Masukปรายฟ้ามักจะตื่นตอนเช้าเวลาห้านาฬิกาเป็นประจำทุกวัน เธอรีบกลับไปที่เรือนของคนรับใช้เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่ผู้มีพระคุณจะมาในวันนี้
เธอรีบไปช่วยเตรียมอาหารในครัวตามปกติแล้วก็ตั้งโต๊ะอาหารสำหรับห้าคนที่จะมารับประทานอาหารในเช้าวันนี้
ก่อนเวลารับประทานอาหารเล็กน้อย ก็มีคนเรียกเธอให้ไปที่โถงใหญ่ในห้องรับแขก
"ปรายฟ้า คุณท่านให้ไปพบที่ห้องรับแขกตอนนี้เลย" หัวหน้าแม่บ้านเข้ามาเรียกเธอในครัว ขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวอยู่
"อ๋อ…ได้ค่ะ เดี๋ยวปรายจะกลับมาทำต่อนะคะ" เด็กสาววางผ้าเช็ดโต๊ะแล้วรีบไปที่ห้องรับแขกทันที
"คุณปู่" เธอไม่ได้เจอหน้าผู้มีพระคุณมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ปรายฟ้ารีบเข้าไปกราบท่านด้วยความดีใจ
"เป็นไงบ้างลูก สบายดีไหม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
"สวัสดีค่ะคุณปู่ ปรายอยู่ที่นี่สบายดีมากค่ะ แล้วสุขภาพคุณปู่เป็นยังไงบ้างคะ" ปรายฟ้านั่งลงกับพื้นใกล้ ๆ ผู้สูงวัยที่นั่งบนโซฟาหรูในห้องรับแขก
"ปู่ก็เรื่อย ๆ แหละลูก ตามประสาคนแก่ มีเจ็บออด ๆ แอด ๆ บ้างเป็นเรื่องปกติ แล้วนั่นไปนั่งที่พื้นทำไม มานั่งบนโซฟานี่สิ"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณปู่ ปรายอยากนั่งตรงนี้มากกว่าค่ะ"
"แล้วนี่เจ้าคิณยังไม่ลงมาอีกหรือไง"
"เดี๋ยวก็น่าจะลงมาแล้วนะคะ เพราะใกล้เวลาอาหารเช้าแล้ว"
"คุณพ่อจะมาก็ไม่บอกผมล่วงหน้าเลย ผมจะได้ให้แม่บ้านเตรียมอาหารที่คุณพ่อชอบให้"
"ไม่ต้องยุ่งยากอะไรแบบนั้นหรอก ฉันไม่ใช่คนแก่เรื่องมากอะไรแบบนั้นสักหน่อย"
"สวัสดีค่ะคุณปู่" พะพิมวิ่งลงบันไดไปกอดเอวคนเป็นปู่แล้วซบหน้าลงกับไหล่ของผู้สูงวัย
"อ้อนปู่แต่เช้าแบบนี้ อยากได้อะไรล่ะ"
"พิมไม่ได้อ้อนขออะไรหรอกนะคะ ก็แค่คิดถึงคุณปู่แค่นั้นเอง แต่ถ้าปู่อยากจะให้ พิมขอรถหรูขับสักคันตอนไปมหาวิทยาลัยได้ไหมคะ คุณพ่อไม่ยอมซื้อให้พิมค่ะ บอกว่ารออายุครบยี่สิบปีก่อน อีกตั้งสองปีพิมรอไม่ไหวหรอกค่ะ นะคะ"
"ปู่ว่ารออีกหน่อยดีกว่า หลานอยากได้กี่คันปู่จะซื้อให้หมด แต่ต้องทำตามที่พ่อหนูบอกนะลูก ตอนนี้มันยังเร็วไป"
พะพิมทำหน้าเง้างอได้อย่างน่ารัก จนผู้สูงวัยอดที่จะบีบจมูกเล็กไม่ได้
สักพักใหญ่ ภาคิณก็เดินลงมาจากชั้นบน เมื่อทุกคนในครอบครัวมาอยู่กันพร้อมหน้าในห้องรับแขกแล้ว มารดาของภาคิณก็ชวนทุกคนเดินไปที่โต๊ะอาหาร
"ทำไมถึงมีอาหารแค่ห้าชุด มันต้องมีหกชุดไม่ใช่หรือไง"
"ขออภัยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปจัดเพิ่มให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ" หัวหน้าแม่บ้านรีบเดินไปที่ครัวมือไม้สั่น เพราะปกติแล้วปรายฟ้าจะไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยเพราะเป็นคำสั่งของคุณนายเจ้าของบ้าน
"ไม่ต้อง! ไปเรียกหนูปรายมาสิ หนูปรายเดินไปไหนแล้วล่ะ"
"ได้ค่ะ ดิฉันจะไปตามให้เดี๋ยวนี้"
หัวหน้าแม่บ้านรีบไปเรียกปรายฟ้าที่ครัวอย่างรวดเร็ว
"คุณปู่มีอะไรจะคุยกับปรายหรือเปล่าคะ ปรายนึกว่าคุณปู่จะทานอาหารก่อน ปรายก็เลยไปทำงานที่ครัวต่อน่ะค่ะ"
"แล้วหนูไปที่ครัวทำไม แล้วทำไมต้องทำงานที่ครัวด้วย แม่บ้านก็มีเยอะแยะไม่ใช่หรือไง" วิมลซึ่งเป็นมารดาของภาคิณก็สบตากับบุตรสาวอัตโนมัติ เพราะเธอสองคนเป็นคนบอกไม่ให้ปรายฟ้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารเอง
"ปรายแค่ไปช่วยงานที่ครัวน่ะค่ะ ระหว่างที่รอคุณปู่ทานข้าวเสร็จ"
"แล้วทำไมถึงต้องไปทำงานที่ครัว ปู่มาหาทั้งทีทำไมถึงไม่มาทานอาหารพร้อมกัน"
แม่บ้านหลายคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็พากันยืนก้มหน้าตัวสั่น เพราะไม่รู้ว่าจะงานเข้าตัวเองหรือเปล่า
"ปรายเป็นคนจัดโต๊ะอาหารเองค่ะ ต้องขอโทษนะคะ พอดีว่าปรายยังไม่หิวเลย ก็เลยจัดแค่พอดีคนน่ะค่ะ"
"งั้นหนูก็มานั่งได้แล้ว งานในครัวก็ปล่อยให้แม่บ้านทำไปสิ หนูมาที่นี่เพราะหนูคือว่าที่ภรรยาของเจ้าภาคิณ! ไม่ใช่คนใช้นะ"
"ปรายแค่ไม่อยากอยู่เฉย ๆ น่ะค่ะคุณปู่ ปรายขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ"
"งั้นก็มานั่งที่โต๊ะได้แล้ว แล้วเธอจะยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ทำไมไม่รีบไปตักข้าวให้หนูปรายด้วย" คนสูงวัยหันไปดุแม่บ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้น
"หนูปรายก็มานั่งได้แล้ว ทานข้าวไปคุยไปก็ดี เรื่องมหาวิทยาลัยคิดได้หรือยังล่ะว่าจะเรียนที่ไหน"
"ปรายขอเรียนมหาวิทยาลัยใกล้ ๆ บ้านก็พอค่ะคุณปู่"
"ปู่ว่าจะให้เรียนที่เดียวกับหนูพิมดีกว่าไหมลูก มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน"
"ปรายว่าปรายเรียนแถว ๆ นี้ดีกว่าค่ะ" เธอพอจะทราบมหาวิทยาลัยที่พะพิมจะเรียนว่าค่าเทอมแพงแค่ไหน แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนติดอันดับระดับประเทศ ตอนที่ได้อ่านใบปลิวที่เจอเมื่อหลายวัน เธอก็ตกใจกับค่าเทอมที่แสนแพงของมหาวิทยาลัยที่ปู่ต้องการให้ไปเรียน เธอจึงตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมถูก เพราะเธอรู้สึกเกรงใจผู้มีพระคุณเป็นอย่างมาก
"ยังมีเวลาอีกตั้งนาน ค่อย ๆ ตัดสินใจนะลูก แต่ปู่ว่าเรียนที่เดียวกับยัยพิมนั่นแหละดีแล้ว"
"ค่ะปู่" ปรายฟ้ากล่าวขอบคุณแม่บ้านที่ยกจานข้าวมาให้ แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้อง เพราะเห็นสายตาที่ไม่พอใจของวิมลแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
"ไม่ทานล่ะลูก เอื้อมถึงไหม"
"ปรายยังไม่ค่อยหิวเลยค่ะ"
"ก็ทานสักหน่อยเป็นเพื่อนปู่แล้วกัน"
ปรายพยักหน้าตอบรับคำของผู้มีพระคุณ เพราะเธอไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ
เมื่อประมาณสี่เดือนก่อน ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเรียนและอาศัยมาตั้งแต่เด็กกำลังจะปิดตัวลง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วนแล้วมีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อสงเคราะห์เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่ไม่มีทุนทรัพย์ส่งบุตรเรียน มีเปิดสอนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแต่พื้นที่ที่ตั้งโรงเรียนแห่งนี้กำลังจะหมดสัญญาเช่าพื้นที่ แล้วทางโรงเรียนก็ไม่มีเงินมากมายที่จะต่อสัญญา ทางโรงเรียนจึงขอเจ้าของพื้นที่ยืดสัญญาไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนจบการศึกษาในปีนั้น ๆ ก่อนแล้วค่อยปิด เพื่อเด็ก ๆ จะได้สามารถเอาใบจบไปยื่นเรียนต่อในโรงเรียนอื่น ๆ ได้หลังจากนั้นโรงเรียนก็ถูกปิดตัวลงตามข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้ โดยครูหลายคนก็ทยอยพากันลาออกไปจนเหลือเพียงแค่ผู้อำนวยการหญิงที่อายุมากแล้ว กับเด็ก ๆ อีกเก้าคนที่ไม่มีพ่อแม่มารับกลับไป ปรายฟ้าที่เรียนจบมัธยมปลายพอดีก็ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเธอมาเป็นใครตั้งแต่จำความได้เธอก็อยู่ในความดูของผู้อำนวยการโรงเรียนนี้มาโดยตลอด จนถึงวันที่เธอคิดไม่ตกว่าจะช่วยเหลือผู้มีพระคุณยังไงดี เพราะที่ผ่านมาเธอก็ได้รับความช่วยเหลือจ
ปรายฟ้ามักจะตื่นตอนเช้าเวลาห้านาฬิกาเป็นประจำทุกวัน เธอรีบกลับไปที่เรือนของคนรับใช้เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่ผู้มีพระคุณจะมาในวันนี้เธอรีบไปช่วยเตรียมอาหารในครัวตามปกติแล้วก็ตั้งโต๊ะอาหารสำหรับห้าคนที่จะมารับประทานอาหารในเช้าวันนี้ก่อนเวลารับประทานอาหารเล็กน้อย ก็มีคนเรียกเธอให้ไปที่โถงใหญ่ในห้องรับแขก"ปรายฟ้า คุณท่านให้ไปพบที่ห้องรับแขกตอนนี้เลย" หัวหน้าแม่บ้านเข้ามาเรียกเธอในครัว ขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวอยู่"อ๋อ…ได้ค่ะ เดี๋ยวปรายจะกลับมาทำต่อนะคะ" เด็กสาววางผ้าเช็ดโต๊ะแล้วรีบไปที่ห้องรับแขกทันที"คุณปู่" เธอไม่ได้เจอหน้าผู้มีพระคุณมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ปรายฟ้ารีบเข้าไปกราบท่านด้วยความดีใจ"เป็นไงบ้างลูก สบายดีไหม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า""สวัสดีค่ะคุณปู่ ปรายอยู่ที่นี่สบายดีมากค่ะ แล้วสุขภาพคุณปู่เป็นยังไงบ้างคะ" ปรายฟ้านั่งลงกับพื้นใกล้ ๆ ผู้สูงวัยที่นั่งบนโซฟาหรูในห้องรับแขก"ปู่ก็เรื่อย ๆ แหละลูก ตามประสาคนแก่ มีเจ็บออด ๆ แอด ๆ บ้างเป็นเรื่องปกติ แล้วนั่นไปนั่งที่พื้นทำไม มานั่งบนโซฟานี่สิ""ไม่เป็นไรค่ะคุณปู่ ปรายอยากนั่งตรงนี้มากกว่าค่ะ""แล้วนี่เจ้าคิณยัง
"จะมานอนกับฉันทั้งที นี่มันชุดนอนจริง ๆ หรือเนี่ย ฉันก็นึกว่าผ้าขี้ริ้วซะอีก หน้าตาก็จืดชืดแถมยังไร้รสนิยมอีก นี่เธอรู้ไหม แค่เห็นหน้าของเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว แบบนี้จะให้ฉันนอนกับเธอลงได้ยังไง"ภาคิณดึงกางเกงนอนของเด็กสาวออกไปให้พ้นทาง"ถอดเสื้อของเธอออกไปซะ" ปรายฟ้าพยักหน้าแล้วรีบลุกขึ้นแกะกระดุมเสื้อมือไม้สั่น ตอนนี้ร่างกายเธอเหลือเพียงแค่บรากับกางเกงชั้นในเท่านั้น"ถอดชุดชั้นในนั่นออกสิ" เธอรีบปลดตะขอบรามือไม้สั่นจนอกอวบอิ่มชูชันปรากฏต่อสายตาของเขา"ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วจะไม่ได้ดึงดูดเพศตรงข้ามสักเท่าไร แต่ก็ยังดีที่มีหน้าอกอวบใหญ่แบบนี้นะ" มือแกร่งเคล้นคลึงอกอวบข้างหนึ่งอย่างไม่ปรานี เด็กสาวเม้มปากเพื่อกลั้นเสียงไว้ ขอบตากลมโตแดงทั้งสองข้างเพราะเธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลร่างสูงดึงผ้าขนหนูที่พันเอวสอบไว้ออก แล้วเข้าประชิดร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงกว้าง แล้วรั้งเอวบางเข้าปะทะแผงอกแกร่ง ส่วนมืออีกข้างก็ขยำสะโพกกลมกลึงอย่างแรงแก่นกายของชายหนุ่มที่ชนอยู่ที่หน้าท้องเธอจนเธอรู้สึกได้ เธออยากจะผลักอกเขาออกห่างแรง ๆ แต่ก็ได้แค่คิดในใจเท่านั้น เพราะอย่างเธอคงไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดข
"คุณภาคิณคะ ปรายเจ็บ" มือแกร่งจับข้อมือเล็กแล้วดึงเด็กสาวไปจนถึงห้องนอนที่คฤหาสน์หลังใหญ่เต็มแรง"แค่นี้ทำเป็นบ่น ที่ฉันต้องมาคอยทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เนี่ย เพราะใครที่เป็นต้นเหตุ ฉันเพิ่งกลับมาจากถ่ายละครเหนื่อย ๆ แทนที่จะได้พักแบบสบาย ๆ ยังต้องมาคอยระแวงปู่อีก ถ้ารู้แล้วก็หยุดบ่นว่าเจ็บแล้วรีบสำนึกตัวเองซะว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันเดือดร้อนน่ะ""ขอโทษนะคะ" ปรายฟ้าลูบข้อมือข้างที่เจ็บไว้ หลังจากที่ชายหนุ่มปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระแล้ว"คืนนี้ก็นอนที่นี่ซะ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าปู่จะมาตอนไหน""เดี๋ยวปรายนอนข้างล่างเตียงก็ได้ค่ะ ปรายขอแค่ผ้าห่มกับหมอนก็พอ จะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนของคุณภาคิณค่ะ"เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคิณดังขึ้น"ครับปู่ ผมเพิ่งถึงบ้านน่ะครับ ครับ…ครับ" ภาคิณยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาให้ปรายฟ้า เธอก็รับโทรศัพท์มือถือของภาคิณไปเพราะเธอพอจะเดาได้ว่าปลายสายคงเป็นปู่ของภาคิณแน่ ๆ"สวัสดีค่ะ""ทำไมปู่โทรหาหนูตั้งหลายสายก็ไม่ติดเลยล่ะลูก ปู่ก็เป็นห่วงอยู่สองสามวันแล้ว พรุ่งนี้ว่าจะไปที่บ้านสักหน่อย จะไปคุยเรื่องเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยด้วย""ปรายขอโทษนะคะคุณปู่ มือถือปรายพังหลายวันแล
"คุณท่านเขาทานอาหารกันเสร็จละ ไปช่วยกันเก็บโต๊ะได้แล้ว" หัวหน้าแม่บ้านเดินเข้าไปบอกปรายฟ้าและแม่บ้านในครัวทันทีหลังจากเจ้าของบ้านรับประทานอาหารเสร็จส่วนปรายฟ้าก็ไปช่วยแม่บ้านเก็บจานและทำความสะอาดในครัวโดยไม่อิดออด เพราะเธอมาอยู่ในฐานะผู้อาศัยก็ไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระของใครด้วย"เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็จะถึงเวลาทานอาหารของเรา แต่จะมัวแต่ทานโอ้เอ้ไม่ได้เพราะยังมีงานให้ทำอีกทั้งวันเข้าใจไหม" หัวหน้าแม่บ้านหันไปบอกปรายฟ้าที่กำลังยืนเช็ดจานอยู่"เข้าใจค่ะ""ฉันได้รับคำสั่งมาจากคุณภาคิณ ว่าเธอเป็นแค่คู่สมรสกำมะลอเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอก็ไม่มีอภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรเหมือนคุณ ๆ ในบ้านหลังนี้ได้ ถ้าเธอยังอยากอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ก็หัดเจียมเนื้อเจียมตัวและช่วยงานทุกอย่างในคฤหาสน์นี้ด้วยล่ะ สถานะเธอตอนนี้ก็ไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้านนี้หรอกนะ เข้าใจแล้วหรือยัง""เข้าใจค่ะ""เข้าใจก็ดีแล้ว ถึงจะได้รับคำสั่งให้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่งานในคฤหาสน์นี้เธอก็ต้องทำอย่าให้ขาดตกบกพร่องล่ะ""เข้าใจแล้วค่ะ""ส่วนอาหาร ต้องทานแค่ในครัวนี้เท่านั้น แค่ต้องทานหลังจากที่พวกคุณในบ้านทานเสร็จแล้วนะ""ค่ะ แล้วจะให้ปร
"นี่เธอจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน" หัวหน้าแม่บ้านเข้าไปดึงผ้าห่มออกจากตัวปรายฟ้าทันที"ขอโทษนะคะ จะลุกเดี๋ยวนี่เลยค่ะ" เธอพยายามดันตัวเองให้ลงจากเตียงได้สำเร็จ ร่างกายอ่อนล้าและปวดไปทั่วร่าง เธอพยายามเดินให้มั่นคงที่สุดแล้วถือผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ"พออาบน้ำเสร็จแล้วก็เอากระเป๋าลงไปด้วยล่ะ เดี๋ยวจะพาไปเรือนของแม่บ้าน""ได้ค่ะ ขอเวลาสักครู่นะคะ"สิบห้านาทีต่อมา หลังจากที่เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ปรายฟ้าก็ลากกระเป๋าลงไปที่ห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง"ตามฉันมา" หัวหน้าแม่บ้านเดินนำทางเธอไปที่เรือนแม่บ้านอีกหลังที่อยู่ห่างจากคฤหาสน์ไปเล็กน้อย"ที่นี่จะเป็นบ้านของแม่บ้านผู้หญิง แต่จำนวนคนมีพอดีกับห้อง ดังนั้น ตอนนี้ไม่มีห้องว่างที่จะให้เธออยู่ได้หรอกนะ ก็มีแต่ห้องเปล่าที่เอาไว้เก็บของ แต่ฉันให้คนขนออกไปหมดละ แต่ไม่มีเตียงและเฟอร์นิเจอร์นะ ส่วนหมอนกับผ้าห่มจะให้คนเอาไปไว้ที่ห้องให้ทีหลัง ยังไงก็อยู่ไม่นานนี่ ทน ๆ อยู่ไปก็แล้วกัน""ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ" ปรายฟ้าไหว้แม่บ้านที่สูงวัยกว่าแล้วลากกระเป๋าไปที่ห้อง"พอเตรียมของเสร็จก็ไปช่วยในครัวด้วยล่ะ เพราะเจ็ดโมงเช้าจะต้องเตรียมกับข้าวบนโต๊ะอาหารให้คุณท่







