Mag-log inเมื่อประมาณสี่เดือนก่อน ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเรียนและอาศัยมาตั้งแต่เด็กกำลังจะปิดตัวลง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วนแล้วมีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อสงเคราะห์เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่ไม่มีทุนทรัพย์ส่งบุตรเรียน มีเปิดสอนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
แต่พื้นที่ที่ตั้งโรงเรียนแห่งนี้กำลังจะหมดสัญญาเช่าพื้นที่ แล้วทางโรงเรียนก็ไม่มีเงินมากมายที่จะต่อสัญญา ทางโรงเรียนจึงขอเจ้าของพื้นที่ยืดสัญญาไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนจบการศึกษาในปีนั้น ๆ ก่อนแล้วค่อยปิด เพื่อเด็ก ๆ จะได้สามารถเอาใบจบไปยื่นเรียนต่อในโรงเรียนอื่น ๆ ได้
หลังจากนั้นโรงเรียนก็ถูกปิดตัวลงตามข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้ โดยครูหลายคนก็ทยอยพากันลาออกไปจนเหลือเพียงแค่ผู้อำนวยการหญิงที่อายุมากแล้ว กับเด็ก ๆ อีกเก้าคนที่ไม่มีพ่อแม่มารับกลับไป ปรายฟ้าที่เรียนจบมัธยมปลายพอดีก็ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเธอมาเป็นใคร
ตั้งแต่จำความได้เธอก็อยู่ในความดูของผู้อำนวยการโรงเรียนนี้มาโดยตลอด จนถึงวันที่เธอคิดไม่ตกว่าจะช่วยเหลือผู้มีพระคุณยังไงดี เพราะที่ผ่านมาเธอก็ได้รับความช่วยเหลือจากท่านมาตลอด เธอจึงอยากตอบแทนบุญคุณท่านบ้าง
ปรายฟ้านั่งร้องไห้อยู่หลังลานน้ำพุ เธอคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะช่วยทุกคนได้ยังไง
"เป็นอะไรหรือเปล่าหนู" ชายสูงวัยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ ปรายฟ้ารีบเช็ดน้ำตาด้วยความตกใจที่มีคนเดินมาแถวนี้ด้วย
"ขอบคุณมากนะคะคุณปู่ เชิญนั่งก่อนนะคะ" เธอรีบสละเก้าอี้ให้ชายสูงวัยที่ถือไม้เท้าเพื่อพยุงร่างกายไว้
"แล้วร้องไห้ทำไมล่ะ หนูเป็นคนในนี้หรือ"
"ใช่ค่ะ หนูอยู่ที่นี่ตั้งแต่จำความได้ พอจะต้องจากสถานที่แห่งนี้ไปก็รู้สึกใจหายน่ะค่ะ"
"แล้วหนูไม่รู้จักพ่อแม่เลยหรือไง"
"ไม่เลยค่ะ หนูอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็มีแต่ผู้อำนวยการที่นี่ค่ะ ที่ชุบชีวิตหนูจนมีทุกวันนี้ได้ หนูกำลังคิดว่า อายุเท่านี้ จบแค่ม.ปลาย จะมีโอกาสได้งานดี ๆ ทำไหมเพราะถ้าออกจากที่นี่ไปก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะไปอยู่ที่ไหน น้อง ๆ ที่ไม่มีพ่อแม่ก็ยังไม่มีที่ไปด้วย ถ้า ผอ. ต้องรับดูแลเด็กทุกคนไว้คงลำบากแน่นอน หนูก็เลยกำลังคิดหาทางอยู่ค่ะ เอ่อ…หนูขอโทษนะคะ ที่เล่าเรื่องหดหู่ใจให้ฟัง"
"ไม่เป็นไร"
"แล้วคุณปู่หลงทางอยู่หรือเปล่าคะ จะไปที่ไหนหรือเปล่าคะ เดี๋ยวหนูพาไปส่งค่ะ พอดีทีนี่หนูรู้จักทุกที่เพราะอยู่มาตั้งแต่จำความได้แล้ว"
"ฉันขอถามอะไรแม่หนูหน่อยสิ"
"คะ?"
"ถ้าที่นี่ปิดตัวลงแล้วจะไปอยู่กันที่ไหนล่ะ"
"ว่าจะไปหาห้องเช่าอยู่แบบแออัดกันไปก่อนค่ะ ถ้าหนูหางานที่มั่นคงได้ค่อยขยับขยายไปอยู่ที่กว้างขึ้น ตอนนี้หนูโตแล้วก็จะทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องอยู่อย่างลำบากค่ะ"
"แล้วถ้าเกิดว่าที่นี่จะต่อสัญญาให้ล่ะ แต่ว่าต้องแลกกับตัวหนูที่ต้องไปทำงานแทนแบบนี้ได้ไหมล่ะ"
"ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ถ้าที่นี่สามารถเปิดได้ต่อไป ไม่ว่าจะให้ทำงานอะไร หนูก็จะทำทั้งนั้นค่ะ แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตอนนี้คนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ก็มาเจรจาแล้ว แต่หนูก็จะไม่ท้อหรอกค่ะ หนูก็จะหาทางสู้ต่อไป"
"ถ้าปู่ให้หนูแต่งงานกับหลานของปู่เพื่อแลกกับการให้ที่นี่คงอยู่ต่อไปอีกยี่สิบปี แล้วก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ แบบนี้หนูจะยอมทำไหมล่ะ"
"เอ๋? นี่คุณปู่คงล้อหนูเล่นอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ถ้ามีเรื่องแบบนั้นจริง ๆ หนูคงจะรีบรับแบบไม่ลังเลเลยแหละค่ะ"
"อ้าว…นี่ปู่พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ ก็ปู่เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ทั้งหมด ก็อย่างที่บอกไป ถ้าสนใจข้อเสนอก็บอกมาได้ แล้วทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็จะได้ไม่ต้องลำบากไง"
"นี่หนูไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ ถ้าหนูจะขอเห็นแก่ตัวตอบรับแบบไม่ลังเล หนูยอมทำทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ จะให้หนูทำงานหนักยังไงก็ได้ แต่นี่คือเรื่องจริงใช่ไหมคะ หนูคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ"
"แต่ว่าหนูต้องแต่งงานกับหลานของปู่นะ ปู่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานอีกแค่ไหน แต่ถ้ามีหนูสักคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่รัก แม้ว่าจะไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง ปู่ก็แค่อยากจะเสี่ยงดูว่า หนูจะทำแบบนั้นได้เสมอต้นเสมอปลายหรือเปล่า แต่หลานปู่มันค่อนข้างแข็งข้อ ไม่ยอมมาทำงานให้ปู่สักที ปู่ก็เลยต้องบังคับแบบนี้ไง"
"แล้วคุณปู่ทำแบบนี้ คุณปู่ไม่เสียเปรียบหรือคะ"
"หนูนี่จริง ๆ เลย ตัวเองได้ผลประโยชน์แล้วแท้ ๆ ยังจะมาห่วงคนอื่นอีก ถ้าปู่ไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้ก็ไม่เป็นปัญหา ปู่เพียงแค่อยากกดดันให้หลายของปู่เลิกทำงานที่เขาทำอยู่ตอนนี้แล้วให้ไปดูแลบริษัทต่อ ถ้าเขาไม่อยากแต่งกับหนูก็ถือว่าหนูทำสำเร็จ แต่หลานปู่เขาแต่งกับหนู ปู่ก็อยากให้หนูทนไปก่อน จนกว่าเขาจะอยากมาทำงานที่บริษัทจริง ๆ เมื่อถึงตอนนั้นทุกอย่างก็ถือว่าเสร็จสิ้น"
"แบบนี้นี่เองค่ะ ไม่ว่าหลานของคุณปู่จะเลือกแบบไหน หนูก็จะทำให้สุดความสามารถค่ะ งั้นหนูรับข้อเสนอนี้ก็ได้ค่ะ แต่ว่าหนูนี่ก็เห็นแก่ตัวมากเลยนะคะ ที่ต้องโกหกกับหลานคุณปู่ เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง"
"หนูอย่าคิดมากเลย ถ้าหนูได้ไปอยู่ที่บ้านนั่น ระหว่างนั้นปู่ก็จะให้หนูเรียนไปด้วย จะได้จบสูง ๆ จะได้หางานดี ๆ ทำ แบบนี้ทำได้ไหม"
"ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ แล้วเรื่องหนูจะไปบอกกับผู้อำนวยการยังไงดี"
"เรื่องนั้นปู่จัดการเอง อีกสี่เดือนหลังจากนี้ ให้หนูเก็บสิ่งของที่จำเป็นมาตามสถานที่ตามใบนี้นะ แล้วเราค่อยไปตกลงกันที่นั่นอีกที เพราะปู่จะพาหลานชายตัวดีไปด้วย"
"ขอบพระคุณมากนะคะ ปรายจะทำให้สุดความสามารถเลยค่ะ"
"แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับปู่ก่อนที่เจ้าหลานชายจะรับช่วงต่อของบริษัท สถานที่แห่งนี้ก็จะยังเป็นของหนู แต่ถ้าหนูไม่อยากอยู่และใช้ชีวิตแบบนั้นต่อ ก็เดินออกมาได้เลย เพราะถ้าปู่ไม่อยู่เมื่อไหร่ หนูก็ทำตามที่ต้องการได้เลย"
"ทำไมคุณปู่พูดแบบนั้นล่ะคะ ปรายว่าคุณปู่ต้องได้อยู่ดูความสำเร็จของหลายชายแน่นอนค่ะ แล้วปรายก็จะทำให้ดีที่สุดนะคะ"
เหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านมาสี่เดือนกว่าแล้ว ปรายนึกถึงเหตุการณ์ที่ผู้มีพระคุณได้ช่วยคนที่เธอรักทุกคนไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร แม้แต่จะแค่เล็กน้อย เธอก็ไม่อยากทำให้ท่านต้องมานั่งคิดมาก เธอจึงเริ่มตักอาหารใส่ในจานของตัวเอง เธอจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ทำให้ท่านผิดหวัง เพราะคนที่เธอควรแคร์ที่สุดคือคุณปู่ ไม่ใช่มารดาของว่าที่สามีเธอหรือใครทั้งนั้น
"เดี๋ยวอาทิตย์หน้าปู่จะมาเยี่ยมใหม่ ไปคิดคำตอบมาให้ดีล่ะ ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะลูก"
"ได้ค่ะ"
ทั้งหกคนนั่งรับประทานอาหารไปคุยกันไปเรื่อย ๆ แต่ปรายฟ้าก็สังเกตได้ว่า วิมลกับพะพิมยังคงมองตาขวางมาที่เธอด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่คุณปู่กำลังคุยกับลูกชายและหลานชายอย่างออกรส
ปรายฟ้าจึงทำเป็นไม่สนใจและนั่งทานอาหารเงียบ ๆ ตอนนี้เธอแคร์แค่ความรู้สึกของผู้มีพระคุณเท่านั้น
"คุณแม่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับเพื่อนก่อนนะครับ ตอนนี้เพื่อนเพชรกำลังนั่งบีทีเอสแล้วล่ะครับ ถ้าเพชรออกไปรับคงจะพอดี" เพชรกล้าในวัยสิบแปดปีก็เดินเข้าไปหามารดาในครัวที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่"แล้วเพื่อน ๆ ทานข้าวมากันหรือยังล่ะลูก ถ้ายังแม่จะได้บอกให้ป้าแจ่มจัดโต๊ะอาหารไว้ให้ด้วย""ไม่ต้องครับคุณแม่ เพื่อนเพชรทานมาแล้วครับ ผมรบกวนคุณแม่หาของว่างไว้ให้หน่อยนะครับ""เพิ่งได้ใบขับขี่มา อย่าขับรถซิ่งนักนะลูก เคารพกฎจราจรด้วยนะครับ""ครับคุณแม่...รับทราบครับผม" เพชรกล้าโน้มตัวลงไปหอมแก้มของมารดาจากทางด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ก็สูงพอ ๆ กับบิดาของเขาแล้ว แถมยังมีโอกาสที่จะสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย"โตจนสูงกว่าแม่ไปไกลแล้วยังหอมแม่อยู่อีกหรือครับ" ปรายฟ้าพูดยิ้ม ๆ พลางทำอาหารไปเรื่อย ๆ และแซวลูกชายไปด้วย"แล้วเพชรจะแสดงความรักต่อคุณแม่แบบนี้ไม่ได้หรือครับ คุณแม่พูดแบบนี้เพชรเสียใจแย่เลยนะครับ""ไม่ใช่แบบนั้นลูก แม่ดีใจนะครับ ที่เพชรรักแม่ แต่ถ้าเพชรมีแฟนแล้ว เพชรคงจะไม่หอมแม่แต่คงจะไปหอมแฟนแทนแล้วล่ะมั้ง เห็นมีข่าวซุบซิบกับคนในวงการก็มีแต่ดารานางแบบวัยรุ่นสวย ๆ ทั้งนั้นเลยนี่ แล้วลูกได้คบกับใครบ้างหรือยังล่
"เพชรกล้า เสร็จหรือยังครับลูก""เสร็จแล้วครับคุณแม่""เร็วครับลูก เราต้องไปให้ถึงก่อนเวลานะครับ""เสร็จแล้วครับคุณแม่ ไปได้เลยครับ" เพชรกล้ารีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แล้วตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าประตูบ้าน"อ้าว คุณพ่อไปด้วยหรือครับ""งานถ่ายแบบครั้งแรกของลูกชาย จะไม่ให้พ่อไปดูได้ยังไงล่ะลูก""ก็คุณพ่องานยุ่งตลอดนี่ครับ เพชรก็เลยแปลกใจ ยังไงก็ขอบคุณนะครับ""แล้วคิดยังไงถึงได้ตกลงรับงานล่ะลูก คงไม่ได้ฝืนอยู่หรอกใช่ไหม""ไม่ครับคุณพ่อ เพชรอยากลองทำดูบ้างน่ะครับ ไม่ใช่ชอบหรือว่าไม่ชอบ แต่เพชรแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูน่ะครับ เพราะสิ่งที่เรายังไม่เคยทำมันน่าตื่นเต้นดี ถ้าเกิดว่าผมทำแล้วไม่ชอบขึ้นมา ผมจะไม่ทำต่อได้หรือเปล่าครับ""อยากทำอะไรก็ทำเถอะลูก พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว แต่จำไว้นะเพชรกล้า ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและให้เต็มที่นะครับ ทำให้สุดความสามารถ แล้วอย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ห้ามเป็นน้ำเต็มแก้ว จงเรียนรู้ทุกอย่างอย่างเต็มที่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยกมือไหว้ผู้ที่สูงวัยกว่าและพูดจามีหางเสียงด้วยนะลูก""เข้าใจแล้วครับคุณแม่"เมื่อภาคิณเลี้ยวรถเข้าสตูดิโอที่เพชรกล้าต้องถ่ายแ
…สี่ปีผ่านไป…เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวตัวน้อยกำลังร้องเรียกชื่อเพชรกล้าดังไปทั่วบริเวณโถงใหญ่ในคฤหาสน์หรู ตัวเล็กป้อมวิ่งไล่พี่ชายที่ถือไอแพดไปพลางเล่นเกมไปอย่างสบายอารมณ์ ส่วนพี่เลี้ยงของพลอยรินก็ได้แต่มองตามและคอยดูเด็กสาวตัวน้อยอยู่ห่าง ๆ ที่กำลังวิ่งไล่ตามพี่ชายไปทุกที่ด้วยความเป็นห่วง"พี่เพชรขา น้องพลอยอยากเล่นด้วย""ไม่ได้ครับ ก็น้องพลอยยังไม่ได้ดื่มนมเลย ถ้าไม่ดื่มนมก่อน พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ" เพชรกล้าในวัยสิบปีก็หยุดเดิน แล้วหย่อนกายลงบนโซฟานุ่มให้ห้องรับแขกขนาดใหญ่ พลางมองดูน้องสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาเกาะขาของเขา"น้องพลอยไม่ชอบดื่มนมนี่คะ" พลอยรินในวัยสี่ปีก็ทำหน้าหงอยทันทีเมื่อถูกพี่ชายบังคับให้ดื่มนมที่ตัวเองไม่ชอบ"ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ""น้องพลอยทานข้าวเช้าแล้ว ยังต้องดื่มนมอีกหราคะพี่เพชร""ครับ…เป็นเด็กก็ต้องดื่มนมทุกวัน ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม แล้วเมื่อไหร่น้องพลอยจะตัวสูงล่ะครับ"เด็กสาวตัวน้อยทำสีหน้าคิดหนักเล็กน้อย เพราะตัวเองไม่ชอบดื่มนมเลย แต่ก็มักจะโดนมารดาบังคับให้ดื่มทั้งตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน"ก็น้องพลอยไม่ชอบดื่มนี่คะพี่เพชร มันไม่อร่อย""ไม่ไ
"ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะหนู พี่จะนั่งจับมืออยู่ข้างหนูตลอดเอง พยายามอีกหน่อยนะคะ"ภาคิณสงสารภรรยาจับใจเพราะเขาก็เพิ่งเคยเห็นและได้สัมผัสกับการคลอดลูกเป็นครั้งแรก พอได้เห็นภรรยาที่ทำสีหน้าทรมาน เขาก็แทบขาดใจจนอยากจะรับความเจ็บปวดนั้นไว้แทนเหลือเกินที่ผ่านมาภรรยาของเขาต้องลำบากมากขนาดไหน ที่ต้องคลอดลูกออกมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต้องเจ็บปวดและทรมานแต่ก็ไม่มีกำลังใจจากคนรอบข้างเลย ต้องทำและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แค่คิดเขาก็โมโหตัวเองนัก ที่ทำให้ภรรยาต้องลำบากไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง"ดีมากค่ะคุณแม่ ตอนนี้หัวเด็กใกล้จะออกมาแล้วนะคะ พยายามออกแรงเบ่งอีกนิด ใกล้จะได้แล้วค่ะหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเบ่งให้เต็มแรงเลยนะคะ"วินาทีที่ปรายฟ้าได้ยินเสียงเด็กร้อง น้ำตาแห่งความสุขก็ออกมาด้วยความดีใจ ภาคิณมือไม้สั่นขณะที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้อง พยาบาลกับหมอก็ช่วยทำคลอดเด็กออกมาได้สำเร็จ ภาคิณจูบไปที่หน้าผากของภรรยาด้วยความรักใคร่ เพราะได้เวลาที่เขาจะต้องออกไปจากห้องนี้แล้ว"หนูทำได้ดีมากค่ะ พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปรออยู่ที่ห้องพักฟื้นนะ"ปรายฟ้าไม่มีแรงแม้แต่จะพูด จึงทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ ว่าร
"ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ ผลตรวจออกมาแล้วพวกคุณได้ลูกสาว""พี่คิณคะ เราได้ลูกสาวค่ะ" ภาคิณรีบสวมกอดภรรยาด้วยความดีใจ ก่อนที่เพชรกล้าจะรีบวิ่งไปกอดขาของพาคิณด้วย"ป๊ะป๋าคับ ตอนนี้น้องของเพชรอยู่ในตัวของหม่ามี๊หราคับ""ใช่ครับลูก เพราะฉะนั้นเพชรกล้าก็อย่าซนกับหม่ามี๊นะครับ เพราะหม่ามี๊ต้องอุ้มท้องน้องของเพชรกล้านะ""น้องอยู่ตรงนี่หราคับ" นิ้วป้อมชี้ไปยังหน้าท้องที่นูนของมารดา พลาวเอาหูไปแนบกับครรภ์ของปรายฟ้าเบา ๆ"ใช่ครับลูก เพชรกล้าก็เคยอยู่ในนี้ของมี๊นะครับ""เพชรจะได้เห็นน้องตอนไหนคับ เพชรอยากเห็นแล้ว""อีกสี่เดือนเองครับลูก รอไหวหรือเปล่า""ไหวครับ เพชรจะน้องรอทุกวันเลย""ดีมากครับ งั้นเราไปที่รถกันเถอะ หนูเดินไหวไหมคะ แล้วจะไปที่สุสานปู่ไหวหรือเปล่า""ปรายอยากไปค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราจดทะเบียนสมรสกันนะคะ พี่คิณบอกจะตามใจปรายทุกอย่าง งั้นปรายอยากไปไหว้สุสานของคุณปู่ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยถ้าปรายท้องโตขึ้นกว่านี้ก็ไปไหนได้ไม่ไกลแล้วน่ะสิคะ""พี่พาไปได้ทุกที่ค่ะ แต่พี่แค่กลัวหนูจะเหนื่อย""ไม่เหนื่อยค่ะพี่คิณ ถ้าปรายไม่ไหวก็จะบอกนะคะ" ภาคิณขับรถพาภรรยาและลูกชายออกจากโ
หนึ่งเดือนผ่านไป ว่าที่คุณพ่อลูกสองก็ดูจะเห่อภรรยาเป็นพิเศษ เพราะตอนที่ท้องเพชรกล้า เขาไม่เคยได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีเลย จึงทำให้เขากังวลว่าจะดูแลภรรยาแบบไหนดี เขาจะต้องทำยังไงบ้าง แล้วจะดูแลภรรยาได้หรือเปล่าตอนนี้ทั้งเขาและภรรยาได้ไปอยู่ที่บ้านใหม่แล้วถาวรแล้ว แต่ช่วงนี้เขาโดนมารดาบังคับให้มาร่วมรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของบิดาก่อนทุกวัน เพราะอยากจะเจอเพชรกล้าหลานรัก ซึ่งเขาก็ขัดคำขอของมารดาไม่ได้"พี่คิณ…ทำไมช่วงนี้ถึงทานมะม่วงเปรี้ยวหลังอาหารบ่อยจังล่ะคะ" พะพิมแปลกใจพี่ชายและสังเกตเห็นถึงความผิดปกติมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ พี่ชายมักจะชอบสั่งให้แม่บ้านหามะม่วงน้ำปลาหวาน หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัดมาให้หลังอาหารเช้าตลอด"แปลกหรือ? ไม่รู้สิ…จู่ ๆ พี่ก็อยากกินน่ะ คงไม่แปลกหรอกมั้ง""แปลกสิคะ ปรายบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ไป กลางคืนก็ชอบอ้วกบ่อยด้วยค่ะ บางคืนก็อ้วกจนทรมาน เห็นแล้วปรายทรมานแทนเลยค่ะ""เดี๋ยวนะหนูปราย ตาคิณอ้วกด้วยหรือลูก""ใช่ค่ะคุณแม่ โดยเฉพาะกลางคืนจะอ้วกบ่อยมาก""ป๊ะป๋าอ้วกทุกคืนเลย อุแหวะ! อุแหวะ! แล้วหม่ามี๊ก็ลูบหลังให้ป๊ะป๋าทุกคืนเลยด้วยคับ""ตอนอยู่ที่บริษัทก็อ้วกนะค







