LOGINเมื่อเห็นว่าเฟยอี้หนิงไม่ต่อต้านซ้ำยังบดเบียดกายเข้าหาจึงละเลงลิ้นลงบนหน้าอกมอมเมาภรรยาไม่ให้มีโอกาสคืนสติฝ่ามือหนาวนเวียนอยู่บริเวณหน้าอกไม่นานนัก ก่อนจะไล่ลงไปสัมผัสความหอมหวานกลางกาย“อึก...เย่หาน..” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างหู ครั้นดึงสายตามอง ดวงตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาหวานหยาดเยิ้มที่จ้องมองมา“ภรรยา ข้าจะทำให้ดี” กล่าวปลอบประโลมคนรักที่จู่ ๆ ก็ตัวสั่น จากนั้นโน้มหน้าเข้าหาขบเม้มใบหู แลบลิ้นเลียวนไปมา ดึงความสนใจของนางกลับมาข้างบนในขณะที่ฝ่ามือหนาสอดผ่านเสื้อผ้าไปด้านใน ปลายนิ้วหนาก็สัมผัสส่วนอ่อนไหวเบา ๆ หยอกเล่นตรงนั้นพอให้หายเหงาแล้วค่อยสอดนิ้วเข้าไปสัมผัสความอบอุ่นข้างใน“อื้อออ ยะ...เย่หานน” เฟยอี้หนิงครางกระเส่าข้างหู บดเบียดร่างกายเล็กเข้าหาสามีมากขึ้นหลิวเย่หานสัมผัสได้ถึงความต้องการของภรรยาที่ไม่ต่างจากตน ปลายนิ้วที่พึ่งแทรกผ่านความอ่อนนุ่มพลันขยับเข้าออกเบา ๆ ก่อนจะเพิ่มปลายนิ้วเข้าไปอีกหนึ่งบรรจงขยายช่องทางรักของภรรยาเขาที่ไม่ช่ำชองขยับเงอะงะอยู่บ้างถึงกระนั้นก็ไม่ได้ติดขัดจนทำให้เสียอารมณ์ กลับกันท่าทางที่ไม่คุ้นชินนี้ของเขากลับกระตุ้นเฟยอี้หนิงได้มากอย่างไม่น่าเชื่
หลิวเย่หานในชุดพิธีการมองรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยและสายตาเชิญชวนของภรรยา แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาจนมองไม่ออก ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่นางต้องการจะสื่อสองมือทิ้งลงข้างตัวกำเข้าหากันจนเปียกชื้นกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่หลิวเย่หานสูดหายใจเข้าออกหลายครั้ง ก้าวขามาหย่อนตัวนั่งข้างภรรยาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆท่าทางทำตัวไม่ถูกของเขาเรียกเสียงขบขันจากเฟยอี้หนิงได้เป็นอย่างดี ขยับตัวเปลี่ยนท่า วางศอกไว้บนหน้าขา เท้าคางมองหน้าหลิวเย่หาน“ประหม่าหรือ?”ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย “แต่เจ้าดูไม่ประหม่าเลย” เขากล่าวเสียงเบาเฟยอี้หนิงจึงยิ้มให้เขาขยับตัวเข้าใกล้ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย โถมกายเข้าใส่คนตัวเกร็ง “ข้าดูไม่ประหม่าจริงหรือ?”ปากพูดออกมาพร้อมใบหน้าที่ค่อย ๆ เผยสีแดงระเรื่อ แต่เพราะในห้องจุดเทียนสว่างสะท้อนกับผ้าม่านสีแดงจึงมองเห็นความเขินอายบนใบหน้างดงามไม่ชัด เห็นเพียงดวงตาสุกใสแวววาวจ้องมองนัยน์ตาดำขลับตรงหน้าหลิวเย่หานถูกคนงามจู่โจมจนต้องเอนตัวไปด้านหลัง ดวงตาดำขลับจ้องมองดวงตางดงาม ไล่ต่ำลงมาที่ปลายจมูกโด่งดูดื้อรั้นก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอมชมพู“อยากลองสัมผัสดูหรือไม่?”ยั
“ทุกท่านตามจริงแล้วข้าไม่จำเป็นต้องออกมาอธิบายถึงตัวตนของข้า แต่ในเมื่อพวกท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซ้ำยังคาดเดาตัวตนของข้าไปต่าง ๆ นานา อย่างนั้นแล้วข้าจะบอกความจริงให้ฟัง”“...”เสียงพูดคุยตรงหน้าเงียบสงัด ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนผู้เดียว“ข้าเฟยอี้หนิงบุตรสตรีเพียงคนเดียวของตระกูลเฟย หาได้เป็นบุตรบุญธรรมอย่างที่พวกท่านคาดเดาไม่ ส่วนเรื่องความเหมาะสมของข้ากับหลิวเย่หานก็ใช่เรื่องที่พวกท่านจะตัดสินตามความพอใจของตน แต่ในเมื่อพวกท่านอยากรู้ข้าก็จะแสดงให้เป็นที่ประจักษ์”ฉับพลันพลังงานมหาศาลพลันทะลักออกมาจากร่างกายเฟยอี้หนิง พลังนี้มากพอทำให้คนผู้คนโดยรอบหายใจไม่ออกได้อย่างง่ายดายชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องสนุก รวมถึงผู้ฝึกปราณมากมายที่ต้องการมาดูผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุด หลังได้รับแรงกดดันจากพลังอันเหนือกว่าใบหน้าพลันซีดเซียว“ระ...ดับจิตสัมบูรณ์ สตรีผู้นี้มีระดับฝึกปราณระดับสูงสุดของขั้นจิตสัมบูรณ์!!”“ว่าอย่างไรนะ ระดับจิตสัมบูรณ์อย่างนั้นหรือ!!”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาสถานการณ์ตรงหน้าพลันวุ่นวายขึ้นมาทันที“มิน่าเล่าท่านผู้เฒ่าถึงยอมให้มีงานแต่งนี้เกิดขึ้น ทั้งสองคนไ
ข่าวการเกี่ยวดองระหว่างสองตระกูลสร้างแรงสั่นสะเทือนภายในแคว้นหลงหลินเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่กำลังจะก้าวผ่านประตูวิวาห์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำตระกูลหลิวหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แต่ยังเป็นถึงผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุดแต่ทว่าว่าที่เจ้าสาวที่ได้รับเกียรติให้เข้าสู่ประตูวิวาห์พร้อมคุณชายรองผู้พรั่งพร้อมกลับเป็นเพียงสตรีที่ไม่เป็นที่รู้จักเกิดจากตระกูลไม่มีชื่ออันห่างไกลแต่กลับได้เกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่จะไม่ให้ผู้คนในเมืองตกตะลึงได้อย่างไรทุกคนที่ได้ข่าวต่างอยากรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวผู้นี้ว่ามีความสามารถใดถึงสามารถทำให้นายท่านใหญ่ของตระกูลยอมพยักหน้าตกลงให้มีงานวิวาห์เกิดขึ้น“คุณชายหลิวเป็นถึงผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์แต่กลับเลือกแต่งกับสตรีธรรมดาผู้หนึ่ง ไม่รู้คิดอันใดอยู่ คงไม่ใช่กำลังคิดว่าตนเก่งกาจอยู่แล้วภรรยาไม่จำเป็นต้องเก่งกาจก็ได้หรอกกระมัง”“เจ้าอย่าพูดมั่วไป บางทีสตรีผู้นี้ความสามารถอาจจะไม่ธรรมดาเช่นเดียวกับคุณชายหลิวก็ได้นะ”“หึ...หากความสามารถไม่ธรรมดาเหตุใดถึงไม่ยอมประกาศต่อคนนอกแต่เลือกปิดบังเอาไว้เช่นนี้ด้วยเล่า ข้าว่าท่านผู้นำตระกูลคงไม่ได้สนใจสะใภ้ผู้
แม้ตอนนี้ตนจะเชื่อใจหลิวเย่หานแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบให้อีกฝ่ายมาข้องเกี่ยวกับบุตรสาวของตนไม่หยุด ทั้งสองคนโตกันมากแล้ว งานแต่งก็ยังไม่ถูกจัดขึ้นการที่ชายหญิงไปไหนมาไหนด้วยกันเช่นนี้ใช่เรื่องสมควรไม่เหมยซีคล้ายเข้าใจเจตนาในคำของสามี ปล่อยมือลูกน้อยหันมาตบไหล่สามีเบา ๆ “ท่านพี่ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย ถ้าท่านกังวลเรื่องข่าวลือไม่ดีก็แค่สอบถามความรู้สึกของเด็กทั้งสอง ถ้าพวกเขาเห็นด้วยก็จัดงานแต่งเสีย”“น้องหญิง..เจ้า!”“ท่านแม่ที่พูดหมายความเช่นไรหรือเจ้าคะ”“จะหมายความเช่นไรอีก พ่อเจ้าก็แค่กังวลกลัวว่าลูกสาวจะขายไม่ออก เพราะเอาแต่ตัวติดกับคุณชายหลิว” เฟยหลานเอ่ยขึ้นมาบ้าง มองพี่ชายตนก็ได้แต่รู้สึกขำหนิงเอ๋อร์ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ตอนนี้นางโตแล้ว อีกทั้งความสามารถยังไม่เป็นรองใคร จะยังมีใครกล้าปฏิเสธหลานสาวตัวน้อยของตนอีกหรือ ไม่เพียงพวกเขาไม่คิดปฏิเสธต่อให้นางจะมีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ครุมเครือกับคุณชายหลิว ด้วยระดับความสามารถของนางไม่ว่าตระกูลใดก็คงไม่คิดปฏิเสธ“ท่านลุงท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับหนิงเอ๋อร์ไม่เคยทำเรื่องไม่ควร พวกเราเพียงฝึกปราณร่วมกันเท่านั้นหากท่านยังกังวลข้าจะกลั
“ไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริง ๆ” ซือหม่าหยวนพยักหน้าพึงพอใจหลังได้เห็นศิษย์ทั้งสองเฟยอี้หนิงกลายเป็นผู้ฝึกปราณระดับจิตสัมบูรณ์แล้วในขณะที่หลิวเย่หานก้าวขึ้นไปถึงระดับกายาสวรรค์“ทุกอย่างล้วนมาจากความเอาใจใส่ของอาจารย์”“หึ...ไม่จำเป็นต้องเอ่ยยกยอ หากไม่ใช่พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนมีหรือจะมาถึงระดับนี้ในเวลาไม่นาน”เฟยอี้หนิงยิ้มบาง ที่อาจารย์พูดล้วนเป็นความจริง ยิ่งระดับสูงขึ้นเท่าใด ความเร็วในการเลื่อนระดับจะยิ่งน้อยเท่านั้น แต่พวกเขากลับเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็วแถมยังมันคงมาก“แล้วก็อสูรคู่สัญญาตัวนั้นของเจ้าไม่เลวเลย” ดวงตาซือหม่าหยวนมองมังกรน้อยซึ่งกำลังนอนอาบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ใกล้สัตว์อสูรบรรพกาลที่ใช่อยากจะเจอก็จะพบเจอ ไม่คิดเลยว่าศิษย์ตัวน้อยของตนจะมีโชควาสนาได้มาครอบครอง “ต่อไปในภายภาคหน้าพวกเจ้าทั้งสองคงสามารถยืนหยัดเป็นใหญ่ได้ กระทั่งไม่จำเป็นต้องคอยมองสีหน้าผู้ใด”“ท่านอาจารย์กล่าวเกินจริงแล้ว ส่วนเรื่องเป็นใหญ่นั้นศิษย์ไม่คาดหวังเพียงอยากใช้ชีวิตสงบสุขไร้เรื่องกังวลใจ”“หึ...อาจารย์เข้าใจดี มารายงานตัวกับอาจารย์แล้วก็รีบกลับบ้านเสียเถิด ห่างมานานขนาดนี้พวกเขาคงรอเจ้าแย่แล้ว”“ศ
เฟยอี้หนิงถอนหายใจเล็กน้อยก้าวเข้าใกล้บิดาจับมืออีกฝ่ายมาถือไว้ “อีกตั้งหลายปีกว่าลูกจะอายุพอเข้ารับการทดสอบ ถึงตอนนั้นครอบครัวเราคงหาเงินได้มากมายหลานแสนตำลึง เมื่อเวลานั้นมาถึงแค่ขายกิจการ และที่ดินออกไปก็ได้แล้ว”“ลูกไม่เสียดายบ้างหรือ? กว่าพวกเราจะมีวันนี้ได้ไม่ง่ายเลย”“พวกเราเคยสร้างได้ครั้งห
ไป๋ซูสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างที่ไม่สามารถเบิกกว้างไปได้มากกว่านี้แล้วจ้องมองเฟยอี้หนิงไม่วางตา ในแววตาของเขาไร้ซึ่งประกายซ่อนเร้น แต่กลับใช้สายตาราวกับกำลังมองสมบัติของล้ำค่ามองเฟยอี้หนิงคิดไม่ผิดจริง ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอก็รู้สึกถูกชะตาคิดว่าสักวันหนึ่งเด็กคนนี้จะต้องนำพาโชควา
“ดีใจขนาดนั้นเลย” เฟยหมิงเอ่ยถามลูกน้อย ตั้งแต่ก้าวออกจากร้านมาหนิงเอ๋อร์ของเขาก็เอาแต่มองสัญญาซื้อขายแล้วฉีกยิ้มกว้างไม่หยุด“เจ้าค่ะ ต่อไปร้านค้านี้ก็จะกลายเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัวเราแล้วจะไม่ให้ลูกดีใจได้อย่างไร หลังปรับปรุงร้านเรียบร้อยแล้วพวกเราก็เปิดร้านได้เลย แล้วจากนั้นเงินทองก็จะไหลมาเทม
เฟยอี้หนิงที่รู้สึกโมโหหลับตาเพ่งจิตมองเข้าไปในทะเลจิตของตน เมื่อพบว่าไข่น้อยไม่ได้ทำสิ่งใดที่ส่งผลอันตรายต่อตนเอง เพียงแค่นอนนิ่งเหนือทะเลจิตวิญญาณจึงลืมตาขึ้นไม่สนใจไข่น้อยอีก“เจ้าอยากอยู่ก็อยู่ไปเถิด ดีเสียอีกอย่างนี้แล้วข้าจะได้ไม่ต้องพะวงว่าต้องคอยเติมพลังปราณให้เจ้าทุกวัน” เฟยอี้หนิงคิดอย่าง







