เข้าสู่ระบบชีวิตนี้ลำบากหน่อยก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว เรื่องย่อ เฟยอี้หนิงชีวิตดับสิ้นเมื่ออายุได้เพียงยี่สิบปี ในขณะที่ดวงจิตกำลังจะเคลื่อนผ่านสะพานไน่เหอ กลับถูกสตรีในชุดสีขาวอมชมพูสะอาดตาคว้าแขนห้ามเอาไว้ เธอบอกกล่าวว่าช่วงชีวิตนี้ของตนยังไม่สิ้นสุด เฟยอี้หนิงไหนเลยจะรู้สึกดี ในเมื่อความตายนี้เธอไม่ได้รู้สึกเสียดายเพียงแค่เสียใจที่ไม่อาจตอบแทนบุญคุณบิดามารดาที่เลี้ยงดูมาอย่างดี แต่แล้วความคิดของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อคนที่ตนคิดว่าไม่อาจตอบแทนความรักกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้า หยาดน้ำตาไหลรินด้วยความคิดคะนึงหา ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าชีวิตใหม่ที่ได้มานี้จะใช้มันเพื่อตอบแทนความรักที่พวกเขามอบให้ ชีวิตใหม่ที่สวรรค์มอบให้นี้ เธอจะใช้มันอย่างดีที่สุด
ดูเพิ่มเติมเมื่อเห็นว่าเฟยอี้หนิงไม่ต่อต้านซ้ำยังบดเบียดกายเข้าหาจึงละเลงลิ้นลงบนหน้าอกมอมเมาภรรยาไม่ให้มีโอกาสคืนสติฝ่ามือหนาวนเวียนอยู่บริเวณหน้าอกไม่นานนัก ก่อนจะไล่ลงไปสัมผัสความหอมหวานกลางกาย“อึก...เย่หาน..” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างหู ครั้นดึงสายตามอง ดวงตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาหวานหยาดเยิ้มที่จ้องมองมา“ภรรยา ข้าจะทำให้ดี” กล่าวปลอบประโลมคนรักที่จู่ ๆ ก็ตัวสั่น จากนั้นโน้มหน้าเข้าหาขบเม้มใบหู แลบลิ้นเลียวนไปมา ดึงความสนใจของนางกลับมาข้างบนในขณะที่ฝ่ามือหนาสอดผ่านเสื้อผ้าไปด้านใน ปลายนิ้วหนาก็สัมผัสส่วนอ่อนไหวเบา ๆ หยอกเล่นตรงนั้นพอให้หายเหงาแล้วค่อยสอดนิ้วเข้าไปสัมผัสความอบอุ่นข้างใน“อื้อออ ยะ...เย่หานน” เฟยอี้หนิงครางกระเส่าข้างหู บดเบียดร่างกายเล็กเข้าหาสามีมากขึ้นหลิวเย่หานสัมผัสได้ถึงความต้องการของภรรยาที่ไม่ต่างจากตน ปลายนิ้วที่พึ่งแทรกผ่านความอ่อนนุ่มพลันขยับเข้าออกเบา ๆ ก่อนจะเพิ่มปลายนิ้วเข้าไปอีกหนึ่งบรรจงขยายช่องทางรักของภรรยาเขาที่ไม่ช่ำชองขยับเงอะงะอยู่บ้างถึงกระนั้นก็ไม่ได้ติดขัดจนทำให้เสียอารมณ์ กลับกันท่าทางที่ไม่คุ้นชินนี้ของเขากลับกระตุ้นเฟยอี้หนิงได้มากอย่างไม่น่าเชื่
หลิวเย่หานในชุดพิธีการมองรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยและสายตาเชิญชวนของภรรยา แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาจนมองไม่ออก ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่นางต้องการจะสื่อสองมือทิ้งลงข้างตัวกำเข้าหากันจนเปียกชื้นกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่หลิวเย่หานสูดหายใจเข้าออกหลายครั้ง ก้าวขามาหย่อนตัวนั่งข้างภรรยาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆท่าทางทำตัวไม่ถูกของเขาเรียกเสียงขบขันจากเฟยอี้หนิงได้เป็นอย่างดี ขยับตัวเปลี่ยนท่า วางศอกไว้บนหน้าขา เท้าคางมองหน้าหลิวเย่หาน“ประหม่าหรือ?”ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย “แต่เจ้าดูไม่ประหม่าเลย” เขากล่าวเสียงเบาเฟยอี้หนิงจึงยิ้มให้เขาขยับตัวเข้าใกล้ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย โถมกายเข้าใส่คนตัวเกร็ง “ข้าดูไม่ประหม่าจริงหรือ?”ปากพูดออกมาพร้อมใบหน้าที่ค่อย ๆ เผยสีแดงระเรื่อ แต่เพราะในห้องจุดเทียนสว่างสะท้อนกับผ้าม่านสีแดงจึงมองเห็นความเขินอายบนใบหน้างดงามไม่ชัด เห็นเพียงดวงตาสุกใสแวววาวจ้องมองนัยน์ตาดำขลับตรงหน้าหลิวเย่หานถูกคนงามจู่โจมจนต้องเอนตัวไปด้านหลัง ดวงตาดำขลับจ้องมองดวงตางดงาม ไล่ต่ำลงมาที่ปลายจมูกโด่งดูดื้อรั้นก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอมชมพู“อยากลองสัมผัสดูหรือไม่?”ยั
“ทุกท่านตามจริงแล้วข้าไม่จำเป็นต้องออกมาอธิบายถึงตัวตนของข้า แต่ในเมื่อพวกท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซ้ำยังคาดเดาตัวตนของข้าไปต่าง ๆ นานา อย่างนั้นแล้วข้าจะบอกความจริงให้ฟัง”“...”เสียงพูดคุยตรงหน้าเงียบสงัด ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนผู้เดียว“ข้าเฟยอี้หนิงบุตรสตรีเพียงคนเดียวของตระกูลเฟย หาได้เป็นบุตรบุญธรรมอย่างที่พวกท่านคาดเดาไม่ ส่วนเรื่องความเหมาะสมของข้ากับหลิวเย่หานก็ใช่เรื่องที่พวกท่านจะตัดสินตามความพอใจของตน แต่ในเมื่อพวกท่านอยากรู้ข้าก็จะแสดงให้เป็นที่ประจักษ์”ฉับพลันพลังงานมหาศาลพลันทะลักออกมาจากร่างกายเฟยอี้หนิง พลังนี้มากพอทำให้คนผู้คนโดยรอบหายใจไม่ออกได้อย่างง่ายดายชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องสนุก รวมถึงผู้ฝึกปราณมากมายที่ต้องการมาดูผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุด หลังได้รับแรงกดดันจากพลังอันเหนือกว่าใบหน้าพลันซีดเซียว“ระ...ดับจิตสัมบูรณ์ สตรีผู้นี้มีระดับฝึกปราณระดับสูงสุดของขั้นจิตสัมบูรณ์!!”“ว่าอย่างไรนะ ระดับจิตสัมบูรณ์อย่างนั้นหรือ!!”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาสถานการณ์ตรงหน้าพลันวุ่นวายขึ้นมาทันที“มิน่าเล่าท่านผู้เฒ่าถึงยอมให้มีงานแต่งนี้เกิดขึ้น ทั้งสองคนไ
ข่าวการเกี่ยวดองระหว่างสองตระกูลสร้างแรงสั่นสะเทือนภายในแคว้นหลงหลินเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่กำลังจะก้าวผ่านประตูวิวาห์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำตระกูลหลิวหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แต่ยังเป็นถึงผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุดแต่ทว่าว่าที่เจ้าสาวที่ได้รับเกียรติให้เข้าสู่ประตูวิวาห์พร้อมคุณชายรองผู้พรั่งพร้อมกลับเป็นเพียงสตรีที่ไม่เป็นที่รู้จักเกิดจากตระกูลไม่มีชื่ออันห่างไกลแต่กลับได้เกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่จะไม่ให้ผู้คนในเมืองตกตะลึงได้อย่างไรทุกคนที่ได้ข่าวต่างอยากรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวผู้นี้ว่ามีความสามารถใดถึงสามารถทำให้นายท่านใหญ่ของตระกูลยอมพยักหน้าตกลงให้มีงานวิวาห์เกิดขึ้น“คุณชายหลิวเป็นถึงผู้ฝึกปราณระดับกายาสวรรค์แต่กลับเลือกแต่งกับสตรีธรรมดาผู้หนึ่ง ไม่รู้คิดอันใดอยู่ คงไม่ใช่กำลังคิดว่าตนเก่งกาจอยู่แล้วภรรยาไม่จำเป็นต้องเก่งกาจก็ได้หรอกกระมัง”“เจ้าอย่าพูดมั่วไป บางทีสตรีผู้นี้ความสามารถอาจจะไม่ธรรมดาเช่นเดียวกับคุณชายหลิวก็ได้นะ”“หึ...หากความสามารถไม่ธรรมดาเหตุใดถึงไม่ยอมประกาศต่อคนนอกแต่เลือกปิดบังเอาไว้เช่นนี้ด้วยเล่า ข้าว่าท่านผู้นำตระกูลคงไม่ได้สนใจสะใภ้ผู้
ด้วยข่าวลือเรื่องที่เด็กน้อยวัยห้าขวบคนหนึ่งปลุกพลังปราณได้ทันทีหลังจากกินผลไม้แฝงพลังวิญญาณเข้าไปทำให้การค้าขายของครอบครัวเฟยเต็มไปด้วยความคึกคัก เฟยหลานซึ่งปลีกตัวออกไปหาที่จอดรถม้าครั้นเดินมารวมตัวกับครอบครัวพี่รองถึงกับขมวดคิ้วสงสัยว่าเหตุใดหน้าร้านถึงได้ดูวุ่นวายแตกต่างจากวันแรกยิ่งนักและก่อน
“พวกเจ้าคือครอบครัวที่ขายผลไม้แฝงพลังวิญญาณใช่หรือไม่?”“วันนี้พวกเจ้าเอาผลไม้วิญญาณมาขายมากน้อยแค่ไหน ข้าอยากได้สักสิบขวด”“ข้าด้วย ๆ ข้าเอาด้วยสิบขวด”“ของข้าห้าขวด!!”“ของข้าสองขวด!!”“เหล้าวิญญาณ วันนี้มีเหล้าวิญญาณมาขายด้วยหรือไม่?”“นี่แม่นางน้อยเจ้าพอจะขายให้ข้าก่อนได้หรือไม่!!”ความวุ่นวายต
เช้าวันนี้เฟยอี้หนิงตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สดใสนัก เพราะเมื่อคืนเอาแต่คิดไม่ตกกับคำพูดกงเจ๋อคำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่?ความหมายในคำพูดอีกฝ่ายแน่นอนว่าย่อมเป็นประโยคเอ่ยเตือน กงเจ๋อคิดจะเตือนนางเรื่องอะไร หรือคำพูดนี้จะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องที่นางช่วยเย่หาน? จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อแซ่ของทั้
กงเจ๋อพยักหน้าอย่างทึ่มทื่อตรวจสอบต้นกล้าให้มืออย่างงงงวยคล้ายคนสติหลุดไปแล้วชายหนุ่มซึ่งถูกความสามารถอันน่าตกตะลึงของเฟยอี้หนิงทำให้รู้สึกทึ่งตรวจสอบต้นข้าวในมืออย่างเหม่อลอย ครั้นพบว่าต้นข้าวในมือมีพลังปราณแฝงอยู่ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีนัยน์ตาเหม่อลอยเบิกกว้างจ้องมองเฟยอี้หนิงไม่วางตาก่อนจะ












ความคิดเห็นเพิ่มเติม