นสายลื่นไหลเชื่อมต่อระหว่างเธอกับส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนั้น แสงไฟในห้องสะท้อนหยาดนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเช็ดขอบปากตัวเองอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ ท้าทาย และยั่วยวน“อย่ามาท้าทายฉันนะ...” เธอกล่าวเสียงหวาน รอยยิ้มที่มุมปากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในขณะที่เธอรู้ว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอ หญิงสาวใช้มือกอบกุมท่อนเนื้อที่ใหญ่เกินมือนี้ไปด้วยพลางชักขึ้นชักลงขณะพูดคุยกับเขาชรัณไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเอนกายลงบนโซฟา ท่วงท่าที่เขาทำเหมือนจะ

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 17 : เพื่อนลูกสาวยั่วรักด้วยการใช้ปากให้ SM NC

    ในห้องน้ำของโรงแรมนาราทรุดตัวลงกับขอบอ่างอาบน้ำ พลางใช้มือยันขอบไว้เพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนล้า แข้งขาแทบไร้เรี่ยวแรง เธอค่อย ๆ สอดตัวลงในน้ำอุ่นที่ลอยละล่องด้วยฟองสบู่สีขาว สัมผัสของน้ำช่วยบรรเทาความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยและต้นขาที่อ่อนยวบอย่างน่าใจหาย“แม่งเอ๊ย...ไม่น่าเลยกู...” เสียงพึมพำดังขึ้นจากริมฝีปากบางที่ยังคงเจือรอยซีดจาง เธอสบทกับตัวเองขณะพยายามปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ ความรู้สึกแสบร้อนจากแผ่นหลังและก้นยิ่งตอกย้ำถึงค่ำคืนอันร้อนแรงที่เพิ่งผ่านมา“อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่แรงแม่งยังกับหมาบ้า...” นาราบ่นอุบอิบ พร้อมกวาดมือไล่หยดน้ำจากใบหน้าที่เปื้อนด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า ริมฝีปากบางโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงชรัณ เจ้าของพลังที่ราวกับไม่เคยลดน้อยลงตามวัยเธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนพ่นออกมาเป็นสายหมอกจาง ๆ ที่ล่องลอยวนเวียนในอากาศรอบตัว รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนใบหน้า เธอนั่งเอนพิงขอบอ่าง น้ำอุ่นกระเพื่อมเบา ๆ ราวกับจะโอบอุ้มความอ่อนล้าของเธอไว้ เธอในตอนนี้ดูราวกับเทพธิดาที่หลบซ่อนความงดงามไว้ในแสงจันทร์จาง ๆ ภายในห้องน้ำสลัวความ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status